<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; สวยสยอง</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>เตือนภัย! สวยสยองของต้องห้าม 3 บริการเสริมความงามที่ควรเลี่ยง</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3011</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3011#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 20:57:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ควรเลี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[บริการเสริมความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[สวยสยอง]]></category>
		<category><![CDATA[เตือนภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3011</guid>
		<description><![CDATA[เตือนภัย! สวยสยองของต้องห้าม 3 บริการเสริมความงามที่ควรเลี่ยง (ไทยโพสต์) หลังจากออกมาเตือนสาวไทยถึงเทคโนโลยีความงามสมัยใหม่อย่าง &#8220;โบท็อกซ์&#8221; และ &#8220;ฟิลเลอร์&#8221; ว่าเป็นดาบสองคม เร็ว ๆ นี้นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ รองผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนังยังเผยอีกว่า ในวงการแพทย์เพื่อความงามยังมีเทคโนโลยีเสริมความสวยที่ควรพึงระวังอีก 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ครีมหน้าขาวที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน, กลูตาไธโอน และลูกกลิ้งสร้างคอลลาเจนบนใบหน้า (เดอร์มาโรลเลอร์) โดยเทคโนโลยีความงามทั้งหมดนี้องค์การอาหารและยา (อย.) ยังไม่อนุญาติให้นำเข้ามาใช้ในประเทศไทย ที่เห็นใช้ฉีดหรือทำกันอยู่เป็นการลักลอบนำเข้าทั้งหมด นพ.จินดากล่าวต่อว่า อันตรายที่อาจเกิดขึ้นและเทคโนโลยีก็ต่างกันไป เช่น ครีมหน้าขาวที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนน ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ผิวขาว ถ้าผิวขาวเร็วแสดงว่าครีมที่ใช้อยู่มีสารผสมอย่างเข้มข้น ผู้ใช้จะตกอยู่ในภาวะเสี่ยง อันตราย และมีความเป็นไปได้ว่าหากหยุดใช้แล้วผิวหนังจะเกิดปฏิกิริยา ส่งผลให้ใบหน้าเป็นฝ้าดำมากกว่าเดิม หรือจะเป็นในกลุ่มสารลอกหน้าที่มีไฮโดรควิโนนผสมอย่างเข้มข้นก็เข้าข่ายอันตราย โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถทำให้ผิวหน้าเหวอะ กลายเป็นแผลติดเชื้อได้ เพราะตัวสารเคมีจะไปกัดผิวทำให้ผิวชั้นบนหลุดลอกอย่างรุนแรง ส่วนกลูตาไธโอนที่ฮอตฮิตติดตลาดสำหรับผู้ที่อยากมีผิวขาวกระจ่างใส ก็ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้อย่างร้ายแรงไม่แพ้กัน โดย นพ.จินดาระบุว่า กลูตาไธโอนเป็นกรดอะมิโนแอซิดชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ เพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย แต่มีคุณประโยชน์เชิงความงามในด้านยับยั้งการสร้างเม็ดสีในผิว จึงมีการนำมาใช้เพื่อทำให้ผิวขาวขึ้น แต่มีข้อเสียคือต้องฉีดทุกอาทิตย์ และต้องฉีดเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือนจึงจะเห็นผล &#8220;นอกจากจะต้องเสียเงินอย่างสม่ำเสมอแล้ว การฉีดกลูตาไธโอนเป็นระยะเวลานาน มีความเป็นไปได้ว่าจะไปทำให้เมลานินหรือเม็ดสีที่จอประสาทตาลดลง [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>
</div>
<p>เตือนภัย! สวยสยองของต้องห้าม 3 บริการเสริมความงามที่ควรเลี่ยง (ไทยโพสต์)</p>
<p><span id="more-3011"></span></p>
<p>หลังจากออกมาเตือนสาวไทยถึงเทคโนโลยีความงามสมัยใหม่อย่าง &#8220;โบท็อกซ์&#8221; และ &#8220;ฟิลเลอร์&#8221; ว่าเป็นดาบสองคม เร็ว ๆ นี้นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ รองผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนังยังเผยอีกว่า ในวงการแพทย์เพื่อความงามยังมีเทคโนโลยีเสริมความสวยที่ควรพึงระวังอีก 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ ครีมหน้าขาวที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนน, กลูตาไธโอน และลูกกลิ้งสร้างคอลลาเจนบนใบหน้า (เดอร์มาโรลเลอร์) โดยเทคโนโลยีความงามทั้งหมดนี้องค์การอาหารและยา (อย.) ยังไม่อนุญาติให้นำเข้ามาใช้ในประเทศไทย ที่เห็นใช้ฉีดหรือทำกันอยู่เป็นการลักลอบนำเข้าทั้งหมด</p>
