<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; ลดน้ำหนัก</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>คาร์บ็อกซี่</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1784</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1784#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 18:05:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บ็อกซี่]]></category>
		<category><![CDATA[ผอม]]></category>
		<category><![CDATA[ลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[สลายไขมัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1784</guid>
		<description><![CDATA[คาร์บ๊อกซี่คืออะไร คาร์บ๊อกซี่ คือการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในชั้นผิวหนัง โดยผ่านเข็มที่มีขนาดเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3 มิลลิเมตร) เขา ว่ากันว่า การฉีดคาร์บ๊อกซี่จะช่วยลดไขมันเฉพาะที่ เพราะเจ้าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ว่าเนี่ยจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมันหรือ เซลลูไลท์ทำให้มันสลายตัวกลายเป็นของเหลวที่จะขับออกมาทางเหงี่อและปัสสาวะ ผลที่ได้ ก็จะทำให้ช่วยลดสัดส่วนในบริเวณนั้น และช่วยทำให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้น สามารถลดรอยแตกลายและผิวเปลือกส้มได้ ได้ยินอย่างนี้แล้วคุณสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องสัดส่วนคงอยากจะรีบแห่กันไปทำเลยไช่ไหม มันยังมีข้อเสียอีกค่ะ ข่าวรายงานล่าสุด  รศ.นพ.ป่วน สุทธิพินิจธรรม หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา (ผิวหนัง) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหา วิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า คาร์บ๊อกซี่เธอราปี เป็นการลดไขมัน และเซลลูไลท์เฉพาะจุดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งก๊าซตัวนี้ในทางการแพทย์ใช้ฉีดเข้าไปในช่องท้องขณะส่องกล้อง ทาง รพ.ศิริราช เองก็เคยนำมาทดลองใช้เหมือนกัน แต่ยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง ผลที่ได้ทำให้ดีขึ้นนิดหน่อย ไม่เห็นผลทันที ต้องทำติดต่อกันหลายครั้ง ก็จัดว่าเป็นเครื่องมือ หรือวิธีการ หนึ่งที่ช่วยสลายไขมัน และเซลลูไลท์ใต้ผิวหนังแบบชั่วคราว ไม่ใช่วิธีการที่ถาวรเหมือนกับการออกกำลังกาย และควบคุมปริมาณอาหาร ความ จริงก่อนที่จะฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เคยมีการฉีดสารเคมีเข้าไปใต้ผิวหนัง แต่เนื่องจากมีบางคนไปฉีดแล้วแพ้ ถึงขั้นฟ้องร้องกัน จึงได้ยกเลิกไป สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนมาเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งมีคุณสมบัติสลายตัวได้ อย่างรวดเร็ว แต่การฉีดคาร์บ๊อกซี่ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คาร์บ๊อกซี่คืออะไร</strong></p>
<p><strong></strong>คาร์บ๊อกซี่ คือการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในชั้นผิวหนัง โดยผ่านเข็มที่มีขนาดเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.3 มิลลิเมตร)<br />
เขา ว่ากันว่า การฉีดคาร์บ๊อกซี่จะช่วยลดไขมันเฉพาะที่ เพราะเจ้าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ว่าเนี่ยจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับไขมันหรือ เซลลูไลท์ทำให้มันสลายตัวกลายเป็นของเหลวที่จะขับออกมาทางเหงี่อและปัสสาวะ</p>
