<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; ผ่าตัด</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4679</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4679#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 19:39:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ชะลอวัย]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 55]]></category>
		<category><![CDATA[ปีใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อัพสวย]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมดั้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4679</guid>
		<description><![CDATA[&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด สมัยนี้ต่อให้การศัลยกรรมจะต้องเสียเลือดและเจ็บตัวขนาดไหน ยังไงคนที่คิดจะทำก็ไม่มีถอย เพราะขอหล่อ-สวยไว้ก่อน บางคนจึงประมาท พลาดกับการทำศัลยกรรมไปก็เยอะ รู้ตัวอีกที ใบหน้าก็แทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว เรื่อง การเสริมความงามในยุคหลัง เลยมีการพัฒนามากขึ้น จากสมัยก่อนที่ใช้การผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่ก็น้อยลง และหันมานิยมด้วยวิธีอื่นที่เจ็บน้อยลงมากขึ้น ซึ่งในปี 2555 เทรนด์เสริมความงามก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น และแทบไม่ต้องเสียเลือด หรือมีการลงมีดให้ต้องเจ็บระบมอีกต่อไป โดยเฉพาะการเสริมจมูก และการชะลอวัย ปีหน้าที่จะถึงนี้ ถึงทีได้อัพสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวกันแล้ว ซึ่ง นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย จากวงศฎา คลีนิค ซึ่งเป็นคนแรกที่นำเทคนิคการเสริมความงามล่าสุดมาเปิดเผยในงานประชุมวิชาการ นานาชาติ ได้พูดถึงเรื่องนี้กับ &#8216;ไทยรัฐออนไลน์&#8217; ว่า &#8220;ตอนนี้เทรนด์ ของการดูแลผิว พวกทำหน้าใสเชยมาก เพราะมันง่าย ธรรมดาไปแล้ว และผลที่ได้มันได้แค่ผิวชั้นนอก ไม่ต่างจากการฝานแตงกวาบำรุงที่บ้าน หรือการทำเลเซอร์ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว อีกทั้งช่วง 2 ปีหลังมานี้ ไม่มีวิทยาการใหม่ๆ เลย เป็นของเก่าหมด  แต่ยังคงใช้เทคนิคการเสริมความงามที่ใช้การผ่าตัดน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องการชะลอวัย ซึ่งทำการรักษายาก เพราะเป็นเรื่องของการปรับปรุงผิวในอดีต แต่ตอนนี้เทรนด์การรักษากำลังจะเปลี่ยนไป [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="wrapper">
<div id="header">
<h3 id="title" style="text-align: center;">&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด</h3>
<p><span id="more-4679"></span></p>
</div>
<div id="details">
<div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4712" rel="attachment wp-att-4712"><img class="alignnone size-full wp-image-4712" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/63024.jpg" alt="" width="630" height="378" /></a></p>
<p style="text-align: center;">สมัยนี้ต่อให้การศัลยกรรมจะต้องเสียเลือดและเจ็บตัวขนาดไหน ยังไงคนที่คิดจะทำก็ไม่มีถอย เพราะขอหล่อ-สวยไว้ก่อน บางคนจึงประมาท พลาดกับการทำศัลยกรรมไปก็เยอะ รู้ตัวอีกที ใบหน้าก็แทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว</p>
<p>เรื่อง การเสริมความงามในยุคหลัง เลยมีการพัฒนามากขึ้น จากสมัยก่อนที่ใช้การผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่ก็น้อยลง และหันมานิยมด้วยวิธีอื่นที่เจ็บน้อยลงมากขึ้น ซึ่งในปี 2555 เทรนด์เสริมความงามก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น และแทบไม่ต้องเสียเลือด หรือมีการลงมีดให้ต้องเจ็บระบมอีกต่อไป โดยเฉพาะการเสริมจมูก และการชะลอวัย ปีหน้าที่จะถึงนี้ ถึงทีได้อัพสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวกันแล้ว ซึ่ง นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย จากวงศฎา คลีนิค ซึ่งเป็นคนแรกที่นำเทคนิคการเสริมความงามล่าสุดมาเปิดเผยในงานประชุมวิชาการ นานาชาติ ได้พูดถึงเรื่องนี้กับ &#8216;ไทยรัฐออนไลน์&#8217; ว่า</p>
<p>&#8220;ตอนนี้เทรนด์ ของการดูแลผิว พวกทำหน้าใสเชยมาก เพราะมันง่าย ธรรมดาไปแล้ว และผลที่ได้มันได้แค่ผิวชั้นนอก ไม่ต่างจากการฝานแตงกวาบำรุงที่บ้าน หรือการทำเลเซอร์ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว อีกทั้งช่วง 2 ปีหลังมานี้ ไม่มีวิทยาการใหม่ๆ เลย เป็นของเก่าหมด  แต่ยังคงใช้เทคนิคการเสริมความงามที่ใช้การผ่าตัดน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องการชะลอวัย ซึ่งทำการรักษายาก เพราะเป็นเรื่องของการปรับปรุงผิวในอดีต แต่ตอนนี้เทรนด์การรักษากำลังจะเปลี่ยนไป เพราะคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากเจ็บตัว เรื่องของการรักษาแบบกึ่งศัลยกรรมจะนิยมมากขึ้น เพราะไม่มีการผ่าตัด, วางยาสลบ และพักฟื้นนาน โอกาสที่คนไข้จะเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตก็น้อยลงด้วย ซึ่งตอนนี้ที่เกาหลีบูมมาก จนศัลยกรรมพลาสติกซบเซาไปเลย&#8221;</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42080.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เท รนด์การชะลอวัยที่ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมให้เสี่ยง ที่กำลังฮอตสุดๆ ในช่วงนี้ ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า เป็นการรักษาที่ใช้เวลาไม่นานเหมือนการผ่าตัด อีกทั้งยังไม่ต้องพักฟื้น หรือบาดเจ็บด้วย ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้จะใช้เส้นไหมละลายเข้าไปร้อยใต้ผิวหนังเพื่อยกกระชับ หน้า</p>
<p>&#8220;การยกกระชับหน้าด้วยไหมละลาย หรือ Ultra V Lift by Tread นั้น เป็นเทคนิคใหม่ที่คิดขึ้นจากแพทย์ที่ประเทศเกาหลี เป็นการใช้ไหมเย็บผูกหน้าขึ้นใหม่ ซึ่งไหมที่ใช้จะมีคุณสมบัติเลียนแบบธรรมชาติ และสามารถสลายตัวได้หมด วิธีการรักษาจะใช้เพียงเข็มเจาะรูเพื่อสอดไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง อาจจะรู้สึกนิดเดียวตอนเข็มแทงครั้งแรก แต่พอเสร็จแล้วจะไม่รู้สึกอะไรเลย อีกทั้งไม่ต้องพักฟื้น และดูธรรมชาติมากกว่าการผ่าตัดดึงหน้า หรือการใส่ซิลิโคนเข้าไป เพราะการสอดไหมเข้าไปจะไม่มีการผูกและเย็บ แต่จะใช้การร้อย วางเส้นไหมที่ใต้ผิวหนัง แต่ข้อจำกัดของเทคนิคนี้คือ ต้องทำทุกๆ 2 ปี เพราะไหมที่ร้อยไว้จะมีการสลายตัว 6-10 เดือน ไม่เหมือนการผ่าตัดดึงหน้า หรือใส่ซิลิโคน ซึ่งมันไม่สลายตัว แถมนานๆ ไปมันจะไม่สวยเหมือนเดิมด้วย&#8221;</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42081.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ใน เรื่องข้อจำกัดของการใช้เทคนิคยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหมนั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะราคาสูงถึงหลักแสน ซึ่งพอๆ กับการผ่าตัดยกกระชับหน้า แต่ทั้งนี้ข้อดีระยะยาวก็เยอะกว่า เพราะไม่ต้องผ่าตัด และเสี่ยงต่อชีวิต ผลที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติกว่า อีกทั้งสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังก็สลายตัวได้หมดจดด้วย</p>
<p>อีก หนึ่งความกังวลของสาวๆ นอกจากเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้ว การเสริมจมูกก็ยังคงได้รับความนิยมมาโดยตลอด จากแต่ก่อนที่รักษาด้วยวิธีผ่าตัดใส่ซิลิโคน ก็เปลี่ยนมาเป็นการฉีดฟิลเลอร์  (Filler) แทน เพราะไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว จมูกก็โด่งได้ แต่ความโด่งของจมูกจะคงสภาพไว้เพียงระยะ 1- 2 ปี หรือน้อยกว่านั้น แล้วแต่สารที่ฉีดเข้าไป ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์ ต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญจริงๆ เท่านั้น เพราะที่ผ่านมาผลของการฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาดจนถึงขั้นตาบอดก็เคยเกิดขึ้นมา แล้วด้วย การฉีดฟิลเลอร์จึงมีการพัฒนาให้ปลอดภัยมากขึ้น จากที่ใช้เข็มฉีดยาที่แหลมคม ก็เปลี่ยนมาใช้เทคนิคการฉีดด้วยเข็มปลายทู่ ซึ่งอันตรายน้อยกว่ามาก</p>
<div><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42082.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p>&#8220;ที่ ผ่านมาการฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะใช้เข็มปลายแหลมฉีด ซึ่งค่อนข้างอันตรายมาก เพราะเมื่อแทงเข้าไป ความแหลมคมของเข็มจะไปโดนเส้นเลือดต่างๆ ใต้ผิวหนัง แทงเบายังไงก็เจ็บแน่นอน ยิ่งถ้าไม่ใช่แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์จริงๆ ไม่ควรไว้ใจ สารที่ฉีดเข้าไปอาจไม่มีคุณภาพ ยิ่งเสี่ยงอันตรายถึงขั้นพิการได้ง่ายมาก เทรนด์การฉีดฟิลเลอร์จึงเปลี่ยนไป จะใช้เทคนิคการฉีดด้วยเข็มปลายทู่ (Blunt Cannula) ลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กสอดเข้าไปที่จมูก เพื่อนำสารฟิลเลอร์ใส่ไปในตำแหน่งที่ต้องการ เหมือนการวางแท่งซิลิโคน ซึ่งสารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดต้องเป็นสาร HA เท่านั้น เพราะสามารถสลายตัวหมด 100% ภายใน 8-12 เดือน  การใช้เทคนิคนี้ ก็มีข้อจำกัดอยู่ที่ไม่สามารถแก้ปลายจมูก และปีกจมูกได้ดีนัก แต่แค่เวลาเพียง 10 นาที จมูกก็จะโด่งสวยเข้ารูป ดูเป็นธรรมชาติ&#8221;</p>
