<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; ผิวสวยใส</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AA" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>แนะรู้ทันกระแสความงาม..สวยอย่างมีสติ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3367</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3367#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:12:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวสวยใส]]></category>
		<category><![CDATA[สวยอย่างมีสติ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3367</guid>
		<description><![CDATA[แนะรู้ทันกระแสความงาม..สวยอย่างมีสติ (ไทยโพสต์) ยุคนี้สมัยนี้เรื่องความสวยความงาม ที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพเป็นเรื่องสำคัญ ส่งผลให้มีสถานบริการด้านความงาม การดูแลผิวพรรณและศัลยกรรมผุดขึ้นจำนวนมาก ทำอย่างไรที่คุณผู้หญิงจะสวยแบบมั่นใจโดยไม่ต้องเสียเงินก้อนโต และได้รับผลตอบแทนเป็นความสวยที่คุ้มค่า นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ คุณหมอหนุ่มไฟแรงแห่งยศยาคลินิก ศูนย์ความงามดูแลผิวพรรณและศัลยกรรมแห่งใหม่ย่านรัชดาภิเษก กล่าวถึงกระแสความงามในปัจจุบันว่า ตอนนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านความงามมีมาตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็มีทางเลือกมากมาย หรือทำบ่อยหลายครั้งเกินความจำเป็น ประชาชนจึงต้องรู้ทันกระแสของวิธีการทางการตลาด ก่อนตัดสินใจที่จะเลือกทำอะไรควรศึกษาหารายละเอียด ข้อดีข้อเสีย นำมาเปรียบเทียบและไตร่ตรองอย่างรอบคอบอาจหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตหรือคนที่รู้จักกัน หรือการสอบถามโดยตรงกับคุณหมอ หรือเจ้าหน้าที่ของสถานที่ให้บริการความงาม เลือกหาวิธีการดูแลตัวเองเท่าที่จำเป็น อย่าลืมว่าการดูแลความสวยจากภายนอก ด้วยการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เทคโนโลยีเครื่องมือร่วมกับครีมบำรุงต่าง ๆ มาช่วยเรื่องความงามแล้ว ความสวยจากภายในซึ่งมาจากวิธีการง่าย ๆ ใกล้ตัวที่ทุกคนก็สามารถทำได้ คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการทำจิตใจให้สดใส เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย ส่วนการทำศัลยกรรมจากสถานเสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐาน จนทำให้หน้าตาผิดรูปร่าง ตกเป็นข่าวครึกโครมอยู่ในขณะนี้นั้น คุณหมอมีคำแนะนำว่า การตัดสินใจเลือกทำศัลยกรรม สิ่งสำคัญที่สุดคือองค์ความรู้และประสบการณ์ของแพทย์ ควรเป็นศัลยแพทย์ที่จบมาทางด้านศัลยแพทย์ตกแต่งมาโดยตรง เพราะมีความเชี่ยวชาญมากกว่า มีการรับรองเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ซึ่งสามารถตรวจสอบดูใบอนุญาตได้จาก web site ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย และควรทำศัลยกรรมตกแต่งในสถานที่ซึ่งได้รับมาตรฐาน เนื่องจากการผ่าตัดทุกชนิดอาจมีผลแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ คุณหมอหนุ่มยังทิ้งท้ายด้วยว่า ผู้หญิงทุกคนมีความสวยในแบบฉบับของตนเอง การแต่งเสริมเติมสวยก็ขอให้ทำอย่างมีขอบเขต ควรยึดหลักทางสายกลางเช่นกัน [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div></div>
<p>แนะรู้ทันกระแสความงาม..สวยอย่างมีสติ (ไทยโพสต์)<br />
<span id="more-3367"></span><br />
