<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; ผู้หญิง</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>เตือนภัยผู้หญิงที่อยากหัวนมอมชมพู!</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3048</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3048#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 21:23:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[หัวนมอมชมพู]]></category>
		<category><![CDATA[เตือนภัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3048</guid>
		<description><![CDATA[เตือนภัยผู้หญิงที่อยากหัวนมอมชมพู! (Woman&#8217;s Story) ได้ยินกระแสการใช้ครีมเพื่อทำให้หัวนมนั้นเป็นสีชมพูมาได้สักพักแล้วนะคะ และก็เห็นว่าหาซื้อได้ง่ายทั้งตามท้องตลาดทั่วไป หรือจะไฮเทคหน่อยก็มีขายออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย ครั้งนี้มีข่าวมาฝากเตือนสำหรับสาวๆ ที่นิยมใช้ครีมทาหัวนมชมพูกันซักนิดนึงค่ะ เพราะจากการวิจัยของผู้เชี่ยวชาญพบว่าใช้แล้วมีสารที่ทำอันตรายต่อร่างกายด้วยนะคะ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เขาออกมาเตือนกันแล้วว่า ครีมสำหรับทาให้หัวนมนั้นมีสีชมพู โดยใช้ครีมทาที่ฐานของหัวนมนั้น ได้ดำเนินการนำครีมดังกล่าวไปทำการตรวจ ปรากฏว่าในครีมนั้นมีสารปรอทแอมโมเนีย ซึ่งจะทำให้เป็นผื่นที่ผิวหนัง อีกทั้งยังทำให้ผิวคล้ำและบางลง หากสะสมในร่างกายมากๆ จะทำให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ และที่สำคัญไปกว่านั้นครีมจะซึมเข้าไปแล้วไปสะสมในต่อมน้ำเหลืองและต่อมน้ำนมอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่คุ้มค่าที่จะเอาสุขภาพของเราไปเสี่ยงเพื่อสิ่งเหล่านี้เลยค่ะ.. &#160; &#160; (Woman&#8217;s Story) ปีที่ 12 ฉบับที่ 272 ตุลาคม 2554 ขอขอบคุณข้อมูลจาก]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เตือนภัยผู้หญิงที่อยากหัวนมอมชมพู! (Woman&#8217;s Story)</p>
<p><span id="more-3048"></span></p>
<p>ได้ยินกระแสการใช้ครีมเพื่อทำให้หัวนมนั้นเป็นสีชมพูมาได้สักพักแล้วนะคะ และก็เห็นว่าหาซื้อได้ง่ายทั้งตามท้องตลาดทั่วไป หรือจะไฮเทคหน่อยก็มีขายออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตอีกด้วย ครั้งนี้มีข่าวมาฝากเตือนสำหรับสาวๆ ที่นิยมใช้ครีมทาหัวนมชมพูกันซักนิดนึงค่ะ เพราะจากการวิจัยของผู้เชี่ยวชาญพบว่าใช้แล้วมีสารที่ทำอันตรายต่อร่างกายด้วยนะคะ</p>
<p>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เขาออกมาเตือนกันแล้วว่า ครีมสำหรับทาให้หัวนมนั้นมีสีชมพู โดยใช้ครีมทาที่ฐานของหัวนมนั้น ได้ดำเนินการนำครีมดังกล่าวไปทำการตรวจ ปรากฏว่าในครีมนั้นมีสารปรอทแอมโมเนีย ซึ่งจะทำให้เป็นผื่นที่ผิวหนัง อีกทั้งยังทำให้ผิวคล้ำและบางลง หากสะสมในร่างกายมากๆ จะทำให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบ</p>
<p>และที่สำคัญไปกว่านั้นครีมจะซึมเข้าไปแล้วไปสะสมในต่อมน้ำเหลืองและต่อมน้ำนมอีกด้วย เพราะฉะนั้นไม่คุ้มค่าที่จะเอาสุขภาพของเราไปเสี่ยงเพื่อสิ่งเหล่านี้เลยค่ะ..</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>(Woman&#8217;s Story)<br />
