<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; แพทยสภา</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>มารู้จักโบท็อกซ์ (BOTOX) กับแพทยสภา &#8230; รศ.นพ.ประวิตร อัศวานนท์</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1797</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1797#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 18:11:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[BOTOX]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดหน้าเรียว]]></category>
		<category><![CDATA[สวย]]></category>
		<category><![CDATA[แพทยสภา]]></category>
		<category><![CDATA[โบท็อกซ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1797</guid>
		<description><![CDATA[ โบท็อกซ์ คืออะไร? &#8220;โบ ท็อกซ์&#8221; (Botox) เป็นชื่อทางการค้า (trade name) ของสาร โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นโปรตีน ชนิดหนึ่ง ที่สร้างจาก แบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษแก่มนุษย์ หากได้รับในปริมาณมากๆ เช่น จากอาหารกระป๋องที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อตัวนี้ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  จากการที่กล้ามเนื้อกระบังลมไม่ทำงาน  ผู้ป่วยจึงหยุดหายใจ &#160; โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์ อย่างไร? โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาท ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัว หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ เกิด อัมพาตของกล้ามเนื้อเล็กๆนั้น  โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และเห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 7? 14 วัน  แล้วแพทย์เอา &#8220;สารพิษ&#8221; นี้มาใช้ทำไม? แพทย์ทราบมานานหลายสิบปีแล้วว่าหากฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อในปริมาณน้อยๆ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2></h2>
<p><strong> </strong><strong>โบท็อกซ์ คืออะไร?</strong></p>
<p>&#8220;<strong>โบ ท็อกซ์&#8221; (Botox) เป็นชื่อทางการค้า (trade name) ของสาร โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นโปรตีน ชนิดหนึ่ง ที่สร้างจาก แบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษแก่มนุษย์ หากได้รับในปริมาณมากๆ</strong> เช่น จากอาหารกระป๋องที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อตัวนี้ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  จากการที่กล้ามเนื้อกระบังลมไม่ทำงาน  ผู้ป่วยจึงหยุดหายใจ</p>
<p style="text-align: center;"><span id="more-1797"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1799" rel="attachment wp-att-1799"><img class="alignnone size-full wp-image-1799" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/botox1.jpg" alt="" width="300" height="191" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์ อย่างไร?</strong></p>
<p>โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาท ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัว หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ เกิด อัมพาตของกล้ามเนื้อเล็กๆนั้น  โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และเห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 7? 14 วัน</p>
