<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; เสริมความงาม</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%A1" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการยกกระชับหน้าด้วยไหม</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=2843</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=2843#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 20:08:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าเรียว/Botox]]></category>
		<category><![CDATA[การยกกระชับหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ไหม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=2843</guid>
		<description><![CDATA[Thread Lift  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการยกกระชับหน้าด้วยไหม..(SLIM UP) Skin Expert Text Dr.Nantapat Supapannachart ช่วงนี้กระแสการยกกระชับหน้าด้วยไหม กำลังมาแรง เลยอยากจะขอคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีตัวนี้ว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร และมีพัฒนาการอย่างไร ควรใช้ในกรณีไหนและมีข้อควรระวังอะไรบ้าง การยกกระชับหน้าด้วยไหม Aptos เทคโนโลยีในการยกกระชับหน้าด้วยไหม ที่จริงไม่ใช่ของใหม่ มันมีมานานกว่า 10 ปีแล้วค่ะ แนวคิดของการใช้ไหมก็คือ ทำอย่างไรให้ไม่ต้องผ่าตัดแล้วสามารถดึงหน้าได้ ในสมัยนั้นการยกกระชับหน้าแบบเทอร์มาจ หรืออัลเธอรายังไม่มี เมื่อต้องการจะต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกก็มีทางเดียวคือต้องผ่าตัดทำ face lift ซึ่งมีความยุ่งยาก มีความเสี่ยงสูง และมีช่วงเวลาที่ต้องพักฟื้นนาน จึงได้เกิดแนวคิดการใช้ไหมยกกระชับหน้าชื้นในช่วงแรก ซึ่งจะเป็นไหมที่มีชื่อเรียกว่า Aptos มีลักษณะเป็นไหมฟันปลา คิดค้นและพัฒนาโดยศัลยแพทย์ชาวรัสเซีย ที่ดัดแปลงการใช้ประโยชน์ของไหมเย็บแผล โดยคิดค้นและออกแบบเส้นไหมให้มีลักษณะเหมือนฟันปลาสำหรับเกี่ยวดึงผิวหนังให้ยกกระชับชื้น จึงเหมาะสำหรับการดึงผิวหน้าเฉพาะส่วน เช่น หางคิ้ว ร่องแก้ม เป็นต้น ไหมทอง..ยกกระชับ และให้ผิวใส ถัดมาก็เป็นไหมทอง ด้วยแนวคิดที่ว่าทองคำทำให้ผิวกระจ่างใสได้ ก็เลยมีการใส่ทองคำเข้าไปเพื่อให้ผิวใส ต่อมาก็มีการเพิ่มขนาดไหมเพื่อให้เกิดการยกกระชับผิวด้วย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปร่างกายก็จะสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณนั้น ทำให้ผิวยกขึ้น ดังขึ้น ข้อควรระวังก็คือ หลังทำควรจะต้องเลี่ยงทรีตเม้นต์ที่ให้ความร้อนต่าง ๆ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>Thread Lift  เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการยกกระชับหน้าด้วยไหม..(SLIM UP)<br />
Skin Expert Text Dr.Nantapat Supapannachart<br />
<span id="more-2843"></span><br />
ช่วงนี้กระแสการยกกระชับหน้าด้วยไหม กำลังมาแรง เลยอยากจะขอคุยเกี่ยวกับเทคโนโลยีตัวนี้ว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร และมีพัฒนาการอย่างไร ควรใช้ในกรณีไหนและมีข้อควรระวังอะไรบ้าง</p>
<p>การยกกระชับหน้าด้วยไหม Aptos</p>
