<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; น่ากลัว</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A7" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>มดลูกอักเสบ&#8230;น่ากลัวไหมนะ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1443</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1443#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 00:59:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลช่องคลอด]]></category>
		<category><![CDATA[น่ากลัว]]></category>
		<category><![CDATA[มดลูกอักเสบ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หญิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1443</guid>
		<description><![CDATA[บทความโดย นพ.ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์ มดลูกอักเสบ โรคนี้คุณๆ อาจได้ยินบ่อยๆ จนคุ้นหู ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในผู้หญิงอายุระหว่าง 15-45 ปี เกิดจากการอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease) คือ การอักเสบแบบเฉียบพลันในบริเวณมดลูกและอาจแพร่กระจายไปสู่บริเวณช่องท้องได้ โรคนี้อาจมีภาวะแทรกซ้อนได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับเป็นการติดเชื้อในบริเวณใด   ถ้าติดเชื้อและเกิดการอักเสบบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก ก็จะเรียกว่า เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ ถ้าติดเชื้อที่ปีกมดลูก จะเรียกว่า ปีกมดลูกอักเสบ (Salpingitis) คือ การติดเชื้อและเกิดการอักเสบขึ้นในบริเวณปีกมดลูก &#160; สังเกตตัวเองถ้า&#8230; มีไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส หนาวสั่น ซึ่งอาการไข้จะเกิดขึ้นพร้อมหรือใกล้เคียงกับอาการปวดท้องน้อย ปวดท้องน้อย ส่วนใหญ่มักเริ่มปวดก่อนและหลังมีประจำดือน (ส่วนใหญ่มักไม่เกิน 14 วันหลังมีประจำเดือน) เป็นอาการปวดหน่วงตลอดเวลาร่วมกับปวดเกร็งเป็นระยะ และจะรู้สึกปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวหรือขณะมีเพศสัมพันธ์ ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย แสดงว่าโรคได้ลามไปถึงเยื่อยุช่องท้องแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ อาจะเป็นอันตรายได้ ตกขาวมีกลิ่น สาเหตุ มักเกิดจากการติดเชื้อในบริเวณอวัยวะเพศ และเกิดการอักเสบแล้วลามขึ้นมายังส่วนบน โดยแบ่งออกเป็น การติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์ โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นเชื้อหนองใน (Neisseria Gonorrhoea) และเชื้อหนองในเทียม [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>บทความโดย นพ.ก้องศาสดิ์ ดีนิรันดร์</p>
<p>มดลูกอักเสบ โรคนี้คุณๆ อาจได้ยินบ่อยๆ จนคุ้นหู ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในผู้หญิงอายุระหว่าง 15-45 ปี เกิดจากการอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Inflammatory Disease) คือ การอักเสบแบบเฉียบพลันในบริเวณมดลูกและอาจแพร่กระจายไปสู่บริเวณช่องท้องได้ โรคนี้อาจมีภาวะแทรกซ้อนได้ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับเป็นการติดเชื้อในบริเวณใด</p>
<p><span id="more-1443"></span></p>
<p style="text-align: center;"> <a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2017" rel="attachment wp-att-2017"><img class="alignnone size-medium wp-image-2017" title="intestinal-flu" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/intestinal-flu-300x198.jpg" alt="" width="300" height="198" /></a></p>
<ul>
<li>ถ้าติดเชื้อและเกิดการอักเสบบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก ก็จะเรียกว่า เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบ</li>
<li>ถ้าติดเชื้อที่ปีกมดลูก จะเรียกว่า ปีกมดลูกอักเสบ (Salpingitis) คือ การติดเชื้อและเกิดการอักเสบขึ้นในบริเวณปีกมดลูก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>สังเกตตัวเองถ้า&#8230;</p>
<ul>
<li>มีไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส หนาวสั่น ซึ่งอาการไข้จะเกิดขึ้นพร้อมหรือใกล้เคียงกับอาการปวดท้องน้อย</li>
