Breast-Reconstruction-500x420

การเสริมหน้าอกและยกกระชับ


ปัญหาเรื่อง หน้าอกคล้อยเป็นปัญหาที่เกิดจากผิวหนังของหน้าอกมากเกินขนาดของเนื้อนมที่มี อยู่ กล่าวคือ เนื้อนมมีขนาดลดลงไปมากเมื่อเทียบกับผิวหนังของเต้านมที่มีมากเกินไป ทำให้เต้านมคล้อยลงมีรูปร่างไม่สวยงาม โดยจะมีรูปร่างยาวขึ้นและแบนลง ลักษณะคล้อยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อระดับของหัวนมต่ำลงจนถึงระดับใต้ราวนม หรือบางครั้งตกลงต่ำกว่าใต้ราวนม บางครั้งหน้าอกคล้อยอาจเกิดจากการที่ขอบราวนมอยู่สูงเกินไปทำให้เต้านมอยู่ ต่ำเมื่อเทียบกับขนาดราวนมที่สูง

การ ผ่าตัดเพื่อแก้ไขเต้านมคล้อยในกรณีที่เป็นน้อย อาจทำโดยการเสริมหน้าอกได้บ้างแต่จะได้พอดีเฉพาะกรณีที่หน้าอกคล้อยเล็กน้อย กรณีที่หน้าอกคล้อยมากต้องทำการผ่าตัดยกกระชับเต้านมโดยการเลื่อนระดับหัวนม ขึ้นพร้อมทั้งตัดแต่งผิวหนังบริเวณหน้าอกให้ตั้งขึ้น พร้อมที่ปรับตำแหน่งของขอบราวนมและขอบด้านข้างของเต้านม

การ ผ่าตัดเสริมหน้าอกร่วมกับการยกกระชับหน้าอกถ้าทำร่วมกับการเสริมหน้าอกก็จะ ช่วยทำให้รูปร่างของหน้าอกดูดีขึ้นมาก เทคนิคการเสริมหน้าอกในคนที่ต้องการยกกระชับด้วยมักทำโดยการเสริมใต้กล้าม เนื้อเนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่มีหน้าอกคล้อยมักมีเนื้อเต้านมน้อยและผิวหนัง บางการเสริมใช้ระดับใต้กล้ามเนื้อจะช่วยป้องกันการคลำได้ขอบถุงหรือรอยพับ ของถุง นอกจากจับแล้วยังช่วยลดปัญหาของการอ่านผลของแมมโมแกรมด้วย

การ ยกกระชับเต้านมร่วมกับการเสริมเป็นการผ่าตัดที่ยุ่งยากมากกว่าการผ่าตัด เสริมหน้าอกหรือยกกระชับอย่างเดียว ดังนั้นก่อนการผ่าตัดจะต้องปรึกษาแพทย์ถึงรายละเอียดและขนาดที่ต้องการอย่าง ชัดเจน เฉพาะการกะประมาณขนาดของถุงที่ใส่จะค่อนข้างยาก ถุงที่ได้ไม่ควรเลือกขนาดที่ใหญ่เกินไปเพราะจะทำให้แผลบริเวณเต้านมตึงมาก เกินไปอาจทำให้แผลแยกได้ ขนาดที่ใส่ควรพอดีกับรูปร่างและอาจต้องขึ้นกับผิวหนังที่ต้องการตัดออกจาก การผ่าตัดยกกระชับหน้าอกรวมถึงเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดด้วยการผ่าตัด 2 ชนิดร่วมกันจะใช้เวลานานขึ้นและใช้เวลาในการดูแลหลังผ่าตัดนานขึ้นรวมทั้ง เวลาที่เต้านมจะเข้าที่ก็ใช้เวลานานกว่าการเสริมเต้านมปกติ

การ ยกกระชับร่วมกับการเสริมหน้าอก มีเทคนิคการทำได้หลายแบบขึ้นกับการคล้อยของหน้าอก โดยทั่วไปรวมกับการยกกระชับหน้าอกจะไม่ทำให้ความรู้สึกของหัวนมเปลี่ยนไปและ แผลเป็นบริเวณหน้าอกในระยะแรกจะมองเห็นได้ชัดเจนหลังจากผ่านไป 3-4 เดือนก็จะจางลงและดูดีขึ้น การยกกระชับร่วมกับการเสริมหน้าอกอาจทำได้ดังนี้