<p>เทคโนโลยีในการยกกระชับหน้าด้วยไหม ที่จริงไม่ใช่ของใหม่ มันมีมานานกว่า 10 ปีแล้วค่ะ แนวคิดของการใช้ไหมก็คือ ทำอย่างไรให้ไม่ต้องผ่าตัดแล้วสามารถดึงหน้าได้ ในสมัยนั้นการยกกระชับหน้าแบบเทอร์มาจ หรืออัลเธอรายังไม่มี เมื่อต้องการจะต่อสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลกก็มีทางเดียวคือต้องผ่าตัดทำ face lift ซึ่งมีความยุ่งยาก มีความเสี่ยงสูง และมีช่วงเวลาที่ต้องพักฟื้นนาน จึงได้เกิดแนวคิดการใช้ไหมยกกระชับหน้าชื้นในช่วงแรก ซึ่งจะเป็นไหมที่มีชื่อเรียกว่า Aptos มีลักษณะเป็นไหมฟันปลา คิดค้นและพัฒนาโดยศัลยแพทย์ชาวรัสเซีย ที่ดัดแปลงการใช้ประโยชน์ของไหมเย็บแผล โดยคิดค้นและออกแบบเส้นไหมให้มีลักษณะเหมือนฟันปลาสำหรับเกี่ยวดึงผิวหนังให้ยกกระชับชื้น จึงเหมาะสำหรับการดึงผิวหน้าเฉพาะส่วน เช่น หางคิ้ว ร่องแก้ม เป็นต้น</p>
<p>ไหมทอง..ยกกระชับ และให้ผิวใส</p>
<p>ถัดมาก็เป็นไหมทอง ด้วยแนวคิดที่ว่าทองคำทำให้ผิวกระจ่างใสได้ ก็เลยมีการใส่ทองคำเข้าไปเพื่อให้ผิวใส ต่อมาก็มีการเพิ่มขนาดไหมเพื่อให้เกิดการยกกระชับผิวด้วย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปร่างกายก็จะสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณนั้น ทำให้ผิวยกขึ้น ดังขึ้น ข้อควรระวังก็คือ หลังทำควรจะต้องเลี่ยงทรีตเม้นต์ที่ให้ความร้อนต่าง ๆ ที่ใบหน้า หรือทำด้วยความร้อนต่าง ๆ ที่ใบหน้า หรือทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนั้นการร้อยเส้นไหมทองคำอาจจะมีปัญหาสำหรับผู้ที่แพ้โลหะได้ จึงต้องทำด้วยความระมัดระวังและโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น นอกจากนี้ไหมทองจะไม่สามารถย่อยสลายได้ แม้ทำไปนานแล้วก็ตาม ถ้าไป x-ray ดูก็จะยังเห็นเป็นขีดๆ อยู่ทั่วใบหน้า โลหะหนักถือเป็นสารอนุมูลอิสระอย่างหนึ่ง ในปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาถึงผลกระทบในระยะยาว</p>
<p>ไหมละลาย&#8230;เทรนด์ยกกระชับหน้าที่กำลังมาแรง</p>
<p>ล่าสุดที่กำลังฮิตในขณะนี้คือไหมละลาย ซึ่งก็มีการพัฒนาเทคนิคกันในหลายประเทศ ทั้งอเมริกา ยุโรป และเกาหลี สำหรับไหมละลาย ชื่อก็บอกแล้วนะคะว่ามันจะย่อยสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ต่างกับ 2 แบบแรกที่ไม่ใช่ไหมละลาย สำหรับแนวคิดของไหมละลายจะแตกต่างจาก 2 วิธีแรกเลย คือไม่ได้ใช้ไหมเพื่อการยกผิว แต่เป็นการร้อยไหมเส้นเล็ก ๆ จำนวนมากเป็นร้อยเส้นเข้าสู่ชั้นผิวหนัง ไหมจะไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง เนื่องจากเกิดการอักเสบของผิวหนังที่ร้อยไหมเข้าไปธรรมชาติจะสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่เกิดการอักเสบค่ะ</p>
<p>เป็นการหลอกให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่เราต้องการ เมื่อเกิดการสร้างคอลลาเจนก็ทำให้ผิวเกิดการกระชับดึงขึ้น ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้น ผลอยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6 เดือน ข้อดีคือทำแล้วเห็นผลทันที แต่ก็มีข้อเสียคือมีความเสี่ยง ถ้าร่างกายไม่รับแล้วเกิดแพ้ไหมขึ้นมา และไหมยังไม่ละลายร่างกายก็จะพยายามผลักมันออก ก็จะทำให้ผิวเป็นตุ่มๆ เป็นหนองขึ้นได้ นอกจากนี้การเอาเข็มจิ้มไหมลงไปเป็นร้อยครั้งก็จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อได้มากกว่า ดังนั้นต้องเลือกทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้นค่ะ</p>