ยุคนี้สมัยนี้เรื่องความสวยความงาม ที่ส่งผลต่อบุคลิกภาพเป็นเรื่องสำคัญ ส่งผลให้มีสถานบริการด้านความงาม การดูแลผิวพรรณและศัลยกรรมผุดขึ้นจำนวนมาก ทำอย่างไรที่คุณผู้หญิงจะสวยแบบมั่นใจโดยไม่ต้องเสียเงินก้อนโต และได้รับผลตอบแทนเป็นความสวยที่คุ้มค่า</p>
<p>นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ คุณหมอหนุ่มไฟแรงแห่งยศยาคลินิก ศูนย์ความงามดูแลผิวพรรณและศัลยกรรมแห่งใหม่ย่านรัชดาภิเษก กล่าวถึงกระแสความงามในปัจจุบันว่า ตอนนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านความงามมีมาตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็มีทางเลือกมากมาย หรือทำบ่อยหลายครั้งเกินความจำเป็น ประชาชนจึงต้องรู้ทันกระแสของวิธีการทางการตลาด ก่อนตัดสินใจที่จะเลือกทำอะไรควรศึกษาหารายละเอียด ข้อดีข้อเสีย นำมาเปรียบเทียบและไตร่ตรองอย่างรอบคอบอาจหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตหรือคนที่รู้จักกัน หรือการสอบถามโดยตรงกับคุณหมอ หรือเจ้าหน้าที่ของสถานที่ให้บริการความงาม เลือกหาวิธีการดูแลตัวเองเท่าที่จำเป็น</p>
<p>อย่าลืมว่าการดูแลความสวยจากภายนอก ด้วยการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เทคโนโลยีเครื่องมือร่วมกับครีมบำรุงต่าง ๆ มาช่วยเรื่องความงามแล้ว ความสวยจากภายในซึ่งมาจากวิธีการง่าย ๆ ใกล้ตัวที่ทุกคนก็สามารถทำได้ คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการทำจิตใจให้สดใส เป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย</p>
<p>ส่วนการทำศัลยกรรมจากสถานเสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐาน จนทำให้หน้าตาผิดรูปร่าง ตกเป็นข่าวครึกโครมอยู่ในขณะนี้นั้น คุณหมอมีคำแนะนำว่า การตัดสินใจเลือกทำศัลยกรรม สิ่งสำคัญที่สุดคือองค์ความรู้และประสบการณ์ของแพทย์ ควรเป็นศัลยแพทย์ที่จบมาทางด้านศัลยแพทย์ตกแต่งมาโดยตรง เพราะมีความเชี่ยวชาญมากกว่า มีการรับรองเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ซึ่งสามารถตรวจสอบดูใบอนุญาตได้จาก web site ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย และควรทำศัลยกรรมตกแต่งในสถานที่ซึ่งได้รับมาตรฐาน เนื่องจากการผ่าตัดทุกชนิดอาจมีผลแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้</p>
<p>คุณหมอหนุ่มยังทิ้งท้ายด้วยว่า ผู้หญิงทุกคนมีความสวยในแบบฉบับของตนเอง การแต่งเสริมเติมสวยก็ขอให้ทำอย่างมีขอบเขต ควรยึดหลักทางสายกลางเช่นกัน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเสพติด ต้องทำตลอดเวลาและไม่หยุด กลายเป็นภาระและส่งผลต่อจิตใจ กลายเป็นคนที่ห่วงสวยจนลืมเรื่องหน้าที่การงานและความรับผิดชอบอื่น ๆ ดังนั้น การไปใช้บริการเสริมความงามและทำศัลยกรรมใด ๆ ขอให้เป็นความสวยที่เรียกว่า Beauty with senses หรือสวยอย่างมีสติ พิจารณาถึงผลดีผลเสีย และความจำเป็นให้รอบด้านก่อนตัดสินใจรักษาใด ๆ เพื่อจะได้เป็นความสวยที่ไม่ทำให้ทุกข์ใจในภายหลัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook29.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
</div>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/thaipost8.jpg" alt="" border="0" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3367</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยีรักษาสิว</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3352</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3352#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:10:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวสวยใส]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาสิว]]></category>