<p>จะเสริมเติมแต่งกันขนาดไหนก็ควรทำแค่พอดี และศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจด้วย จะได้สวยยาวนาน และปลอดภัยด้วย.</p>
<p>Twitter : Sriploi_social</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์</p>
</div>
</div>
<div>
<div id="detail-info">
<h4>ไทยรัฐออนไลน์</h4>
<ul>
<li>โดย ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ออนไลน์</li>
<li>3 มกราคม 2555, 15:00 น.</li>
</ul>
</div>
<div id="tags">เสริมดั้ง ชะลอวัย เทรนด์ อัพสวย ปี 55 ผ่าตัด ศัลยกรรม ปีใหม่</div>
<div>
<div>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4679</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2595</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยีสุดล้ำกล้อง3D ลดข้อผิดพลาดหลังศัลยกรรม</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4513</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4513#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 18:24:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวแวดวงศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[BB Clinic]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual 3D]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4513</guid>
		<description><![CDATA[เทคโนโลยีสุดล้ำกล้อง3D ลดข้อผิดพลาดหลังศัลยกรรม ต้องยอมรับในวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด ศูนย์ความงามครบวงจร BB Clinic ได้นํา Technology Virtual 3D เข้ามาจากประเทศเกาหลี เพื่อจําลองภาพเสมือนจริงก่อนการผ่าตัดศัลยกรรมให้กับคนไข้ &#8220;น.พ.อดุลย์ชัย แสงเสริฐ&#8221; ให้ความคิดเห็นต่อเทคโนโลยี Virtual 3D พร้อมไขข้อกังวลถึงประเด็น แพทย์อาจถูกคนไข้ฟ้องร้อง ถ้าหลังทําการผ่าตัดแล้วทําไม่เหมือนกับภาพ 3D ที่สร้างก่อนการผ่าตัดหรือไม่ &#8220;คนไข้ไทยหลายคนเองทราบว่า เป็นไปได้ยากในการที่จะทําให้เหมือน 100% เนื่องจากภาพที่เกิดจาก Technology Virtual 3D นั้น ไม่สามารถประเมินถึงความหนาบางของผิวหนังได้ ซึ่ง Technology Virtual 3D อาจช่วยให้คนไข้ตัดสินใจง่ายขึ้น ว่าควรผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด ทําให้ลดการผ่าตัดที่ไม่จําเป็นได้ เช่นว่า การที่คนไข้มาทําการเสริมจมูกแล้ว ต้องการเสริมตรงปลายจมูกให้เป็นหยดน้ำ ถ้าได้ลองใช้ Technology Virtual 3D ทําปลายหยดน้ำให้คนไข้ดูก่อน คนไข้อาจตัดสินใจไม่เสริมแบบหยดน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายและเสี่ยงต่อการเกิดจมูกทะลุได้ในกรณีที่เสริมแบบธรรมดา หรือทําให้ดูจมูกย้อยไม่สวยในกรณีเสริมแบบเกาหลี ดังนั้น Technology Virtual 3D จะช่วยให้คนไข้และหมอมีความเข้าใจได้ตรงกันก่อนผ่าตัด [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h3 style="text-align: center;">เทคโนโลยีสุดล้ำกล้อง3D ลดข้อผิดพลาดหลังศัลยกรรม</h3>
<p style="text-align: center;"><span id="more-4513"></span></p>
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<h2 style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4517" rel="attachment wp-att-4517"><img class="alignnone size-full wp-image-4517" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/p1-272871.jpg" alt="" width="450" height="391" /></a></h2>
<h2 style="text-align: center;">ต้องยอมรับในวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ</h2>
<div style="text-align: center;">
<div>
<div id="beacon_225a909463"><img src="http://unitus.synergy-e.com/www/delivery/lg.php?bannerid=13462&amp;campaignid=161&amp;zoneid=1123&amp;loc=http%3A%2F%2Fwww.daradaily.com%2Fnews%2F27287%2F%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25873D%2520%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%2F&amp;referer=http%3A%2F%2Fwww.google.com%2Fcse%3Fcx%3Dpartner-pub-1354937167372906%253Af5miz4rqyb1%26cof%3DFORID%253A10%26ie%3DUTF-8%26q%3D%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%26sa%3D%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%26siteurl%3Dwww.daradaily.com%252Fnews%252F11178%252F%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%25259B%2525E0%2525B8%2525B4%2525E0%2525B8%252594%2525E0%2525B8%252597%2525E0%2525B8%2525B3%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%252599%2525E0%2525B8%2525B5%2525E0%2525B8%2525A2%2525E0%2525B8%25259A%2525E0%2525B8%252594%2525E0%2525B8%2525B2%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525B2%2525E0%2525B8%2525A8%2525E0%2525B8%2525B1%2525E0%2525B8%2525A5%2525E0%2525B8%2525A2%2525E0%2525B8%252581%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A1%2525E0%2525B8%252599%2525E0%2525B8%2525A1%252F%26ad%3Dn9%26num%3D10%26rurl%3Dhttp%253A%252F%252Fwww.daradaily.com%252Fth%252Fhome%252Fsearchresult.php%253Fcx%253Dpartner-pub-1354937167372906%25253Af5miz4rqyb1%2526cof%253DFORID%25253A10%2526ie%253DUTF-8%2526q%253D%2525E0%2525B8%2525A8%2525E0%2525B8%2525B1%2525E0%2525B8%2525A5%2525E0%2525B8%2525A2%2525E0%2525B8%252581%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A1%2526sa%253D%2525E0%2525B8%252584%2525E0%2525B9%252589%2525E0%2525B8%252599%2525E0%2525B8%2525AB%2525E0%2525B8%2525B2%2526siteurl%253Dwww.daradaily.com%25252Fnews%25252F11178%25252F%252525E0%252525B9%25252580%252525E0%252525B8%2525259B%252525E0%252525B8%252525B4%252525E0%252525B8%25252594%252525E0%252525B8%25252597%252525E0%252525B8%252525B3%252525E0%252525B9%25252580%252525E0%252525B8%25252599%252525E0%252525B8%252525B5%252525E0%252525B8%252525A2%252525E0%252525B8%2525259A%252525E0%252525B8%25252594%252525E0%252525B8%252525B2%252525E0%252525B8%252525A3%252525E0%252525B8%252525B2%252525E0%252525B8%252525A8%252525E0%252525B8%252525B1%252525E0%252525B8%252525A5%252525E0%252525B8%252525A2%252525E0%252525B8%25252581%252525E0%252525B8%252525A3%252525E0%252525B8%252525A3%252525E0%252525B8%252525A1%252525E0%252525B8%25252599%252525E0%252525B8%252525A1%25252F&amp;cb=225a909463" alt="" width="0" height="0" /></div>
</div>
<p>โดยล่าสุด ศูนย์ความงามครบวงจร <strong>BB Clinic</strong> ได้นํา <strong>Technology Virtual 3D</strong> เข้ามาจากประเทศเกาหลี เพื่อจําลองภาพเสมือนจริงก่อนการผ่าตัดศัลยกรรมให้กับคนไข้</p>
<p>&#8220;<strong>น.พ.อดุลย์ชัย แสงเสริฐ</strong>&#8221; ให้ความคิดเห็นต่อเทคโนโลยี Virtual 3D พร้อมไขข้อกังวลถึงประเด็น แพทย์อาจถูกคนไข้ฟ้องร้อง ถ้าหลังทําการผ่าตัดแล้วทําไม่เหมือนกับภาพ 3D ที่สร้างก่อนการผ่าตัดหรือไม่</p>
<p>&#8220;คนไข้ไทยหลายคนเองทราบว่า เป็นไปได้ยากในการที่จะทําให้เหมือน 100% เนื่องจากภาพที่เกิดจาก Technology Virtual 3D นั้น ไม่สามารถประเมินถึงความหนาบางของผิวหนังได้ ซึ่ง Technology Virtual 3D อาจช่วยให้คนไข้ตัดสินใจง่ายขึ้น ว่าควรผ่าตัดหรือไม่ผ่าตัด ทําให้ลดการผ่าตัดที่ไม่จําเป็นได้ เช่นว่า การที่คนไข้มาทําการเสริมจมูกแล้ว ต้องการเสริมตรงปลายจมูกให้เป็นหยดน้ำ ถ้าได้ลองใช้ Technology Virtual 3D ทําปลายหยดน้ำให้คนไข้ดูก่อน คนไข้อาจตัดสินใจไม่เสริมแบบหยดน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายและเสี่ยงต่อการเกิดจมูกทะลุได้ในกรณีที่เสริมแบบธรรมดา หรือทําให้ดูจมูกย้อยไม่สวยในกรณีเสริมแบบเกาหลี</p>
<p>ดังนั้น Technology Virtual 3D จะช่วยให้คนไข้และหมอมีความเข้าใจได้ตรงกันก่อนผ่าตัด ลดความผิดหวังที่เกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัด ทั้งนี้แพทย์เองก็ต้องอาศัยประสบการณ์ในการผ่าตัดมาประเมินความต้องการของ ผู้ป่วยด้วยว่า สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการนั้นสามารถเป็นไปได้หรือไม่</p>
<p><strong>แม้ว่า Technology Virtual 3D จะมีความทันสมัยมากที่สุดในโลกในขณะนี้ก็ตามแต่ก็ติดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ เกี่ยวกับรูปภาพ ทําให้ภาพที่สร้างจาก Technology Virtual 3 D นั้นไม่สามารถ print ออกมาได้ เนื่องจาก Software ที่ออกแบบมานั้นมีข้อจํากัดในการ Print ภาพ</strong> ♦</p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<p style="text-align: center;">ขอบคุณข้อมูลจาก daradaily.com</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4513</wfw:commentRss>