  1. เทคนิคที่ 1  เทคนิครูปเสี้ยวพระจันทร์ ( Crescent Mastopexy )
    การ ยกกระชับปานนมและหัวนมในการที่มีเต้านมคล้อยน้อยๆโดยการขยับขอบปานนมขึ้น เล็กน้อยทำโดยการตัดขอบของปานนมเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์แล้วยกตำแหน่งของหัว นมและปานนมขึ้น วิธีนี้สามารถขยับปานนมขึ้นได้ 2-3 ช.ม. และระดับหัวนมขยับขึ้น ได้ 1-2 ซ.ม.breast11.jpg
  2. เทคนิคที่2 folder เทคนิคโดนัท ( Benelli Mastopaxy )
    ใช้ กับเต้านมคล้อยน้อยๆถึงกลางๆโดยการตัดผิวหนังรอบปานนมเป็นรูปโดนัท แล้วเย็บเข้าหาหัวนมหลังการเย็บรอบๆ ปานนมจะมีผิวหนังเป็นจีบ ประมาณ 2-3 เดือน วิธีนี้ไม่สามารถใช้กับการยกกระชับหน้าอกที่คล้อยมากๆ หรือผิวหนังที่หย่อนมากเพราะรอบจีบจะมีมากเกินไป ข้อดีของวิธีนี้คือแผลเป็นจะอยู่ที่รอบปานนมไม่มีแผลที่เต้านม
    Sample Image
    การยกกระชับโดนัทอาจทำร่วมกับการผ่าตัดทางหัวนมหรือทางรักแร้ได้ การผ่าทางรักแร้มีข้อดีคือ สามารถจัดตำแหน่งของหัวนมที่จะยกขึ้นได้ดีและไม่ต้องเปิดแผลผ่านเนื้อเต้านม ทำให้ลดโอกาสการปนเปื้อนของแบคทีเรียจากท่อน้ำนม ข้อเสียของการเสริมทางรักแร้จึงมีแผลเพิ่มขึ้นอีกตำแหน่ง
  3. เทคนิคที่3  เทคนิคที่มีแผลแนวตั้ง
    Sample Image
    ในกรณีที่เต้านม คล้อย มากโดยที่ระดับของหัวนมต่ำกว่าระดับของราวนมการผ่าตัดยกกระชับจำเป็นต้อง เลื่อนหัวนมขึ้นไปสูงมากและต้องตัดผิวหนังอกมาก การยกกระชับแบบโดนัท อาจ ทำไม่ได้จึงต้องใช้การยกกระชับแบบที่มีแผลเป็นในแนวตั้งเพื่อให้เต้านมมีรูป ร่างสวยงามข้อดีของการยกกระชับของเทคนิคนี้ คือผิวหนังของหน้าอกด้านนอกและด้านในจะถูกขยับเข้ามาตรงกลางทำให้หน้าอกมี รูปร่างเหมือนรูปกรวย ทำให้ส่วนบนของเต้านมและหัวนมไม่มีลักษณะที่แบนและดูสวยงาม
  4. เทคนิคที่4  การยกกระชับแบบรูปตัว ที
    เป็น การยกกระชับเดิมรูปแบบเป็นเทคนิคที่ใช้กับเต้านมที่คล้อยมากชัดเจนโดยที่หัว นมอยู่ต่ำกว่าระดับใต้ราวนมดังนั้นจึงต้องเลื่อนหัวนมซึ่งเป็นระยะทางไกล การใช้แผลแนวตั้งอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอจึงจำเป็นต้องมีแผลในแนวนอนด้วย เพื่อให้รูปร่างของหน้าอกสวยงาม การผ่าตัดโดยเทคนิคนี้เหมือนกับการผ่าตัดลดขนาดเต้านม แต่จะไม่มีการตัดเนื้อเต้านมออก แพทย์จะทำการตกแต่งผิวหนังเท่านั้นโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับ เนื้อเต้านมการผ่าตัดโดยเทคนิคนี้สามารถขยับหัวนมและตกแต่งผิวหนังได้มาก ช่วยให้รูปร่างของเต้านมเปลี่ยนแปลงไปมาก

breast22.jpg

เครดิต จาก http://thebreaststory.com

 

 



การเสริมหน้าอก

 

ได้อ่านหนังลือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งลงข่าวผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ชายที่มีต่อรูปร่างของผู้หญิงว่า ส่วนใดของร่างกายสตรีที่คุณผู้ชายชอบมองเป็นอันดับแรก ผลออกมาพบว่าหน้าอกผู้หญิงเป็นอวัยวะส่วนแรกสุดที่ผู้ชายปัจจุบันนี้นิยมมอง (อย่าหาว่าผู้ชายทะลึ่งเลยครับ แต่ความจริงมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ)