<p>นพ.จินดากล่าวต่อว่า อันตรายที่อาจเกิดขึ้นและเทคโนโลยีก็ต่างกันไป เช่น ครีมหน้าขาวที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนน ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ผิวขาว ถ้าผิวขาวเร็วแสดงว่าครีมที่ใช้อยู่มีสารผสมอย่างเข้มข้น ผู้ใช้จะตกอยู่ในภาวะเสี่ยง อันตราย และมีความเป็นไปได้ว่าหากหยุดใช้แล้วผิวหนังจะเกิดปฏิกิริยา ส่งผลให้ใบหน้าเป็นฝ้าดำมากกว่าเดิม หรือจะเป็นในกลุ่มสารลอกหน้าที่มีไฮโดรควิโนนผสมอย่างเข้มข้นก็เข้าข่ายอันตราย โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถทำให้ผิวหน้าเหวอะ กลายเป็นแผลติดเชื้อได้ เพราะตัวสารเคมีจะไปกัดผิวทำให้ผิวชั้นบนหลุดลอกอย่างรุนแรง</p>
<p>ส่วนกลูตาไธโอนที่ฮอตฮิตติดตลาดสำหรับผู้ที่อยากมีผิวขาวกระจ่างใส ก็ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้อย่างร้ายแรงไม่แพ้กัน โดย นพ.จินดาระบุว่า กลูตาไธโอนเป็นกรดอะมิโนแอซิดชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ เพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และช่วยขจัดสารพิษในร่างกาย แต่มีคุณประโยชน์เชิงความงามในด้านยับยั้งการสร้างเม็ดสีในผิว จึงมีการนำมาใช้เพื่อทำให้ผิวขาวขึ้น แต่มีข้อเสียคือต้องฉีดทุกอาทิตย์ และต้องฉีดเป็นระยะเวลากว่า 2 เดือนจึงจะเห็นผล</p>
<p>&#8220;นอกจากจะต้องเสียเงินอย่างสม่ำเสมอแล้ว การฉีดกลูตาไธโอนเป็นระยะเวลานาน มีความเป็นไปได้ว่าจะไปทำให้เมลานินหรือเม็ดสีที่จอประสาทตาลดลง ทำให้การรับแสงหรือการมองเห็นของดวงตาไม่เหมือนเดิม และหากฉีดเข้าร่างกายอย่างต่อเนื่อง จากสารต้านอนุมูลอิสระกลูตาไธโอนจะกลายเป็นสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผู้ใช้แก่เร็วขึ้น ที่สำคัญกลูตาไธโอนที่ใช้ฉีดกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นการลักลอบนำเข้าโดยไม่ผ่าน อย.&#8221; รอง ผอ.สถาบันโรคผิวหนังแจง และกล่าวต่อว่า</p>
<p>เทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อความงามอีกชนิดหนึ่ง ที่ผู้คิดใช้บริการต้องพึงระวังให้มากคือ &#8220;เดอร์มาโรลเลอร์&#8221; หรือลูกกลิ้งสร้างคอลลาเจน ที่มีลักษณะการทำงานโดยให้เข็มขนาดเล็กจำนวนมากที่ติดอยู่กับตัวโรล แทงลงบนผิวที่ทายาชาไว้ด้วยการทาบกลิ้งไปมา ซึ่งผู้ใช้เชื่อกันว่าใบหน้าที่โดนเข็มขนาดเล็กนับพันเล่มทิ่มลงไป จะสร้างคอลลาเจนขึ้นมาซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลให้ผู้ทำมีผิวหน้าใหม่ที่เต่งตึงมากขึ้น ริ้วรอยต่างๆ ลดเลือนลง</p>
<p>&#8220;ความเชื่อดังกล่าว ในทางการแพทย์ยังไม่งานวิจัยเชิงนัยยะสำคัญออกมายืนยันให้ข้อมูลว่าเท็จจริงอย่างไร ทั้งนี้เดอร์มาโรลเลอร์ที่ใช้อยู่ในสหรัฐอเมริกา จะผลิตเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง แต่ในประเทศไทยนิยมนำกลับมาใช้ใหม่ในแบบไม่ค่อยคำนึงถึงความสะอาด ซึ่งการทำความสะอาดลูกกลิ้งสร้างคอลลาเจนให้ปลอดภัย 100% ต้องผ่านระบบอบฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐานระดับโรงพยาบาลเท่านั้น ไม่ใช่การแช่ในน้ำยาฆ่าเชื้อเหมือนในร้านเสริมสวยและคลินิกเสริมความงามทำกัน ฉะนั้นมีความเสี่ยงมากที่ผู้ใช้บริการจะติดโรคทางกระแสเลือดจนถึงแก่ชีวิตได้ครับ และจริงๆ อย.แบน ห้ามนำเข้าหรือใช้เครื่องมือเสริมความงามชนิดนี้ในประเทศไทย&#8221; รอง ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/logo-kapook54.png" alt="Kapook" /></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3011</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
