<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; ซิลิโคน</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%99" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>สาวอยาก &#8220;ตูม&#8221; สยิว!! ซิลิโคน&#8221;สยอง&#8221;แตกโพละ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4644</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4644#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 19:31:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแวดวงศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวเสริมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[BIG BOOBS]]></category>
		<category><![CDATA[smart life]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลิโคน]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทไลฟ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4644</guid>
		<description><![CDATA[สาวอยาก &#8220;ตูม&#8221; สยิว!! ซิลิโคน&#8221;สยอง&#8221;แตกโพละ BIG  BOOBS ! “ช็อก” วงการศัลยกรรมหน้าอกทั่วโลก โดยเฉพาะบรรดาสาวๆที่เคย “อัพเต้า”  เพราะอยากจะมี Big Boobs! หรือหน้าอกใหญ่ ถึงขนาดยอมเปลือยหน้าอกเพื่อให้คุณหมอลงมีดผ่าตัดเสริมเต้า เพิ่มขนาดจากนมเล็กกระจิริดขนาดไซส์แค่ คัพ A ให้ตูมๆกลายเป็นบิ๊กบอลลูนขนาดมหึมา จนต้องใส่บรา คัพ F&#8230;! เรื่อง ของเรื่องมีอยู่ว่า จู่ๆบรรดาสาวปาริเซียน ที่เคยผ่านการ “อัพเต้า” ด้วย “ถุงซิลิโคน” ที่ผลิตโดยบริษัท Poly Implant Prothese หรือ PIP ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ในวงการซิลิโคนของโลกพากันไปร้องต่อศาลในกรุงปารีส หลังจากมีข่าวว่าสาวเมืองน้ำหอมที่เคยผ่าตัดเสริมเต้าด้วยซิลิโคนยี่ห้อ เดียวกันนี้กว่า 20 คน ป่วยเป็นมะเร็ง โดยไม่ทราบสาเหตุ ยัง&#8230;ยัง ไม่จบแค่นั้น  บทความเรื่อง  “France, U.K. issue clashing advice on breast [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="wrapper">
<div id="header"><br id="recruit" /></p>
<h3 id="title" style="text-align: center;">สาวอยาก &#8220;ตูม&#8221; สยิว!! ซิลิโคน&#8221;สยอง&#8221;แตกโพละ</h3>
<p><span id="more-4644"></span></p>
</div>
<div id="details">
<div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4654" rel="attachment wp-att-4654"><img class="alignnone size-full wp-image-4654" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/63019.jpg" alt="" width="630" height="378" /></a></p>
<p style="text-align: center;">BIG  BOOBS !</p>
<p>“ช็อก” วงการศัลยกรรมหน้าอกทั่วโลก โดยเฉพาะบรรดาสาวๆที่เคย “อัพเต้า”  เพราะอยากจะมี Big Boobs! หรือหน้าอกใหญ่ ถึงขนาดยอมเปลือยหน้าอกเพื่อให้คุณหมอลงมีดผ่าตัดเสริมเต้า เพิ่มขนาดจากนมเล็กกระจิริดขนาดไซส์แค่ คัพ A ให้ตูมๆกลายเป็นบิ๊กบอลลูนขนาดมหึมา จนต้องใส่บรา คัพ F&#8230;!</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42066.