<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; สุขภาพจิต</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>รู้จักอารมณ์ใคร่ เข้าใจอารมณ์รัก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1450</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1450#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 01:08:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์รัก]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์ใคร่]]></category>
		<category><![CDATA[เข้าใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1450</guid>
		<description><![CDATA[บทความโดย นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล เมื่อเดือนแห่งความรักที่ใครหลายคนก็รู้จักมาเยือนอีกครั้ง แต่บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินว่า เรื่องรักเรื่องใคร่ที่น่าจะทำให้มีความสุข กลับกลายเป็นเทศกาลแห่งความห่วงใย อะไรทำให้คนที่เป็นผู้ใหญ่ เช่น พ่อ แม่ ผู้ปกครอง รู้สึกเกิดความวิตกกังวลเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ้นในวัยรุ่น นอกจากเกี่ยวกับลักษณะทางเพศแล้ว สิ่งที่ตามมาอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ เรื่องอารมณ์ ไม่เฉพาะอารมณ์หรือความรู้สึกทางเพศเท่านั้น แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิดต่างๆ ที่ค่อนข้างอ่อนไหว และมีความแปรปรวนง่าย ทำให้เกิดความเป็นห่วง และที่น่าเป็นห่วง คือ การใช้ sex เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องการยอมรับด้วยเช่นกัน จนบางครั้งทำให้กลายเป็นเหยื่อทางเพศตามมาได้ รู้จักวัยแห่งความอยากรู้และอยากลอง ความอยากรู้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นก็อยากรู้เช่นกัน มีเรื่องราวมากมายที่วัยรุ่นอยากรู้ แต่ที่ขาดเสียมิได้ คือ เรื่อง sex จากการสำรวจพฤติกรรมวัยรุ่น พบว่าพวกเขาให้ความสนใจเรื่อง sex ไม่น้อยเลย และเป็นอันดับต้นๆ ที่ผู้ใหญ่ควรหันมาใส่ใจ เพราะวัยรุ่นมักเป็นวัยที่ชอบลอง ถูกบ้างผิดบ้างปะปนกันไป วัยรุ่นสมัยนี้มีพฤติกรรมทางเพศที่รวดเร็วและเก่งกล้า (มิใช่เล่น) และมิใช่เฉพาะวัยรุ่นชายเท่านั้น บางรายพบว่าวัยรุ่นหญิงเองก็มีบทบาทไม่น้อยเลยทางด้านการก่อให้เกิดปัญหาทาง sex มีการสำรวจในกรุงเทพมหานคร พบว่าวัยรุ่นชายเริ่มมี sex ครั้งแรกเมื่ออายุเฉลี่ย 16.67 [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>บทความโดย นพ.กัมปนาท ตันสิถบุตรกุล</p>
<p>เมื่อเดือนแห่งความรักที่ใครหลายคนก็รู้จักมาเยือนอีกครั้ง แต่บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินว่า เรื่องรักเรื่องใคร่ที่น่าจะทำให้มีความสุข กลับกลายเป็นเทศกาลแห่งความห่วงใย</p>
<p><span id="more-1450"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2013" rel="attachment wp-att-2013"><img class="alignnone size-medium wp-image-2013" title="Remove-additional-pounds-1" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Remove-additional-pounds-11-300x216.jpg" alt="" width="300" height="216" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p style="text-align: center;">อะไรทำให้คนที่เป็นผู้ใหญ่ เช่น พ่อ แม่ ผู้ปกครอง รู้สึกเกิดความวิตกกังวลเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เกิดขึ้นในวัยรุ่น นอกจากเกี่ยวกับลักษณะทางเพศแล้ว สิ่งที่ตามมาอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือ เรื่องอารมณ์ ไม่เฉพาะอารมณ์หรือความรู้สึกทางเพศเท่านั้น แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิดต่างๆ ที่ค่อนข้างอ่อนไหว และมีความแปรปรวนง่าย ทำให้เกิดความเป็นห่วง และที่น่าเป็นห่วง คือ การใช้ sex เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องการยอมรับด้วยเช่นกัน จนบางครั้งทำให้กลายเป็นเหยื่อทางเพศตามมาได้</p>
<p>รู้จักวัยแห่งความอยากรู้และอยากลอง<br />