<p><span id="more-1784"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1873" rel="attachment wp-att-1873"><img class="alignnone size-medium wp-image-1873" title="zerona-laser" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/zerona-laser-300x266.jpg" alt="" width="300" height="266" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p><strong>ผลที่ได้</strong></p>
<p><strong></strong>ก็จะทำให้ช่วยลดสัดส่วนในบริเวณนั้น และช่วยทำให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยกระชับขึ้น สามารถลดรอยแตกลายและผิวเปลือกส้มได้</p>
<p>ได้ยินอย่างนี้แล้วคุณสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องสัดส่วนคงอยากจะรีบแห่กันไปทำเลยไช่ไหม มันยังมีข้อเสียอีกค่ะ<br />
<strong><br />
ข่าวรายงานล่าสุด </strong></p>
<p>รศ.นพ.ป่วน สุทธิพินิจธรรม หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา (ผิวหนัง) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหา วิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า คาร์บ๊อกซี่เธอราปี เป็นการลดไขมัน และเซลลูไลท์เฉพาะจุดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งก๊าซตัวนี้ในทางการแพทย์ใช้ฉีดเข้าไปในช่องท้องขณะส่องกล้อง ทาง รพ.ศิริราช เองก็เคยนำมาทดลองใช้เหมือนกัน แต่ยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง ผลที่ได้ทำให้ดีขึ้นนิดหน่อย ไม่เห็นผลทันที ต้องทำติดต่อกันหลายครั้ง</p>
<p>ก็จัดว่าเป็นเครื่องมือ หรือวิธีการ หนึ่งที่ช่วยสลายไขมัน และเซลลูไลท์ใต้ผิวหนังแบบชั่วคราว ไม่ใช่วิธีการที่ถาวรเหมือนกับการออกกำลังกาย และควบคุมปริมาณอาหาร</p>
<p>ความ จริงก่อนที่จะฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เคยมีการฉีดสารเคมีเข้าไปใต้ผิวหนัง แต่เนื่องจากมีบางคนไปฉีดแล้วแพ้ ถึงขั้นฟ้องร้องกัน จึงได้ยกเลิกไป สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนมาเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งมีคุณสมบัติสลายตัวได้ อย่างรวดเร็ว</p>
<p><strong>แต่การฉีดคาร์บ๊อกซี่ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ทำให้เกิดจ้ำเลือดเป็นรอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีด เนื่องจากเส้นเลือดฝอยแตก ที่น่ากลัวคือ หากฉีดในปริมาณมาก แล้วก๊าซถูกดูดซึมเข้าไปในหลอดเลือด อาจทำให้เกิดฟองก๊าซไปอุดตันหลอดเลือดหัวใจได้ แม้กรณีนี้จะพบได้ไม่มากก็ตาม</strong></p>
<p>ถ้าถามว่าควรจะไปฉีดดีหรือไม่ ก็ต้องย้อนถามกลับว่า คุณจะไปฉีดทำไม เพราะเหตุผลอะไร ถ้าคุณบอกว่า ก็หนูอ้วน มีไขมัน และเซลลูไลท์ อยากสวย ก็ต้องบอกว่า การรักษามีหลายวิธีนะ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ก็เหมือนกับการเดินทางกลับบ้านคุณอาจกลับได้หลายทาง แล้วแต่ว่าจะเลือกทางไหน วิธีนี้อาจเสียค่าใช้จ่ายสูง และเป็นวิธีการชั่วคราว ถ้าคุณมีเงินแล้ว อยากจะทำก็ไม่เป็นไร เพราะคงไม่มีใครไปห้ามได้ แต่ถ้าไม่มีเงินแล้วไปทำ ถามว่าคุ้มหรือไม่คุ้มก็ควรชั่งน้ำหนักและตัดสินใจดู แต่อย่าลืมว่ามันเป็นเทคนิคใหม่ เดี๋ยวนี้คนไหนมือไวก็ให้บริการก่อน ทั้ง ๆ ที่บางครั้งสังคมยังไม่มีความรู้ด้วยซ้ำ อะไรก็ตามที่เป็นกระแสคงอยู่ไม่นาน</p>
<p>ข้อมูลจาก http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20070926034212AAgYrGV</p>