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เรื่อง ของเรื่องมีอยู่ว่า จู่ๆบรรดาสาวปาริเซียน ที่เคยผ่านการ “อัพเต้า” ด้วย “ถุงซิลิโคน” ที่ผลิตโดยบริษัท Poly Implant Prothese หรือ PIP ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ในวงการซิลิโคนของโลกพากันไปร้องต่อศาลในกรุงปารีส หลังจากมีข่าวว่าสาวเมืองน้ำหอมที่เคยผ่าตัดเสริมเต้าด้วยซิลิโคนยี่ห้อ เดียวกันนี้กว่า 20 คน ป่วยเป็นมะเร็ง โดยไม่ทราบสาเหตุ</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42067.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ยัง&#8230;ยัง ไม่จบแค่นั้น  บทความเรื่อง  “France, U.K. issue clashing advice on breast implant” ของสำนักข่าวรอยเตอร์บอกว่า เรื่องนี้ เกิดจากการที่ PIP มีปัญหาล้มละลายทางธุรกิจ และมีการออกมาให้ข้อมูลว่าถุงซิลิโคนของ PIP ที่เคยรับประกันการแตกรั่วอยู่ที่ 8 ปีหลังใส่ เกิดแตกรั่วในช่วงระยะเวลาเพียงแค่  2 ปี ทำให้บรรดาสาวอกตูมที่ใส่ซิลิโคนของบริษัทนี้ เกิดอาการผวา&#8230;เหมือนมีระเบิด เวลาฝังอยู่ในหน้าอก</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42068.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ที่ ฝรั่งเศส กระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ให้สาวปาริเซียนที่อยากมีนมอวบอึ๋มราว 3 แสนคนที่เคยมีประวัติการใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอกของบริษัท PIP ผ่าตัดเอาซิลิโคนออกทันที โดยทางการของฝรั่งเศสยินดีที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเอาเต้านม เทียมที่ไม่ได้มาตรฐานของบริษัทนี้ออก</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42069.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">หลังจากคำนวณค่าใช้จ่ายแล้ว ประมาณการว่า รัฐบาลฝรั่งเศสต้องใช้เงินประมาณ 78 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,440 ล้านบาท!</p>
<p>หัน มาดูที่ประเทศ ไทยของเรากันบ้าง ข้อมูลจากทั้ง FDA ไทย หรือ อย. และวงการศัลยกรรมพลาสติก ยืนยันตรงกันว่า ถุงซิลิโคนที่มีการใช้ในประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด และหนึ่งในนั้น คือ PIP หลังจากมีข่าวถุงซิลิโคนของ PIP แตก อย.ไทยรีบทำหนังสือเตือน</p>
<p>ทุกสถานพยาบาล ที่เคยใช้ซิลิโคนยี่ห้อนี้ให้ระงับการจำหน่าย และเรียกคืนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในทันที แต่ก็อาจจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ปัญหาใหญ่กว่านั้นก็คือ ถุงซิลิโคนของ PIP มีการขายในประเทศไทยนานกว่า 10 ปี</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42070.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ทำเอาสาวอยาก “ตูม ตูม” ทั้งหลาย นั่งไม่ติด เพราะไม่รู้ว่า เต้านิ่มๆ ที่เวลาขยี้ ขยำ คลำแล้วสยิว!!</p>
<p>จะแตก “โพละ” ออกมาเมื่อไหร่!</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42071.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เพราะ เชื่อว่าขนาดหน้าอก&#8230;หน้าใจที่ใหญ่บึ้ม&#8230;ประเภท ตูม&#8230;ตูม!! จะช่วยมัดใจชายให้อยู่หมัดได้ การลงทุน “อัพเต้า” ที่ขั้นตอนออกจะหวาดเสียว&#8230;สาวที่อยากนมใหญ่ทั้งหลาย กลัวกันซะ&#8230;เมื่อไหร่!</p>