		<category><![CDATA[สิวหาย]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3352</guid>
		<description><![CDATA[เทคโนโลยีรักษาสิว (Lisa) แพทย์ผิวหนังแนะนำว่า การกดสิวและการฉีดสิวนั้น แม้จะเป็นวิธีแก้ปัญหาสิวผุดเร่งด่วนที่ได้ผลอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และยังมีส่วนทำให้โพรงขนเกิดความเสียหาย เกิดรอยแผลเป็นขึ้นได้ เทคโนโลยีการรักษาสิวด้วยเลเซอร์จึงทำให้คุณมีตัวเลือกมากขึ้น แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนทำ เลเซอร์รักษาสิวในปัจจุบัน เช่น    SmoothBeam เป็นเลเซอร์ชนิด Diode Laser ที่มีความยาวคลื่นแสง 1,450 นาโนเมตร ที่สามารถเข้าไปยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน และการลดอักเสบ มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนได้ด้วย นิยมใช้ในการรักษาสิวอักเสบ รอยแผลเป็นจากสิว และต่อมไขมันโต ผลข้างเคียงคือ อาจมีรอยบวมแดงหลังจากรักษา    VBeam Perfecta เลเซอร์รักษารอยแดงจากการเกิดสิว รวมทั้งรักษาเส้นเลือดฝอยขอดใต้ผิวหนังด้วย    Pulsed Light and Heat Energy (LHE) Therapy เป็นการใช้แสงเข้าไปทำลายเชื้อ P.Acne และลดการผลิตไขมัน โดยการไปทำให้ต่อมไขมันหดตัวลง ใช้ลำแสงสีเขียวร่วมกับความร้อน เหมาะกับการใช้สำหรับรักษาสิวที่ขึ้นน้อยและปานกลาง    ALA and light therapy การรักษาจะใช้น้ำยา 5-Aminolevulinic Acid (ALA) ทาบริเวณผิวหนังที่จะรักษาก่อน ALA เพื่อเพิ่มความไวต่อแสง และจึงทำการรักษาด้วยแสงสีแดงและสีน้ำเงิน เนื่องจาก ALA ทำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น จึงต้องมีการทาครีมกันแดด [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เทคโนโลยีรักษาสิว (Lisa)<br />
<span id="more-3352"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=3353" rel="attachment wp-att-3353"><img class="alignnone size-medium wp-image-3353" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/01_114-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
<p>แพทย์ผิวหนังแนะนำว่า การกดสิวและการฉีดสิวนั้น แม้จะเป็นวิธีแก้ปัญหาสิวผุดเร่งด่วนที่ได้ผลอย่างรวดเร็ว แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และยังมีส่วนทำให้โพรงขนเกิดความเสียหาย เกิดรอยแผลเป็นขึ้นได้</p>
<p>เทคโนโลยีการรักษาสิวด้วยเลเซอร์จึงทำให้คุณมีตัวเลือกมากขึ้น แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนทำ เลเซอร์รักษาสิวในปัจจุบัน เช่น</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/0801240321387330_18.gif" alt="" width="15" height="15" border="0" /><strong>  </strong> SmoothBeam เป็นเลเซอร์ชนิด Diode Laser ที่มีความยาวคลื่นแสง 1,450 นาโนเมตร ที่สามารถเข้าไปยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน และการลดอักเสบ มีส่วนกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนได้ด้วย นิยมใช้ในการรักษาสิวอักเสบ รอยแผลเป็นจากสิว และต่อมไขมันโต ผลข้างเคียงคือ อาจมีรอยบวมแดงหลังจากรักษา</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/0801240321387330_18.gif" alt="" width="15" height="15" border="0" /><strong>  </strong> VBeam Perfecta เลเซอร์รักษารอยแดงจากการเกิดสิว รวมทั้งรักษาเส้นเลือดฝอยขอดใต้ผิวหนังด้วย</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/0801240321387330_18.gif" alt="" width="15" height="15" border="0" /><strong>  </strong> Pulsed Light and Heat Energy (LHE) Therapy เป็นการใช้แสงเข้าไปทำลายเชื้อ P.Acne และลดการผลิตไขมัน โดยการไปทำให้ต่อมไขมันหดตัวลง ใช้ลำแสงสีเขียวร่วมกับความร้อน เหมาะกับการใช้สำหรับรักษาสิวที่ขึ้นน้อยและปานกลาง</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/0801240321387330_18.gif" alt="" width="15" height="15" border="0" /><strong>  </strong> ALA and light therapy การรักษาจะใช้น้ำยา 5-Aminolevulinic Acid (ALA) ทาบริเวณผิวหนังที่จะรักษาก่อน ALA เพื่อเพิ่มความไวต่อแสง และจึงทำการรักษาด้วยแสงสีแดงและสีน้ำเงิน เนื่องจาก ALA ทำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น จึงต้องมีการทาครีมกันแดด อย่างน้อย 2 วันหลังการรักษา แต่แสงสีแดง อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง คือผิวคล้ำลงชั่วคราว หรือ มีรูขุมขนอักเสบ ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook26.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
</div>
<p><strong><br />
</strong><br />
ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.lisaguru.com/" target="_blank"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/lisa_logo32.jpg" alt="" width="125" height="79" border="0" /></a><br />
Vol.12 No.30 10 สิงหาคม 2554</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3352</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4831</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การฉีดคอลาเจน</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1804</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1804#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 18:15:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[การฉีดคอลาเจน]]></category>
		<category><![CDATA[ผิวสวยใส]]></category>
		<category><![CDATA[เติมเต็ม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1804</guid>
		<description><![CDATA[&#160; collagen เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง คือ scleroprotein ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) โดยจะอยู่ในรูปของ fiber ที่ประกอบด้วย peptide chain (สายไขมัน) 3 สายที่เรียกว่า triple helix โดยจะถูกสร้างโดย fibroblast มีคุณสมบัติทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสิทธิภาพความยืดหยุ่นของคอลลาเจนจะเสียไป โดย พบว่าคอลลาเจนจะเหนียวมากขึ้นและอุ้มน้ำได้น้อยลง จึงทำให้ผิวหน้าแห้งได้ง่าย การฉีดคอลลาเจน เพื่อนำมาแก้ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ได้มีการนำมาใช้ในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมา (ค.