<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; ตกแต่ง</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>3 ขั้นตอน เพื่อมองหาแพทย์ศัลยกรรมคู่ใจ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=2893</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=2893#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 20:23:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวทำปากบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สวยงาม]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์ศัลยกรรมคู่ใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=2893</guid>
		<description><![CDATA[เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม สาว ๆ ที่กำลังคิดจะเสริมความงามด้วยฝีมือแพทย์ แม้จะหาข้อมูลมามากเพียงพอแล้ว ก็คงยังรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อยที่จะเลือกแพทย์ที่จะทำการศัลกรรมให้กับตัวเอง ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะว่าเรากำลังจะฝากความหวังเอาไว้ในมือคุณหมอคนนี้เลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำขั้นตอนเพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกแพทย์ศัลยกรรมของคุณมาฝากกันค่ะ 1. เลือกแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เท่านั้น การเลือกแพทย์ที่น่าเชือถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำศัลยกรรม คุณต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลหรือคลินิกที่คุณไปนั้น (ในกรณีที่ไม่ใช่โรงพยาบาล) มีใบอนุญาตประกอบการ รวมทั้งแพทย์ของคุณก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เช่นกัน ทั้งนี้ แพทย์ผู้ลงมือไม่ควรมีประวัติเสียหายเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์มาก่อนด้วย 2. เลือกแพทย์ที่เข้าใจความต้องการของคุณ เมื่อแพทย์ที่คุณเลือกมา คือคนที่คุณวางใจฝากความงามของคุณไว้ในมือเขา เพราะฉะนั้นจงเลือกแพทย์ที่คุณมั่นใจว่าเข้าอกเข้าใจในความต้องการของคุณจริง ๆ ซึ่งคุณสามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่แพทย์มีต่อคุณ ผ่านทางการพูดคุยปรึกษา การให้คำแนะนำจากแพทย์ รวมทั้งได้จากการดูแฟ้มผลงาน และการพูดคุยกับคนไข้รายก่อน ๆ ของแพทย์รายนี้ด้วย 3. เชื่อความรู้สึกแรกที่ได้พบหน้าแพทย์ แม้แต่แพทย์ศัลยกรรมเองก็แนะนำว่า ให้คนไข้เลือกแพทย์ที่ตัวเองรู้สึกถูกชะตาด้วยในครั้งแรกที่ได้พบ แม้สิ่งนี้จะไม่สามารถอ้างอิงได้จากเอกสารรับรอง หรือผลงานย้อนหลังใด ๆ แต่ก็เป็นความสบายใจทางความรู้สึก ที่เกิดขึ้นจากผู้ที่จะเข้ารับการศัลยกรรมต่อแพทย์ของตนนั่นเอง โดยความรู้สึกถูกชะตาจะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้เข้ารับการศัลยกรรมเป็นไปได้อย่างราบรื่น สาว ๆ คนไหนที่กำลังศึกษาข้อมูลเพื่อทำศัลกรรมอยู่ อย่าลืมนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประกอบในการเลือกแพทย์ของคุณด้วยนะคะ &#160; &#160; ขอบคุณ Credit ข้อมูลจาก kapook.com]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
<span id="more-2893"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2897" rel="attachment wp-att-2897"><img class="alignnone size-full wp-image-2897" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/01_1961.jpg" alt="" width="550" height="367" /></a></p>