<p>ก่อนจะไปถึงขั้นตอนของการผ่าตัด ไปทำความรู้จักกับรูปทรงของ “ถุงนมเทียม” หรือ ซิลิโคน กันก่อน</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42072.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ซิ ลิโคนที่นำมาใส่เป็นเต้าเทียม มีทั้งแบบ ทรงธรรมชาติ (Normal Profile) ประเภทนมเต่งตึง ตั้งตรง เหมือนนมจริงๆ ที่ผู้หญิงนมสวยๆมีอยู่ตามธรรมชาติ กับแบบ ทรงสูง (High Profile) สำหรับคนที่อยากจะมีหน้าอกเด้งดึ๋ง โดดเด่นมากขึ้นกว่าทรงธรรมชาติ และ ทรงรี ที่เป็นรูปวงรี  (Contour Profile)  นมรูปทรงนี้ เวลาใส่เข้าไปแล้วจะมีรูปร่างเหมือนนมธรรมชาติ แต่จะมีเนินอกด้านข้างอวบอิ่มมากขึ้น</p>
<p>ผิวของถุงซิลิโคน ก็มีหลายแบบ ทั้งแบบ ผิวเรียบ (Smooth) จับแล้วเพลิน หรือบางคนชอบให้ลูบไล้แล้วได้อารมณ์สยิว เร้าใจ ชนิดที่ปลุกพลังชาย ก็อาจจะเลือกใช้แบบ ผิวทราย (Textured surface) หรือ ผิวทรายละเอียด (Micro textured) เช่นเดียวกับภายในถุงซิลิโคน ที่ถ้าชอบแบบนุ่มนิ่มเป็นธรรมชาติ ก็ควรใช้ถุงซิลิโคนชนิดบรรจุเจลธรรมดา มากกว่าเจลที่มีความหนาแน่นสูง ส่วนถ้าเป็นถุงซิลิโคนแบบที่บรรจุน้ำเกลือ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า จับแล้วไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่&#8230;แถมจับๆไปนมที่เต่งๆตึงๆ อยู่ดีๆก็แฟบลงทำให้เสียอารมณ์&#8230;ซะงั้น!!!</p>
<div><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42073.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p>เทคนิค การผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคน ศ.นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ นายกสมาคมศัลยแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย บอกว่า การใส่ถุงเต้านม สามารถจะใส่ได้ทั้งในชั้นของกล้ามเนื้อ, ร่องรักแร้ หรือแม้แต่ หัวนม ขึ้นอยู่กับสรีระและความต้องการของคนไข้  แต่ที่นิยมมากที่สุดขณะนี้ คือ  การผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนบริเวณชั้นของกล้ามเนื้อใต้ราวนม โดยแพทย์จะกรีดเนื้อเป็นแผลเล็กๆ แล้วค่อยๆใส่ถุงซิลิโคนเข้าไป จากนั้นก็จะใช้นิ้วสอดล้วงเข้าไปจัดรูปทรงของถุงซิลิโคนให้ได้ขนาดและ ตำแหน่งตามที่ต้องการ รวมทั้งให้อยู่ในตำแหน่งที่พังผืดจะสามารถรัดถุงซิลิโคนไว้ได้อย่างพอดี ก่อนจะเย็บปิดแผลซึ่งอยู่ใต้ราวนมทำให้มองไม่เห็นรอยแผล  เทคนิคนี้นอกจากจะได้นมที่สวย มีโอกาสที่เต้านมจะคล้อยน้อยแล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการเจ็บปวดจากการรัดตัวของพังผืดที่มากเกินไปด้วย&#8230;</p>
<p>ส่วนการผ่าตัดทางร่องรักแร้นั้น เป็นวิธีเก่าที่เคยเป็นที่นิยม เพราะรอยพับของรักแร้ช่วยปิดแผลไว้ได้อย่างมิดชิด แต่การจัดขนาดรูปทรงของเต้านมให้ได้ที่ อาจจะสู้วิธีผ่าตัดทางชั้นของกล้ามเนื้อไม่ได้</p>
<p>สำหรับ  “หัวนม”  ใช้ผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนในกรณีของคนที่หน้าอกเล็กมากๆ ไม่สามารถกรีดแผลทางชั้นของกล้ามเนื้อได้ และคนสูงอายุที่นมหย่อนยานแล้ว ปัจจุบันแม้จะไม่มีตัวเลขว่ามีสาวไทยกี่คนที่เคยผ่านการทำอก “ตูม ตูม” มาแล้ว แต่ที่แน่ๆ ในปี 2012 ที่มีคำทำนายว่า “โลกจะแตก” มีสาวเมืองมะริกันที่ผ่านการ “อัพเต้า” มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน!!!</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์</p>
</div>
</div>
<div>
<div id="detail-info">
<h4>ไทยรัฐออนไลน์</h4>
<ul>
<li>โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์</li>
