<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; ไหม</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการยกกระชับหน้าด้วยไหม</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=2843</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=2843#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 20:08:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าเรียว/Botox]]></category>
		<category><![CDATA[การยกกระชับหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ไหม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=2843</guid>
		<description><![CDATA[Thread Lift  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการยกกระชับหน้าด้วยไหม..(SLIM UP) Skin Expert Text Dr.Nantapat Supapannachart ช่วงนี้กระแสการยกกระชับหน้าด้วยไหม กำลังมาแรง เลยอยากจะขอคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีตัวนี้ว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร และมีพัฒนาการอย่างไร ควรใช้ในกรณีไหนและมีข้อควรระวังอะไรบ้าง การยกกระชับหน้าด้วยไหม Aptos เทคโนโลยีในการยกกระชับหน้าด้วยไหม ที่จริงไม่ใช่ของใหม่ มันมีมานานกว่า 10 ปีแล้วค่ะ แนวคิดของการใช้ไหมก็คือ ทำอย่างไรให้ไม่ต้องผ่าตัดแล้วสามารถดึงหน้าได้ ในสมัยนั้นการยกกระชับหน้าแบบเทอร์มาจ หรืออัลเธอรายังไม่มี เมื่อต้องการจะต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกก็มีทางเดียวคือต้องผ่าตัดทำ face lift ซึ่งมีความยุ่งยาก มีความเสี่ยงสูง และมีช่วงเวลาที่ต้องพักฟื้นนาน จึงได้เกิดแนวคิดการใช้ไหมยกกระชับหน้าชื้นในช่วงแรก ซึ่งจะเป็นไหมที่มีชื่อเรียกว่า Aptos มีลักษณะเป็นไหมฟันปลา คิดค้นและพัฒนาโดยศัลยแพทย์ชาวรัสเซีย ที่ดัดแปลงการใช้ประโยชน์ของไหมเย็บแผล โดยคิดค้นและออกแบบเส้นไหมให้มีลักษณะเหมือนฟันปลาสำหรับเกี่ยวดึงผิวหนังให้ยกกระชับชื้น จึงเหมาะสำหรับการดึงผิวหน้าเฉพาะส่วน เช่น หางคิ้ว ร่องแก้ม เป็นต้น ไหมทอง..ยกกระชับ และให้ผิวใส ถัดมาก็เป็นไหมทอง ด้วยแนวคิดที่ว่าทองคำทำให้ผิวกระจ่างใสได้ ก็เลยมีการใส่ทองคำเข้าไปเพื่อให้ผิวใส ต่อมาก็มีการเพิ่มขนาดไหมเพื่อให้เกิดการยกกระชับผิวด้วย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปร่างกายก็จะสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณนั้น ทำให้ผิวยกขึ้น ดังขึ้น ข้อควรระวังก็คือ หลังทำควรจะต้องเลี่ยงทรีตเม้นต์ที่ให้ความร้อนต่าง ๆ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>Thread Lift  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการยกกระชับหน้าด้วยไหม..(SLIM UP)<br />
Skin Expert Text Dr.Nantapat Supapannachart<br />
<span id="more-2843"></span><br />
ช่วงนี้กระแสการยกกระชับหน้าด้วยไหม กำลังมาแรง เลยอยากจะขอคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีตัวนี้ว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร และมีพัฒนาการอย่างไร ควรใช้ในกรณีไหนและมีข้อควรระวังอะไรบ้าง</p>
<p>การยกกระชับหน้าด้วยไหม Aptos</p>
<p>เทคโนโลยีในการยกกระชับหน้าด้วยไหม ที่จริงไม่ใช่ของใหม่ มันมีมานานกว่า 10 ปีแล้วค่ะ แนวคิดของการใช้ไหมก็คือ ทำอย่างไรให้ไม่ต้องผ่าตัดแล้วสามารถดึงหน้าได้ ในสมัยนั้นการยกกระชับหน้าแบบเทอร์มาจ หรืออัลเธอรายังไม่มี เมื่อต้องการจะต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกก็มีทางเดียวคือต้องผ่าตัดทำ face lift ซึ่งมีความยุ่งยาก มีความเสี่ยงสูง และมีช่วงเวลาที่ต้องพักฟื้นนาน จึงได้เกิดแนวคิดการใช้ไหมยกกระชับหน้าชื้นในช่วงแรก ซึ่งจะเป็นไหมที่มีชื่อเรียกว่า Aptos มีลักษณะเป็นไหมฟันปลา คิดค้นและพัฒนาโดยศัลยแพทย์ชาวรัสเซีย ที่ดัดแปลงการใช้ประโยชน์ของไหมเย็บแผล โดยคิดค้นและออกแบบเส้นไหมให้มีลักษณะเหมือนฟันปลาสำหรับเกี่ยวดึงผิวหนังให้ยกกระชับชื้น จึงเหมาะสำหรับการดึงผิวหน้าเฉพาะส่วน เช่น หางคิ้ว ร่องแก้ม เป็นต้น</p>