ทั้ง นี้เนื่องจากหน้าอกที่ดูดี ขนาดพอเหมาะ (ไม่ใช่ใหญ่โตมโหฬารเกินไป) เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามได้มากทีเดียวครับ ผู้หญิงที่มีหน้าอกเล็กจึงมักจะมีปัญหาเมื่อต้องออกสังคม ทำให้ขาดความมั่นใจพอสมควร รวมทั้งความรู้สึกเป็นหญิงก็ดูจะลดน้อยลงไปบ้างไม่มากก็น้อย

ยิ่ง สมัยนี้การแต่งกายของสาว ๆ ดูออกจะหวือหวามากขึ้นกว่าในสมัยก่อน มีทั้งสายเดี่ยว ไร้สาย รวมทั้งเกาะอก สารพัด หากสาวใดต้องการจะแต่งตัวตามแฟชั่นแต่ไม่มีสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีโอกาลแต่งแบบที่ต้องการได้เลย คงได้แต่มองดูชาวบ้านด้วยความน้อยใจว่าทำไมหนอพระเจ้าจึงไม่ยุติธรรมให้หน้า อกเรามาน้อยเกินกว่าความต้องการเสียจริง ๆ

ต่อไปนี้คุณไม่ต้องน้อยใจ แล้วครับ เพราะในปัจจุบันนี้หมอศัลยกรรมตกแต่งสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยอาศัยการผ่าตัดเสริมหน้าอกเข้ามาช่วย เพื่อเพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายไปให้ได้ขนาดและรูปร่างตามที่คุณต้องการได้

แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเสริมหน้าอก หมอจะแนะนำให้คุณเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ของการผ่าตัดเสริมหน้าอกซะก่อนนะครับ

การผ่าตัดเสริมหน้าอก นั้น มีวิวัฒนาการมานานนับสิบ ๆ ปีแล้วครับ ในอดีตเคยมีการใช้สารแปลกปลอมชนิดต่าง ๆ ฉีดเข้าไปในหนาอกเพื่อเพิ่มขนาด เริ่มตั้งแต่การใช้น้ำมันพาราฟิน ซิลิโคนเหลว เป็น ต้น ซึ่งผลการฉีดในระยะแรก ๆ ก็ดูเป็นที่น่าพอใจสำหรับคนมีหน้าอกน้อย แต่พบว่าเมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดผลข้างเคียงสารพัดอย่าง ทั้งการอักเสบ ทั้งการไหลของสารซิลิโคนเหลว หรือน้ำมันพาราฟิน ไปสู่บริเวณอื่น ๆ จนเกิดการผิดรูป บิดเบี้ยว หรือเป็นก้อนแข็งที่เต้านม บางครั้งเกิดการเน่าเฟะตามมา และต้องทำการผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด ดังนั้นสารดังกล่าวจึงถือเป็นสารต้องห้าม สำหรับการฉีดเพื่อเสริมหน้าอกในปัจจุบันไปแล้ว (แต่ความจริงในประเทศไทยเราก็ยังมีการแอบใช้น้ำมันเหล่านี้ฉีดใหกับสาวที่ไม่รู้เรื่อง และหลงไปเป็นเหยื่ออยู่ประปราย)

ปัจจุบัน นี้วิธีการเพิ่มขนาดหน้าอกที่เป็นที่ยอมรับกัน และมีผลข้างเคียงน้อยก็คือ การเสริมหน้าอกด้วยถุงนมเทียม หรือที่เรียกว่า เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน ด้วยวิธีการผ่าตัดนั่นเอง 

วิธีการผ่าตัดชนิดนี้ มีมาหลายสิบปีแล้ว พร้อมด้วยวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าเกี่ยวกับถุงนมเทียม และเทคนิคการผ่าตัดมาเป็นลำดับ หากสาวใดที่มีปัญหาหน้าอกเล็ก หรือหนาอกคล้อยหย่อน โดยเฉพาะหลังจากการมีบุตรหลายคน หน้าอกที่เคยเต่งดึงกลับเหี่ยวเล็กลงอย่างน่าใจหายแล้วละก็วิธีนี้น่าจะเป็น ทางออกอีกทางหนึ่งเพื่อแก้ไขสภาพดังกล่าวให้ทรวดทรงกลับมาดูดีขึ้นได้

