midwife_0512

การดูแลหลังผ่าตัด

หลังจากผ่าตัดทำศัลยกรรม อยู่ในช่วงของการฟักฟื้น อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการทำศัลยกรรม ซึ่งสิ่งสำคัญอย่างนึงที่ขาดไม่ได้เลยคือ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีนั่นเอง วันนี้ ก็จะขอแนะนำและบอกเล่ารายละเอียดการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดครับ
นอกเหนือจากข้อปฏิบัติทั่วไปในการดูแลตนเองหลังผ่าตัด ขอแนะนำดังนี้

– นอนในท่าที่ศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศาจากพื้นราบ เพื่อลดการบวม
– ห้ามสั่งน้ำมูก หลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้เกิดอาการไอหรือจาม
– หลีกเลี่ยงการจับต้องหรือกระแทกจมูกโดยแรง
– หลังทำใหม่ๆ อาจมีน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆออกจากแผลซึ่งอยู่ในรูจมูก ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษซับได้ แต่อย่าขยี้
– ระยะ 2-3 วันแรกอาจต้องกินอาหารอ่อน
– ในรายที่มีผ้าพันหรือวัสดุคลุมจมูกไว้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ให้ดี เพราะแพทย์แต่ละคนมีวิธีการแตกต่างกันไป

เป็นที่คาดหมายได้ว่า หลังทำใหม่ จมูกต้องบวม(อาจบวมไปถึงแก้ม หนังตาได้) ต้องมีอาการชา ต้องมีอาการปวดบ้าง มากน้อยขึ้นกับ ตอนทำหมอรุนแรงขนาดไหน ตัวคนไข้เองมีความไวต่อเรื่องความเจ็บปวดเท่าใด? แต่ทั้งหมดนี้ต้องน้อยลงเรื่อยๆ หรือไม่มากเกินปกติ? ถ้ามีเลือดออกสดๆ หรือ เลือดออกมาก หรือ บวมและปวดมากขึ้นๆเรื่อยๆแทนที่จะน้อยลง หรือ จมูกมีสีแดงผิดปกติ? ให้รีบปรึกษาแพทย์ด่วน! อย่ารอจนถึงวันนัด

เครดิตข้อมูลจาก http://www.kusolfacial.com/service01_a.php?id=1
และ http://www.dungdong.com

แพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลหลังการเสริมจมูก ให้คุณทำตามที่แพทย์แนะนำจะได้หายเร็วขึ้นการดูแลหลังการเสริมจมูกก็เป็นวิธีง่าย ๆ คือ1. ประคบผ้าเย็นประมาณ 24-48 ชม. หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นต่อ2. นอนศีรษะสูง หนุนหมอนประมาณ 2-3 ใบ3. จมูกจะบวมประมาณ 2-3 วัน ในวันที่ 4 ก็จะเริ่มยุบ4. ทานอาหารตามปกติ ยกเว้นอาหารรสจัด ให้งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ในช่วง 2 อาทิตย์แรก

5. ให้มาพบแพทย์หลังการผ่าตัดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ตามที่แพทย์นัด

โดย ทั่วไปจมูกจะยุบบวม และเข้าที่ประมาณ 1 เดือน ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังพอสมควร เรื่องการโดนกระแทก และควรอยู่ห่างเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ เพราะต้องรอเวลาเพื่อให้แท่งซิลิโคนถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มให้แน่นมากๆ ก่อน (ประมาณ 1-3 เดือน) จึงจะสามารถทนแรงกระทบได้มาก แล้วคุณสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติพร้อมกับมีจมูกที่โด่งสวยอีกด้วย

ดังนั้นคุณที่คิดจะเสริมจมูก ต้องเน้นว่า จะต้องปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะผ่าตัดกับโรงพยาบาลที่ดีเท่านั้น จะได้ไม่มีปัญหาตามมา

แต่ สำหรับผู้ที่ทำไปแล้วและเกิดเป็นปัญหาก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะแพทย์สามารถแก้ไข ให้คุณได้ครับ มาดูกันว่าโดยส่วนใหญ่มีปัญหาอะไรและแพทย์จะแก้ไขได้อย่างไรกันบ้าง เริ่มจากจมูกคุณคดก่อนเลยก็แล้วกันนะครับ

จมูกคดเอียง เนื่องจากแท่งซิลิโคน แพทย์จะแก้ไขโดยเอาแท่งซิลิโคนเก่าออก และปรับช่องว่าง (Pocket) ใหม่ให้ตรงแนวกลางของจมูก แล้วใส่แท่งซิลิโคนใหม่ให้ เป็นอันเรียบร้อย หลังผ่าตัดแก้ไขจมูกคดควรจะใส่เฝือกจมูกไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ จะได้ไม่คดเอียงอีก

จมูกสูง หรือตำเกินไป ปัญหานี้แพทย์จะแก้ไขโดยการผ่าตัด เพื่อปรับแต่งแท่งซิลิโคนใหม่ ให้ได้รูปและขนาดตามที่คุณต้องการ

ปลายจมูกบางแต่ยังไม่ทะลุ ปัญหานี้แก้ไขโดยแพทย์จะใช้เนื้อเยื่อบริเวณหลังใบหูด้านใดด้านหนึ่ง (Dermal-fat graft) หรืออาจจะมีส่วนกระดูกอ่อนของใบหู (Cartilageneus graft) แล้วแต่กรณีมาเสริมบริเวณเนื้อเยื่อปลายจมูก เมื่อเนื้อเยื่อใหม่อยู่ตัวแล้ว ปลายจมูกจะมีผิวหนังที่แข็งแรงขึ้น ลำหรับแท่งซิลิโคนควรปรับเปลี่ยนใหม่ให้แรงกดไม่อยู่บริเวณปลายจมูกมากนัก

จมูกที่มีแท่งซิลิโคนทะลุ กรณีนี้ต้องเอาแท่งซิลิโคนออก ปลายจมูกจะยุบตัวลงและมีรอยแผลเป็น

จมูกมีการติดเชื้ออักเสบ มักจะพบในช่วง 1-2 อาทิตย์ หลังจากเสริมจมูก จมูกจะมีอาการปวดบวม แดง ร้อน กรณีนี้ต้องเอาแท่งซิลิโคนออกก่อน เมื่ออาการอักเสบหายหมดจึงจะใส่แท่งซิลิโคนใหม่ได้

โดยทั่วไป แล้ว การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน เป็นวิธีที่ทำกันแพร่หลายและได้ผลดีมาก คุณไม่ต้องเป็นกังวลใด ๆ เพียงคุณเลือกทำในโรงพยาบาลที่พร้อม มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และทำตามที่หมอแนะนำข้างต้น ที่สำคัญคือ อย่าพยายามเสริมจมูกสูงหรือเลือกทรงจมูกที่ฝืนธรรมชาติมากเกินไป คุณก็จะได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้โดดเด่นสวยเก๋มีจมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้า แน่นอน

ที่มา : บทความจากแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง

Credit:

ขอขอบคุณ siliconeclub.com

Credit pic: healthspablog.org

13 thoughts on “การดูแลหลังผ่าตัด

  1. Pingback: sac a mains celine

ใส่ความเห็น