ศ.1981) อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะด้านศัลยกรรมตกแต่งการเติมสารคอลลาเจน อาจทำให้เกิดปฏิกริยาต่อผิวหนังได้ 3 ลักษณะดังนี้1. ปฎิกริยาจากการชอกช้ำ (Trauma) ซึ่งเป็นผลจากการแทงเข็ม และดันสารคอลลาเจนเข้าไป โดยจะพบเป็นรอยแดง หรือฟกช้ำ ซึ่งอาจหายได้เอง ภายใน 1-7 วัน 2. ปฏิกริยาจากการแพ้ เนื่องจากสารคอลลาเจนเป็นสารแปลกปลอม แม้จะได้ทำการสังเคราะห์ลดปฎิกริยาการแพ้แล้ว ก็อาจมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ดังนั้นก่อนทำการฉีด แพทย์ส่วนใหญ่จะทำการทดสอบการแพ้ โดยลองฉีดสารคอลลาเจนเข้าที่บริเวณท้องแขน [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<div>collagen เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง คือ scleroprotein ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) โดยจะอยู่ในรูปของ fiber ที่ประกอบด้วย peptide chain (สายไขมัน) 3 สายที่เรียกว่า triple helix โดยจะถูกสร้างโดย fibroblast มีคุณสมบัติทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสิทธิภาพความยืดหยุ่นของคอลลาเจนจะเสียไป โดย พบว่าคอลลาเจนจะเหนียวมากขึ้นและอุ้มน้ำได้น้อยลง จึงทำให้ผิวหน้าแห้งได้ง่าย</div>
<div><span id="more-1804"></span></div>
<div><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1812" rel="attachment wp-att-1812"><img class="alignnone size-full wp-image-1812 aligncenter" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/b_7508_83392.jpg" alt="" width="200" height="200" /></a></div>
<div>การฉีดคอลลาเจน เพื่อนำมาแก้ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น ได้มีการนำมาใช้ในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมา (ค.ศ.1981) อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะด้านศัลยกรรมตกแต่ง<strong>การเติมสารคอลลาเจน อาจทำให้เกิดปฏิกริยาต่อผิวหนังได้ 3 ลักษณะดังนี้</strong>1. ปฎิกริยาจากการชอกช้ำ (Trauma) ซึ่งเป็นผลจากการแทงเข็ม และดันสารคอลลาเจนเข้าไป โดยจะพบเป็นรอยแดง หรือฟกช้ำ ซึ่งอาจหายได้เอง ภายใน 1-7 วัน<br />
2. ปฏิกริยาจากการแพ้ เนื่องจากสารคอลลาเจนเป็นสารแปลกปลอม แม้จะได้ทำการสังเคราะห์ลดปฎิกริยาการแพ้แล้ว ก็อาจมีโอกาสเกิดขึ้นได้ ดังนั้นก่อนทำการฉีด แพทย์ส่วนใหญ่จะทำการทดสอบการแพ้ โดยลองฉีดสารคอลลาเจนเข้าที่บริเวณท้องแขน แล้วรอแปลผล ประมาณ 4 สัปดาห์ว่าบริเวณที่ฉีดมีอาการแพ้ แล้วเกิดบวมแดง หรือบวมนูน ถ้าไม่พบรอยดังกล่าวก็น่าจะฉีดได้ นอกจากนี้ อาการแพ้อาจเกิดกับร่างกายบริเวณอื่น เช่น ไขข้ออักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ เป็นต้น<br />
3. ปฏิกริยาจากการฉีด มักเกิดจากการฉีดที่ไม่ชำนาญ โดยอาจฉีดตื้น หรือ ปริมาณมากเกินไป ทำให้เกิดเป็นตุ่นนูนเรื้อรัง หรืออาการติดเชื้อบวมแดง<br />
<strong><br />
</strong><strong></strong><strong>ข้อจำกัดในการฉีดสารคอลลาเจน ได้แก่</strong></p>
<p>1. มีอาการแพ้ได้บ้าง (ประมาณ 1-4 %)<br />
2. ไม่คงตัวถาวร ต้องฉีดซ้ำ ภายใน 6-8 เดือน<br />
3. ริ้วรอยที่มีขนาดเล็ก อาจทำให้เห็นเป็นรอยนูน เนื่องจากปริมาณที่ฉีดไม่พอดีกับรอยร่องหลุม<br />
4. ตำแหน่งที่ฉีดแต่ละแห่ง อาจมีวิธีฉีดแตกต่างกัน ทั้งปริมาณ ตำแหน่งของเข็มที่ปักลงไป ชนิดของคอลลาเจน เพื่อผลการรักษาที่แตกต่าง<br />
<strong><br />
</strong><strong></strong><strong>สิ่งที่ควรรู้ก่อนการฉีดคอลาเจน</strong></p>
<p><img src="http://www.thaibeautysurgery.com/images/heart_blue.gif" alt="" width="12" height="12" border="0" /> การฉีดคอลลาเจนไม่ได้ช่วยลบริ้วรอยแผลเป็นใดๆ เพียงแต่ทำให้แผลตื้นขึ้น  ดูดีขึ้น<br />