ปีที่ 12 ฉบับที่ 272 ตุลาคม 2554</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/logo-kapook59.png" alt="Kapook" /></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3048</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หงุดหงิด-กินจุ ก่อนเมนส์มา</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1429</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1429#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 00:45:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนเมนส์มา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[หงุดหงิด-กินจุ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1429</guid>
		<description><![CDATA[บทความโดย พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์เกือบทุกคน คงคุ้นเคยกับอาการทางร่างกายและจิตใจ ที่เปลี่ยนแปลงในช่วงก่อนมีรอบเดือน บางคนเกิดช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนมีรอบเดือน บางคน 10 วัน ก่อนที่จะมีรอบเดือน &#160; &#8220;เลือดจะไป ลมจะมา&#8221; ตามหลักการทำงานของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นเป็นวงจร วงจรละประมาณ 28-30 วันนั้น ทำให้เกิดผลทางร่างกายและอารมณ์หลายอย่าง ซึ่งโดยมากเป็นอาการทางจิตใจที่พบบ่อย คือ หงุดหงิดง่าย รู้สึกไวต่อความรำคาญทุกชนิดอย่างที่ปกติไม่เคยรู้สึก ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิด พนักงานเสิร์ฟอาหาร คนรับใช้ เพื่อนร่วมท้องถนน ฯลฯ เครียด วิตกกังวลหลายเรื่อง บางครั้งเรื่องไม่เป็นเรื่องก็เอามานั่งคิดให้สมองทำงานหนัก โดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ยิ่งคิดแล้วยิ่งหาทางออกไม่เจอ แต่กลับเจอปัญหาเพิ่มขึ้นอีก เบื่อหน่าย ท้อแท้ เศร้า รู้สึกว่าชีวิตตีบตัน ไม่อยากทำอะไรๆ ที่เคยอยากทำ &#8220;ขี้เกียจ&#8221; เป็นคำที่ใช้รองรับอารมณ์นี้ แต่จริงๆ แล้วไม่อยากทำ คิดว่าทำไปก็ไม่รู้สึกสนุก ฯลฯ สำหรับคุณผู้หญิงที่มีอาการดังกล่าวนานเกินสิบกว่าวันก่อนที่จะมีประจำเดือน ลองคำนวณดูจะพบว่าในเดือนเดือนหนึ่ง คุณจะมีช่วงปกติแค่เพียงสองสัปดาห์เท่านั้น แล้วในช่วงชีวิตหนึ่งคงมีช่วงปกติแค่เพียงครึ่งชีวิต แต่ไม่เป็นไร เพราะหลังอ่านคอลัมน์นี้จบ คุณจะรู้ว่ามันก็แค่การเปลี่ยนแปลงของสารเคมี [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>บทความโดย พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1</p>
<p>ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์เกือบทุกคน คงคุ้นเคยกับอาการทางร่างกายและจิตใจ ที่เปลี่ยนแปลงในช่วงก่อนมีรอบเดือน บางคนเกิดช่วงหนึ่งสัปดาห์ก่อนมีรอบเดือน บางคน 10 วัน ก่อนที่จะมีรอบเดือน</p>
<p><span id="more-1429"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1988" rel="attachment wp-att-1988"><img class="alignnone size-medium wp-image-1988" title="Healthy-Living-with-attribute-Sleep" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Healthy-Living-with-attribute-Sleep-300x177.jpg" alt="" width="300" height="177" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เลือดจะไป ลมจะมา&#8221; ตามหลักการทำงานของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นเป็นวงจร วงจรละประมาณ 28-30 วันนั้น ทำให้เกิดผลทางร่างกายและอารมณ์หลายอย่าง ซึ่งโดยมากเป็นอาการทางจิตใจที่พบบ่อย คือ</p>
<ul>
<li>หงุดหงิดง่าย รู้สึกไวต่อความรำคาญทุกชนิดอย่างที่ปกติไม่เคยรู้สึก ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิด พนักงานเสิร์ฟอาหาร คนรับใช้ เพื่อนร่วมท้องถนน ฯลฯ</li>