<p>ไหมทอง..ยกกระชับ และให้ผิวใส</p>
<p>ถัดมาก็เป็นไหมทอง ด้วยแนวคิดที่ว่าทองคำทำให้ผิวกระจ่างใสได้ ก็เลยมีการใส่ทองคำเข้าไปเพื่อให้ผิวใส ต่อมาก็มีการเพิ่มขนาดไหมเพื่อให้เกิดการยกกระชับผิวด้วย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปร่างกายก็จะสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณนั้น ทำให้ผิวยกขึ้น ดังขึ้น ข้อควรระวังก็คือ หลังทำควรจะต้องเลี่ยงทรีตเม้นต์ที่ให้ความร้อนต่าง ๆ ที่ใบหน้า หรือทำด้วยความร้อนต่าง ๆ ที่ใบหน้า หรือทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนั้นการร้อยเส้นไหมทองคำอาจจะมีปัญหาสำหรับผู้ที่แพ้โลหะได้ จึงต้องทำด้วยความระมัดระวังและโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น นอกจากนี้ไหมทองจะไม่สามารถย่อยสลายได้ แม้ทำไปนานแล้วก็ตาม ถ้าไป x-ray ดูก็จะยังเห็นเป็นขีดๆ อยู่ทั่วใบหน้า โลหะหนักถือเป็นสารอนุมูลอิสระอย่างหนึ่ง ในปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาถึงผลกระทบในระยะยาว</p>
<p>ไหมละลาย&#8230;เทรนด์ยกกระชับหน้าที่กำลังมาแรง</p>
<p>ล่าสุดที่กำลังฮิตในขณะนี้คือไหมละลาย ซึ่งก็มีการพัฒนาเทคนิคกันในหลายประเทศ ทั้งอเมริกา ยุโรป และเกาหลี สำหรับไหมละลาย ชื่อก็บอกแล้วนะคะว่ามันจะย่อยสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ต่างกับ 2 แบบแรกที่ไม่ใช่ไหมละลาย สำหรับแนวคิดของไหมละลายจะแตกต่างจาก 2 วิธีแรกเลย คือไม่ได้ใช้ไหมเพื่อการยกผิว แต่เป็นการร้อยไหมเส้นเล็ก ๆ จำนวนมากเป็นร้อยเส้นเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ไหมจะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เนื่องจากเกิดการอักเสบของผิวหนังที่ร้อยไหมเข้าไปธรรมชาติจะสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่เกิดการอักเสบค่ะ</p>
<p>เป็นการหลอกให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่เราต้องการ เมื่อเกิดการสร้างคอลลาเจนก็ทำให้ผิวเกิดการกระชับดึงขึ้น ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้น ผลอยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6 เดือน ข้อดีคือทำแล้วเห็นผลทันที แต่ก็มีข้อเสียคือมีความเสี่ยง ถ้าร่างกายไม่รับแล้วเกิดแพ้ไหมขึ้นมา และไหมยังไม่ละลายร่างกายก็จะพยายามผลักมันออก ก็จะทำให้ผิวเป็นตุ่มๆ เป็นหนองขึ้นได้ นอกจากนี้การเอาเข็มจิ้มไหมลงไปเป็นร้อยครั้งก็จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อได้มากกว่า ดังนั้นต้องเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้นค่ะ</p>
<p>การจะเลือกใช้วิธีการยกกระชับหน้าด้วยไหมควรศึกษาหาข้อมูลให้มาก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะออกแบบการใช้ไหมให้เกิดประโยชน์เหมาะสมกับปัญหาได้มากที่สุด อาจไม่จำเป็นต้องใช้ไหมทั้งหน้า แต่เลือกใช้เฉพาะจุดเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด เพราะในบางจุดของใบหน้าก็ไม่เหมาะกับการใช้ไหม เช่นที่ปลายจมูก เพราะมีเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อย ก็อาจจะเกิดการอักเสบได้ง่าย ทุกการการรักษามีข้อดีข้อเสียงแตกต่างกันและมีความเหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาไม่เหมือนกัน จึงจำเป็นที่จะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและหาข้อมูล เพื่อให้ได้วิธีการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหามากที่สุดค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ขอบคุณ Credit ข้อมูลจาก</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/logo-kapook24.png" alt="Kapook" /></strong></p>
</div>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/slim_up_logo1.jpg" alt="" border="0" /><br />
ISSUE 47 พฤศจิกายน 2554</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=2843</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