<p><strong> </strong><strong></strong><strong>แล้วแพทย์เอา &#8220;สารพิษ&#8221; นี้มาใช้ทำไม?</strong></p>
<p>แพทย์ทราบมานานหลายสิบปีแล้วว่าหากฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อในปริมาณน้อยๆ โบทูลินั่ม ท็อกซินจะทำให้กล้ามเนื้อ &#8220;คลายตัว&#8221; ดังนั้นในยุคแรกๆ จักษุแพทย์จึงนำโบทูลินั่ม ท็อกซิน มาฉีดรักษาโรคตาเหล่  ตาเข และโดยบังเอิญจากการฉีดรักษาในบริเวณรอบดวงตานี้เอง ก็ทำให้แพทย์พบว่าริ้ว รอยบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากหว่างคิ้วและรอบดวงตาดีขึ้นด้วย</p>
<p>ในยุคต่อมาจึงมีการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามตามมาอย่างแพร่หลาย และมีเทคนิควิธีการที่ ต่างๆ กันออกไป มีการนำมาฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวลง  ยกกระชับผิวหนัง ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ตลอดจนรักษาอาการปวดศีรษะ ปวดเกร็งต้นคอ และอีกหลายกรณี ในประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวมีการฉีดกันเป็น ล้านๆครั้ง ต่อปี</p>
<p><strong> </strong><strong></strong><strong>ผลของการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน อยู่นานเท่าใด?</strong></p>
<p>โดยทั่วไปผลของการฉีดจะอยู่ได้นานประมาณ 3-8 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับว่าฉีดรักษาอาการอะไร ฉีดบริเวณใด  ฉีดเป็นครั้งแรกหรือเป็นการฉีดซ้ำ  ผู้รับการรักษาอายุเท่าใด ซึ่งการที่ผลการรักษาอยู่ไม่ถาวรนั้น ที่จริงอาจนับได้ว่าเป็นข้อดี เพราะหากผลที่ได้รับไม่เป็นที่น่าพอใจ ในที่สุดก็จะค่อยๆ หายไปเองได้ ข้อเสียก็คือสิ้นเปลือง เพราะหากได้ผลดี  ถูกใจก็ต้องฉีดซ้ำเรื่อยๆ</p>
<p><strong></strong><strong>โบท็อกซ์ อันตรายหรือไม่</strong></p>
<p>จากการรวบรวมผู้ป่วยที่ได้รับการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน จำนวนมาก ในต่างประเทศ พบว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิต  เมื่อใช้โดยผู้เชี่ยวชาญและใช้ฉีดเพื่อความสวยงาม</p>
<p>ผลข้างเคียงส่วนมากที่เกิดขึ้นมักเป็นแบบเฉพาะที่ เช่น หนังตาตก  กลืนอาหารลำบาก  หน้าไม่สมมาตร  หรือจุดเลือดออกในบริเวณที่ฉีด  ซึ่งเกิดได้แม้ในมือผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นแพทย์ และผู้ทำการรักษาจึงควรคุยกันโดยละเอียดก่อนการฉีดทุกครั้ง</p>
<p><strong> </strong><strong></strong><strong>เมื่อเกิดผลข้างเคียงแล้วจะทำอย่างไร?</strong></p>
<p>ดังที่ได้กล่าวแล้วตอนต้นว่าผลจากการฉีด โบทูลินั่มท็อกซิน นั้นจะค่อยๆ หมดไปเองภายในเวลาเป็นเดือน ดังนั้นผู้รับการรักษาจึงใจเย็นๆ และค่อยๆ รอให้ผลของ โบทูลินั่ม<br />
ท็อกซิน หมดไปเองก็ได้  ส่วนในกรณีที่เกิดหนังตาตกนั้น ผู้รับการรักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นกรณีไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>ขอบคุณบทความและรูปภาพจาก http://hilight.kapook.com</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><a id="bt1"><strong>โบท็อกซ์สำหรับลดริ้วรอยเหี่ยวย่น</strong></a></p>