<li>21 มกราคม 2555, 05:30 น.</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4644</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18858</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะเสริมจมูก แบบซิลิโคนแท่ง หรือ ฉีดซิลิโคนเหลวดีกว่ากัน</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1518</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1518#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 16:20:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[จะเสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลิโคน]]></category>
		<category><![CDATA[ดีกว่ากัน]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หรือ ฉีดซิลิโคนเหลว]]></category>
		<category><![CDATA[แบบซิลิโคนแท่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1518</guid>
		<description><![CDATA[ ศัลยกรรมจมูก เสริมจมูก คือการตกแต่งจมูกให้ปรับเปลี่ยนรูปจมูกให้ดูสวยและรับกับใบหน้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความโด่ง ความคมหรือแม้แต่ความกว้างของปีกจมูกที่มีปัญหา โดยส่วนมากจะแบ่งเป็น 2 แบบที่นิยมในปัจจุบัน คือ ผ่าตัดและไม่ผ่าตัด แต่วิธีที่ได้รับการยอมรับและทำกันมานานได้แก่การผ่าตัดเสริมด้วยเนื้อเยื่อ หรือวัสดุใส่เข้าไป เช่น กระดูกอ่อน , ไขมัน , แท่งซิลิโคน และ ซิลิโคนเหลว  การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนมีความปลอดภัยหรือไม่? เนื่อง จากแท่งซิลิโคน เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ร่างกายมีการต่อต้านน้อยที่สุด ดังนั้นจึงสามารถนำมาใส่เข้าไปในเนื้อเยื่อของเราได้ และแท่งซิลิโคนเองก็เป็นวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกมานานกว่า 20 ปีแล้ว จึงจัดได้ว่าเป็นวัสดุที่มีความปลอดภัยสูงมาก &#160; แต่ถึงอย่างไร การเลือกใช้แท่งซิลิโคนเสริมจะออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเภทซิลิโคนที่เลือกใช้ และความชำนาญของศัลยแพทย์ด้วย บางรายมักเกิดจากการเสริมให้โด่งมากเกินไป หรือบางรายผิวหนังที่จมูกบางก็อาจทำให้ดูเป็นแท่งได้ วางแผนก่อนผ่าตัด จึงมีความสำคัญมาก &#160;  การฉีดซิลิโคนเหลวต่างจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคนอย่างไร? ต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าซิลิโคนเหลวเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว จะเข้ารวมกับเนื้อเยื่อของจมูก และเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้ก็จะไหลไปด้านข้างของจมูกทำให้จมูกดูโตขึ้น อย่างมาก ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาก็ไม่สามารถนำออกได้หมด โดยเฉพาะคนที่ทำมาเป้นเวลานานเนื้อเยื่อจมูกกับสารซิลิโคนจะยิ่งรวมตัวเกาะ กันการแก้จมูกเมื่อมีปัญหาในอนาคตจึงยากมาก &#160;  การเสริมจมูกด้วยการฉีดคอลลาเจนหรือสารเติมแต่งดีหรือไม่อย่างไร? ต้องเข้าใจก่อนว่าการเสริมจมูกด้วยการฉีดสารใดๆก็ตามเข้าไปในจมูก จะมีผลให้สารนั้นเข้ารวมตัวกับเนื้อเยื่อโดยตรง ซึ่งไม่มีวันที่จะนำสารนั้นออกจากร่างกายได้จนหมด นอกจากว่าสารนั้นๆจะสลายตัวไปเอง ดังนั้นการฉีดเสริมด้วยสารเติมแต่งที่อยู่ถาวรจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong> ศัลยกรรมจมูก เสริมจมูก</strong></p>