<p>การจะเลือกใช้วิธีการยกกระชับหน้าด้วยไหมควรศึกษาหาข้อมูลให้มาก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อที่จะออกแบบการใช้ไหมให้เกิดประโยชน์เหมาะสมกับปัญหาได้มากที่สุด อาจไม่จำเป็นต้องใช้ไหมทั้งหน้า แต่เลือกใช้เฉพาะจุดเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด เพราะในบางจุดของใบหน้าก็ไม่เหมาะกับการใช้ไหม เช่นที่ปลายจมูก เพราะมีเลือดไปหล่อเลี้ยงน้อย ก็อาจจะเกิดการอักเสบได้ง่าย ทุกการการรักษามีข้อดีข้อเสียงแตกต่างกันและมีความเหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาไม่เหมือนกัน จึงจำเป็นที่จะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและหาข้อมูล เพื่อให้ได้วิธีการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหามากที่สุดค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ขอบคุณ Credit ข้อมูลจาก</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/logo-kapook24.png" alt="Kapook" /></strong></p>
</div>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/slim_up_logo1.jpg" alt="" border="0" /><br />
ISSUE 47 พฤศจิกายน 2554</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=2843</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมตกแต่ง</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1463</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1463#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 01:29:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนทำ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อควรรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรมตกแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1463</guid>
		<description><![CDATA[ชีวิต การทำงานสมัยใหม่เต็มไปด้วยวาระของการเข้าสังคม ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนองาน ในที่ประชุมใหญ่ การเสนอขายสินค้าหรืองานเลี้ยงฉลองความสำเร็จในโอกาสต่างๆ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องลุกขึ้นมาปรับโฉมให้ดูดีตลอดเวลา ในช่วงขณะที่อยู่ในสายตาของผู้อื่น ดังนั้นการทำศัลยกรรมตกแต่ง จึงกลายเป็นคำตอบของการสวยแบบทันใจ ปัจจุบันมีผู้สนใจทำศัลยกรรมตกแต่งจำนวนมาก เช่นการทำจมูกและตาสองชั้น รวมถึงการผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา การเสริมหน้าอกและการดูดไขมัน ซึ่งเป็นการทำศัลยกรรม เพื่อเสริมบุคลิกภาพ เน้นเสริม เติม แต่ง ให้บุคลิกดูดีขึ้นเป็นหลัก ถ้าคิดจะทำศัลยกรรม สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัย ควรต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมนั้นๆ ให้มากที่สุด การพิจารณาสถานพยาบาลและแพทย์ เพื่อความปลอดภัยต้องดูถึงมาตรฐานและคุณภาพมาตรฐาน ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย มีใบรับรองและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เป็นสำคัญ คุณภาพสามารถดูจากการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา ข้อดี ข้อเสีย ของการผ่าตัดแต่ละชนิด