<p>สาว ๆ ที่กำลังคิดจะเสริมความงามด้วยฝีมือแพทย์ แม้จะหาข้อมูลมามากเพียงพอแล้ว ก็คงยังรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อยที่จะเลือกแพทย์ที่จะทำการศัลกรรมให้กับตัวเอง ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะว่าเรากำลังจะฝากความหวังเอาไว้ในมือคุณหมอคนนี้เลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำขั้นตอนเพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกแพทย์ศัลยกรรมของคุณมาฝากกันค่ะ</p>
<p>1. เลือกแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เท่านั้น</p>
<p>การเลือกแพทย์ที่น่าเชือถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำศัลยกรรม คุณต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลหรือคลินิกที่คุณไปนั้น (ในกรณีที่ไม่ใช่โรงพยาบาล) มีใบอนุญาตประกอบการ รวมทั้งแพทย์ของคุณก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เช่นกัน ทั้งนี้ แพทย์ผู้ลงมือไม่ควรมีประวัติเสียหายเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์มาก่อนด้วย</p>
<p>2. เลือกแพทย์ที่เข้าใจความต้องการของคุณ</p>
<p>เมื่อแพทย์ที่คุณเลือกมา คือคนที่คุณวางใจฝากความงามของคุณไว้ในมือเขา เพราะฉะนั้นจงเลือกแพทย์ที่คุณมั่นใจว่าเข้าอกเข้าใจในความต้องการของคุณจริง ๆ ซึ่งคุณสามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่แพทย์มีต่อคุณ ผ่านทางการพูดคุยปรึกษา การให้คำแนะนำจากแพทย์ รวมทั้งได้จากการดูแฟ้มผลงาน และการพูดคุยกับคนไข้รายก่อน ๆ ของแพทย์รายนี้ด้วย</p>
<p>3. เชื่อความรู้สึกแรกที่ได้พบหน้าแพทย์</p>
<p>แม้แต่แพทย์ศัลยกรรมเองก็แนะนำว่า ให้คนไข้เลือกแพทย์ที่ตัวเองรู้สึกถูกชะตาด้วยในครั้งแรกที่ได้พบ แม้สิ่งนี้จะไม่สามารถอ้างอิงได้จากเอกสารรับรอง หรือผลงานย้อนหลังใด ๆ แต่ก็เป็นความสบายใจทางความรู้สึก ที่เกิดขึ้นจากผู้ที่จะเข้ารับการศัลยกรรมต่อแพทย์ของตนนั่นเอง โดยความรู้สึกถูกชะตาจะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้เข้ารับการศัลยกรรมเป็นไปได้อย่างราบรื่น</p>
<p>สาว ๆ คนไหนที่กำลังศึกษาข้อมูลเพื่อทำศัลกรรมอยู่ อย่าลืมนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประกอบในการเลือกแพทย์ของคุณด้วยนะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณ Credit ข้อมูลจาก kapook.com</p>
<p><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=2893</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20621</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตกแต่งริมฝีปาก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1624</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1624#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 16:40:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวทำปากบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปากบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ริมฝีปาก]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1624</guid>