<p>คือการตกแต่งจมูกให้ปรับเปลี่ยนรูปจมูกให้ดูสวยและรับกับใบหน้ามากขึ้น<br />
ไม่ว่าจะเป็นความโด่ง ความคมหรือแม้แต่ความกว้างของปีกจมูกที่มีปัญหา<br />
โดยส่วนมากจะแบ่งเป็น 2 แบบที่นิยมในปัจจุบัน คือ ผ่าตัดและไม่ผ่าตัด</p>
<p><span id="more-1518"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1930" rel="attachment wp-att-1930"><img class="alignnone size-medium wp-image-1930" title="black-heads" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/black-heads-300x300.jpg" alt="" width="300" height="300" /></a></p>
<p>แต่วิธีที่ได้รับการยอมรับและทำกันมานานได้แก่การผ่าตัดเสริมด้วยเนื้อเยื่อ<br />
หรือวัสดุใส่เข้าไป เช่น กระดูกอ่อน , ไขมัน , แท่งซิลิโคน และ<br />
ซิลิโคนเหลว</p>
<p><strong></strong><strong> การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคนมีความปลอดภัยหรือไม่?</strong></p>
<p>เนื่อง จากแท่งซิลิโคน<br />
เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ร่างกายมีการต่อต้านน้อยที่สุด<br />
ดังนั้นจึงสามารถนำมาใส่เข้าไปในเนื้อเยื่อของเราได้<br />
และแท่งซิลิโคนเองก็เป็นวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกมานานกว่า 20 ปีแล้ว<br />
จึงจัดได้ว่าเป็นวัสดุที่มีความปลอดภัยสูงมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong></strong>แต่ถึงอย่างไร การเลือกใช้แท่งซิลิโคนเสริมจะออกมาสวยงามเป็นธรรมชาติได้หรือไม่<br />
ขึ้นอยู่กับประเภทซิลิโคนที่เลือกใช้ และความชำนาญของศัลยแพทย์ด้วย<br />
บางรายมักเกิดจากการเสริมให้โด่งมากเกินไป<br />
หรือบางรายผิวหนังที่จมูกบางก็อาจทำให้ดูเป็นแท่งได้ วางแผนก่อนผ่าตัด<br />
จึงมีความสำคัญมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong></strong><strong> การฉีดซิลิโคนเหลวต่างจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคนอย่างไร?</strong></p>
<p>ต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าซิลิโคนเหลวเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว<br />
จะเข้ารวมกับเนื้อเยื่อของจมูก<br />
และเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้ก็จะไหลไปด้านข้างของจมูกทำให้จมูกดูโตขึ้น<br />
อย่างมาก ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาก็ไม่สามารถนำออกได้หมด<br />
โดยเฉพาะคนที่ทำมาเป้นเวลานานเนื้อเยื่อจมูกกับสารซิลิโคนจะยิ่งรวมตัวเกาะ<br />
กันการแก้จมูกเมื่อมีปัญหาในอนาคตจึงยากมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong></strong><strong> การเสริมจมูกด้วยการฉีดคอลลาเจนหรือสารเติมแต่งดีหรือไม่อย่างไร?</strong></p>
<p>ต้องเข้าใจก่อนว่าการเสริมจมูกด้วยการฉีดสารใดๆก็ตามเข้าไปในจมูก<br />
จะมีผลให้สารนั้นเข้ารวมตัวกับเนื้อเยื่อโดยตรง<br />
ซึ่งไม่มีวันที่จะนำสารนั้นออกจากร่างกายได้จนหมด<br />
นอกจากว่าสารนั้นๆจะสลายตัวไปเอง<br />
ดังนั้นการฉีดเสริมด้วยสารเติมแต่งที่อยู่ถาวรจึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ<br />
เนื่องจากถ้าผิดรูปหรือมีปัญหาแล้วการแก้ไขจะทำได้ยากมาก<br />
ไม่สามารถใช้เครื่องมือใดๆไปดูดสารที่ฉีดเข้าไปออกมาได้เลย</p>
<p><strong>เสริมจมูก ศัลยกรรมจมูก ทำจมูก เราสามารถใช้เนื้อเยื่อของเราเองเพื่อการเสริมจมูกได้หรือไม่</strong></p>