ซึ่งย่อมแสดงถึงความจริงใจที่ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้นั้นมีต่อคนไข้ และที่สำคัญจรรยาบรรณในวิชาชีพของศัลยแพทย์ตกแต่งที่ดีนั้น ย่อมไม่เสนอแนะหรือแนะนำคนไข้ว่าคุณต้องผ่าตัดอะไร เพื่อเสริมบุคลิกภาพ แต่คนไข้เองที่จะต้องเป็นผู้ถามแพทย์เองว่า เขาสามารถผ่าตัดเพื่อเสริมบุคลิกภาพ หรือเพื่อความสวยงาม (Cosmetic ) ได้หรือไม่ ซึ่งศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีจรรยาบรรณที่ดี จะใช้ดุลยพินิจตามความรู้ ความสามารถของเขาในการตอบเพียงว่าทำได้ โดย&#8230; หรือทำไม่ได้ เพราะ&#8230; ดังนั้นการตัดสินใจว่าจะผ่าตัดหรือไม่ จึงขึ้นกับคนไข้เป็นสำคัญไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่ง ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมตกแต่ง? 1.ต้อง มีสุขภาพแข็งแรง [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><br />
</strong></p>
<p>ชีวิต การทำงานสมัยใหม่เต็มไปด้วยวาระของการเข้าสังคม ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนองาน ในที่ประชุมใหญ่ การเสนอขายสินค้าหรืองานเลี้ยงฉลองความสำเร็จในโอกาสต่างๆ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องลุกขึ้นมาปรับโฉมให้ดูดีตลอดเวลา ในช่วงขณะที่อยู่ในสายตาของผู้อื่น ดังนั้นการทำศัลยกรรมตกแต่ง จึงกลายเป็นคำตอบของการสวยแบบทันใจ</p>
<p><span id="more-1463"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2005" rel="attachment wp-att-2005"><img class="alignnone size-medium wp-image-2005" title="hair-loss-1" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/hair-loss-1-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>ปัจจุบันมีผู้สนใจทำศัลยกรรมตกแต่งจำนวนมาก เช่นการทำจมูกและตาสองชั้น รวมถึงการผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา การเสริมหน้าอกและการดูดไขมัน ซึ่งเป็นการทำศัลยกรรม เพื่อเสริมบุคลิกภาพ เน้นเสริม เติม แต่ง ให้บุคลิกดูดีขึ้นเป็นหลัก ถ้าคิดจะทำศัลยกรรม สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัย ควรต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมนั้นๆ ให้มากที่สุด</p>
<p>การพิจารณาสถานพยาบาลและแพทย์ เพื่อความปลอดภัยต้องดูถึงมาตรฐานและคุณภาพมาตรฐาน ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย มีใบรับรองและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เป็นสำคัญ คุณภาพสามารถดูจากการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา ข้อดี ข้อเสีย ของการผ่าตัดแต่ละชนิด ซึ่งย่อมแสดงถึงความจริงใจที่ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้นั้นมีต่อคนไข้ และที่สำคัญจรรยาบรรณในวิชาชีพของศัลยแพทย์ตกแต่งที่ดีนั้น ย่อมไม่เสนอแนะหรือแนะนำคนไข้ว่าคุณต้องผ่าตัดอะไร เพื่อเสริมบุคลิกภาพ แต่คนไข้เองที่จะต้องเป็นผู้ถามแพทย์เองว่า เขาสามารถผ่าตัดเพื่อเสริมบุคลิกภาพ หรือเพื่อความสวยงาม (Cosmetic ) ได้หรือไม่ ซึ่งศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีจรรยาบรรณที่ดี จะใช้ดุลยพินิจตามความรู้ ความสามารถของเขาในการตอบเพียงว่าทำได้ โดย&#8230; หรือทำไม่ได้ เพราะ&#8230; ดังนั้นการตัดสินใจว่าจะผ่าตัดหรือไม่ จึงขึ้นกับคนไข้เป็นสำคัญไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่ง ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมตกแต่ง?</p>