		<description><![CDATA[ตกแต่งริมฝีปาก (Lip surgery) ตกแต่งริมฝีปากเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขริมฝีปากที่หนาผิดปกติให้บางลง นิยมทำในผู้ที่มีริมฝีปากหนามาก หรือยื่นมากผิดปกติ โดยทั่วไป การทำริมฝีปากหนาให้บางลงนั้นสามารถทำได้ โดยการผ่าตัด ซึ่งจะใช้ยาชาเฉพาะที่แล้วใช้ Laser ตัดส่วนเกินออก หลังจากนั้นแพทย์จะเย็บโดยใช้ไหมละลาย แพทย์จะพยายามซ่อนแผลเป็นให้อยู่ในเนื้อเยื่ออ่อนด้านในของริมฝีปาก ทำให้มองไม่เห็นแผลเป็นเวลายิ้ม เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย หลังผ่าตัดแผลจะบวมประมาณ 1 อาทิตย์ และไม่ต้องตัดไหม   การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด &#8211; โปรดแจ้งประวัติการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด &#8211;  หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลและแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดด้วย และห้ามงดยาควบคุมความดัน ยาควบคุมเบาหวาน รวมถึงยาเพื่อการรักษาโรคประจำตัวเดิม &#8211;  ไม่ต้องอดอาหาร ควรรับประทานอาหารให้ไม่อิ่มเกินไป ควรแปรงฟันให้สะอาดก่อนมา &#8211; งดแอสไพริน (aspirin), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด &#8211; งดสูบบุหรี่ก่อน-หลังผ่าตัด 2 อาทิตย์ &#8211; เตรียมเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>
<p><strong>ตกแต่งริมฝีปาก (Lip surgery)</strong><br />
ตกแต่งริมฝีปากเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขริมฝีปากที่หนาผิดปกติให้บางลง นิยมทำในผู้ที่มีริมฝีปากหนามาก หรือยื่นมากผิดปกติ โดยทั่วไป การทำริมฝีปากหนาให้บางลงนั้นสามารถทำได้ โดยการผ่าตัด ซึ่งจะใช้ยาชาเฉพาะที่แล้วใช้ Laser ตัดส่วนเกินออก หลังจากนั้นแพทย์จะเย็บโดยใช้ไหมละลาย แพทย์จะพยายามซ่อนแผลเป็นให้อยู่ในเนื้อเยื่ออ่อนด้านในของริมฝีปาก ทำให้มองไม่เห็นแผลเป็นเวลายิ้ม เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย หลังผ่าตัดแผลจะบวมประมาณ 1 อาทิตย์ และไม่ต้องตัดไหม</p>
<p><span id="more-1624"></span></p>
<p align="center"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1917" rel="attachment wp-att-1917"><img class="alignnone size-medium wp-image-1917" title="PlasticSurgery-50095_15" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/PlasticSurgery-50095_15-300x147.jpg" alt="" width="300" height="147" /></a></p>
<p align="center"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/215.jpg" alt="" width="299" height="70" border="0" /> <img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/32.jpg" alt="" width="299" height="70" border="0" /></p>
<p><strong>การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด</strong></p>
<p>&#8211; โปรดแจ้งประวัติการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบันก่อนเข้ารับการผ่าตัด<br />
&#8211;  หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบ โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลและแจ้งแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดด้วย และห้ามงดยาควบคุมความดัน ยาควบคุมเบาหวาน รวมถึงยาเพื่อการรักษาโรคประจำตัวเดิม<br />
&#8211;  ไม่ต้องอดอาหาร ควรรับประทานอาหารให้ไม่อิ่มเกินไป ควรแปรงฟันให้สะอาดก่อนมา<br />
&#8211; งดแอสไพริน (aspirin), ไอบิวโพรเฟน (ibuprofen) และวิตามินอี ประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด<br />
&#8211; งดสูบบุหรี่ก่อน-หลังผ่าตัด 2 อาทิตย์<br />
&#8211; เตรียมเสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า เพื่อง่ายต่อการสวมใส่<br />
&#8211; การผ่าตัด และชนิดของยาระงับความรู้สึก<br />