<p>ได้แน่นอน และจะมีความปลอดภัยสูงมากด้วย เช่น กระดูกอ่อน,แผ่นหนังและไขมัน<br />
เป็นต้น แต่มีข้อจำกักอยู่ตรงที่ว่า จะมีการผ่าตัดสองแห่ง<br />
และถ้าต้องการให้โด่งมากๆก็มักจะทำไม่ได้ เป็นต้น<br />
เราจึงมักเก็บไว้ใช้กับรายที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น</p>
<p><strong> การเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมัน มีวิธีการอย่างไร ผลเป็นอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร</strong></p>
<p><em><strong>การเสริมด้วยไขมัน สามารถทำได้ 2 วิธี คือ</strong></em></p>
<p>1. ใช้วิธีการดูดไขมันด้วย ใช้เข็มดูดขนาดเล็ก ดูดไขมันจากหน้าท้องหรือต้นขา<br />
แล้วแยกเอาไขมันที่กลายเป็นน้ำออก<br />
เอาเฉพาะส่วนไขมันที่ยังคงสภาพเป็นเซลล์อยู่<br />
นำไปฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณที่จะเสริมจมูก</p>
<p>2. ตัดไขมันจากบริเวณหน้า, ต้นขา, ก้นกบ มาเป็นชิ้น แล้วนำไปสอดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณจมูกที่ต้องการเสริม</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/icon4432.png" alt="Smiley" />ข้อดีของการใช้ไขมัน</strong></p>
<p>1. เป็นเนื้อของเราเอง โอกาสการไม่ยอมรับของร่างกายจะไม่มี</p>
<p>2. ความรู้สึกที่แตะต้องอาจจะรู้สึกธรรมชาติ</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/icon4342.png" alt="Smiley" />ข้อเสียของการใช้ไขมัน</strong></p>
<p>1. ไขมันที่นำไปฉีดหรือปลูกมีการย่อยสลายได้ประมาณ 40-60 % ดังนั้นรูปร่างของจมูกจะไม่คงอยู่ตามต้องการ</p>
<p>2. รูปร่างของจมูกอาจจะไม่ได้ตามต้องการเหมือนการเสริมด้วยซิลิโคนหรือวัสดุที่คงรูปกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การทำศัลยกรรมจมูกจะอยู่ได้ตลอดชีวิต และหากเป็นซิลิโคนแท่งหรือกระจูกจะคงรูปอยู่ได้นานกว่าไขมันและซิลิโคนเหลว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การใช้ไหมในการเย็บ</strong><br />
จะใช้เป็นไหมละลาย และ ไหมธรรมดา<br />
แต่ปัจจุบันควรจะใช้เป็นไหมละลาย เพราะคนไข้จะไม่ต้องกังวลในการตัดไหมออก<br />
ส่วนใหญ่ปมจะหลวม หรือหลุดออกประมาณสองสัปดาห์ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> เมื่อปลายจมูกบางใสและแดงหลังเสริมจมูกมา</strong><br />
เป็น<br />
อาการแสดงของซิลิโคนที่กำลังจะทะลุออกมานอกผิวหนัง<br />
บางรายเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิวอักเสบ<br />
จึงบีบให้แตกกลับปรากฎเป็นแท่งซิลิโคนดันออกมาหรือที่เรียกกันว่าจมูกทะลุ<br />
ซึ่งต้องกลับไปให้แพทย์ืท่านเดิมแก้ไขอย่างรีบด่วนโดยทันที</p>
<p><strong>ค่าผ่าตัดเสริมจมูก</strong></p>
<p>เนื่องจากแท่งซิลิโคนมีหลายเกรด จึงทำให้ราคาการรักษาต่างกัน<br />
แต่ไม่ใช่ตัววัดว่าทำแพงแล้วจะออกมาดีที่สุดหรือสวยที่สุดเสมอไป<br />
แต่ถ้าราคาถูกมากๆก็คงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาด<br />
จมูกทะลุ จมูกเบียว หรือในกรณีใดๆที่ต้องกลับมาแก้ไข<br />
ค่าใช้จ่ายจะสูงและยุ่งยากในการแก้ไขมากกว่าตอนเสริมครั้งแรก<br />
ดังนั้นจึงแนะนำให้ปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดโดยตรงจะดีที่สุดจะได้ทราบและ<br />