<li>เครียด วิตกกังวลหลายเรื่อง บางครั้งเรื่องไม่เป็นเรื่องก็เอามานั่งคิดให้สมองทำงานหนัก โดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ยิ่งคิดแล้วยิ่งหาทางออกไม่เจอ แต่กลับเจอปัญหาเพิ่มขึ้นอีก</li>
<li>เบื่อหน่าย ท้อแท้ เศร้า รู้สึกว่าชีวิตตีบตัน ไม่อยากทำอะไรๆ ที่เคยอยากทำ &#8220;ขี้เกียจ&#8221; เป็นคำที่ใช้รองรับอารมณ์นี้ แต่จริงๆ แล้วไม่อยากทำ คิดว่าทำไปก็ไม่รู้สึกสนุก ฯลฯ</li>
</ul>
<p>สำหรับคุณผู้หญิงที่มีอาการดังกล่าวนานเกินสิบกว่าวันก่อนที่จะมีประจำเดือน ลองคำนวณดูจะพบว่าในเดือนเดือนหนึ่ง คุณจะมีช่วงปกติแค่เพียงสองสัปดาห์เท่านั้น แล้วในช่วงชีวิตหนึ่งคงมีช่วงปกติแค่เพียงครึ่งชีวิต</p>
<p>แต่ไม่เป็นไร เพราะหลังอ่านคอลัมน์นี้จบ คุณจะรู้ว่ามันก็แค่การเปลี่ยนแปลงของสารเคมี และในเมื่อร่างกายนี้ ชีิวิตนี้ รวมทั้งอารมณ์ ความรู้สึกนี้ล้วนแต่เป็นของเรา (Feelings belong to us) ดังนั้น เราจึงมีความชอบธรรมที่จะควบคุม เปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้นได้</p>
<p>กลุ่มอาการที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีรอบเดือน (Premenstrual Syndrome หรือ PMS) ประกอบด้วยอาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ปวดตามตัว แน่นท้อง เจ็บเต้านม หิวบ่อย กินจุ นอนไม่หลับ จมูกไวต่อการรับกลิ่น ส่วนอาการทางจิตใจและอารมณ์ เช่น หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิ เครียด วิตกกังวล ซึมเศร้าไม่มีสาเหตุ อารมณ์แปรปรวน ทั้งหลายนี้รวมเรียกว่า Premenstrual Dysphoric Disorder หรือ PMDD</p>
<p>โดยพบว่า PMDD จะเกิดง่ายขึ้นถ้ามีปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มกาแฟมากๆ การสูบบุหรี่ ความเครียด อายุที่มากขึ้น ภาวะขาดวิตามินและประวัติบุคคลในครอบครัวที่มีอาการ PMDD</p>
<p>วิธีป้องกัน ได้แก่</p>
<ul>
<li>รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ไม่ขาดวิตามินและแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม (ได้จากการดื่มนม กินปลาเล็กปลาน้อยทั้งก้าง งา ผักใบเขียวเข้ม)</li>
<li>หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง</li>
<li>ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ</li>
<li>หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ทำให้เครียด</li>
<li>หลีกเลี่ยงกาแฟ บุหรี่และสุรา</li>
<li>รักษาน้ำหนักไม่ให้อ้วน</li>
</ul>
<p>เมื่อเกิดอาการขึ้นแล้ว วิธีการบำบัดรักษาพื้นฐาน ได้แก่</p>
<ul>
<li>หลีกเลี่ยงของหวาน กาแฟ บุหรี่ สุรา รับประทานผักสด ผลไม้ ธัญพืช หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม นมสด หลีกเลี่ยงเนื้อแดง แนะนำให้รับประทานอาหารมื้อละน้อยๆ อย่ารับประทานครั้งละมากๆ</li>
<li>รับประทานอาหารให้เป็นเวลา เพื่อป้องกันท้องอืด</li>
<li>ออกกำลังกายวันละ 30 นาที เบาๆ ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายอย่างหนัก</li>
<li>พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด</li>
<li>ถ้าพบว่าอาการเป็นรุนแรงและรบกวนชีวิตประจำวันมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยการรับประทานยา</li>
</ul>
<p>อย่าปล่อยให้อารมณ์หงุดหงิดช่วงก่อนมีประจำเืดือน มารบกวนความสุขในการใช้ชีวิตประจำวันของคุณเลยนะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ablehealth11.blogspot.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1429</wfw:commentRss>
		<slash:comments>309</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