ความอยากรู้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นก็อยากรู้เช่นกัน มีเรื่องราวมากมายที่วัยรุ่นอยากรู้ แต่ที่ขาดเสียมิได้ คือ เรื่อง sex จากการสำรวจพฤติกรรมวัยรุ่น พบว่าพวกเขาให้ความสนใจเรื่อง sex ไม่น้อยเลย และเป็นอันดับต้นๆ ที่ผู้ใหญ่ควรหันมาใส่ใจ เพราะวัยรุ่นมักเป็นวัยที่ชอบลอง ถูกบ้างผิดบ้างปะปนกันไป วัยรุ่นสมัยนี้มีพฤติกรรมทางเพศที่รวดเร็วและเก่งกล้า (มิใช่เล่น) และมิใช่เฉพาะวัยรุ่นชายเท่านั้น บางรายพบว่าวัยรุ่นหญิงเองก็มีบทบาทไม่น้อยเลยทางด้านการก่อให้เกิดปัญหาทาง sex</p>
<p>มีการสำรวจในกรุงเทพมหานคร พบว่าวัยรุ่นชายเริ่มมี sex ครั้งแรกเมื่ออายุเฉลี่ย 16.67 ปี ส่วนวัยรุ่นหญิงเริ่มมี sex ครั้งแรกเมื่ออายุเฉลี่ย 17.93 ปี (ซึ่งมีแนวโน้มของอายุจะลดลงเรื่อยๆ ในทั้งสองเพศ) และบุคคลที่มี sex ครั้งแรกนั้น ประมาณร้อยละ 70 มีกับแฟน รองลงมาร้อยละ 13 มีกับเพื่อนร่วมโรงเรียนหรือสถาบัน และใช้ถุงยางอนามัยเพียง 19.7 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์ที่ผลักดันให้มี sex มากที่สุดร้อยละ 72 คือ ความใกล้ชิดและการดูจากสื่อลามก และเมื่อปัญหาเกิดขึ้น ฝ่ายชายมักจะถูกตำหนิและลงโทษเสียมากกว่า</p>
<p>จากการสัมภาษณ์วัยรุ่นชายที่ก่อคดีอาชญากรรมทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา รวมถึงการทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตและถูกควบคุมอยู่ในสถานพินิจ และฝ่ายหญิงไม่ว่าจะเป็นเจ้าตัวหรือผู้ปกครองออกมาฟ้องร้องจนเป็นข่าวดังๆ มากมาย พบว่าเบื้องหลังเรื่องราวเหล่านั้น วัยรุ่นหญิงเองก็มีพฤติกรรมที่ส่อหรือส่งเสริมให้เิกิดการกระทำผิดของอีกฝ่ายด้วย เช่น การแต่งตัวโป๊มาก จนวัยรุ่นชายที่อยู่ในวัยกำหนัดหักห้ามใจไม่ไหว หรือวัยรุ่นหญิงบางรายก็มีประวัติผ่านการมี sex กับผู้ชายมาหลายคน แต่รายนี้ผู้ปกครองเกิดจะเอาเรื่องขึ้นมาด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ซึ่งสุดท้ายด้วยวัยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ รักสนุก ขาดความยั้งคิด (ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว พวกเขาเหล่านั้นต้องการการชี้แนะที่ถูกต้องจากผู้ใหญ่ แต่แทบไม่มีใครใส่ใจตรงนี้เลย) สุดท้ายก็นำมาซึ่งความเสี่ยงต่างๆ มากมาย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่เคยผ่านมาคงจะพอเดาได้ว่าทำไม หรือเหตุผลใดที่อยากลอง เหตุผลต่างๆ ที่สนับสนุนให้อยากลองในช่วงวัยรุ่น คือ</p>
<ul>
<li>เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น (รู้สึกตื่นเต้น) ต้องทดสอบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใหม่ว่าเป็นอย่างไร</li>
<li>เพื่อนที่เคยผ่านมาก่อนเรา เคยเล่าหรือแนะนำให้ลองทำตาม หรือการรับรู้ผ่านทางสื่อที่มีอยู่่มากมายนับไม่ถ้วน</li>
<li>อารมณ์หรือฮอร์โมนเพศเป็นตัวนำพา รวมถึงการถูกกระตุ้นจากฝ่ายตรงข้ามที่มากเกินไปด้วย</li>
</ul>
<p>อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยและครอบครัวที่ขาดความอบอุ่นและการดูแลที่เหมาะสม ทำให้วัยรุ่นขาดที่ให้คำปรึกษาหรือที่พึ่งทางใจเมื่อมีความทุกข์ใจ ซึ่งแม้จะเป็นสาเหตุของปัญหาทางอ้อมก็ตาม แต่ก็ยังถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญตัวหนึ่ง ยิ่งครอบครัวไหนที่มีสมาชิกอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อด้วยแล้ว ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย อารมณ์และจิตใจของเด็กให้เห็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่อง sex ที่ผู้ใหญ่รู้แต่มักปิดกั้นและไม่พูดถึง จนเด็กต้องหาทางออกและลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ดังนั้นทางที่ดีควรให้ความรู้แก่พวกเขา เพื่อให้รู้เท่าทันสาเหตุและผลที่ตามมา</p>
<p>Sex โง่ มักเกิดจากอารมณ์พาไป<br />
อารมณ์แรก คือ อารมณ์ทางเพศ เกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ เช่น ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของเพศชายและฮอร์โมนเอสโตรเจนของเพศหญิง ฮอร์โมนเหล่านี้มีระดับที่แตกต่างกันในแต่ละคนและในแต่ละช่วงเวลา บางคนมีฮอร์โมนเพศมากเกินไป นอกจากจะมีผลต่อร่างกายแล้ว อาจส่งผลให้เกิดอารมณ์ทางเพศมากขึ้นด้วย ดังนั้น การควบคุมที่ดีก็คือ การลดการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเหล่านั้น (โดยไม่จำเป็น) นั่นคือการลดการกระตุ้นทางสายตาและการสัมผัส ซึ่งพบว่าเป็นตัวกระตุ้นที่ดีที่สุด</p>