		<slash:comments>19142</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อปฏิบัติตนสำหรับสาวที่จะผ่าตัดเสริมหน้าอก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3424</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3424#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:29:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวเสริมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อปฏิบัติตน]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมหน้าอก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3424</guid>
		<description><![CDATA[เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม อกใหญ่เรื่องเล็ก แต่อกเล็กสิเรื่องใหญ่.. สาว ๆ บางรายจึงตัดสินใจจัดการกับปัญหานี้ ด้วยการเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก สำหรับคนที่คิดจะทำการผ่าตัดเพื่อให้หน้าอกดูอวบอิ่มเต็มคัพมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาฝากกันค่ะ 1. หาข้อมูลเรื่องยาล่วงหน้า หลังการผ่าตัด เป็นที่แน่นอนว่าคุณจะต้องได้รับยา บางตัว ไม่ว่าจะเป็นยาลดบวม แก้ปวด แก้อักเสบ หรือยาตัวอื่น ๆ ซึ่งหากเป็นไปได้ การศึกษาข้อมูลของยาโดยละเอียด ทั้งคุณสมบัติและการออกฤทธิ์ของยาแต่ละตัวไว้ล่วงหน้า ย่อมเป็นหนทางที่ดีกว่า โดยคุณสามารถสอบถามข้อมูลเหล่านี้ จากคนที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาก่อน หรือเข้าปรึกษากับคุณหมอได้โดยตรง รวมทั้งการหาซื้อยามาเตรียมเอาไว้ก่อน ย่อมดีกว่าออกไปหาซื้อยาหลังการผ่าตัด ซึ่งคุณทั้งเจ็บแผลทั้งขยับตัวลำบากด้วยค่ะ 2. ทานอาหารมีประโยชน์และงดปัจจัยทำร้ายสุขภาพ แม้จะฟังเป็นเรื่องที่ดูน่าเบื่อ กับการต้องเริ่มทานอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แต่ก็นับว่านี่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ รวมทั้งงดพฤติกรรม ที่ทำร้ายสุขภาพอย่างบริโภคแอลดอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ซึ่งการงดสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัด จะทำให้ระบบทางเดินหายใจของคุณโล่งและสะอาดขึ้น ออกซิเจนถูกดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดและไปหล่อเลี้ยงบาดแผลได้ดีขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วย 3. ไม่จับหรือขยับผ้าพันแผล แม้ว่าคุณจะอยากสำรวจดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหน้าอกของคุณ มากขนาดไหน พยายามห้ามใจไม่ล้วงแคะแกะเกาหรือจับขยับผ้าพันแผล เพราะนั่นเป็นการรบกวนกระบวนการสมานแผล ทำให้แผลหายช้าได้ค่ะ 4. ทำใจยอมรับรอยแผลเป็น เป็นเรื่องธรรมดาว่าหากมีบาด แผลใด [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
<span id="more-3424"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=3425" rel="attachment wp-att-3425"><img class="alignnone size-full wp-image-3425" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/01_941.jpg" alt="" width="437" height="470" /></a></p>
<p>อกใหญ่เรื่องเล็ก แต่อกเล็กสิเรื่องใหญ่.. สาว ๆ บางรายจึงตัดสินใจจัดการกับปัญหานี้ ด้วยการเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก สำหรับคนที่คิดจะทำการผ่าตัดเพื่อให้หน้าอกดูอวบอิ่มเต็มคัพมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาฝากกันค่ะ</p>
<p>1. หาข้อมูลเรื่องยาล่วงหน้า</p>
<p>หลังการผ่าตัด เป็นที่แน่นอนว่าคุณจะต้องได้รับยา บางตัว ไม่ว่าจะเป็นยาลดบวม แก้ปวด แก้อักเสบ หรือยาตัวอื่น ๆ ซึ่งหากเป็นไปได้ การศึกษาข้อมูลของยาโดยละเอียด ทั้งคุณสมบัติและการออกฤทธิ์ของยาแต่ละตัวไว้ล่วงหน้า ย่อมเป็นหนทางที่ดีกว่า โดยคุณสามารถสอบถามข้อมูลเหล่านี้ จากคนที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาก่อน หรือเข้าปรึกษากับคุณหมอได้โดยตรง รวมทั้งการหาซื้อยามาเตรียมเอาไว้ก่อน ย่อมดีกว่าออกไปหาซื้อยาหลังการผ่าตัด ซึ่งคุณทั้งเจ็บแผลทั้งขยับตัวลำบากด้วยค่ะ</p>
<p>2. ทานอาหารมีประโยชน์และงดปัจจัยทำร้ายสุขภาพ</p>
<p>แม้จะฟังเป็นเรื่องที่ดูน่าเบื่อ กับการต้องเริ่มทานอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แต่ก็นับว่านี่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ รวมทั้งงดพฤติกรรม ที่ทำร้ายสุขภาพอย่างบริโภคแอลดอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ซึ่งการงดสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัด จะทำให้ระบบทางเดินหายใจของคุณโล่งและสะอาดขึ้น ออกซิเจนถูกดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดและไปหล่อเลี้ยงบาดแผลได้ดีขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วย</p>
<p>3. ไม่จับหรือขยับผ้าพันแผล</p>
<p>แม้ว่าคุณจะอยากสำรวจดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหน้าอกของคุณ มากขนาดไหน พยายามห้ามใจไม่ล้วงแคะแกะเกาหรือจับขยับผ้าพันแผล เพราะนั่นเป็นการรบกวนกระบวนการสมานแผล ทำให้แผลหายช้าได้ค่ะ</p>
<p>4. ทำใจยอมรับรอยแผลเป็น</p>
<p>เป็นเรื่องธรรมดาว่าหากมีบาด แผลใด ๆ เกิดขึ้นบนร่างกาย ย่อมทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรอยเล็กหรือใหญ่ และจะเห็นได้ชัดเจนหรือไม่ก็ตาม เช่นเดียวกับรอยแผลที่คุณย่อมได้จากการผ่าตัดเสริมหน้าอกนี้ด้วย แต่ถึงกระนั้น คุณก็สามารถรับการรักษารอยแผลเป็นนี้ให้จากลงได้ในภายหลังค่ะ</p>
<p>5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์</p>
<p>เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่สุด ที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละราย ย่อมมีอาการหรือลักษณะจำเพาะที่แตกต่างกันไป ทำให้รายละเอียดในการปฏิบัติตัวทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด แตกต่างกันออกไปด้วย หากมีข้อสงสัยใด ๆ ควรเข้าปรึกษารับคำแนะนำจากคุณหมอโดยตรงค่ะ</p>
<p>ใครที่ตัดสินใจจะทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก คงได้ทราบข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวไปบ้างนะคะ ทั้งนี้ลองศึกษาข้อมูลอีกจากหลาย ๆ แหล่งร่วมด้วย เพื่อให้ผลจากการผ่าตัดครั้งนี้ของคุณได้ผลที่น่าพอใจที่สุดค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook36.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3424</wfw:commentRss>
		<slash:comments>22336</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผ่าตัดไร้รอยแผลเป็น ความหวังของคนอยากสวย</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3136</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3136#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 21:54:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คนอยากสวย]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[แผลเป็น]]></category>
		<category><![CDATA[ไร้รอย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3136</guid>
		<description><![CDATA[&#160; ผ่าตัดไร้รอยแผลเป็นความหวังของคนอยากสวย (นิตยสาร Appeal) &#160; ผิวไม่เกลี้ยงเกลาเพราะมีรอยแผลเป็น ทำให้ผู้หญิงรู้สึกบาดใจเวลาเห็นแผลเป็น โดยเฉพาะแผลเป็นจากการผ่าตัดบริเวณท้อง เช่น ผ่าตัดไต ถุงน้ำดี ฯลฯ ข่าวดีก็คือ ในอนาคตจะมีเทคโนโลยีในการผ่าตัดที่ไม่ก่อให้เกิดแผลเป็น ซึ่งเมื่อต้นศตวรรษที่ 90 มีเทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (minimal invasive) หรือการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งต้องเปิดแผลประมาณ 5-12 มิลลิเมตร แต่การผ่าตัดส่องกล้องกำลังจะเป็นเรื่องล้าสมัยเมื่อมีการผ่าตัดแบบใหม่ที่เรียกว่า &#8220;ผ่าตัดไร้รอยแผลเป็น&#8221; โดยศัลยแพทย์จะใช้การผ่าตัดผ่านทางปาก ทางช่องคลอด ทางทวารหนักหรือทางสะดือ เพื่อเข้าไปผ่าตัดอวัยวะภายใน ข้อดีคือ ไม่มีแผลเป็นและเลือดออกน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดแผลที่ผิวหนัง นอกจากนี้ยังลดอันตรายจากการติดเชื้อหรือแผลฉีด นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลน้อยลงและเจ็บปวดน้อยลง ทั้งนี้ ศจ.ไฮซ์ โจฮันเนส บูร์ ผู้อำนวยการคลินิกศัลยกรรม Charite ในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีเปิดเผยว่า การผ่าตัดทางช่องคลอดของผู้หญิงประสบความสำเร็จเมื่อปี 2007 ส่วนการผ่าตัดไร้รอยแผลด้านอื่น ๆ กำลังอยู่ในงานวิจัย คงต้องอดใจรอกันหน่อย &#160; &#160; &#160; ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก ขอขอบคุณข้อมูลจาก กันยายน 2554 ISSUE 05]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ผ่าตัดไร้รอยแผลเป็นความหวังของคนอยากสวย (นิตยสาร Appeal)</p>
<p><span id="more-3136"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=3137" rel="attachment wp-att-3137"><img class="alignnone size-full wp-image-3137" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/01_135.jpg" alt="" width="500" height="334" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผิวไม่เกลี้ยงเกลาเพราะมีรอยแผลเป็น ทำให้ผู้หญิงรู้สึกบาดใจเวลาเห็นแผลเป็น โดยเฉพาะแผลเป็นจากการผ่าตัดบริเวณท้อง เช่น ผ่าตัดไต ถุงน้ำดี ฯลฯ</p>