<p><strong></strong><strong>เรามาดูประวัติความเป็นมาของ คาบ็อกซี่กันค่ะ</strong></p>
<p>คาร์บ๊อกซี่เธอราปี ? Carboxytherapy ? คือ การลดไขมันเฉพาะที่ด้วยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซที่ละลายน้ำได้ดี สลายตัวได้เร็ว และพบว่าเมื่อฉีด คาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปยังชั้นไขมันใต้ผิวหนัง จะช่วยเพิ่มการขยายตัวของเส้นเลือดและทำให้เซลล์ไขมันสลายตัวและถูกกำจัดออก ไปนี้ นับเป็นเทคนิคใหม่ในการขจัดเซลลูไลท์หรือลดไขมันเฉพาะส่วนที่ไม่ต้องการ อย่างเช่น บริเวณหน้าท้อง ใต้ท้องแขน สะโพก น่อง หรือ บริเวณก้น&#8230;นอกจากนี้ บริเวณน่องที่โต หรือสะโพกที่ใหญ่เกินไป รวมถึงบริเวณแก้มที่ป่องเพราะไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังก็สามารถแก้ไขได้ เช่นกัน โดยเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1932 ฝรั่งเศส คือประเทศแรกการนำมาใช้ และขยายความนิยมสู่อิตาลี ในปี ค.ศ.1990 จากนั้น ก็ได้รับการยอมรับและนิยมใช้อย่างแพร่หลายทั้งในเอเชียและยุโรป</p>
<p>ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ที่นำมาใช้เป็นจะเป็นก๊าชบริสุทธิ์ โดยในวงการแพทย์มีการนำมา ใช้อยู่ก่อนแล้ว อย่างเช่น การฉีดเข้าไปในช่องท้องขณะส่องกล้องตรวจอวัยวะภายในเป็นต้น ซึ่งผลปรากฏว่าไม่ส่งผลอันตรายใดต่อร่างกาย เนื่องจากก๊าซออกซิเจนสามารถละลายน้ำได้ดีและสลายตัวได้รวดเร็ว เมื่อฉีดก๊าซออกซิเจนเข้าไปในผิวหนัง อาจมีอาการปวดและรู้สึกตึง ๆ บริเวณผิวบ้าง หากแต่ประมาณร้อยละ 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อคลำผิวจะได้ยินก๊าชใต้ผิวหนัง แต่จะหายไปเองภายในเวลา 1 ชั่วโมง และร้อยละ 30 เปอร์เซ็นต์ พบว่ามีรอยช้ำเกิดขึ้นและก็จะหายไปได้เอง ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรฉีดในผู้ที่มีปัญหาทางจิต และผู้ที่มีโรคที่เกิดจากระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเลือด หรือผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจเพราะหากก๊าชบางส่วนผ่านเข้าไปในระบบไหล เวียนเลือดอาจทำให้อาการดังกล่าวแย่ลง ก่อนปล่อยก๊าชเข้าไป แพทย์จึงต้องมั่นใจก่อนว่าก๊าชดังกล่าวจะไม่ผ่านเข้าไปเส้นเลือดโดยตรง</p>
<p>การนำ ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ มาใช้นั้น สามารถทำกันได้ด้วยวิธีการง่ายๆ โดยแพทย์จะทำความสะอาดผิวชั้นนอกด้วยแอลลกอฮอลล์ จากนั้นจะใช้เข็มฉีดยาที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเล็กมาก ประมาณ 0.3 มม. สอดเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง แล้วปล่อยก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าไปในแต่ละส่วนตามปริมาณที่เหมาะสม โดยขณะที่ก๊าซผ่านเข้าไปสู่ชั้นผิวนั้น จะรู้สึกอุ่นบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย เมื่อคลำผิวบริเวณที่ฉีดจะได้ยินเสียงเหมือนมีแก๊ซอยู่ใต้ผิว (cracking) ควรนวดเบา ๆ หลังการฉีด เพื่อให้ก๊าชกระจายตัวสม่ำเสมอ และทำให้กระบวนการสลายตัวของเซลล์ไขมันดีขึ้น ระยะเวลาในการทำต่อครั้งใช้เวลาประมาณ 15 ? 30 นาที เท่านั้น</p>