เมื่อ คุณตัดสินใจที่จะเสริมหน้าอก สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ไปโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษา คุณผู้หญิงจะต้องไปพูดคุยและรับการตรวจกับศัลยแพทย์ตกแต่งเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อจะได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการผ่าตัด การเลือกชนิดของถุงนมเทียม ลักษณะของแผลผ่าตัด และวิธีการดูแลอย่างละเอียด รวมทั้งตรวจดูเต้านมเดิมว่า มีก้อน หรือลักษณะที่ผิดปกติหรือไม่

ทั้ง นี้เพราะหากมีโรคของเต้านมที่ เจ้าตัวยังตรวจไม่พบ แพทย์จะได้ทำการรักษาเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาไปตรวจเจอก้อนหลังจากการเสริมหน้าอกไปแล้ว หลังจากนั้นก็ ต้องตรวจร่างกายเพื่อดูความพร้อมของร่างกายต่อการผ่าตัดว่าแข็งแรงพอไหม มีโรคประจำตัวอะไรบ้างที่เกี่ยวกับการดมยาสลบเพื่อผ่าตัด และนอกจากนั้นหมอก็มักจะวัดขนาดของหน้าอกเดิมเพื่อประเมินขนาดของถุงนมเทียม ที่เหมาะสมกับหน้าอกของคุณ (ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไปก็ไม่สวยทั้งสองอย่าง ต้องได้ขนาดกำลังดีจริงไหมครับ)

เมื่อกี้หมอ พูดถึงการเลือกถุงนมเทียม หรือถุงซิลิโคน ใช่แล้วครับ คุณต้องเลือก เพราะในปัจจุบันนี้ในท้องตลาดมีถุงซิลิโคนด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดที่บรรจุด้วยน้ำเกลือ และ ชนิดที่บรรจุด้วยซิลิโคนเจล
ทั้ง สองชนิดนี้เปลือกนอกเป็นซิลิโคนแผ่น นำมาเป่าขึ้นรูปเป็นทรงกลม ผิวนอก อาจจะเป็นผิวเรียบสนิท หรืออาจจะเป็นผิวขรุขระเหมือนผิวทรายก็ได้

ชนิดที่บรรจุด้วยน้ำเกลือนั้น เมื่อ แกะจากกล่องออกมาจะเป็นถุงเปล่า ๆ ไม่มีอะไรอยู่ข้างในเลย แต่มีจู๊บสำหรับการสูบฉีดน้ำเกลือเข้าไป จึงเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่จะต้องฉีดน้ำเกลือบริสุทธิ์เข้าไปในถุง ให้เต้าตามขนาดที่คุณได้เลือกไว้ ทั้งนี้แพทย์จะพยายามให้มีฟองอากาศน้อยที่สุด

อีกชนิดหนึ่งที่เป็นซิลิโคนเจล ตัวถุงและสารที่บรรจุอยู่ข้างในเป็นซิลิโคนเป่าจะบรรจุเสร็จจากโรงงาน และผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อย เปิดห่อแล้วใส่ได้เลย ขนาดที่ต้องการก็แล้วแต่เราจะเลือกใช้ ซึ่งทางผู้ผลิตก็มักจะผลิตขนาดหลากหลายตั้งแต่เล็กไม่กี่ซีซีจนถึงขนาดมหึมา เป็นหลาย ๆ ร้อยซีซีเลย

ข้อแตกต่างของถุงสองชนิดนี้ก็มีเหมือนกัน คือ ถุงน้ำเกลือนั้น จะมีความนุ่มเหลวกว่าถุงซิลิโคนอยู่บ้างพอสมควร

บาง คนอาจจะเคยได้ยินมาว่า เสริมหน้าอกแล้วจะก่อให้เกิดมะเร็งเต้านม หมอขอบอกตรงนี้เลยว่า ปัจจุบันนี้เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า การเสริมหน้าอกไม่มีความเกี่ยวของกันแต่อย่างใด (โดยองค์การอาหารและยาของอเมริกาก็ได้รายงานว่าไม่มีความเกี่ยวของกัน)

เมื่อคุณได้เลือกถุงซิลิโคนตามแบบและขนาดได้ตามต้องการ และคุณเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการผ่าตัด

 