&#8211; ทำโดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ ทำการผ่าตัดโดยตัดเนื้อเยื่อด้านในออกบางส่วน เย็บปิดแผลด้านในของริมฝีปาก โดยใช้ไหมละลาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การดูแลหลังการผ่าตัด และการพักฟื้น</strong></p>
<p>&#8211; บ้วนปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำสะอาด งดการแปรงฟันประมาณ 3 วันแรกหลังการผ่าตัด<br />
&#8211;  อย่าใช้ลิ้นดุนหรือใช้มือดึงไหมที่เย็บแผลในปาก และระมัดระวังเวลายิ้มอย่ายิ้มกว้างมากในช่วงแรก<br />
&#8211; งดออกกำลังกายที่อาจต้องมีการปะทะ เช่นฟุตบอล บาสเกตบอล แฮนด์บอลประมาณ 4 อาทิตย์<br />
&#8211;  หลังผ่าตัดควรทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนได้<br />
&#8211;  หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรืออาหารที่ร้อนหรือเย็นเกินไป<br />
&#8211;  สามารถใช้ลิปสติกได้2 อาทิตย์หลังผ่าตัด<br />
&#8211; งดการสูบบุหรี่ 3 อาทิตย์หลังการผ่าตัด<br />
&#8211;  ดื่มน้ำมากๆ โดยใช้หลอด<br />
&#8211; หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกฮอร์ใน 2 อาทิตย์แรกหลังการผ่าตัด</p>
<p><strong>ริมฝีปากบาง</strong> สามารถแก้ไขได้โดยการฉีดสารชนิดอื่นๆ เช่น คอลลาเจน เตรียมตัวหยุดงานประมาณ 3 วัน</p>
</div>
<div>
<p>เครดิต จาก :::: http://www.laser-surgery-bangkok.com</p>
</div>
<p>Credit:  siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: plasticsurgerywrong.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1624</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศัลยกรรมตกแต่งลักยิ้ม</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1604</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1604#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 16:32:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ลักยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1604</guid>
		<description><![CDATA[ลักยิ้มแก้มคือรอยบุ๋มที่เกิดขึ้นจะเห็นได้เมื่อยิ้ม แต่ถ้าไม่ยิ้มก็จะไม่เห็นรอยบุ๋มบนแก้ม ลักยิ้มแก้มเป็นลักษณะเฉพาะที่สืบทอดทางพันธุกรรม ส่วนใหญ่แล้วลักยิ้มจะมีทั้งสองข้าง แต่ในบางคนก็มีแค่ข้างเดียว &#160;  ศัลยกรรมเสริมลักยิ้มคืออะไร? ศัลยกรรม เสริมลักยิ้ม เป็นการผ่าตัดสร้างลักยิ้มสำหรับผู้ที่ต้องการจะมีลักยิ้มที่เป็นธรรมชาติ การผ่าตัดเป็นเพียงการผ่าตัดเล็กธรรมดา สามารถสร้างลักยิ้มได้อย่างง่ายดายและมีความปลอดภัยสูง หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ทันที  วิธีการทำศัลยกรรมเสริมลักยิ้มเป็นอย่างไร? การ ทำผ่าตัดเสริมลักยิ้มนั้น เมื่อกำหนดตำแหน่งลักยิ้มเป็นที่เรียบร้อยแล้วศัลยแพทย์จะทำสัญลักษณ์เล็กๆ ที่กระพุ้งแก้ม แล้วจึงทำการฉีดยาชาในบริเวณที่ต้องการทำลักยิ้ม หลังจากนั้นจึงทำการผ่าตัดจากภายในช่องปาก โดยตัดกล้ามเนื้อออกบางส่วนจากตำแหน่งของเยื่อบุช่องปากจนถึงบริเวณใต้ผิว หนังของตำแหน่งที่จะทำลักยิ้ม เพื่อให้เกิดช่องว่างในการเย็บบริเวณผิวหนังในตำแหน่งที่จะให้เป็นลักยิ้มมา ติดกับกล้ามเนื้อด้านล่าง เพื่อให้กล้ามเนื้อที่จะใช้ในการยิ้มมีการเกาะติดกับผิวหนังอันจะทำให้เมื่อ มีการยิ้มกล้ามเนื้อก็จะดึงรั้งผิวหนังให้บุ๋มลงไป จึงเกิดเป็นลักยิ้มขึ้น ซึ่งสามารถจะทดสอบได้ทันทีขณะที่ทำการผ่าตัดอยู่ และหากไม่ได้ลักยิ้มแบบที่ต้องการก็สามารถเปลี่ยนแก้ไขได้ทันที เมื่อได้ลักยิ้มตามความต้องการแล้ว