<p>1.ต้อง มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติหรือกำลังป่วยเป็นโรคกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคความดันและโรคเบาหวาน กลุ่มโรคเลือด เช่น โรคเลือดไหลไม่หยุดและกลุ่มโรคติดเชื้อ เช่น โรคไข้หวัด โรคไซนัส หากป่วยต้องรักษาให้หายก่อน หรือความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับที่คุมอาการได้ และไม่เสี่ยงต่อการผ่าตัด ซึ่งจำเป็นต้องปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งก่อนเสมอ<br />
จึงจะสามารถทำศัลยกรรมได้?????????</p>
<p>2.พักผ่อนให้เพียงพอให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่งโมง</p>
<p>3.ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่งโมง ก่อนทำ เพื่อให้การทำศัลยกรรมตกแต่ง ในครั้งนั้นราบรื่นไม่ต้องสะดุดหยุดกลางคัน เพราะต้องเลื่อนเวลาหรือวันผ่าตัด</p>
<p>4.หากมีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน</p>
<p><strong>เกร็ดความรู้ : ศัลยกรรมการเสริมจมูก</strong></p>
<p>โครงสร้างของใบหน้าที่งดงามประกอบไปด้วย รูปโครงหน้า คิ้ว ตา ปาก และจมูก ถ้าคุณมีรูปหน้าดี คิ้วดี ตาสวย ปากบาง แต่จมูกแบนบาน คุณก็ดูแค่ธรรมดา แต่หากมีจมูกเป็นสันสวยรับกับใบหน้า คุณก็จะเป็นคนที่สวยโดดเด่นขึ้นมาในทันใด ดังนั้นจึงไม่แปลกใช่มั้ยถ้าหมอจะบอกว่า การเสริมจมูก เป็นศัลยกรรมตกแต่งที่สาวไทย (หนุ่ม ๆ ด้วย) นิยมทำกันมากที่สุดอย่างหนึ่ง ใคร ๆ ก็อยากสวยอยากหล่อดูดีมีดั้งโด่งเป็นสันคมเข้มทั้งนั้นแหละครับ</p>
<p>ในบทนี้หมอจึงจะแนะนำวิธีการเพิ่มสวยเติมหล่อด้วยการเสริมจมูกที่ปลอดภัยมาให้ได้ทราบกัน</p>
<p>การเสริมจมูก เป็นการตกแต่งโครงสร้างของจมูกให้ดูสูงขึ้น ทำให้โครงสร้างจมูกมีรูปร่างที่สวยงามขึ้น การผ่าตัดเสริมจมูกมีทำกันมานานหลายสิบปีแล้ว คนที่มีโครงสร้างของจมูกแบนทั้งผู้ชายและหญิงสาวสามารถรับการผ่าตัดเสริม จมูกได้ ควรจะมีอายุอย่างน้อย 16 ปี ขึ้นไป<br />
<strong><br />
วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกมีหลายชนิด จำแนกง่าย ๆ คือ</strong></p>
<p>1. จากร่างกายของผู้รับการผ่าตัด (Autograft)<br />
เช่น กระดูก กระดูกอ่อน ฯลฯ วิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้เสริมจมูกคนไข้ที่มีจมูกผิดรูป เนื่องจากอุบัติเหตุหรือแก้ไขความพิการจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น เนื้องอก ความพิการแต่กำเนิด เป็นต้น และไม่เหมาะสำหรับการผ่าตัดเสริมจมูก เพื่อความงามสำหรับบุคคลทั่ว ๆ ไป</p>
<p>2. วัสดุสังเคราะห์ (Synthetic prothesis)<br />
เช่น ซิลิโคนแท่ง (Silicone) ที่ใช้ในวงการแพทย์ (Medical grade) เพราะจะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถรับและห่อหุ้มแท่งซิลิโคนให้ยึดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ ดี</p>
<p>ยังมีวัสดุอีกหลายชนิดที่มีการนำมาเสริมจมูก แต่ปัจจุบันนี้วัสดุทั้ง 2 อย่างนี้ยังเป็นที่ใช้กันแพร่หลายมาก</p>