ถามข้อสงสัยและได้คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> เสริมจมูกที่โรงพยาบาลดีกว่าคลินิกจริงหรือไม่</strong></p>
<p>คำถามนี้ไม่สามารถระบุเจาะจงได้ว่าที่ไหนดีกว่ากัน<br />
เนื่องจากคลินิกศัลยกรรมตกแต่งที่ให้บริการเฉพาะทางบางแห่ง<br />
ได้ออกแบบทั้งสถานที่และความปลอดภัยได้อย่างมาตรฐานสากลซึ่งอาจจะดีกว่าโรง<br />
พยาบาลบางแห่งเสียอีก แต่บางคลีนิคก็ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด<br />
เสี่ยงติดเชื้อหลังการรักษา ดังนั้น<br />
จึงแนะนำให้หาข้อมูลและศึกษาแพทย์ที่ทำการรักษา เพราะแพทย์เก่งๆสมัยนี้<br />
อาจจะประจำอยู่หลายโรงพยาบาล และอาจจะเปิดคลีนิคเอง<br />
ซึ่งขึ้นอยุ่กับการพิจารณาของผู้เข้ารับการรักษาเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong> ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัดเสริมจมูก</strong><br />
เนื่องจากหลังผ่า<br />
ตัดจะมีอาการบวมเกิดขึ้น มากน้อยต่างกัน แต่โดยทั่วไปมักจะบวมมากใน 3-5<br />
วันแรก ดังนั้นควรมีเวลาในการดูแลอย่างน้อย 3-5 วันหลังผ่าตัด<br />
ความเปลี่ยนแปลงจะการสังเกตุได้เองว่าจมูกเริ่มเป็นรูปทรงจะอยู่ที่ประมาณ<br />
2-3 เดือน จึงเห็นเด่นชัด แต่ระยะเวลาที่เนื้อเยื่อจะรวมกับซิลิโคนแท่ง<br />
กระดูก นั้นควรทิ้งระยะไว้ประมาณ 1 ปีเป็นอย่างน้อย<br />
ดังนั้นการเสริมจมูกจึงต้องใจเย็นในการดูแลหมั่นรักษา</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>บทความเขียนโดย คุณหมอปิยะ Nida Skin &amp; Cosmetic </strong><br />
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก</p>
<p>http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nidaskin&#038;month=20-12-2009&#038;group=1&#038;gblog=2</p>
<p>Credit:  siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1518</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซิลิโคนที่มีขา กับ ไม่มีขา</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1492</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1492#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 16:06:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลิโคน]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลิโคนที่มีขา]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่มีขา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1492</guid>
		<description><![CDATA[ลักษณะ การเหลาซิลิโคนที่เสริมจมูก แบบมีขา และไม่มีขา ถ้าเหลาได้เหมาะสม ส่วนใหญ่จะให้ผลต่อรูปร่างไม่แตกต่างกัน ยกเว้นในลักษณะจมูกเฉพาะของคนไข้บางรายเท่านั้น ที่จะเหมาะสมกับมีขา หรือ บางรายก็เหมาะกับไม่มีขา ส่วนเรื่องเป็นแท่งหรือดูเป็นธรรมชาติแค่ไหน อยู่ที่ฝีมือการเหลาของหมอแต่ล่ะท่าน โอกาศทะลุมีทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับว่าที่เสริมไปเกินเนื้อจมูกเราทนไหวไหม แต่ถ้าเสริมเหมาะสมก็อยู่กับเราได้ตลอด แต่คลีนิค ส่วนใหญ่จะใช้แบบไม่มีขา หมอบอกว่าจะไม่เสี่ยงต่อการทะลุ แต่ในทางกลับกัน สิริโคนแบบมีขา จะทำให้รูปทรงจมูกดูดีกว่า ยังไงก็ดี ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญานของท่านเอง ว่าควรเลือกแบบไหน