<img src="http://www.thaibeautysurgery.com/images/heart_blue.gif" alt="" width="12" height="12" border="0" /> การฉีดคอลลาเจนในรายที่ผิวหนังเหี่ยวย่น ( Aging face ) ไม่สามารถทดแทนการผ่าตัดดึงหน้าได้ ( Facelift )<br />
<img src="http://www.thaibeautysurgery.com/images/heart_blue.gif" alt="" width="12" height="12" border="0" /> คอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปจะสลายตัวหมดภายใน 6 &#8211; 24 เดือน<br />
<img src="http://www.thaibeautysurgery.com/images/heart_blue.gif" alt="" width="12" height="12" border="0" /> 3 % ของคนที่ฉีดคอลลาเจนจะเกิดอาการแพ้ ดังนั้นท่านจะต้องทำการทดสอบผิวหนังก่อนการฉีดคอลลาเจน<br />
ประมาณ 1 เดือน จึงจะแปลผลได้ว่าท่านแพ้คอลลาเจนหรือไม่</p>
</div>
<h3>ที่มา:</h3>
<div>http://www.samunpai.com/update/show.php?cat=15&amp;id=277</div>
<div>
<hr />
</div>
<div>
<p><strong>Collagen คืออะไร</strong></p>
<ul>
<li>เป็น โปรตีนชนิดหนึ่งของร่างกาย สามารถพบได้ทุกส่วนของร่างกาย ทำหน้าที่เสมือนกาวยึดโครงสร้างต่างๆเข้าด้วยกัน และยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างเส้นเลือดและเนื้อเยื่อ</li>
<li>โครงสร้าง Collagen ของคนและสัตว์มีความใกล้เคียงกัน จึงได้นำ collagen ของสัตว์มาใช้ในคน</li>
<li>องค์การอาหารและยาของสหรัฐได้รับรองการใช้ collagen มาแก้ไขรอยย่นหรือแผลเป็นของผิวหนัง</li>
</ul>
<p><strong></strong><strong>ข้อบ่งชี้ในการฉีด</strong><strong> Collagen</strong></p>
<ul>
<li>แผลเป็นจากสิว</li>
<li>แผลเป็นจากอุบัติเหตุ</li>
<li>ผิวย่นจากอายุมาก</li>
<li>รอยตีนกา</li>
</ul>
<p><strong></strong><strong>ข้อห้ามในการฉีด</strong></p>
<ul>
<li>แพ้สาร Collagen</li>
<li>แพ้ยาชา</li>
<li>ตั้งครรภ์</li>
<li>โรคเนื้อเยื่อเกี่ยวพันธ์เช่น  dermatomyocitis</li>
</ul>
<p><strong></strong><strong>การเลือกชนิดของสารที่จะใช้ฉีด</strong></p>
<p>การเลือกของสารที่จะฉีดขึ้นกับความลึกของแผลเป็น ซึ่งจะใช้ไม่เหมือนกัน</p>
<ul>
<li>แผลตื้นๆให้ใช้สาร Collagen, hyaluronic acid polymers</li>
<li>แผลลึก ไขมันFat, สารสังเคราะห์ synthetic materials, ซิลืโคน silicone, implants, or permanent fillers</li>
</ul>
<p><strong></strong><strong>ความเสี่ยงของการฉีด</strong><strong> Collagen</strong></p>
<ul>
<li>แพ้ยาชาที่เป็นส่วนผสมของ collagen</li>
<li>แพ้สาร collagen โดยเฉพาะที่ได้จากสัตว์</li>
<li>ผื่นแดง</li>
<li>บวมและเขียวบริเวณที่ฉีด</li>
<li>คันบริเวณที่ฉีด</li>
<li>ก้อนใต้ผิวหนัง</li>
<li>ฝีบริเวณที่ฉีด</li>
</ul>
<p><strong></strong><strong>ชนิดของ </strong><strong>Collagen</strong></p>
<p>เราสามารถแบ่งสาร Collagen ที่นำมาฉีดได้เป็นชนิดดังนี้</p>
<p>1.       Collagen ที่เตรียมจากสัตว์หรือที่เรียกว่า Bovine collagen เช่น Zyderm I and II, Zyplast, Resoplast</p>
<p>2.       Human collagen เป็น collagen ที่ได้จากคนแบ่งออกเป็นสองชนิดคือ</p>
<ul>
<li>Allogeneic เป็นcollagen ที่ได้จากคนอื่นเช่น Dermalogen, AlloDerm, Fascian, Cymetra สารพวกนี้อาจจะก่อให้เกิดแพ้</li>
<li>Autologous collagen เป็นcollagen ที่เตรียมจากตัวผู้ป่วยเอง จะไม่เกิดอาการแพ้</li>
</ul>
<p><strong>Zyderm and Zyplast collagen</strong></p>