<p>จากการใช้ปลายเข็มที่มีขนาดเล็กมาก ทำให้แพทย์สามารถสอดเข็มเข้าไปใต้ชั้นผิวได้ง่าย โดยผู้ที่ถูกฉีดแทบไม่รู้สึกเจ็บ จึงไม่มีความจำเป็นต้องฉีดยาชาหรือต้องพักฟื้นหลังการทำแต่อย่างใด สามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันตามปกติทุกประการ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการสลายไขมันที่ปลอดภัย เนื่องจากก่อนดำเนินการทุกครั้ง แพทย์จะตั้งอัตราการปล่อยก๊าชต่อนาทีและปริมาณก๊าชรวมที่จะปล่อยเข้าไปที่ อุปกรณ์แพทย์เฉพาะทางอย่างละเอียด โดยสัดส่วนในการปล่อยก๊าซเข้าไปสู่ชั้นผิวแต่ละส่วนนั้นจะไม่เท่ากัน มีตั้งแต่ 50 ? 200 ซี.ซี ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของร่างกาย อย่างเช่น บริเวณใต้คาง จะปล่อยก๊าซเข้าไปเพียง 10 ซี.ซี. ใต้ท้องแขน 50 ซี.ซี. และ หน้าท้องซ้ายขวาข้างละ 100 ? 200 ซี.ซี เป็นต้น สิ่งที่เห็นผลภายหลังจากการใช้วีธี คาร์บ๊อกซี่เธอราปี ก็คือ ไขมันบริเวณที่ฉีดเข้าไปจะค่อยๆ สลายตัวและยุบลงไปอย่างรวดเร็ว หากแต่จะให้ได้ผลควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เมื่อทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ? 5 ครั้ง จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น</p>
<p>สำหรับในประเทศไทย การสลายไขมันด้วยวิธี คาร์บ๊อกซี่เธอราปี ได้มีการนำเข้ามาใช้แล้วในวงการแพทย์ หากแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายนัก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในอีกไม่นานจะต้องมีการกล่าวขานกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ไขมันที่พอกพูนหดหายไปได้อย่าง รวดเร็ว และปลอดภัย ซึ่งนับเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนอ้วนที่รักสวยรักงามในยุคนี้ แถมยังเห็นผลได้เร็วกว่าวิธีการ เมโซเธอราพี ( MESOTHERAPY ) ที่เรารู้จักกันดี แต่ก็ล้าหลังไปแล้ว ในขณะที่ คาร์บ๊อกซี่เธอราปี เป็นวิทยาการล่าสุดที่ได้ผลดีกว่า และไม่มีอันตรายเหมือนการดูดไขมันที่เป็นข่าวครึกโครมกันบ่อยครั้ง ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ คาร์บ๊อกซี่เธอราปี เเพิ่มเติมก็สามารถสอบถามหาความรู้กันได้</p>
<p>ปัจจุบันการฉีดคาร์บ๊อกซี่ ไม่ได้มีการระบุว่า จะต้องทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เพราะเท่าที่เห็นแพทย์ทั่วไปก็สามารถทำได้ เพียงแต่ได้รับการอบรมวิธีการฉีด</p>
<p>รศ.นพ.ป่วน สุทธิพินิจธรรม หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา (ผิวหนัง) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหา วิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า คาร์บ๊อกซี่เธอราปี เป็นการลดไขมัน และเซลลูไลท์เฉพาะจุดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งก๊าซตัวนี้ในทางการแพทย์ใช้ฉีดเข้าไปในช่องท้องขณะส่องกล้อง ทาง รพ.ศิริราช เองก็เคยนำมาทดลองใช้เหมือนกัน แต่ยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง ผลที่ได้ทำให้ดีขึ้นนิดหน่อย ไม่เห็นผลทันที ต้องทำติดต่อกันหลายครั้ง</p>
<p>ก็จัดว่าเป็นเครื่องมือ หรือวิธีการ หนึ่งที่ช่วยสลายไขมัน และเซลลูไลท์ใต้ผิวหนังแบบชั่วคราว ไม่ใช่วิธีการที่ถาวรเหมือนกับการออกกำลังกาย และควบคุมปริมาณอาหาร</p>
<p>ความจริงก่อนที่จะฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เคยมีการฉีดสารเคมีเข้าไปใต้ผิวหนัง แต่เนื่องจากมีบางคนไปฉีดแล้วแพ้ ถึงขั้นฟ้องร้องกัน จึงได้ยกเลิกไป สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนมาเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งมีคุณสมบัติสลายตัวได้ อย่างรวดเร็ว</p>