<p>ข่าวดีก็คือ ในอนาคตจะมีเทคโนโลยีในการผ่าตัดที่ไม่ก่อให้เกิดแผลเป็น ซึ่งเมื่อต้นศตวรรษที่ 90 มีเทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (minimal invasive) หรือการผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งต้องเปิดแผลประมาณ 5-12 มิลลิเมตร แต่การผ่าตัดส่องกล้องกำลังจะเป็นเรื่องล้าสมัยเมื่อมีการผ่าตัดแบบใหม่ที่เรียกว่า &#8220;ผ่าตัดไร้รอยแผลเป็น&#8221; โดยศัลยแพทย์จะใช้การผ่าตัดผ่านทางปาก ทางช่องคลอด ทางทวารหนักหรือทางสะดือ เพื่อเข้าไปผ่าตัดอวัยวะภายใน</p>
<p>ข้อดีคือ ไม่มีแผลเป็นและเลือดออกน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดแผลที่ผิวหนัง นอกจากนี้ยังลดอันตรายจากการติดเชื้อหรือแผลฉีด นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลน้อยลงและเจ็บปวดน้อยลง ทั้งนี้ ศจ.ไฮซ์ โจฮันเนส บูร์ ผู้อำนวยการคลินิกศัลยกรรม Charite ในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีเปิดเผยว่า การผ่าตัดทางช่องคลอดของผู้หญิงประสบความสำเร็จเมื่อปี 2007 ส่วนการผ่าตัดไร้รอยแผลด้านอื่น ๆ กำลังอยู่ในงานวิจัย คงต้องอดใจรอกันหน่อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook7.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /><br />
ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/appeal7.jpg" alt="" border="0" /><br />
กันยายน 2554 ISSUE 05</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3136</wfw:commentRss>
		<slash:comments>25705</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คลิปเจาะลึกการทำจมูกที่ เกาหลี</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1760</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1760#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 17:48:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[วิดิโอศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การทำจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปเจาะลึก]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1760</guid>
		<description><![CDATA[&#160; [youtube]http://www.youtube.com/watch?v=_GXPZxH7bQ0&#38;feature=player_embedded[/youtube] &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; Credit pic: somanymp3s.com]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span id="more-1760"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=_GXPZxH7bQ0&amp;feature=player_embedded[/youtube]</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Credit pic: somanymp3s.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1760</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20925</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผ่าตัดแก้ไขหูกาง</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1667</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1667#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 17:08:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไขหูกาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1667</guid>
		<description><![CDATA[&#160; การผ่าตัดแก้ไขปัญหาหูกางสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 4 ปีเป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ใบหูมีการพัฒนาเต็มที่แล้ว การผ่าตัดทำเพื่อแก้ไขใบหูที่กางผิดปกติเมื่อมองจากข้างหน้า หรือปรับให้การกางของใบหูทั้งสองข้างเท่ากัน   เกี่ยวกับการผ่าตัดผ่าตัดแก้ไขหูกาง การผ่าตัดแก้ไขปัญหาหูกางสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 4 ปีเป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ใบหูมีการพัฒนาเต็มที่แล้ว การผ่าตัดทำเพื่อแก้ไขใบหูที่กางผิดปกติเมื่อมองจากข้างหน้า หรือปรับให้การกางของใบหูทั้งสองข้างเท่ากัน วิธีการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะทำแนวเส้นผ่าตัดที่ด้านหลังใบหู ผิวหนังส่วนหนึ่งจะถูกตัดออกทำให้ต้องดึงผิวหนังบริเวณแนวเส้นผ่าตัดเข้ามา ชิดกันเพื่อเย็บ วิธีการนี้จะเป็นการดึงใบหูให้เข้ามาแนบชิดศีรษะมากขึ้น ทำให้หูหายกาง ข้อดีของการทำแนวเส้นผ่าตัดด้านหลังใบหูคือจะมองไม่เห็นบาดแผลเมื่อหายแล้ว เนื่องจากถูกซ่อนเอาไว้ ผลลัพธ์ คนไข้จะมีใบหูที่ไม่เป็นจุดเด่นและรับกับหน้ามากขึ้น จึงไม่จำเป็นจะต้องไว้ผมยาวปิดใบหูอีกต่อไป การใช้ยาระงับความเจ็บปวดก่อนผ่าตัด ฉีดยาชาเฉพาะที่ ศัลยแพทย์จะปิดผ้าพันแผลไว้ให้โดยประมาณ 2 ถึง 3 วัน แต่คนไข้ควรจะสวมผ้าพันแผลหลวมๆไว้รอบศีรษะประมาณ 1 ถึง 2 อาทิตย์หลังผ่าตัด เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนและให้บาดแผลหายเร็วยิ่งขึ้น คนไข้อาจจะประสบปัญหาบาดแผลบวมหรือปวด อาการเหล่านี้สามารถบรรเทาลงได้โดยการสั่งยาของศัลยแพทย์ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด - โปรดแจ้งอาการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด &#8211; หากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ล่วงหน้า &#8211; งดแอสไพริน (aspirin) ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ล่วงหน้า [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>การผ่าตัดแก้ไขปัญหาหูกางสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 4 ปีเป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ใบหูมีการพัฒนาเต็มที่แล้ว การผ่าตัดทำเพื่อแก้ไขใบหูที่กางผิดปกติเมื่อมองจากข้างหน้า หรือปรับให้การกางของใบหูทั้งสองข้างเท่ากัน</p>
<p><span id="more-1667"></span></p>
<p style="text-align: center;"> <a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1672" rel="attachment wp-att-1672"><img class="alignnone size-medium wp-image-1672" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/ear3-200x300.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a></p>
<table width="100%" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td colspan="2"><strong>เกี่ยวกับการผ่าตัดผ่าตัดแก้ไขหูกาง</strong></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
<td>การผ่าตัดแก้ไขปัญหาหูกางสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 4 ปีเป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ใบหูมีการพัฒนาเต็มที่แล้ว การผ่าตัดทำเพื่อแก้ไขใบหูที่กางผิดปกติเมื่อมองจากข้างหน้า หรือปรับให้การกางของใบหูทั้งสองข้างเท่ากัน</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td colspan="2"><strong>วิธีการผ่าตัด</strong></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
<td>ศัลยแพทย์จะทำแนวเส้นผ่าตัดที่ด้านหลังใบหู ผิวหนังส่วนหนึ่งจะถูกตัดออกทำให้ต้องดึงผิวหนังบริเวณแนวเส้นผ่าตัดเข้ามา ชิดกันเพื่อเย็บ วิธีการนี้จะเป็นการดึงใบหูให้เข้ามาแนบชิดศีรษะมากขึ้น ทำให้หูหายกาง ข้อดีของการทำแนวเส้นผ่าตัดด้านหลังใบหูคือจะมองไม่เห็นบาดแผลเมื่อหายแล้ว เนื่องจากถูกซ่อนเอาไว้</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td colspan="2"><strong>ผลลัพธ์</strong></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
<td>คนไข้จะมีใบหูที่ไม่เป็นจุดเด่นและรับกับหน้ามากขึ้น จึงไม่จำเป็นจะต้องไว้ผมยาวปิดใบหูอีกต่อไป</p>
<table width="100%" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td></td>
<td><strong>การใช้ยาระงับความเจ็บปวดก่อนผ่าตัด</strong></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td>ฉีดยาชาเฉพาะที่</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td>ศัลยแพทย์จะปิดผ้าพันแผลไว้ให้โดยประมาณ 2 ถึง 3 วัน แต่คนไข้ควรจะสวมผ้าพันแผลหลวมๆไว้รอบศีรษะประมาณ 1 ถึง 2 อาทิตย์หลังผ่าตัด เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนและให้บาดแผลหายเร็วยิ่งขึ้น คนไข้อาจจะประสบปัญหาบาดแผลบวมหรือปวด อาการเหล่านี้สามารถบรรเทาลงได้โดยการสั่งยาของศัลยแพทย์</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
<td>
<table width="100%" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td colspan="2"><strong>การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด</strong></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td></td>
<td></td>
<td>- โปรดแจ้งอาการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด<br />
&#8211; หากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ล่วงหน้า<br />
&#8211; งดแอสไพริน (aspirin) ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด<br />
&#8211; งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 1 อาทิตย์ และหลังผ่าตัด 1 อาทิตย์&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Credit:  siliconeclub.com</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1667</wfw:commentRss>