ศัลยแพทย์จะทำการเย็บแผลในช่องปากด้วยไหมละลาย   แผลจะอยู่ที่ไหน? แผลจะซ่อนในปาก และมีแผลน้อยมากที่ผิวหน้า  ใช้เวลานานแค่ไหนในการผ่าตัดสร้างลักยิ้ม? การผ่าตัดสร้างลักยิ้มใช้เวลาประมาณ 30 นาที  หลังผ่าตัดต้องดูแลตัวเองอย่างไร? หลังผ่าตัดแพทย์จะปิดแผลบริเวณที่ผ่าตัดด้วยผ้าปิดแผล สามารถเอาผ้าปิดแผลออกได้ 3 วันหลังการผ่าตัด  ต้องพักฟื้นนานแค่ไหนถึงจะกลับไปทำงานได้? สามารถกลับไปทำงานได้หลังผ่าตัดประมาณ 2-4 วัน อาการบวมเล็กน้อยจะยังคงมีอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์  นานแค่ไหนจึงจะเห็นผล? การ ทำศัลยกรรมลักยิ้มนั้นหลังทำ ในช่วง 1-2 [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ลักยิ้มแก้มคือรอยบุ๋มที่เกิดขึ้นจะเห็นได้เมื่อยิ้ม แต่ถ้าไม่ยิ้มก็จะไม่เห็นรอยบุ๋มบนแก้ม ลักยิ้มแก้มเป็นลักษณะเฉพาะที่สืบทอดทางพันธุกรรม ส่วนใหญ่แล้วลักยิ้มจะมีทั้งสองข้าง แต่ในบางคนก็มีแค่ข้างเดียว</p>
<p><span id="more-1604"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1921" rel="attachment wp-att-1921"><img class="alignnone size-medium wp-image-1921" title="Portrait of a young woman smiling" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/httpwww.locateadoc.com_-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> ศัลยกรรมเสริมลักยิ้มคืออะไร?<br />
</strong><br />
ศัลยกรรม เสริมลักยิ้ม เป็นการผ่าตัดสร้างลักยิ้มสำหรับผู้ที่ต้องการจะมีลักยิ้มที่เป็นธรรมชาติ การผ่าตัดเป็นเพียงการผ่าตัดเล็กธรรมดา สามารถสร้างลักยิ้มได้อย่างง่ายดายและมีความปลอดภัยสูง หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ทันที</p>
<p><strong> </strong><strong>วิธีการทำศัลยกรรมเสริมลักยิ้มเป็นอย่างไร?<br />
</strong><br />
การ ทำผ่าตัดเสริมลักยิ้มนั้น เมื่อกำหนดตำแหน่งลักยิ้มเป็นที่เรียบร้อยแล้วศัลยแพทย์จะทำสัญลักษณ์เล็กๆ ที่กระพุ้งแก้ม แล้วจึงทำการฉีดยาชาในบริเวณที่ต้องการทำลักยิ้ม หลังจากนั้นจึงทำการผ่าตัดจากภายในช่องปาก โดยตัดกล้ามเนื้อออกบางส่วนจากตำแหน่งของเยื่อบุช่องปากจนถึงบริเวณใต้ผิว หนังของตำแหน่งที่จะทำลักยิ้ม เพื่อให้เกิดช่องว่างในการเย็บบริเวณผิวหนังในตำแหน่งที่จะให้เป็นลักยิ้มมา ติดกับกล้ามเนื้อด้านล่าง เพื่อให้กล้ามเนื้อที่จะใช้ในการยิ้มมีการเกาะติดกับผิวหนังอันจะทำให้เมื่อ มีการยิ้มกล้ามเนื้อก็จะดึงรั้งผิวหนังให้บุ๋มลงไป จึงเกิดเป็นลักยิ้มขึ้น ซึ่งสามารถจะทดสอบได้ทันทีขณะที่ทำการผ่าตัดอยู่ และหากไม่ได้ลักยิ้มแบบที่ต้องการก็สามารถเปลี่ยนแก้ไขได้ทันที เมื่อได้ลักยิ้มตามความต้องการแล้ว ศัลยแพทย์จะทำการเย็บแผลในช่องปากด้วยไหมละลาย</p>
<p><strong> </strong><strong> </strong><strong>แผลจะอยู่ที่ไหน?<br />
</strong><br />
แผลจะซ่อนในปาก และมีแผลน้อยมากที่ผิวหน้า</p>
<p><strong></strong><strong> </strong><strong>ใช้เวลานานแค่ไหนในการผ่าตัดสร้างลักยิ้ม?<br />
</strong><br />
การผ่าตัดสร้างลักยิ้มใช้เวลาประมาณ 30 นาที</p>
<p><strong></strong><strong> </strong><strong>หลังผ่าตัดต้องดูแลตัวเองอย่างไร?<br />
</strong><br />
หลังผ่าตัดแพทย์จะปิดแผลบริเวณที่ผ่าตัดด้วยผ้าปิดแผล สามารถเอาผ้าปิดแผลออกได้ 3 วันหลังการผ่าตัด</p>
<p><strong></strong><strong> </strong><strong>ต้องพักฟื้นนานแค่ไหนถึงจะกลับไปทำงานได้?<br />
</strong><br />