<p>คุณ รู้แล้วนะครับว่า ส่วนมากแพทย์จะเลือกใช้ซิลิโคนแท่งในการผ่าตัดเสริมจมูก ทีนี้ถ้าคุณต้องการที่จะเสริมจมูกให้โด่งสวย คุณต้องปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน และพึงทราบว่า การผ่าตัดเสริมจมูกนั้นมีความสำคัญมาก เพราะจมูกเป็นโครงสร้างที่อยู่บนส่วนกลางของใบหน้า</p>
<p>ดังนั้นควร พิจารณาควบคู่ไปกับโครงสร้างอื่น ๆ เช่น คิ้ว หน้าผาก ตา แก้ม และริมฝีปากด้วย ซึ่งโครงสร้างอื่น ๆ จะมีส่วนในการกำหนดความสูง ความกว้างของตัวจมูก และปลายจมูกด้วย</p>
<p>แพทย์จะ สอบถามความต้องการของคุณ และตรวจสอบโครงสร้างของจมูก รวมถึงเนื้อเยื่อในโพรงจมูกด้านนอก (Anterior nare) และจะพิจารณาส่วนต่าง ๆ ในโครงหน้าประกอบด้วยว่า ถ้าทำแล้วดูสวยดูดีเหมาะกับรูปหน้าของคุณหรือไม่ ถ้าเห็นว่าโอเค..สวยคุณก็จะได้จมูกโด่งตามที่คุณต้องการถ้าเห็นว่าไม่เหมาะ เช่น โด่งเกินไป แหลมเกินไป อาจเกิดผลข้างเคียงได้ หมออาจแนะนำให้คุณลดขนาดลงมาแทน หรือดูให้เหมาะสมกับคุณเป็นคุณที่สวยไม่เหมือนใครก็ได้ ดังนั้นขั้นตอนนี้คุณจึงต้องแจ้งความประสงค์และพูดคุยทำความเข้าใจกับแพทย์ ให้ดี เพราะสวยของคุณกับสวยของแพทย์อาจไม่ตรงกันก็ได้</p>
<p>นอกจาก นั้นคุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่า คุณเคยผ่าตัดอะไรเกี่ยวกับจมูกมาหรือเปล่า มีโรคประจำตัวมั้ย หรือแพ้ยาอะไรบ้าง และถ้าคุณยังมีปัญหาใดสงสัยที่ต้องให้แพทย์อธิบาย ก็ถามให้หมดเพื่อความสบายใจ</p>
<p>หลังจากที่คุณกับแพทย์ทำความเข้าใจ กันเป็นที่เรียบร้อย แพทย์ก็จะทำการผ่าตัด เพราะการผ่าตัดเสริมจมูกเป็นการผ่าตัดที่ไม่ยุ่งยากนัก และใช้เวลาไม่นาน ชั่วโมงเดียวก็เสร็จแล้ว คุณจึงสามารถรับการผ่าตัดได้เลย<br />
#ว่าแล้วแพทย์ก็จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้คุณนอนหลับ ลดอาการวิตก และทำให้การฉีดยาชารอบจมูกสามารถกระทำได้ง่าย และคุณก็ไม่รู้สึกเจ็บด้วย</p>
<p>#หลังจากนั้นเมื่อมีการวัดจมูกเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะนำแท่งซิลิโคน ซึ่งได้ตกแต่งและทำรูปร่างให้เรียบร้อยตามที่กำหนดไว้มาใส่ที่สันจมูก โดยแผลที่ผ่าตัดจะมีความยาวประมาณ 1 ซม. บริเวณขอบรูจมูก อาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ ตามแต่ความถนัดของแพทย์</p>
<p>#จากนั้นจะมีการผ่าตัดสร้างช่องว่าง (Pocket) ที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก ให้สามารถใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้ได้</p>
<p>#เมื่อใส่เข้าไปก็ตรวจสอบความเรียบร้อย เย็บปิดแผลประมาณ 3 เข็ม ปิดพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูก เพื่อช่วยป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวมเป็นอันเรียบร้อย ทั้งนี้การใช้วัสดุเย็บแผลหรือชนิดพลาสเตอร์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ แต่ละท่าน</p>
<p>#แพทย์จะให้คุณนอนพักประมาณ 1 ชม. เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีฤทธิ์ยานอนหลับตกค้างอยู่แล้ว คุณก็สามารถกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องพักค้างคืนที่โรงพยาบาล</p>
<p>ที่มา : บทความจากแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง</p>
<p>Credit:</p>
<p>ขอขอบคุณ sikarin.com และ siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1463</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