		<slash:comments>28581</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การตัดปีกจมูก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1665</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1665#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 17:05:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวตัดปีกจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[การตัดปีกจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ตัดปีก]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[รจมูกกว้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1665</guid>
		<description><![CDATA[การตัดปีกจมูก(alar dissection) ตัดเพื่ออะไร และวิธีการที่ใช้ในปัจจุบันคืออะไร? &#160; ปีกจมูก คือ ส่วนที่เป็นกระดูกอ่อน (cartilage) ของจมูกและกางออกมาเป็นปีก 2 ข้าง ประกอบเป็นส่วนหลังคาของรูจมูก ในบางคนที่ปีกจมูกกว้างเกินไปก็จำเป็นที่จะต้องตัดและตกแต่งใหม่เพื่อให้ได้ สัดส่วนที่สวยงาม การตัดปีกจมูกออกมากน้อยเพียงใด &#160; นอกจากจะคำนึงถึงความสวยงามแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสะดวกในการหายใจด้วย เพราะการตัดปีกจมูกออกมากเกินไป จะทำให้รูจมูกเล็กลงมากจนทำให้หายใจได้ลำบาก วิธีการศัลยกรรม ตัดปีกจมูกอาจทำได้ 2 วิธี คือ การตัดจากภายในรูจมูก วิธีนี้จะค่อนข้างยากสำหรับศัลยแพทย์ แต่มีข้อดี คือ จะไม่เห็นรอยแผลเป็น อีกวิธีคือ การตัดที่ภายนอกปีกจมูก วิธีนี้สะดวกในการทำ แต่คนไข้จำเป็นต้องดูแลแผลให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงแผลเป็นในระยะยาว การตัดปีกจากภายในหรือภายนอกขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม &#160; &#160; เครดิตข้อมูลจาก http://www.kusolfacial.com/service01_a.php?id=1 http://www.dungdong.com Credit:  siliconeclub.com Credit ภาพประกอบจาก plasticsurgeryguru.net]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><br />
การตัดปีกจมูก(alar dissection) ตัดเพื่ออะไร และวิธีการที่ใช้ในปัจจุบันคืออะไร?</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ปีกจมูก</strong> คือ ส่วนที่เป็นกระดูกอ่อน (cartilage) ของจมูกและกางออกมาเป็นปีก 2 ข้าง ประกอบเป็นส่วนหลังคาของรูจมูก</p>
<p>ในบางคนที่ปีกจมูกกว้างเกินไปก็จำเป็นที่จะต้องตัดและตกแต่งใหม่เพื่อให้ได้ สัดส่วนที่สวยงาม การตัดปีกจมูกออกมากน้อยเพียงใด</p>
<p><span id="more-1665"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1887" rel="attachment wp-att-1887"><img class="alignnone size-medium wp-image-1887" title="Big smile" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Turkey-Neck-Surgery-300x221.jpg" alt="" width="300" height="221" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากจะคำนึงถึงความสวยงามแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสะดวกในการหายใจด้วย เพราะการตัดปีกจมูกออกมากเกินไป</p>
<p>จะทำให้รูจมูกเล็กลงมากจนทำให้หายใจได้ลำบาก</p>
<p><strong>วิธีการศัลยกรรม ตัดปีกจมูกอาจทำได้ 2 วิธี คือ</strong></p>
<p><strong>การตัดจากภายในรูจมูก</strong></p>
<p>วิธีนี้จะค่อนข้างยากสำหรับศัลยแพทย์ แต่มีข้อดี คือ จะไม่เห็นรอยแผลเป็น</p>
<p><strong>อีกวิธีคือ การตัดที่ภายนอกปีกจมูก</strong></p>
<p>วิธีนี้สะดวกในการทำ แต่คนไข้จำเป็นต้องดูแลแผลให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงแผลเป็นในระยะยาว</p>
<p>การตัดปีกจากภายในหรือภายนอกขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เครดิตข้อมูลจาก http://www.kusolfacial.com/service01_a.php?id=1</p>
<p>http://www.dungdong.com</p>
<p>Credit:  siliconeclub.com</p>
<p>Credit ภาพประกอบจาก plasticsurgeryguru.net</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1665</wfw:commentRss>
		<slash:comments>24441</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การผ่าตัดแปลงเพศ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1657</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1657#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 17:02:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กระเทย]]></category>
		<category><![CDATA[การผ่าตัดแปลงเพศ]]></category>
		<category><![CDATA[ชายการเป็นหญิง]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สาวประเภทสอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1657</guid>
		<description><![CDATA[การผ่าตัดแปลงเพศ โดย นพ.นราธิป ทรงทอง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการทำศัลยกรรมตกแต่ง &#160; ใน ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตใจซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งของการรับรู้เพศ ที่ไม่สอดคล้องกับเพศที่แท้จริง ทางการแพทย์เรียกว่า gender dysphoria หรือ gender identity disorder เป็นความผิดปกติที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากในปัจจุบันสังคมยอมรับคนเหล่านี้มากขึ้นทำให้เขากล้ามารับการรักษา มากขึ้นและได้ผลดี ทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ก่อน ที่จะทำการผ่าตัดแพทย์จะต้องทำการวินิจฉัยให้ได้ก่อนว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ และสามารถจะมำการผ่าตัดได้หรือไม่โดยมีขั้นตอนการพิจารณาดังนี้ 1.?ผู้ ป่วยต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมในเพศที่ตรงข้ามกับเพศจริงทางร่างกายตลอดเวลา และประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน 2.?ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจและประเมินพฤติกรรมโดยจิตแพทย์อย่างน้อย 2 คนและหนึ่งในสองคนต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ 3.?ต้องได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนเพื่อเตียมสภาพร่างกายให้อยู่ในเพศตรงข้ามเสียก่อน 4.?ก่อนผ่าตัดแปลงเพศต้องผ่าตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างอวัยวะเพศเสียก่อน &#160; เป้าหมายในการสร้างอวัยวะเพศหญิงใหม่คือ 1.?การ สร้างช่องคลอดเทียมที่มีขนาดและความลึกพอสมควรเพื่อสามารถใช้ในการร่วมเพศ ได้ในกรณีที่ต้องการแต่ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ก็อาจไม่จำเป็นต้องสร้างให้มี ความลึกมากก็ได้ 2.?สร้างรูปร่างของอวัยวะเพศใหม่ให้ดูคล้ายกับอวัยวะเพศหญิงให้มากที่สุด ได้แก่ แคมนอกและแคมใน 3.?เปลี่ยนแนวของท่อปัสสาวะให้ถูกต้องโดยเวลาปัสสาวะจะต้องพุ่งลงด้านล่าง 4.?สร้างจุดรับสัมผัสหรือคลิตอริส ภาวะแทรกซ้อน 1.?แผล ผ่าตัดแยกหรือหายช้าหรือช่องคลอดใหม่หลุดลอกออก? พบได้บ่อยพอสมควรเนื่องจากแผลผ่าตัดมีจุดที่ต้องมีการเย็บประกอบขึ้นมาจาก ผิวหนังหลายส่วน รวมทั้งการดูแลหลังผ่าตัดที่ไม่เหมาะสมหรือการใช้งานอวัยวะเพศใหม่เร็วเกิน ไป ถ้าแผลแยกหรือหลุดลอกไม่มากอาจใช้การทำแผลไปเรื่อยๆจนแผลหายเองได้แต่ถ้า เป็นมากอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข 2.?เลือดคั่งใต้แผลผ่าตัด 3.?ช่อง [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>การผ่าตัดแปลงเพศ<br />
</strong></strong></p>
<p><strong>โดย นพ.นราธิป ทรงทอง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการทำศัลยกรรมตกแต่ง</strong></p>
<p><strong></strong><span id="more-1657"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2023" rel="attachment wp-att-2023"><img class="alignnone size-medium wp-image-2023" title="bp" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/bp-280x300.jpg" alt="" width="280" height="300" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: left;">ใน ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตใจซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งของการรับรู้เพศ ที่ไม่สอดคล้องกับเพศที่แท้จริง ทางการแพทย์เรียกว่า gender dysphoria หรือ gender identity disorder เป็นความผิดปกติที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากในปัจจุบันสังคมยอมรับคนเหล่านี้มากขึ้นทำให้เขากล้ามารับการรักษา มากขึ้นและได้ผลดี ทำให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข</p>
<p>ก่อน ที่จะทำการผ่าตัดแพทย์จะต้องทำการวินิจฉัยให้ได้ก่อนว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ และสามารถจะมำการผ่าตัดได้หรือไม่โดยมีขั้นตอนการพิจารณาดังนี้</p>
<p>1.?ผู้ ป่วยต้องใช้ชีวิตอยู่ในสังคมในเพศที่ตรงข้ามกับเพศจริงทางร่างกายตลอดเวลา และประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตเป็นเวลาอย่างน้อย 12 เดือน<br />
2.?ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจและประเมินพฤติกรรมโดยจิตแพทย์อย่างน้อย 2 คนและหนึ่งในสองคนต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ<br />
3.?ต้องได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนเพื่อเตียมสภาพร่างกายให้อยู่ในเพศตรงข้ามเสียก่อน<br />
4.?ก่อนผ่าตัดแปลงเพศต้องผ่าตัดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างอวัยวะเพศเสียก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เป้าหมายในการสร้างอวัยวะเพศหญิงใหม่คือ</strong></p>
<p>1.?การ สร้างช่องคลอดเทียมที่มีขนาดและความลึกพอสมควรเพื่อสามารถใช้ในการร่วมเพศ ได้ในกรณีที่ต้องการแต่ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ก็อาจไม่จำเป็นต้องสร้างให้มี ความลึกมากก็ได้<br />
2.?สร้างรูปร่างของอวัยวะเพศใหม่ให้ดูคล้ายกับอวัยวะเพศหญิงให้มากที่สุด ได้แก่ แคมนอกและแคมใน<br />
3.?เปลี่ยนแนวของท่อปัสสาวะให้ถูกต้องโดยเวลาปัสสาวะจะต้องพุ่งลงด้านล่าง<br />
4.?สร้างจุดรับสัมผัสหรือคลิตอริส</p>
<p><strong>ภาวะแทรกซ้อน<br />
</strong><br />
1.?แผล ผ่าตัดแยกหรือหายช้าหรือช่องคลอดใหม่หลุดลอกออก? พบได้บ่อยพอสมควรเนื่องจากแผลผ่าตัดมีจุดที่ต้องมีการเย็บประกอบขึ้นมาจาก ผิวหนังหลายส่วน รวมทั้งการดูแลหลังผ่าตัดที่ไม่เหมาะสมหรือการใช้งานอวัยวะเพศใหม่เร็วเกิน ไป ถ้าแผลแยกหรือหลุดลอกไม่มากอาจใช้การทำแผลไปเรื่อยๆจนแผลหายเองได้แต่ถ้า เป็นมากอาจจะต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข<br />
2.?เลือดคั่งใต้แผลผ่าตัด<br />
3.?ช่อง คลอดตีบ หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องทำการขยายช่องคลอดอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 6-12 เดือน มิฉะนั้นก็อาจจะเกิดช่องคลอดตีบแคบได้ ถ้าเกิดใหม่ๆหลังการผ่าตัดก็อาจจะทำการถ่างขยายได้ แต่ถ้าทิ้งเอาไว้นานจนมีพังผืดแข็งก็อาจจำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดแก้ไข<br />
4.?ช่อง คลอดตื้น เช่นเดียวกับช่องคลอดตีบถ้าเกิดในระยะหลังก็จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อ หาเนื้อเยื่ออื่นมาเสริมเพื่อเพิ่มความลึกแทน เช่น สำไส้ใหญ่ เป็นต้น<br />
5.?ช่อง คลอดทะลุเข้าไปในลำไส้ใหญ่ ต้องแก้ไขโดยการผ่าตัด ถ้าไม่รุนแรงก็อาจจะเย็บปิดได้เลย แต่ถ้าเกิดการติดเชื้อรุนแรงก็อาจจะต้องระบายอุจจาระออกทางหน้าท้องก่อน เพื่อให้แผลรอยทะลุหายสนิทดีก่อนค่อยนำลำไส้กลับเข้าที่เดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ข้อควรรู้ก่อนเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ</strong></p>
<p>การผ่าตัดแปลงเพศจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญอย่างสูงของ ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด โดยจากการทำงานอันยาวนานกว่า 30 ปีและเป็นที่ยอมรับทั้งจากในประเทศและนานาชาติในการผ่าตัดแปลงเพศผู้ป่วยจาก ทั่วโลก (จากชายเป็นหญิงประมาณ 3300 ราย และจากหญิงเป็นชายประมาณ 280 ราย) ของนายแพทย์ปรีชา เตียวตรานนท์ และทีมศัลยแพทย์ของ PAI<br />
รวมไปถึงการเป็นผู้ฝึกหัดศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดแปลงเพศของประเทศไทย เป็นสิ่งยืนยันความเป็นมืออาชีพของทีมศัลยแพทย์ของ PAI<br />
ผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และจะต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครองหากมีอายุต่ำกว่า 20 ปี</p>
<p><strong>การใช้ฮอร์โมนก่อนการแปลงเพศ</strong></p>
<p>โดยทั่วไปแล้วก่อนที่คนไข้จะตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศ จิตแพทย์จะต้องทำการทดสอบคนไข้ก่อนว่าพร้อมที่จะใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงหรือไม่ โดยการใช้ฮอร์โมนหรือการแต่งตัวเป็นผู้หญิงร่วมอย่างน้อย 6 เดือนก่อนการผ่าตัด เป็นต้น ฮอร์โมนเพศหญิงที่จะให้กับคนไข้ได้แก่ เอสโตรเจนหรือโปรเจสเตอโรนโดยจะให้เป็น 2 เท่าของผู้หญิงทั่วไป ในขณะเดียวกันก็จะให้ยากดฮอร์โมนเพศชาย เพื่อช่วยให้รูปลักษณ์ความเป็นชายลดลงและเพื่อช่วยลดอารมณ์ทางเพศ การกดฮอร์โมนเพศชายนี้จะต้องทำอย่างต่ำ 2 ปี อย่างไรก็ตามคนไข้จะต้องตระหนักถึงผลของการใช้ฮอร์โมนในระยะยาว ได้แก่มีโอกาสที่เส้นเลือดดำจะอุดตัน หรือเป็นมะเร็งเต้านม ดังนั้นการใช้ฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์อย่างเคร่งครัด</p>
<p><strong>ขั้นตอนสำคัญของการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงคือการสร้างช่องคลอดซึ่งมีทำอยู่ 3 วิธีด้วยกัน</strong></p>
<p>1. การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชาย ในกรณีที่คนไข้มีความยาวอวัยวะเพศมากกว่า 6 นิ้ว<br />
2. การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับผิวของถุงอัณฑะ ในกรณีที่คนไข้มีความยาวอวัยวะเพศระหว่าง 2 ถึง 6 นิ้ว<br />
3. การสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายร่วมกับลำไส้ใหญ่ ในกรณีที่คนไข้มีความยาวอวัยวะเพศต่ำกว่า 2 นิ้ว หรือในกรณีที่คนไข้ต้องการให้ช่องคลอดมีความลึก<br />
มากกว่า 8 นิ้ว<br />
ข้อดีของการสร้างช่องคลอดจากผิวหนังอวัยวะเพศชายคือภาวะแทรกซ้อนต่ำ ไม่มีแผลเป็นให้เห็นภายนอก ซึ่งแตกต่างจากการสร้างช่องคลอดโดยใช้ลำไส้ใหญ่ร่วมที่นอกจากจะมีแผลเป็นให้ เห็นแล้ว ยังราคาสูงและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้สูงกว่า เช่น ลำไส้รั่ว อย่างไรก็ตามการผ่าตัดโดยใช้ลำไส้ใหญ่ร่วมมีข้อดีกว่าการใช้เฉพาะผิวหนัง จากอวัยวะเพศชายคือ ช่องคลอดที่ได้มีความยืดหยุ่นกว่า มีเมือก ผิวสัมผัสเรียบ ไม่หยาบ และไม่มีขน โดยก่อนผ่าตัดคนไข้จะต้องเข้ารับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเกี่ยว กับขั้นตอนและวิธีการโดยละเอียด เพื่อพิจารณาเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับคนไข้มากที่สุด</p>
<p><strong>วิธีการผ่าตัด</strong></p>
<p>การผ่าตัดแบ่งเป็น 9 ขั้นตอนด้วยกันคือ<br />
1. ทำช่องว่างบริเวณด้านหน้าต่อทวารหนักระหว่างอัณฑะและทวาร เพื่อสร้างเป็นรูเปิดช่องคลอด ความลึกของช่องคลอดที่ได้จะประมาณ 4 ถึง 8 นิ้ว (ผู้หญิงทั่วไปมีช่องคลอดลึกประมาณ 4 นิ้วครึ่ง)<br />
2. ตัดเปิดถุงอัณฑะ และตัดอัณฑะทิ้ง<br />
3. ตัดเปิดผิวหนังอวัยวะเพศชายตามแนวยาวโดยยังคงเก็บส่วนผิวหนังของหัวองคชาติที่ห่อหุ้มเส้นประสาทไว้<br />
4. แยกและเก็บเฉพาะท่อปัสสาวะจากแกนกลางอวัยวะเพศชายเพื่อนำมาทำเป็นผิวที่เชื่อมต่อระหว่างคลิโตริส และ รูปัสสาวะ (floor of vulva)<br />
5. ตัดเปิดผิวหนังส่วนหัวและท้ายของหัวองคชาติที่เก็บไว้ในขั้นตอนที่ 3 โดยเก็บแค่ส่วนผิวหนังตรงกลาง ผิวหนังส่วนนี้ต่อมาจะถูกนำมาทำเป็นคลิโตริสของอวัยวะเพศหญิง<br />
6. นำลำไส้ใหญ่ประมาณ 15 ถึง 20 เซนติเมตรมาต่อกับผิวหนังของอวัยวะเพศชายจากขั้นตอนที่ 3 เพื่อบุเป็นผิวช่องคลอดใหม่<br />
7. สร้างคลิโตริส (clitoroplasty) จากผิวหนังอวัยวะเพศชายที่เก็บไว้ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 5 คลิโตริสใหม่ที่ได้นี้ยังคงมีเส้นประสาทครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนั้นคนไข้จะยังคงรับความรู้สึกได้เหมือนเดิมเมื่อมีเพศสัมพันธ์<br />
8. จัดวางท่อปัสสาวะจากขั้นตอนที่ 4 ให้เป็นผิวที่เชื่อมต่อระหว่างคลิโตริส และรูปัสสาวะ ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ได้อวัยวะเพศหญิงที่เหมือนจริง เป็นสีชมพูทั้งหมด วิธีการนี้แตกต่างจากที่ทำกันในต่างประเทศที่จะใช้ผิวหนังมาทำแทน ทำให้อวัยวะเพศหญิงที่ได้มีสีคล้ำ ไม่สวยงาม<br />
9. ปรับแต่งรูปร่างภายนอกของอวัยวะเพศให้มีลักษณะสมบูรณ์ทั้งแคมในและแคมนอกโดยสร้างจากผิวอวัยวะเพศชายและถุงหุ้มอัณฑะ</p>
<p><strong><br />
ผลลัพธ์</strong></p>
<p>ด้วยวิธีการวางท่อปัสสาวะให้เป็นผิวเชื่อมต่อระหว่างคลิโตริสกับรูปัสสาวะ จะทำให้คนไข้มีอวัยวะเพศหญิงเป็นสีชมพูโดยตลอด ซึ่งแตกต่างจากวิธีการที่ต่างประเทศทำกันที่สุดท้ายแล้วอวัยวะเพศหญิงที่ได้ จะมีสีหมองคล้ำ อย่างไรก็ตามวิธีการนี้จะต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำ การผ่าตัดอย่างสูง เนื่องจากท่อปัสสาวะที่ใช้มีโอกาสหดตัว ทำให้ตำแหน่งของรูปัสสาวะเคลื่อนที่ผิดตำแหน่งเมื่อเวลาผ่านไป นอกจากคนไข้จะได้อวัยวะเพศหญิงที่มีสีสัน รูปร่างสมส่วนและเหมือนจริงแล้ว คลิโตริสที่ทำขึ้นมาใหม่ยังมีเส้นประสาทครบถ้วน ทำให้สามารถรับความรู้สึกได้ปกติเมื่อมีเพศสัมพันธ์</p>
<p><strong>ภาวะแทรกซ้อน</strong></p>
<p>ภาวะแทรกซ้อนที่คนไข้มีโอกาสพบคือ มีอาการติดเชื้อ ฝีเย็บในช่องคลอดที่สร้างไว้แตก ช่องคลอดหดตัวและตื้นขึ้นเนื่องจากเกิดการดึงรั้งของบาดแผล อย่างไรก็ตามภาวะแทรกซ้อนเหล่าสามารถลดลงได้จากความชำนาญของศัลยแพทย์ผู้ทำ การผ่าตัดการที่คนไข้ปฏิบัติตามขั้นตอนการดูแลรักษาอย่างเคร่งครัด</p>
<p><strong>ผลข้างเคียง<br />
</strong><br />
เนื่องจากคนไข้จะต้องใส่ท่อสวนปัสสาวะ จึงอาจจะทำให้รูเปิดท่อปัสสาวะบวมและปัสสาวะไม่ออกในช่วงแรกภายหลังจากถอด ท่อสวนออกแล้ว อาการเหล่านี้พบเห็นได้ทั่วไปและจะหายไปเองเมื่ออาการบวมลดลง นอกจากนี้แล้วคนไข้อาจจะประสบปัญหาเลือดออกจากบาดแผลในช่วงแรกแต่อาการจะดี ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปแล้วประมาณ 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด</p>
<p><strong>การรักษาพยาบาล</strong></p>
<p>ศัลยแพทย์จะสอดท่อสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการตีบของท่อปัสวะที่ทำขึ้นมาใหม่ และเพื่อให้คนไข้ปัสสาวะได้สะดวกไม่กระทบกระเทือนต่อบาดแผล นอกจากนี้แล้วแพทย์จะสอดผ้าก๊อซเข้าช่องคลอดที่สร้างขึ้นใหม่ในระยะแรกเพื่อ ซับเลือดและป้องกันการหดตัวของช่องคลอดจากการดึงรั้งของบาดแผลที่เริ่ม ประสานกัน คนไข้จะต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัดในการดูแลบาดแผลและช่องคลอดใหม่ โดยจะทำการตัดไหมเย็บแผล ในช่วง 7 ถึง 10 วันหลังผ่าตัด</p>