ให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด สรุปง่ายๆ เสริมแบบ มีขา และไม่มีขา ต่างกันอย่างไร แบบมีขา : ข้อดี &#8211; คงรูปต่างของสันจมูกได้ดีกว่า ข้อเสีย &#8211; เชื่อว่าจะทำให้มีโอกาสทะลุได้มากกว่า (แต่ผมเชื่อไม่หมด เพราะว่าแบบมีขาจะช่วยให้มีปลายจมูกได้ ถ้าทำออกมาแล้วเกิดที่เนื้อเยื่อจมูกของคนคนนั้นจริง จะรับได้ อันนี้มีโอกาสทะลุชัวร์ แต่ถ้าไม่รั้งมาก ไม่มีผลมากครับ) แบบไม่มีขา : ข้อดี &#8211; ลดการทะลุของจมูก (คิดว่าเป็นการเสริมแค่เพียงความสูงเท่านั้น) ข้อเสีย &#8211; คงรูปร่างของจมูกได้ไม่ดีเท่าแบบมีขา สรุปจากความเข้าใจนะครับ งั้นถ้าต้องการให้จมูกสูง ไม่เน้นรูปร่างปลายจมูก การทำแบบไม่มีขาก็ไม่มีผลอะไร และก็เช่นเดียวกันถ้าเสริมแบบมีขาแต่ ไม่เน้นจนสุดเท่าที่เสริมได้ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ลักษณะ การเหลาซิลิโคนที่เสริมจมูก แบบมีขา และไม่มีขา ถ้าเหลาได้เหมาะสม ส่วนใหญ่จะให้ผลต่อรูปร่างไม่แตกต่างกัน<br />
ยกเว้นในลักษณะจมูกเฉพาะของคนไข้บางรายเท่านั้น ที่จะเหมาะสมกับมีขา หรือ บางรายก็เหมาะกับไม่มีขา ส่วนเรื่องเป็นแท่งหรือดูเป็นธรรมชาติแค่ไหน อยู่ที่ฝีมือการเหลาของหมอแต่ล่ะท่าน</p>
<p><span id="more-1492"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1953" rel="attachment wp-att-1953"><img class="alignnone size-full wp-image-1953" title="Hay-fever-and-asthma-treatment." src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Hay-fever-and-asthma-treatment..jpg" alt="" width="600" height="447" /></a></p>
<p>โอกาศทะลุมีทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับว่าที่เสริมไปเกินเนื้อจมูกเราทนไหวไหม แต่ถ้าเสริมเหมาะสมก็อยู่กับเราได้ตลอด แต่คลีนิค<br />
ส่วนใหญ่จะใช้แบบไม่มีขา หมอบอกว่าจะไม่เสี่ยงต่อการทะลุ แต่ในทางกลับกัน สิริโคนแบบมีขา จะทำให้รูปทรงจมูกดูดีกว่า</p>
<p>ยังไงก็ดี ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญานของท่านเอง ว่าควรเลือกแบบไหน ให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด</p>
<p><strong><br />
สรุปง่ายๆ</strong></p>
<p>เสริมแบบ มีขา และไม่มีขา ต่างกันอย่างไร</p>
<p>แบบมีขา : ข้อดี &#8211; คงรูปต่างของสันจมูกได้ดีกว่า</p>
<p>ข้อเสีย &#8211; เชื่อว่าจะทำให้มีโอกาสทะลุได้มากกว่า</p>
<p>(แต่ผมเชื่อไม่หมด เพราะว่าแบบมีขาจะช่วยให้มีปลายจมูกได้ ถ้าทำออกมาแล้วเกิดที่เนื้อเยื่อจมูกของคนคนนั้นจริง</p>
<p>จะรับได้ อันนี้มีโอกาสทะลุชัวร์ แต่ถ้าไม่รั้งมาก ไม่มีผลมากครับ)</p>
<p>แบบไม่มีขา : ข้อดี &#8211; ลดการทะลุของจมูก (คิดว่าเป็นการเสริมแค่เพียงความสูงเท่านั้น)</p>
<p>ข้อเสีย &#8211; คงรูปร่างของจมูกได้ไม่ดีเท่าแบบมีขา</p>
<p>สรุปจากความเข้าใจนะครับ</p>
<p>งั้นถ้าต้องการให้จมูกสูง ไม่เน้นรูปร่างปลายจมูก การทำแบบไม่มีขาก็ไม่มีผลอะไร</p>
<p>และก็เช่นเดียวกันถ้าเสริมแบบมีขาแต่ ไม่เน้นจนสุดเท่าที่เสริมได้ การเสริมแบบมีขาก็ไม่อันตรายเช่นกัน</p>
<p>ขึ้นอยู่กับ ความดื้อของเรา</p>
<hr />
<p>ขอบคุณผู้ให้ข้อมูลจากบอร์ดเก่า บอร์ดสวยด้วยแพทย์ ขอบคุณมากนะคะ</p>
<p>Credit: siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1492</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