<p>ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่พบได้บ่อยคือ ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่เกี่ยวกับการบีบตัวของกล้ามเนื้อ หรือริ้วรอยที่เกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อ เช่น รอยตีนกา รอยย่นตามขวางที่หน้าผาก และรอยย่นตรงหว่างคิ้วที่เกิดจากการขมวดคิ้ว รวมทั้งรอยย่นที่คาง และรอยย่นที่คอเป็นต้น</p>
<p>หลัง จากการฉีดโบท็อกซ์ประมาณ 2-3 วัน จะเริ่มรู้สึกว่าริ้วรอยเหี่ยวย่นจะลดลง และได้ผลเต็มที่ในเวลา 1 สัปดาห์ และผลจะคงยังอยู่ประมาณ 3-6 เดือน</p>
<p>มี คำถามว่าฉีดโบท็อกซ์แต่ละครั้งแล้ว ผลอยู่ได้ไม่ถาวร แล้วสมควรที่จะฉีดหรือไม่ คำตอบคือ ถึงแม้ว่าในการฉีดแต่ละครั้ง ผลจะอยู่ไม่ถาวรก็จริง แต่ในช่วงระยะเวลา 3-6 เดือนที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์นั้น ยังได้ผลดีจากการชะลอริ้วรอยที่เกิดในช่วงนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนอายุ 30 ปี ถ้าไม่ได้ทำการรักษาอะไร อีก 6 เดือนข้างหน้า ริ้วรอยจะต้องเกิดมากขึ้น เพราะริ้วรอยจากกล้ามเนื้อบีบตัวจะเพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน ถ้าเขาปล่อยริ้วรอยแบบนี้ไปเรื่อยๆ ใบหน้าก็จะมีริ้วรอย และดูสูงวัยมากขึ้นทุกๆวัน แต่ถ้าในขณะตอนที่เขาอายุ 30 ปี เขามารักษาด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ริ้วรอยในช่วง 6 เดือนนั้นอาจหายไปหรือลดลงเกือบหมด และถ้าหมดตัวยาหมดฤทธิ์ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่กลับมา อย่างแย่ก็จะเท่ากับตอนเริ่มแรกที่เขาฉีดโบท็อกซ์คือเท่ากับ ตอนที่เขาอายุ 30 ปี ทั้งที่ตอนนั้นๆเขาอายุ 30 กว่าปีแล้ว และถ้าเขารับการฉีดโบท็อกซ์ต่อเนื่องตามที่แพทย์นัด ผลของตัวยาจะยิ่งมีอายุนานมากขึ้นเรื่อยๆ และใบหน้าของเขาก็จะไม่แก่ไปตามวัยที่มากขึ้นอีกด้วย</p>
<p>ริ้ว รอยเหี่ยวย่นที่สามารถรักษาได้ด้วยโบท็อกซ์ ได้แก่ รอยตีนกา รอยย่นใต้ตา รอยย่นตามขวางที่หน้าผาก รอยย่นขมวดคิ้ว รอยย่นที่สันจมูก ร่องแก้มเฉพาะส่วนด้านบน (ในบางราย) รอยย่นที่แก้ม (ในบางกรณี) รอยย่นที่คาง รอยเส้นๆตามขวางที่คอ และรอยย่นที่เป็นเหนียงที่คอ รอยย่นที่หน้าอก และรอยย่นที่หลังมือเป็นต้น</p>
<p><a id="bt2"><strong>โบท็อกซ์สำหรับความงามอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับรอยย่น</strong></a></p>
<p>นอกจากในแง่ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้ว โบท็อกซ์ยังนำมาใช้ในด้านความงามอื่นๆอีก ที่มีผู้มาใช้บริการนิยมมากคือ การใช้โบท็อกซ์ลดกราม ทำให้หน้าเรียวเล็กลง โดยเป็นธรรมชาติ ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น</p>
<p>นอก จากนี้ โบท็อกซ์ยังสามารถใช้ปรับแต่งทรงคิ้วให้สวยงามได้รูปตามที่ต้องการ, ปรับแต่งระดับคิ้วให้เท่ากัน ,ปรับใบหน้าสองข้างให้เท่ากันมากขึ้น ในรายที่หน้าเบี้ยว, ปรับแต่งตาให้กว้างขึ้น, ลดขนาดปีกจมูก, ลดถุงก้อนใต้ตา (ในบางกรณี), ช่วยทำให้รูขุมขนบนใบหน้าเล็กลง, ช่วยลดความมันบนใบหน้า, ช่วยปรับขนาดขมับในคนไข้บางคนที่ขมับไม่ได้รูป, ช่วยปรับลดโหนกแก้มให้เล็กลง หรือยกโหนกแก้มให้สูงขึ้นแล้วแต่คนไข้แต่ละราย, ช่วยลดคางสองชั้น, ช่วยทำให้หน้าตึงกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดดึงหน้า, ลดความหย่อนห้อยของแก้ม, ทำให้คอเรียวระหง และ ช่วยทำให้น่อง และ ต้นแขนเรียวเล็กลง</p>
<p align="right">?</p>
<p><a id="bt3"><strong>โบท็อกรักษาปัญหาอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับความงาม</strong></a></p>