<p><strong></strong><strong>แต่การฉีดคาร์บ๊อกซี่ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้</strong> เช่น ทำให้เกิดจ้ำเลือดเป็นรอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีด เนื่องจากเส้นเลือดฝอยแตก ที่น่ากลัวคือ หากฉีดในปริมาณมาก แล้วก๊าซถูกดูดซึมเข้าไปในหลอดเลือด อาจทำให้เกิดฟองก๊าซไปอุดตันหลอดเลือดหัวใจได้ แม้กรณีนี้จะพบได้ไม่มากก็ตาม</p>
<p>ถ้าถามว่าควรจะไปฉีดดีหรือไม่ ก็ต้องย้อนถามกลับว่า คุณจะไปฉีดทำไม เพราะเหตุผลอะไร ถ้าคุณบอกว่า ก็หนูอ้วน มีไขมัน และเซลลูไลท์ อยากสวย ก็ต้องบอกว่า การรักษามีหลายวิธีนะ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ก็เหมือนกับการเดินทางกลับบ้านคุณอาจกลับได้หลายทาง แล้วแต่ว่าจะเลือกทางไหน วิธีนี้อาจเสียค่าใช้จ่ายสูง และเป็นวิธีการชั่วคราว ถ้าคุณมีเงินแล้ว อยากจะทำก็ไม่เป็นไร เพราะคงไม่มีใครไปห้ามได้ แต่ถ้าไม่มีเงินแล้วไปทำ ถามว่าคุ้มหรือไม่คุ้มก็ควรชั่งน้ำหนักและตัดสินใจดู แต่อย่าลืมว่ามันเป็นเทคนิคใหม่ เดี๋ยวนี้คนไหนมือไวก็ให้บริการก่อน ทั้ง ๆ ที่บางครั้งสังคมยังไม่มีความรู้ด้วยซ้ำ อะไรก็ตามที่เป็นกระแสคงอยู่ไม่นาน</p>
<p>ด้าน นพ.จิโรจ สินธวานนท์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระ ทรวงสาธารณสุข อธิบายข้อมูลว่า การฉีดคาร์บ๊อกซี่ เป็นการลดไขมันเฉพาะจุด ด้วยการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปบริเวณส่วนเกิน เช่น บริเวณรอบเอว ตะโพก ต้นขา ใต้ท้องแขน</p>
<p><strong>วิธีการฉีดคือ</strong><br />
ผู้ให้การรักษาจะใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมากฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณ ที่เหมาะสมเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนังบริเวณที่ต้องการจะลด ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะไปช่วยย่อยสลายเซลล์ไขมันบริเวณดังกล่าว ทำให้เซลล์ไขมันยุบตัวลง ทั้งนี้มิได้หมายความว่า ฉีดครั้งเดียวแล้วจะเห็นผลทันที อาจจะต้องทำติดต่อกันหลายครั้ง สถานบริการบางแห่งอาจฉีดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งแล้วแต่ปริมาณก๊าซที่ใช้ บริเวณที่ฉีด และร่างกายของแต่ละคน</p>
<p><strong>สรุป</strong> เสี่ยงค่ะ หมอไม่ใช่ทุกคนที่จะรับผิดชอบคนไข้ เหมือนดังกรณีที่เป็นข่าวครึกโครมอยู่ทุกวันนี้ค่ะ เข็มหนึ่งราคาเป็นพัน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราไม่มีผลข้างเคียง ขนาดคุณหมอยังแยกเป็น 2 ฝ่ายเลยค่ะ จะเชื่อใครดี ก็คงต้องคิดหนักนะคะ แต่ห้ามไปฉีดกับคนที่ไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางเด็ดขาดนะคะ อันตรายมากๆค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Credit: siliconeclub.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1784</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อยากผอมสวย ฟังทางนี้</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1412</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1412#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 00:28:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ผอม]]></category>
		<category><![CDATA[ฟังทางนี้]]></category>
		<category><![CDATA[ลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อยากผอมสวย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1412</guid>