<p>เป็น collagen ที่เตรียมจากสัตว์และเป็นสารตัวแรกที่องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ 20 ปีก่อน ยาจะเตรียมอยู่ใน syringe ขนาด 1 ลบ.ซซ<br />
และผสมยาชาด้วยแบ่งออกเป็น 3 ชนิด</p>
<ul>
<li>Zyderm I collagen ประกอบด้วย collagen 25%หลังฉีดจะอยู่ได้นาน 6-10 เดือนเหมาะสำหรับแผลตื้นๆ</li>
<li>Zyderm II มีส่วนประกอบของ collagen  มากกว่าชนิดแรก เหมาะสำหรับแผลที่ใหญ่และอยู่ได้นานกว่า</li>
<li>Zyplast ใช้กับแผลที่ลึกและใหญ่และสามารอยู่ได้นานกว่า</li>
</ul>
<p>ข้อ เสียของการฉีดสารกลุ่มนี้ได้แก่ต้องฉีดบ่อย และอาจจะเกิดการแพ้ได้ แต่ไม่มาก การทดสอบว่าแพ้ต่อสารที่ฉีดจะช่วยให้ลดอาการแพ้โดยการฉีดเข้าที่ท้องแขนก่อน การฉีดจริง 4 สัปดาห์ ผู้ป่วยร้อยละ 97 จะไม่แพ้</p>
<p><strong>Fibrel</strong></p>
<p>เป็นสารที่เตรียมจากสารสามชนิดคือ<strong> </strong>gelatin, amino caproic acid, และ plasma เมื่อฉีดเข้าไปใต้แผลเป็นจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารcollagen แต่ปัจจุบันไม่ต้องใช้plasma เป็นส่วนผสมทำให้ผลการรักษาอยู่ได้ถึง 5 ปี ผลข้างเคียงของการฉีดคือจะมีอาการอักเสบบริเวณที่ฉีดยา</p>
<p><strong>Artecoll</strong></p>
<p>เป็นสารที่ทำมาจากสารสังเคราะห์ polymethyl methacrylate microspheres (PMMA) ละลายใน collagen เมื่อฉีดเข้าใต้ผิวหนังสาร collagen จะถูกดูดซึมเหลือแต่สารPMMA ซึ่งจะอยู่ที่แผลเป็น</p>
<p><strong>Hylan B gel</strong></p>
<p>เป็นสาร Hyluronic acid ที่เตรียมได้จากสัตว์ปีกจะมีคุณสมบัติใกล้เคียงของคนทำให้ไม่ต้องทดสอบผิวหนังก่อนฉีด จะต้องฉีด 2-3 ครั้งและผลของการฉีดอยู่ได้ 9-12 เดือน ผลข้างเคียงมีน้อย อาจจะมีผื่นแดง ผื่นแพ้</p>
<p><strong>Resoplast</strong></p>
<p>เป็นสาร collagen ที่เตรียมจากวัวมีความเข้มข้นสองขนาดคือ 3.5 และ6.5%จะใช้เหมือน Zyderm I และ Zyderm II จะต้องทดสอบผิวหนังก่อนการฉีด หากแพ้ Zyderm ก็ไม่สามารถฉีดสารตัวนี้</p>
<p><strong>Autologen</strong></p>
<p>เป็นcollagen ที่ได้จากตัวคนไข้เองผลดีจากการใช้ของตัวเองคือไม่แพ้ และอยู่ได้นานพบว่าร้อย75ผลการรักษาอยู่ได้เกิน 1 ปี</p>
<p><strong>Isolagen</strong></p>
<p>เป็นการนำผิวหนังของผู้ป่วยไปสกัดเอาและเพาะเลี้ยงเอา collagen แล้วนำมาฉีดให้ผู้ป่วยดังนั้นจึงจะมี collagen ของผู้ป่วยสำหรับการฉีดครั้งต่อไป เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อตัวเองจึงไม่เกิดอาการแพ้</p>
<p><strong>Dermalogen</strong></p>
<p>เป็น collagen ที่เตรียมได้จากคนซึ่งเก็บไว้ในธนาคารเนื้อเยื่อ ซึ่งผ่านการฆ่าเชื้อหลายขั้นตอนจนกระทั่งไม่มีเชื้อไวรัสหรือโรควัวบ้า ประกอบไปด้วย collagen และ ส่วนประกอบนำไปเก็บไว้ เนื่องจากไม่มียาชาผสมก่อนการฉีดอาจจะต้องใช้ครีมยาชาทาก่อน หลังจากฉีดร่างกายจะมีการสร้างเส้นเลือดไปเหล่าเลี้ยงและสร้าง collagen ขึ้นใหม่ อาจจะต้องฉีด 2-3 ครั้งเพื่อให้ผลที่ดี</p>
<p><strong>Alloderm</strong></p>
<p>เป็นการนำเนื้อเยื่อผิวหนังขนาด 1-2 มม สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อให้เนื้อเยื่อนี้เจริญเป็น collagen ผลการรักษาได้ผลดีและอยู่ได้นาน</p>
<hr />
<p>ขอบคุณเนื้อหาจาก  <strong>เอสธิกาคลินิก</strong></p>
<p>Credit: siliconeclub.com</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1804</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