<p>โบ ท็อกซ์จริงแล้ว ไม่ได้ใช้สำหรับในวัยผู้ใหญ่เท่านั้น เพราะมีบางกรณีที่เราใช้โบท็อกซ์ช่วยรักษาบางภาวะในเด็ก เช่นโรคกล้ามเนื้อบิดเกร็งในเด็ก ดังนั้นโบท็อกซ์จึงเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง เพราะแม้ในคนไข้เด็กก็ยังสามารถใช้โบท็อกซ์ในปริมาณที่มากกว่าการฉีดลดริ้ว รอยเสียอีก</p>
<p>ภาวะ เหงื่ออกมากผิดปกติ ก็เป็นอีกภาวะที่ใช้โบท็อกซ์รักษาได้ดีมาก ซึ่งบางรายนอกจากเหงื่อออกมากแล้ว ยังมาพร้อมกับอาการกลิ่นที่รุนแรงอีกด้วย ซึ่งโบท็อกซ์สามารถช่วยคนไข้ที่มีปัญหาในการเข้าสังคมนี้ได้ ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกตินี้ สามารถใช้โบท็อกซ์รักษาได้ ทั้งที่ รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ในหนังศีรษะ คอ อก และหลัง แต่ที่มีคนไข้มาฉีดลดเหงื่อบ่อยที่สุดคือ ที่รักแร้</p>
<p>อีก ภาวะหนึ่งที่ใช้โบท็อกซ์รักษาได้ผลดี คือการรักษาอาการปวดหัว จากไมเกรนหรือจากสาเหตุอื่นๆ พบว่าสารโบท็อกซ์นอกจากยับยั้งการหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการบีบตัวของกล้าม เนื้อได้แล้ว ยังสามารถลดการหลั่งสารที่ทำให้เกิดการปวดหลายๆชนิด ดังนั้นจึงนำการฉีดโบท็อกซ์มารักษาอาการปวดเหล่านี้ได้ นอกจากที่ศีรษะแล้ว ยังสามารถลดอาการปวดบริเวณคอ แผ่นหลัง สะโพก แขน และขาได้อีกด้วย</p>
<p>นอก จากโรคกล้ามเนื้อบิดเกร็งแล้ว ยังมีการใช้โบท็อกซ์สำหรับรักษาอาการตาเข ตาเหล่, กล้ามเนื้อหน้ากระตุก, กล้ามเนื้อคอบิด, โรคเอ็นกล้ามเนื้อที่เท้าอักเสบ, โรคกล้ามเนื้อหลอดอาหารผิดปกติ รวมทั้งภาวะความผิดปกติของการปัสสาวะอันเกิดจากความผิดปกติของกระเพาะ ปัสสาวะ</p>
<p align="right">?</p>
<p><a id="bt4"><strong>ข้อควรทราบก่อนรับบริการฉีดด้วยโบท็อกซ์</strong></a></p>
<p>การ ฉีดโบท็อกซ์เป็นศิลปะ ต้องอาศัยเทคนิคพิเศษพาะตัว และความชำนาญ ทั้งในการวิเคราะห์ปัญหาของคนไข้ และความเชี่ยวชาญในการฉีดโบท็อกซ์ ดังนั้นจึงควรรับการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านโบท็อกซ์เท่านั้น</p>
<p>โบ ท็อกซ์ที่ได้ผลดีเป็นที่ยอมรับมานานหลายสิบปี ทั้งในสหรัฐอเมริกา และนานาชาติทั่วโลกว่า เป็นโบท็อกซ์ที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ต้องเป็นโบท็อกซ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันมีสารโบทูลินูม ท็อกซินที่ผลิตในบางประเทศทางแถบเอเซีย เพิ่งผลิตมาไม่นานมานี้เอง แม้ราคาจะถูกกว่า แต่มีข้อจำกัดในประสิทธิภาพ และอาจมีผลข้างเคียงมากกว่า</p>
<p>การ รับบริการด้วยการฉีดโบท็อกซ์จากสถานพยาบาลบางแห่งที่เห็นว่าราคาถูก ผู้รับบริการควรระวังเรื่องที่มาของโบท็อกซ์ว่าเป็นของแท้จากอเมริกาหรือไม่ และต้องคำนึงถึงปริมาณการใช้ จำนวนยูนิตว่ามากน้อยแค่ไหน เพราะการฉีดยาที่เจือจาง อาจทำให้ผลการรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร</p>
<p>หาก คุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีใบหน้าที่แลดูอ่อนเยาว์ลง และดูสวยงามสมส่วนขึ้น โดยไม่ต้องศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น ไม่เสียเวลา และเห็นผลได้ในเวลาอันรวดเร็ว การฉีดโบท็อกซ์เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และได้ผลดีที่สุดอันดับต้นๆที่คุณต้องนึกถึง<br />
<strong>ขอบคุณข้อมูลจาก รพ.นครธน</strong></p>
<p>Credit: siliconeclub.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1797</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