		<description><![CDATA[บทความโดย คุณกินรี ดาร์ริงตัน ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 สาวๆ ส่วนใหญ่ใฝ่ฝันอยากมีแขนเรียวสวย ขาเรียวกระชับ หน้าท้องแบนราบ รูปร่างฟิต แอนด์ เฟิร์ม ฟังๆ ดูแล้วเหมือนทำยาก เรื่องการควบคุมอาหารก็สำคัญ การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่สิ่งที่เราไม่ค่อยพูดถึงกันและมีความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ คือ &#8220;จิตใจ&#8221; ค่ะ วันก่อนแผนกประกันสังคม โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 ได้จัดงาน &#8220;fit &#38; firm&#8221; โดยมีนักจิตวิทยาประจำโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 คุณชวนพิศ ยงยิ่งยืน มาให้ข้อคิดกับสาวๆ และหนุ่มๆ ที่อยากหุ่นดี เพราะเรารู้ว่าแต่ละคนก็มีสาเหตุที่ทำให้จิตใจไม่ &#8220;ฟิต&#8221; พอที่จะไปออกกำลังกาย เช่น ไม่มีเวลา เห็นของอร่อยแล้วอดใจไม่ได้ ขาดแรงจูงใจ ต้องการกำลังใจ ดังนั้น เราจึงมีเคล็ดลับเพื่อปรับวิธีคิดที่เหมาะกับคนแต่ละกลุ่ม ดังนี้ กลุ่มไม่มีเวลา เวลาออกกำลังกายที่เหมาะสม คือ ตอนเช้า ช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบาย เป็นช่วงที่ออกซิเจนถูกคายออกมาจากต้นไม้ใบหญ้ารอบตัว แต่คุณมักบอกตัวเองว่า &#8220;ไม่มีเวลา&#8221; ดิฉันแนะนำให้คุณมองหา &#8220;ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับคุณจากการไม่ออกกำลังกาย&#8221; มองเป็นแง่ลบเข้าไว้ หาผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>บทความโดย คุณกินรี ดาร์ริงตัน ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1</p>
<p>สาวๆ ส่วนใหญ่ใฝ่ฝันอยากมีแขนเรียวสวย ขาเรียวกระชับ หน้าท้องแบนราบ รูปร่างฟิต แอนด์ เฟิร์ม ฟังๆ ดูแล้วเหมือนทำยาก เรื่องการควบคุมอาหารก็สำคัญ การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่สิ่งที่เราไม่ค่อยพูดถึงกันและมีความสำคัญเป็นอันดับแรกๆ คือ &#8220;จิตใจ&#8221; ค่ะ</p>
<p><span id="more-1412"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1959" rel="attachment wp-att-1959"><img class="alignnone size-full wp-image-1959" title="chunky-muscle" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/chunky-muscle.jpg" alt="" width="600" height="681" /></a></p>
<p style="text-align: center;">วันก่อนแผนกประกันสังคม โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 ได้จัดงาน &#8220;fit &amp; firm&#8221; โดยมีนักจิตวิทยาประจำโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 คุณชวนพิศ ยงยิ่งยืน มาให้ข้อคิดกับสาวๆ และหนุ่มๆ ที่อยากหุ่นดี เพราะเรารู้ว่าแต่ละคนก็มีสาเหตุที่ทำให้จิตใจไม่ &#8220;ฟิต&#8221; พอที่จะไปออกกำลังกาย เช่น ไม่มีเวลา เห็นของอร่อยแล้วอดใจไม่ได้ ขาดแรงจูงใจ ต้องการกำลังใจ ดังนั้น เราจึงมีเคล็ดลับเพื่อปรับวิธีคิดที่เหมาะกับคนแต่ละกลุ่ม ดังนี้</p>
<p>กลุ่มไม่มีเวลา<br />
เวลาออกกำลังกายที่เหมาะสม คือ ตอนเช้า ช่วงที่อากาศกำลังเย็นสบาย เป็นช่วงที่ออกซิเจนถูกคายออกมาจากต้นไม้ใบหญ้ารอบตัว แต่คุณมักบอกตัวเองว่า &#8220;ไม่มีเวลา&#8221;</p>
<p>ดิฉันแนะนำให้คุณมองหา &#8220;ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับคุณจากการไม่ออกกำลังกาย&#8221; มองเป็นแง่ลบเข้าไว้ หาผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต &#8220;ถ้าไม่ทำ อาจเป็นความดันสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน แล้วในที่สุดอาจต้องกลายเป็นโรคอัมพาต ที่ได้แต่นอนนิ่งอยู่กับเตียง ได้แต่มองคนรอบข้าง หูได้ยินแต่ก็พูดไม่ได้ แค่เดินลุกเข้าห้องน้ำเองยังทำไม่ได้&#8221;</p>