  • โดย มากแพทย์มักจะทำการผ่าตัดเสริมเตานมโดยให้คนไข้ดมยาสลบ เพื่อสะดวกในการผ่าตัด แต่ก็มีเหมือนกันที่ใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการให้ยาเคลิ้มหลับ แต่ความนิยมน่าจะทำโดยการดมยามากกว่า
  • หลังจาก นั้นแพทย์จะ ผ่าตัดเปิดแผลที่รักแร้ ปานนม หรือใต้ราวนม แล้วแต่ว่าจะตกลงกับคนไข้ว่าอย่างไร โดยทั่วไปปัจจุบันนี้ความนิยมผ่าตัดเข้าทางรักแร้จะมากที่สด เนื่องจากสามารถหลีกเลี่ยงแผลบนเนินอกได้ดีกว่า
  • หลังจาก นั้นแพทย์จะแหวกเนื้อเต้านม และกล้ามเนื้อแผงหน้าอกให้แยกออกจากกันเป็นช่องกว้างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ถุง นมเทียมที่เลือกเอาไว้ได้
  • เมื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จึงจะค่อย ๆ ใส่ถุงนมเทียมเข้าไปทีละเล็กทีละน้อยจนเข้าไปในช่องจนหมด
  • เมื่อจัดรูปทรงเขาที่แล้วจึงเย็บแผลปิดด้วยไหมเล็ก ๆ จะเอาแบบละลาย หรือไม่ละลายก็ได้ เป็นอันเสร็จพิธีสำหรับ บางคนที่มีเนื้อหน้าอกค่อนข้างบาง หมออาจจะเสริมหน้าอกโดยการวางไว้ใต้กล้ามเนื้อแผงอก เพื่อจะได้มีเนื้อคลุมถุงนมเทียมเพิ่มอีกชั้นหนึ่งเป็นสองชั้นก็ได้เมื่อการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย ต่อไปก็เป็นขั้นตอนของการดูแลหลังการผ่าตัด 
    คุณ จะต้องนอนพักในโรงพยาบาลประมาณ 1-2 วัน เพื่อแพทย์จะได้ดูแลเรื่องอาการปวดบวม รวมทั้งอาการทั่วไป เมื่ออาการทั้งหลายคงที่แล้ว คุณไม่มีปัญหาอะไร ก็กลับบ้านได้ และแพทย์จะนัดมาตรวจหน้าอกและตัดไหมในอีกประมาณ 1 สัปดาห์แต่การดูแล ข้อสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่คนไข้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คือ การนวดหน้าอก ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายจะสร้างพังผืดมาล้อมตัวถุงนมเทียมไว้เสมอ หากถูกล้อมไว้จนแคบเกินไป หน้าอกอาจจะเกิดอาการตึงแข็งได้ หรือบางครั้งมีการบิดเบี้ยวของเต้านม

ดังนั้นแพทย์จึงมักจะกำชับ (แกมบังคับให้คุณหมั่นนวดคลึงหน้าอกเพื่อให้ถุงนมนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ ตลอดเวลา เป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวและทำให้เต้านมสวยงามยิ่งขึ้น โดยการนวดนั้นควรทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีเป็นดีที่สุด

หลัง การผ่าตัดไปแล้วในระยะยาว ผู้ที่ได้รับการเสริมเต้านมควรจะหมั่นตรวจดูเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ เพื่อดูลักษณะของเต้านม เช่นเดียวกับสาวทั่ว ๆไป ทั้งนี้เพื่อจะได้ตรวจดูโรคของเต้านมที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ อีกทั้งดูลักษณะของถุงนมด้วยว่ายังเป็นปกติดีหรือไม่

หากมีขัอ สงสัยเกี่ยวกับถุงซิลิโคนที่เสริมไว้ก็ควรกลับไปให้แพทย์ตรวจดูเป็นระยะๆ (ประมาณทุก 3 – 6 เดือน) เพราะหากมีปัญหาหรือข้อสงสัยการรั่วหรือฉีกขาด แพทย์ก็สามารถส่องตรวจดูสภาพถุงนมเทียมได้แต่ต้องใช้เครื่องมือตรวจพิเศษ เช่น การใช้อัลตราซาวน์ หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็ก เป็นต้น

การดูแลหลังการผ่าตัดที่ดี จะทำให้การปวดบวมหายเร็วขึ้น ถุงนมเทียมอยู่ในสภาพที่เหมาะสม คุณก็จะได้หน้าอกที่สวยและมีขนาดตามต้องการ

 มีหลายคนที่มาปรึกษาหมอแล้วถามว่า คุณหมอขาเสริมหน้าอกแล้วจะมีผลข้างเคียงอะไรมั้ยคะ
หมอ ตอบได้เลยว่า มีครับ ก็เป็นผลข้างเคียงเหมือนการผ่าตัดทั่วไป เช่น เรื่องแผลอักเสบ อาการเจ็บปวดบวมช้ำที่บริเวณหน้าอกในระยะแรก แต่ก็มักจะหายได้ในเวลาไม่นานนัก