<li>ปวดท้องน้อย ส่วนใหญ่มักเริ่มปวดก่อนและหลังมีประจำดือน (ส่วนใหญ่มักไม่เกิน 14 วันหลังมีประจำเดือน) เป็นอาการปวดหน่วงตลอดเวลาร่วมกับปวดเกร็งเป็นระยะ และจะรู้สึกปวดมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวหรือขณะมีเพศสัมพันธ์</li>
<li>ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย แสดงว่าโรคได้ลามไปถึงเยื่อยุช่องท้องแล้ว ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ อาจะเป็นอันตรายได้</li>
<li>ตกขาวมีกลิ่น</li>
</ul>
<p>สาเหตุ<br />
มักเกิดจากการติดเชื้อในบริเวณอวัยวะเพศ และเกิดการอักเสบแล้วลามขึ้นมายังส่วนบน โดยแบ่งออกเป็น</p>
<ul>
<li>การติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์ โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นเชื้อหนองใน (Neisseria Gonorrhoea) และเชื้อหนองในเทียม (Chlamydia Trachomatis) ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่ชอบเที่ยวและมีคู่นอนหลายคน</li>
<li>ภาวะขาดสมดุลของสิ่งแวดล้อมในช่องคลอด เช่น มีเลือดออกในช่องคลอดเรื้อรัง การบาดเจ็บจากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งมักเป็นเชื้อแบคทีเรีย เช่น Peptococci, Peptostreptococci, Gardnerella Vaginalis และอื่นๆ</li>
<li>การติดเชื้อหลังคลอด (Pueperai Infectin) มักเกิดจากการกระตุ้นเชื้อที่มีอยู่แล้วในช่องคลอด อย่างเชื้อสแตฟฟีโลค็อกคัส และเชื้อสเตรปโตค็อกคัสจนเกิดเป็นโรค โดยมักมาจากการคลอดที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น โลหิตจาง คลอดยาก การบาดเจ็บ เศษรกค้าง ภาวะครรภ์เป็นพิษ ถุงน้ำคร่ำแตกรั่วอยู่นานก่อนคลอด ฯลฯ ซึ่งมักเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด</li>
<li>การทำแท้ง หากไม่ได้ทำอย่างสะอาดอาจทำให้เกิดการอักเสบขึ้น และอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้</li>
</ul>
<p>ใครที่เสี่ยงต่อโรคนี้</p>
<ul>
<li>ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ หญิงบริการ หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่เสี่ยงต่อการมีโรคหนองในหรือหนองในเทียม</li>
<li>ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ขณะอายุยังน้อย เนื่องจากมีภูมิป้องกันตัวเองต่ำ และมูกของปากมดลูกยังไม่สามารถป้องกันการลุกลามของเชื้อแบคทีเรียได้ดีพอ</li>
<li>ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจำเดือน หรือในช่วงหลังคลอดได้ไม่นาน เนื่องจากในช่วงนี้ สภาพของมดลูกยังไม่มีกลไกในการป้องกันการติดเชื้อได้ดีพอ จึงอาจทำให้ติดเชื้อและเกิดการลุกลามได้</li>
<li>ผู้ที่ใช้การคุมกำเนิดแบบห่วงอนามัย</li>
<li>ผู้ที่สวนล้างช่องคลอดเป็นประจำ เนื่องจากการสวนล้างช่องคลอดทำให้เสียภาวะสมดุลของเชื้อโรคตัวที่ควรจะมีในช่องคลอดและบริเวณมดลูกไป ปฏิชีวนะตามเชื้อที่ก่อให้เกิดโรค</li>
</ul>
<p>แนวทางป้องกัน</p>
<ul>
<li>งดการร่วมเพศกับผู้ที่มีความเสี่ยง</li>
<li>หลังการคลอดบุตร ขูดมดลูกหรือแท้งบุตร ควรงดการร่วมเพศหรือสวนล้างช่องคลอดเป็นเวลา 6 อาทิตย์</li>
<li>ถ้าสงสัยว่าติดเชื้อหนองใน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ก่อนที่จะลุกลามไปมากขึ้นจนกลายเป็นปีกมดลูกอักเสบ</li>
<li>ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดบ่อยๆ</li>
</ul>
<p>วิธีการรักษา<br />
ถ้าดูตามอาการแล้วสงสัยว่าอาจจะเป็นมดลูกอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อป้องกันการลุกลามไปส่วนอื่น ถ้าถึงขั้นมีไข้สูง กดแล้วเจ็บ หรือปวดบริเวณท้องน้อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจรักษาดังนี้</p>
<ul>
<li>ตรวจปัสสาวะ</li>
<li>ตรวจเม็ดเลือดขาว</li>
<li>นำหนองในช่องคลอดไปตรวจหาเชื้อ หรืออัลตราซาวด์</li>
</ul>
<p>ผู้ป่วยอาจต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่งจะต้องดูตามอาการของผู้ป่วย เช่น การให้ยาแก้ปวด การลดไข้ การให้น้ำเกลือ และอาจต้องให้เลือดถ้าผู้ป่วยมีอาการซีด และต้องให้ยา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ablehealth11.blogspot.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1443</wfw:commentRss>
		<slash:comments>26733</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