<p>กลุ่มเห็นของอร่อยแ้ล้วอดใจไม่ได้<br />
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ คุณควรมองทั้งในแง่บวกและลบ การมองในแง่ลบ กินเข้าไปแล้วจะอ้วนขึ้นอีก แล้วต้องเหนื่อยกับการออกกำลังกายมากกว่าทุกวัน แค่จ็อกกิ้ง 3 กิโลเมตรก็เหนื่อยแล้ว กินชิ้นนี้เข้าไปเคี้ยวไม่ถึง 3 นาที แต่ต้องวิ่งเพิ่มอีกตั้ง 1.5 กิโลเมตร! การมองในแง่บวก โชคดีจังที่ถึงแม้จะกำลังไดเอ็ท แต่เราก็ได้กิน ไม่อด ไม่โหยหาของกินที่อยากกินมานาน เค้กเจ้าอร่อย ขาหมูขึ้นชื่อ ไอศกรีมของโปรด แต่คุณควรกินแค่รู้รส แค่ 2-3 คำก็พอแล้ว ค่อยๆ เคี้ยวให้ซึมซาบทุกรสชาติ เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม เคี้ยวนานๆ ประมาณ 30-50 ครั้ง</p>
<p>การเคี้ยวนานๆ นอกจากจะทำให้ได้เข้าถึงทุกรสชาติในอาหารจานนั้นแล้ว จะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น โดยที่เราเพิ่งทานข้าวไปได้แค่ครึ่งจานเอง เนื่องจากต่อมที่อยู่ศูนย์กลางสมอง (Hypothalamus) ที่ทำหน้าที่รับข้อมูลจากตับและกระเพาะอาหาร เมื่อได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายครบแล้ว จะส่งข้อมูลกลับเพื่อบอกว่าอิ่มแล้ว รวมทั้งการเคี้ยวอาหารให้ละเอีียดทำใำห้อาหารถูกดูดซึมได้ง่ายและเร็ว ซึ่งทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น</p>
<p>กลุ่มขาดแรงจูงใจ<br />
ให้หาเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น ดูรูปเก่าๆ แล้วบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเราต้องกลับมามีหุ่นแบบนี้ให้ได้อย่างแน่นอน ให้ตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจน เช่น จะลดน้ำหนักให้ลงไป 5 กิโลกรัมภายในปีหน้า แล้วแบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้นเป็นช่วงๆ เช่น เดือนละครึ่งกิโลกรัม แล้วให้รางวัลกับตัวเอง เช่น ซื้อกระโปรง กางเกงใหม่ที่อยากได้แต่ไม่เคยใส่ได้</p>
<p>กลุ่มขาดกำลังใจ<br />
สร้่างกำลังใจให้ตัวเอง เช่น ดูคนที่อ้วนกว่า แล้วบอกกับตัวเองตอนนี้เราก็ผอมกว่าเขา เปรียบเทียบเป็นช่วงสั้นๆ เช่น ถ้าลดน้ำหนักลงได้แล้วก็บอกกับตัวเองว่า เราลดน้ำหนักได้แล้ว ให้กำลังใจตัวเองทุกครั้งที่ทำสำเร็จ</p>
<p>ให้เขียนบันทึกไว้ในกระดาษ ชมตัวเอง บอกถึงความรู้สึกดีใจ ประทับใจที่เราทำให้ถึงเป้าหมายในระยะสั้นๆ และเพราะอะไรเราถึงทำในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ได้สำเร็จ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ ให้เขียนถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นที่ทำให้ทำไม่ถึงเป้าหมาย หรือมีการทำโทษตัวเองเล็กน้อย ให้อ่านก่อนนอนและดูภาพที่ฝันไว้ก่อนนอน ซึ่งจะเป็นการปลูกจิตใต้สำนึก (Subconscious) ตัวเอง</p>
<p>หากำลังใจจากคนรอบข้าง เมื่อน้ำหนักเริ่มลดลงจะได้รับคำชมจากคนรอบข้าง ให้จดบันทึกเอาไว้แล้วกลับมาอ่านซ้ำๆ คำชมเหล่านี้เอามาบันทึกไว้ให้หมด และเหมือนเดิมค่ะ เอามาอ่านก่อนนอนค่ะ</p>
<p>ลองเริ่มจากวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่ตรงกับจริตของคุณดูนะคะ แต่ที่แน่ๆ สุขภาพของคุณน่าจะดีขึ้นด้วยค่ะ</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ablehealth11.blogspot.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1412</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