แล้วที่นอกเหนือจากการผ่าตัดทั่ว ไป สำหรับการเสริมหน้าอกนั้นยังมีผลข้างเคียงที่สำคัญที่ คนไข้ทุกคนควรตระหนักเอาไว้ก่อนการตัดสินใจผ่าตัดได้แก่

1. การตึงแข็งและพังผืดล้อมถุงนมเทียม เป็น ผลข้างเคียงที่ เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก ทั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยสนับสนุนการเกิด ของพังผืดนี้ ได้แก่ เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์ อาจจะเกิดเลือดออก หรือเลือดคั่งที่โพรงเต้านมเทียม การเกิดการอักเสบรอบถุงนม การเลือกขนาดของถุงนมที่ไม่เหมาะสม โดยมากมักจะพบในพวกที่ชอบเสริมหน้าอกให้มีขนาดใหญ่ ๆ มากกว่า การใช้ถุงนมชนิดผิวเรียบสนิท และการดูแลของคนไข้ที่ไม่ดีพอ โดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ ของการผ่าตัด ซึ่งอย่างที่หมอได้บอกไว้แล้วว่า การนวดที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญมากทีเดียว ที่จะป้องกันผลข้างเคียงประการนี้ได้ ดังนั้นคุณจึงอย่าลืมการนวดเป็นอันขาด

2. ระดับของเต้านมไม่เท่ากัน โดยมากมักเกิดจากการวางถุงนมที่ไม่ดีเพียงพอ หรือการที่ถุงนมเคลื่อนตัวไปอยู่ในระดับที่สูงหรือต่ำกว่าปกติ ซึ่งหากแตกต่างกันมากก็มีความจำเป็นต้องผ่าตัดใหม่ เพื่อเข้าไปจัดตำแหน่งของถุงนมใหม่

3. อาการชาที่ปานนม หัวนม โดยมากมักจะเกิดขึ้นในช่วงระยะแรก ๆ เนื่องจากการเลาะแหวกช่องสำหรับวางถุงนมนั้นอาจจะมีการดึงรั้งเส้นประสาทที่ เลี้ยงหัวนมและปานนมได้แต่มักจะไม่เกิดขึ้นถาวร และจะหายชาได้เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน

4. แผลเป็นที่ผ่าตัดมีการปูดนูน แผลที่รักแร้ ปานนม หรือใต้ราวนม อาจจะมีคุณภาพของแผลเป็นที่ไม่สวยงามได้ ทั้งนี้อาจเนื่องจากการอักเสบของแผล ความตึงของผิวหนัง รวมทั้งลักษณะของผิวของคนไข้เอง หากแผลเป็นที่ไม่สวยงามเมื่อหายสนิทแล้ว สามารถจะแก้ไขได้โดยการตัดเย็บใหม่หรืออาจใช้ยาละลายแผลที่ปูดนูนได้ครับ

ขอ ส่งท้ายไว้สักนิดนะครับว่า การเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดที่เป็นที่นิยมมากอย่างหนึ่งในปัจจุบัน ทั้งนี้เนื่องจากความรู้และเทคนิคการผ่าตัดรวม ทั้งวัสดุที่ใช้เสริมก็ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแก้ไขปมด้อยของสาวๆ ที่มีหน้าอกเล็ก หรือแฟบหลังจากมีบุตรแล้วได้รับการแก้ไขให้กลับไปมีหน้าอกที่ดูดีขึ้นได้ อย่างไม่ยาก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะทำการผ่าตัดใด ๆ ควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการเสริมหน้าอกทั้งก่อน และหลังการผ่าตัดให้ถ่องแท้เสียก่อน รวมทั้งควรรับการผ่าตัดจากแพทย์ที่ มีความรู้ความชำนาญ เพื่อจะได้ผลการผ่าตัดที่สมบูรณ์และเต้านมที่สวยงามตามที่ต้องการและมีผล ข้างเคียงน้อยที่สุดครับ

เครดิตบทความดีๆ จาก www.oknation.net/

  • Credit:  siliconeclub.com
  • Credit pic: plasticsurgeryguru.net

 

9 thoughts on “การเสริมหน้าอกและยกกระชับ

  1. Pingback: buy RS Gold
  2. Pingback: u4fifa
  3. Pingback: albion gold

ใส่ความเห็น