สามารถกลับไปทำงานได้หลังผ่าตัดประมาณ 2-4 วัน อาการบวมเล็กน้อยจะยังคงมีอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์</p>
<p><strong></strong><strong> </strong><strong>นานแค่ไหนจึงจะเห็นผล?<br />
</strong><br />
การ ทำศัลยกรรมลักยิ้มนั้นหลังทำ ในช่วง 1-2 เดือนแรกรอยบุ๋มนั้นจะปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดเวลาทั้งช่วงที่ยิ้มและไม่ยิ้ม หลังจากนั้นรอยบุ๋มจะมีการคลายตัวและเห็นเฉพาะเวลาที่ยิ้ม จนเหมือนลักยิ้มปกติ</p>
<p>ในบางครั้งบางครานั้นใบหน้าที่สวยงดงามแลดูน่าประทับตาประทับใจก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากองค์ประกอบของใบหน้าที่มีนัยตาสวย จมูกโด่งเรียวริมฝีปากงดงามเสมอไป แต่ความสมดุลของใบหน้าอาจเกิดขึ้นจากองค์ประกอบในแต่ละส่วนที่เข้ากันได้ดี และมีความสดชื่นแจ่มใส ประดับด้วยรอยยิ้มที่เบิกบานก็ย่อมที่จะส่งเสริมให้ใบหน้าแลดูมีเสน่ห์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และหากเป็นรอยยิ้มที่มีรอยบุ๋มเ ล็ก ๆ ที่บริเวณแก้มเพียงข้างเดียวหรือสองข้างก็ตาม ก็ยิ่งจะเพิ่มความสดใสมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าลักยิ้มก็ มีส่วนที่จะทำให้ใบหน้าแปรเปลี่ยนไปในทางที่ดีได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นองค์ประกอบที่เล็กน้อยมากสำหรับใบหน้า</p>
<p>อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าธรรมชาติก็ไม่ได้เป็นใจเสมอไปที่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างสมดุลสวยงามตามต้องการ และหากผู้ที่ต้องการจะมีลักยิ้มด้วยเหตุผลใดก็ตามคงจะไม่สามารถแสวงหาวิธีเสริมแต่งให้ดูเป็นลักยิ้มตามธรรมชาติได้ เนื่องจากลักยิ้มตามธรรมชาตินั้นในขณะที่ไม่ยิ้มแย้มอาจมองเห็นผิวหนังบริเวณแก้มราบเรียบเหมือนกับคนไม่มีลักยิ้ม หรืออย่างมากก็มองเห็นมีรอยบุ๋มเพียงเล็กน้อย แต่ในขณะที่ยิ้มนั้นจะเห็นรอยบุ๋มเกิดขึ้นอย่างชัดเจน</p>
<p>ดัง นั้นการทำศัลยกรรมตกแต่งลักยิ้มจึงเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาของผู้ที่ ต้องการจะมีลักยิ้มและยังต้องการลักยิ้มและยังต้องการลักยิ้มที่เป็น ธรรมชาติด้วยเช่นกัน</p>
<p>การทำศัลยกรรมตกแต่งลักยิ้มนั้น จะต้องอาศัยพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าอย่างดีว่า กล้ามเนื้อบริเวณใดทำหน้าที่ในขณะที่ยิ้ม เพราะจะต้องอาศัยกล้ามเนื้อในส่วนนั้น ๆ ฉุดรั้งให้ผิวหนังบริเวณแก้มบุ๋มลงไปตามการทำงานของกล้ามเนื้อแต่ละมัด เพราะถ้าหากทำให้ผิวหนังยึดติดกับกล้ามเนื้อผิดตำแหน่งไปอาจไม่ได้ลักยิ้มตามที่ต้องการก็ได้</p>
<p>ศัลยแพทย์ตกแต่งจะพิจารณาถึงตำแหน่งที่จะทำลักยิ้มร่วมกับผู้ที่มารับการผ่าตัด โดยจะต้องอธิบายให้ผู้ที่มารับการผ่าตัดเข้าใจถึงผลดี ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกันก็ต้องทำความเข้าใจกับผู้ที่จะมาทำการผ่าตัดถึงความต้องการในด้านขนาดความใหญ่ เล็กของลักยิ้ม และจำนวนลักยิ้มที่ต้องการด้วย เมื่อทำความเข้าใจถูกต้องตรงกันแล้วผลที่ได้รับมักจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ที่มารับการผ่าตัด เนื่องจากการทำศัลยกรรมตกแต่งลักยิ้มนั้น เป็นการทำผ่าตัดที่มีโอกาสในการเกิดผลเสียค่อนข้างต่ำมาก</p>
<p>credit http://www.pai.co.th</p>
<p>Credit:  siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: locateadoc.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1604</wfw:commentRss>
		<slash:comments>19565</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