<p><strong><br />
</strong><strong>ระยะเวลาพักฟื้น<br />
</strong><br />
คนไข้จะใช้เวลาพักฟื้นโดยประมาณ 4 ถึง 6 อาทิตย์จึงกลับไปทำงานได้ตามปกติ</p>
<p><strong>การดูแลบาดแผล</strong></p>
<p>ภายหลังจากที่ศัลยแพทย์นำผ้าก๊อซออกจากช่องคลอดแล้ว คนไข้จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการสอดเครื่องช่วยขยายช่องคลอดอย่าง เคร่งครัด การปฏิบัติเช่นนี้จะช่วยลดโอกาสที่ช่องคลอดจะหดตัวจากบาดแผลที่เริ่มประสาน กัน ทำให้ช่องคลอดมีความลึกตามต้องการ ในส่วนของการทำความสะอาดบาดแผลภายนอก คนไข้จะได้รับสบู่ผสมยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดบาดแผลขณะอาบน้ำ ให้กดบาดแผลไว้ประมาณ 15 นาทีหากมีเลือดออกแล้วจึงใส่เบตาดีน ในส่วนของการทำความสะอาดบาดแผลภายในช่องคลอด คนไข้จะทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ 1 ลิตร ผสมกับเบตาดีน 5 ถึง 10 ซีซี แล้วปล่อยน้ำยาฆ่าเชื้อเข้าช่องคลอดตามวิธีการที่แพทย์แนะนำ คนไข้จะต้องใส่ผ้าอนามัยโดยเปลี่ยนวันละ 2 ถึง 3 ครั้งเนื่องจากอาจจะยังมีอาการเลือดซึมจากแผลอยู่ในช่วง 1 อาทิตย์แรกหลังการผ่าตัด โดยหลังจากผ่าตัดไปแล้วประมาณ 1 เดือนคนไข้จะต้องทาครีมผสมน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่วภายในช่องคลอดเพื่อให้เกิด ความนุ่ม ไม่หยาบกระด้าง บาดแผลภายในจะเริ่มหายดีหลังการผ่าตัดไปแล้วประมาณ 6 เดือน ในส่วนของการรับประทานฮอร์โมนเพศหญิง คนไข้สามารถกลับไปรับประทานได้หลังผ่าตัดไปแล้วประมาณ 2 เดือน อย่างไรก็ตามเนื่องจากจะต้องมีการปรับขนาดของฮอร์โมนหลังผ่าตัด คนไข้จึงต้องเข้ารับคำปรึกษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางต่อมไร้ท่อ</p>
<p><strong>การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด</strong></p>
<p>เนื่องจาก PAI เป็นสถาบันที่เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมพลาสติกและการแปลงเพศที่มีความเป็นสากล และตระหนักถึงจรรยาบรรณทางการแพทย์เป็นอย่างสูง คนไข้จึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ HBIGDA (the Harry Benjamin International Gender Dysphoria Association, Inc.) ตามมาตรฐานสากลก่อนเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ ได้แก่<br />
1. คนไข้จะต้องมีจดหมายรับรองจากนักบำบัดจิต หรือจิตแพทย์ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางต่อมไร้ท่อ หรือแพทย์ทั่วไป<br />
2. งดรับประทานหรือฉีดฮอร์โมนก่อนผ่าตัด 2 หรือ 4 อาทิตย์ตามลำดับ เพื่อลดโอกาสเส้นเลือดดำอุดตัน อย่างไรก็ตามการงดฮอร์โมนนี้จะต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์อย่างเคร่ง ครัด<br />
3. ตรวจร่างกายโดยละเอียด 3 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ โดยคนไข้จะต้องผ่านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ตรวจเม็ดเลือด HIV เกลือแร่ น้ำตาล การทำงานของตับและไต ตรวจปัสสาวะ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ เป็นต้น<br />
นอกจากนี้แล้วคนไข้จะต้อง<br />
1. แจ้งอาการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัดหากมีโรคประจำตัว โปรดแจ้งศัลยแพทย์ล่วงหน้า<br />
2. งดแอสไพริน (aspirin) ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ล่วงหน้า 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด<br />
3. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์ และหลังผ่าตัด 4 อาทิตย์<br />
สำหรับคนไข้ที่ติดเชื้อ HIV สามารถเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศได้ แต่จะต้องเพิ่มค่าใช้จ่าย ด้านอุปกรณ์พิเศษ 30 % จากปกติ</p>
<p>credit from <cite><strong>pai</strong>.<strong>co</strong>.<strong>th</strong></cite></p>
<p>Credit:  siliconeclub.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1657</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศัลยกรรมหนังตาและถุงใต้ตา</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1647</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1647#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 16:57:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวทำตาสองชั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงใต้ตา]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หนังตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1647</guid>
		<description><![CDATA[การผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา(Lower Blephaloplasty) &#160; เป็นการผ่าตัดเพื่อกำจัดไขมันที่อยู่ใต้เปลือกตาล่างออกโดยทั่วไปแล้วมีการผ่าตัดอยู่สองวิธี คือ &#160; 1.การ ผ่าตัดผ่านเยื่อบุตาบริเวณเปลือกตาล่าง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุน้อย ไม่มีผิวหนังเกิน หรือไม่มีรอยเหี่ยวย่นที่เปลือกตาล่าง การผ่าตัดโดยวิธีนี้จะไม่มีบาดแผลให้เห็นจากภายนอก 2.การผ่าตัดบริเวณ เปลือกตาล่างใต้ขนตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกินหรือมีรอยย่นใต้ตาร่วมด้วย เนื่องจากการผ่าตัดนี้จะสามารถตัดหนังส่วนเกินออกไปได้พร้อมๆกัน ในกรณีที่มีผิวหนังที่ต้องตัดออกมากอาจจะต้องมีแผลผ่าตัดต่อยาวออกมาทางด้าน หางตาด้วย ส่วนใหญ่แผลผ่าตัดบริเวณใต้ขนตาจะเลือนหายไปในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ส่วนแผลผ่าตัดทางด้านหางตาจะค่อยๆเลือนไปตามเวลา แต่อาจจะยังคงมองเห็นได้บ้าง หลังการผ่าตัดควรจะทำการประคบด้วยน้ำแข็งประมาณ 48-72 ชั่วโมง และควรนอนหัวสูงเพื่อให้ยุบบวมเร็วขึ้น &#160; ภาวะแทรกซ้อน 1. แผลติดเชื้อ 2. เลือด ออก หลังการผ่าตัดวันแรกอาจจะมีเลือดซึมออกจากบริเวณรอยแผลผ่าตัดได้บ้าง ถ้าออกมากให้ใช้ผ้ากดแผลไว้สักพัก แต่ถ้าเลือดออกมากให้รีบปรึกษาแพทย์ 3. หนังตาล่างปลิ้นออก( ectropion)ทำให้มีน้ำตาไหลตลอด เกิดจากเทคนิคการผ่าตัด หรือการหดรั้งของแผลเป็นที่เกิดหลังจากการผ่าตั 4. ภาวะแทรกซ้อนทางสายตา พบได้น้อย ข้อเขียนโดย นพ.นราธิป ทรงทอง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม ประจำรพ.วิภาวดี  Credit:  siliconeclub.com Credit pic: visualphotos.com]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>การผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา(Lower Blephaloplasty)</strong></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นการผ่าตัดเพื่อกำจัดไขมันที่อยู่ใต้เปลือกตาล่างออกโดยทั่วไปแล้วมีการผ่าตัดอยู่สองวิธี คือ</p>
<p><span id="more-1647"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1914" rel="attachment wp-att-1914"><img class="alignnone size-medium wp-image-1914" title="httpwww.visualphotos.com" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/httpwww.visualphotos.com_-300x215.jpg" alt="" width="300" height="215" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1.การ ผ่าตัดผ่านเยื่อบุตาบริเวณเปลือกตาล่าง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุน้อย ไม่มีผิวหนังเกิน หรือไม่มีรอยเหี่ยวย่นที่เปลือกตาล่าง การผ่าตัดโดยวิธีนี้จะไม่มีบาดแผลให้เห็นจากภายนอก<br />
2.การผ่าตัดบริเวณ เปลือกตาล่างใต้ขนตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหนังส่วนเกินหรือมีรอยย่นใต้ตาร่วมด้วย เนื่องจากการผ่าตัดนี้จะสามารถตัดหนังส่วนเกินออกไปได้พร้อมๆกัน ในกรณีที่มีผิวหนังที่ต้องตัดออกมากอาจจะต้องมีแผลผ่าตัดต่อยาวออกมาทางด้าน หางตาด้วย ส่วนใหญ่แผลผ่าตัดบริเวณใต้ขนตาจะเลือนหายไปในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ส่วนแผลผ่าตัดทางด้านหางตาจะค่อยๆเลือนไปตามเวลา แต่อาจจะยังคงมองเห็นได้บ้าง<br />
หลังการผ่าตัดควรจะทำการประคบด้วยน้ำแข็งประมาณ 48-72 ชั่วโมง และควรนอนหัวสูงเพื่อให้ยุบบวมเร็วขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ภาวะแทรกซ้อน</strong></p>
<p>1. แผลติดเชื้อ<br />
2. เลือด ออก หลังการผ่าตัดวันแรกอาจจะมีเลือดซึมออกจากบริเวณรอยแผลผ่าตัดได้บ้าง ถ้าออกมากให้ใช้ผ้ากดแผลไว้สักพัก แต่ถ้าเลือดออกมากให้รีบปรึกษาแพทย์<br />
3. หนังตาล่างปลิ้นออก( ectropion)ทำให้มีน้ำตาไหลตลอด เกิดจากเทคนิคการผ่าตัด หรือการหดรั้งของแผลเป็นที่เกิดหลังจากการผ่าตั<br />
4. ภาวะแทรกซ้อนทางสายตา พบได้น้อย<br />
<strong>ข้อเขียนโดย นพ.นราธิป ทรงทอง ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงาม ประจำรพ.วิภาวดี </strong></p>
<p>Credit:  siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: visualphotos.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1647</wfw:commentRss>
		<slash:comments>23378</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศัลยกรรมตกแต่งปีกจมูก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1642</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1642#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 16:55:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวตัดปีกจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่งปีกจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ปีกจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1642</guid>