<p>อารมณ์เหงา อารมณ์ทางเพศของเราบางครั้งมิได้เกิดจากความต้องการทางเพศอย่างแท้จริง หากแต่เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นทางอ้อม จากการที่เราไม่มีความสุขในชีวิต พบว่าวัยรุ่นหลายๆ คนเกิดจากความเหงาใจ ความทุกข์ใจและหาทางออกไม่ได้ จึงต้องพึ่งพากิจกรรมทางเพศเป็นตัวทดแทนความทุกข์ใจเหล่านั้น ต้องการทำซ้ำๆ จนกลายเป็นเพศสัมพันธ์แบบสำส่อน จนเกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามมา</p>
<p>ถูกสารกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ อารมณ์ทางเพศสามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้สารกระตุ้น เช่น การดื่มสุรา สามารถกระตุ้นอารมณ์เพศรวมถึงการทำให้ยับยั้งชั่งใจที่ลดลง ทำให้เผลอตัวเผลอใจไปกับการกระตุ้นทางเพศได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีสารเสพติดอีกมากมายที่สามารถกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ หรือทำให้เกิดการขาดความยับยั้งชั่งใจหรือควบคุมตนเองได้</p>
<p>ขาดทางออกที่ดีเมื่อมีอารมณ์ทางเพศ อารมณ์ทางเพศสามารถทำให้ลดลงได้ โดยไม่ต้องกินยาหรือฉีดยาไปต้านฮอร์โมน แต่สามารถใช้วิธีการง่ายๆ คือ การเบี่ยงเบนความคิด ความรู้สึกในเรื่องของอารมณ์ทางเพศต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะส่งผลทางด้านสุขภาพกายแล้วยังส่งผลให้สุขภาพจิตดีขึ้นด้วย นอกจากนี้การทำกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างสรรค์ ใช้ความคิด จะทำให้สมองเราเกิดสมาธิ เมื่อเกิดสมาธิก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้น นอกจากจะช่วยให้เราเป็นคนฉลาดขึ้นแล้ว ยังส่งผลทางด้านอารมณ์ให้ผ่อนคลายและมีสารแห่งความสุขหลั่งออกมา ก็ไม่ต้องหาสิ่งทดแทน เพราะมิได้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสุขที่ยั่งยืนถาวร<br />
&#8220;เพราะฉะนั้น ไม่อยากตกหลุมพราง อย่าเปิดทางให้สื่อกระตุ้นเร้า&#8221; คำแนะนำที่สำคัญก็คือ พยายามอย่าเปิดโอกาสที่อยู่กันสองต่อสองหรือใกล้ชิดกันมากเกินไป ควรมีระยะห่างที่เหมาะสม และไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าเรารังเกียจเขา</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การพยายามทำความเข้าใจกับอารมณ์ของตัวเอง หรือการพยายามฝึกฝนควบคุมพฤติกรรมอันจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเพศนั้น จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าตัวของวัยรุ่นคนนั้นขาดความตระหนักและความเข้าใจถึงผลเสียที่จะเกิดตามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Credit:</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ablehealth11.blogspot.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1450</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ป่วยกาย อย่าป่วยใจ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1434</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1434#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 00:49:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ป่วยกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[อย่าป่วยใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1434</guid>
		<description><![CDATA[บทความโดย พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 ยามเจ็บไข้ได้ป่วย คนส่วนใหญ่จะไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงการเจ็บป่วยทางกาย เนื่องจากกาย (ร่างกายที่เป็นส่วนของเนื้อ หนัง กระดูก อวัยวะต่างๆ) กับใจ (ซึ่งประกอบไปด้วยความคิดอ่าน ความจำ ความรู้สึก) มีผลต่อเนื่องเชื่อมโยงถึงกันตลอดเวลา ทั้งยามหลับหรือยามตื่น ทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว ในบางครั้งเกิดขึ้นจากสาเหตุทางร่างกายก่อน แล้วส่งผลกระทบต่อจิตใจ เช่น โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต อุบัติเหตุที่นำมาสู่การสูญเสียอวัยวะ โรคต่างๆ ที่มีอาการปวดเป็นหลัก เหล่านี้ย่้อมนำมาสู่ปฏิกิริยาตอบสนองทางจิตใจ อาจเป็นแค่ภาวะเครียดเพียงชั่วคราว แล้วสามารถทำใจยอมรับได้ หรืออาจรุนแรงเข้มข้นขึ้นถึงขั้นมีความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล เป็นต้น เมื่อมีสภาวะทางร่างกายที่ผิดไปจากปกติในเรื่องของ Distress คือ ความไม่สบายกาย รู้สึกอึดอัด ปวด เมื่อยล้า อ่อนแรง Disability คือ สภาวะที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ Disfiguring คือ การมีรูปร่างผิดไปจากปกติ Immobility คือ สภาวะที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ ขั้นแรกสุดนั้น จิตใจจะต้องมีการปรับสมดุลโดยการใช้กลไกทางจิตใจต่างๆ (Defense Mechanism) [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>บทความโดย พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1</p>
<p>ยามเจ็บไข้ได้ป่วย คนส่วนใหญ่จะไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงการเจ็บป่วยทางกาย เนื่องจากกาย (ร่างกายที่เป็นส่วนของเนื้อ หนัง กระดูก อวัยวะต่างๆ) กับใจ (ซึ่งประกอบไปด้วยความคิดอ่าน ความจำ ความรู้สึก) มีผลต่อเนื่องเชื่อมโยงถึงกันตลอดเวลา ทั้งยามหลับหรือยามตื่น ทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัว</p>
<p><span id="more-1434"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1984" rel="attachment wp-att-1984"><img class="alignnone size-medium wp-image-1984" title="woman-tai-chi" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/woman-tai-chi-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>ในบางครั้งเกิดขึ้นจากสาเหตุทางร่างกายก่อน แล้วส่งผลกระทบต่อจิตใจ เช่น โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต อุบัติเหตุที่นำมาสู่การสูญเสียอวัยวะ โรคต่างๆ ที่มีอาการปวดเป็นหลัก เหล่านี้ย่้อมนำมาสู่ปฏิกิริยาตอบสนองทางจิตใจ อาจเป็นแค่ภาวะเครียดเพียงชั่วคราว แล้วสามารถทำใจยอมรับได้ หรืออาจรุนแรงเข้มข้นขึ้นถึงขั้นมีความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล เป็นต้น เมื่อมีสภาวะทางร่างกายที่ผิดไปจากปกติในเรื่องของ</p>
<ul>
<li>Distress คือ ความไม่สบายกาย รู้สึกอึดอัด ปวด เมื่อยล้า อ่อนแรง</li>
<li>Disability คือ สภาวะที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ</li>
<li>Disfiguring คือ การมีรูปร่างผิดไปจากปกติ</li>
<li>Immobility คือ สภาวะที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้</li>
</ul>
<p>ขั้นแรกสุดนั้น จิตใจจะต้องมีการปรับสมดุลโดยการใช้กลไกทางจิตใจต่างๆ (Defense Mechanism) หรือที่เรียกว่า ปรับใจให้สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ โดยให้มีความอึดอัดเกิดขึ้นน้อยที่สุด แต่ถ้าการปรับใจเกิดขึ้นได้ไม่ดีพอ ก็จะนำไปสู่ความอึดอัด ความเครียด ความกังวลหรือความโกรธ คราวนี้นอกจากเจ็บป่วยทางกายแล้ว ก็ยังเจ็บป่วยทางใจอีกต่อหนึ่งด้วย ที่มากไปกว่านั้นก็คือ ความเครียดทางจิตใจที่เกิดขึ้นนี้ ยังส่งผลทวีความเจ็บความปวดทางร่างกายให้มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย</p>
<p>ความเป็นจริงของจิตใจเหล่านี้ มีน้อยคนที่จะตระหนักและรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกของตัวเอง เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เมื่อยามที่ต้องเจ็บไข้ได้ป่วย ขอให้มีสติ ตระหนักรู้เท่าทันร่างกายและจิตใจ ว่าการเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมชาติล้วนๆ (เกิด แก่ เจ็บ ตาย) และไม่มีสิ่งใด ร่างกายใด อารมณ์ความรู้สึกใดที่จีรังยั่งยืน (อนิจจัง) การยึดติดในสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน ก็ย่อมนำไปสู่ความทุกข์ใจ</p>
<p>เมื่อเจ็บป่วยก็ให้รู้ว่าเจ็บป่วย ดูแลตัวเอง รับการรักษาให้เหมาะสม และระวังอย่าปล่อยให้จิตใจป่วยตามร่างกายไปด้วยนะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ablehealth11.blogspot.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1434</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