		<description><![CDATA[ศัลยกรรมตกแต่งปีกจมูก  การ ผ่าตัดตกแต่งจมูก หรือศัลยกรรมจมูกนำทำเพื่อวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป ตามความต้องการของคนไข้และความจำเป็น ซึ่งคุณควรปรึกษาศัลยแพทย์ของคุณก่อนเข้ารับการผ่าตัดในที่นี้จะยกตัวอย่าง การตกแต่งจมูกด้วยการผ่าตัดปีกจมูก ข้อบ่งชี้ ในกรณีที่พบว่าปีกจมูกและรูปร่างของรูจมูกเป็นสาเหตุของความไม่งดงามของจมูกนั้น การตกแต่งโดยอาศัยการใช้เครื่องสำอางนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ศัลยกรรมตกแต่งปีกจมูกจึงนับเป็นทางออกทางเดียวในการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าว ซึ่งเมื่อกล่าวถึงศัลยกรรมตกแต่ง สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงเสมอก็คือ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการทำผ่าตัดเป็นเช่นไร และผลเสียที่อาจเกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงมากน้อยเพียงใด สามารถแก้ไขได้หรือไม่เมื่อตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด การพิจารณาเลือกศัลยแพทย์ที่จะทำผ่าตัดให้ จะต้องแน่ใจว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมตกแต่งที่มีความรู้ความสามารถโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้ที่จะทำผ่าตัดตกแต่งปีกจมูก จะพิจารณาดูรายละเอียดในทุกแง่มุมของจมูก ถึงความสมดุลของส่วนต่างๆของจมูกตลอดจนอวัยวะข้างเดียว ซึ่งเป็นองค์ประกอบของใบหน้า เพราะการผ่าตัดเพื่อทำให้รูปจมูกโดยรวมสวยงามขึ้น แต่มีความขัดแย้งกับใบหน้าโดยรวม ย่อมไม่ใช่ส่งที่พึงประสงค์อย่างแน่นอน การ ผ่าตัดตกแต่งจมูก หรือศัลยกรรมจมูกนำทำเพื่อวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป ตามความต้องการของคนไข้และความจำเป็น ซึ่งคุณควรปรึกษาศัลยแพทย์ของคุณก่อนเข้ารับการผ่าตัดในที่นี้จะยกตัวอย่าง การตกแต่งจมูกด้วยการผ่าตัดปีกจมูก การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด คนไข้ไม่จำเป็นต้องพักในสถานพยาบาล การ ทำผ่าตัดตกแต่งบริเวณปีกจมูก สามารถทำการผ่าตัดภายใต้การฉีดยาชาเฉพาะที่ในบริเวณที่จะทำผ่าตัดโดยตรง โดยจะฉีดหลังจากที่ศัลยแพทย์ตกแต่งได้กะแล้วว่าจะตัดปีกจมูกบริเวณใด ซึ่งในการฉีดยาชานั้นมักจะผสมยาที่ออกฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดหดตัว เพื่อลดปริมาณเลือดออกขณะที่ทำการผ่าตัด วิธีการผ่าตัด นการ ทำผ่าตัดตกแต่งปีกจมูก ศัลยแพทย์ตกแต่งจะพิจารณาว่าจะปรับเปลี่ยนลักษณะปีกจมูกอย่างไร ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพื้นฐานของปีกจมูกของแต่ละบุคคล เช่น ผู้ที่มีฐานของรูจมูกกว้าง ก็จะทำการตัดบริเวณฐานของรูจมูกเท่านั้น ส่วนผู้ที่มีปีกจมูกกว้าง แต่ฐานหรือรูปร่างของรูจมูกดีอยู่แล้ว ก็จะทำการตัดที่ปีกจมูก สำหรับในกรณีที่มีทั้งปีกจมูกและฐานหรือขนาดรูจมูกกว้างเกินไป ก็จะทำการตัดทั้ง 2 [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศัลยกรรมตกแต่งปีกจมูก</strong></p>
<div> การ ผ่าตัดตกแต่งจมูก หรือศัลยกรรมจมูกนำทำเพื่อวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป ตามความต้องการของคนไข้และความจำเป็น ซึ่งคุณควรปรึกษาศัลยแพทย์ของคุณก่อนเข้ารับการผ่าตัดในที่นี้จะยกตัวอย่าง การตกแต่งจมูกด้วยการผ่าตัดปีกจมูก</div>
<p><span id="more-1642"></span></p>
<p align="center"><strong><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1644" rel="attachment wp-att-1644"><img class="alignnone size-medium wp-image-1644" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/nose1-300x277.jpg" alt="" width="300" height="277" /></a></strong></p>
<p align="center"><strong><br />
</strong></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td><strong>ข้อบ่งชี้</strong></td>
</tr>
<tr>
<td colspan="3"></td>
</tr>
<tr>
<td rowspan="13" valign="top" width="56%">ในกรณีที่พบว่า<strong>ปีกจมูกและรูปร่างของรูจมูก</strong>เป็นสาเหตุของความไม่งดงามของจมูกนั้น การตกแต่งโดยอาศัยการใช้เครื่องสำอางนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ศัลยกรรมตกแต่งปีกจมูกจึงนับเป็นทางออกทางเดียวในการแก้ไขความบกพร่องดังกล่าว ซึ่งเมื่อกล่าวถึงศัลยกรรมตกแต่ง สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงเสมอก็คือ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการทำผ่าตัดเป็นเช่นไร และผลเสียที่อาจเกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงมากน้อยเพียงใด สามารถแก้ไขได้หรือไม่เมื่อตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด การพิจารณาเลือกศัลยแพทย์ที่จะทำผ่าตัดให้ จะต้องแน่ใจว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางศัลยกรรมตกแต่งที่มีความรู้ความสามารถโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้ที่จะทำผ่าตัดตกแต่งปีกจมูก จะพิจารณาดูรายละเอียดในทุกแง่มุมของจมูก ถึงความสมดุลของส่วนต่างๆของจมูกตลอดจนอวัยวะข้างเดียว ซึ่งเป็นองค์ประกอบของใบหน้า เพราะการผ่าตัดเพื่อทำให้รูปจมูกโดยรวมสวยงามขึ้น แต่มีความขัดแย้งกับใบหน้าโดยรวม ย่อมไม่ใช่ส่งที่พึงประสงค์อย่างแน่นอน</p>
<p>การ ผ่าตัดตกแต่งจมูก หรือศัลยกรรมจมูกนำทำเพื่อวัตถุประสงค์แตกต่างกันออกไป ตามความต้องการของคนไข้และความจำเป็น ซึ่งคุณควรปรึกษาศัลยแพทย์ของคุณก่อนเข้ารับการผ่าตัดในที่นี้จะยกตัวอย่าง การตกแต่งจมูกด้วยการผ่าตัดปีกจมูก</p>
<h3>การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด</h3>
<p>คนไข้ไม่จำเป็นต้องพักในสถานพยาบาล</p>
<p>การ ทำผ่าตัดตกแต่งบริเวณปีกจมูก สามารถทำการผ่าตัดภายใต้การฉีดยาชาเฉพาะที่ในบริเวณที่จะทำผ่าตัดโดยตรง โดยจะฉีดหลังจากที่ศัลยแพทย์ตกแต่งได้กะแล้วว่าจะตัดปีกจมูกบริเวณใด ซึ่งในการฉีดยาชานั้นมักจะผสมยาที่ออกฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดหดตัว เพื่อลดปริมาณเลือดออกขณะที่ทำการผ่าตัด</p>
<h3><strong>วิธีการผ่าตัด</strong></h3>
<p>นการ ทำผ่าตัดตกแต่งปีกจมูก ศัลยแพทย์ตกแต่งจะพิจารณาว่าจะปรับเปลี่ยนลักษณะปีกจมูกอย่างไร ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับพื้นฐานของปีกจมูกของแต่ละบุคคล เช่น ผู้ที่มีฐานของรูจมูกกว้าง ก็จะทำการตัดบริเวณฐานของรูจมูกเท่านั้น ส่วนผู้ที่มีปีกจมูกกว้าง แต่ฐานหรือรูปร่างของรูจมูกดีอยู่แล้ว ก็จะทำการตัดที่ปีกจมูก สำหรับในกรณีที่มีทั้งปีกจมูกและฐานหรือขนาดรูจมูกกว้างเกินไป ก็จะทำการตัดทั้ง 2 ส่วนออก? แต่ถ้ารูจมูกหรือฐานของจมูกเล็กเกินไป ก็จำเป็นต้องหาเนื้อเยื่อมาเติมเข้าไป เช่นจากปีกจมูกเอง จากใบหู? กรณีนี้มักมีร่องรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดมากกว่ากรณีที่ทำใหรูจมูกเล็กลง</p>
<p>หลัง จากนั้นก็จะทำการเย็บแผลเข้าหากัน โดยกำหนดตำแหน่งการเย็บเข้าหากันไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะทำผ่าตัด เพื่อให้เกิดการม้วนตัวของรูจมูกให้ได้รูปร่างสวยงามตามต้องการ รูจมูกต้องโค้งต่อเนื่องไม่เป็นร่อง และพยายามซ่อนรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดให้สังเกตเห็นน้อยที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะซ่อนรอยแผลเป็นให้อยู่ในร่องของปีกจมูก ซึ่งในบางกรณีที่ต้องการตกแต่งปีกจมูก เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นอย่างมาก ในการทำการผ่าตัดก็สามารถที่จะทำได ้แต่อาจจะเห็นรอยแผลเป็นที่ค่อนข้างเด่นชัด และมีรูปร่างที่ผิดไปจากรูปจมูกของคนปกติทั่วไป</p>
<p>ซึ่งในการผ่าตัดตกแต่งปีกจมูกนี้ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การ ผ่าตัดปีกจมูกนั้น จะมีบาดแผลจากการผ่าตัดอยู่ที่บริเวณรูจมูก และร่องข้างปีกจมูก การรักษาความสะอาดของบาดแผลเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลหลังผ่าตัด โดยการทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อโรควันละ 2 เวลา อย่าให้เกิดจากติดเชื้อ จนกระทั่งตัดไหมซึ่งมักจะตัดไหมประมาณ 5 &#8211; 7 วัน หลังจากการผ่าตัด</p>
<h3><strong>การดูแลหลังการผ่าตัด</strong></h3>
<p>การผ่าตัดปีก จมูกนั้น จะมีบาดแผลจากการผ่าตัดอยู่ที่บริเวณรูจมูก และร่องข้างปีกจมูก การรักษาความสะอาดของบาดแผลเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลหลังผ่าตัด โดยการทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อโรควันละ 2 เวลา อย่าให้เกิดจากติดเชื้อ จนกระทั่งตัดไหมซึ่งมักจะตัดไหมประมาณ 5 &#8211; 7 วัน หลังจากการผ่าตัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เครดิต จาก</strong></p>
<p><strong>http://cosmesis.tripod.co</p>
<p>http://www.sp-cosmeticsurgery.net</strong></p>
<p>Credit:  siliconeclub.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1642</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18271</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
