<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; ชะลอวัย</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%8A%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>ทางเลือกชะลอวัย แบบไม่พึ่งศัลยกรรม</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=5437</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=5437#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2012 17:23:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแวดวงศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ชะลอวัย]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่พึ่งศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=5437</guid>
		<description><![CDATA[ทางเลือกชะลอวัย แบบไม่พึ่งศัลยกรรม การทำศัลยกรรมนอกจากทำให้เสียเงินก้อนโต ยังเสี่ยงต่อการเจ็บตัวซ้ำซ้อน หนึ่งทางเลือกที่สาว ๆ อยากสวยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการทำศัลยกรรม ด้วยการหันมาพึ่งตัวเองด้วยการปรนนิบัติผิวอย่างถูกวิธี รู้จักใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย อย่างการเลือกใช้เครื่องนวดหน้าที่มีคุณสมบัติยกกระชับผิวหนังชั้นในอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถล้างคราบเครื่องสำอางตกค้างในรูขุมขน พร้อมช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ล่าสุด บริษัท คิวรอน จำกัด ผู้นำด้านตลาดนวัตกรรมการดูแลผิวหน้าด้วยตัวเองแบบครบวงจรอินกระแสเกาหลี จัดกิจกรรม “บล็อกเกอร์ เวิร์กช็อป” เผยนวัตกรรมความก้าวล้ำของชุดผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้าอย่างตรงจุด กับเครื่องนวดหน้า “คิวรอน เอ” รุ่นใหม่ล่าสุดจากเกาหลี ท้าพิสูจน์โดยเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยร่วมทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริเวณเมนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และยังได้อดีตนางสาวไทย อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ มาเผยประสบการณ์ที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์คิวรอน เอ บรรยากาศดำเนินไปอย่างสนุกสนาน บรรดาเซเลบริตี้ และสาว ๆ บล็อกเกอร์ชั้นนำของไทย ต่างลงมือทำเวิร์กช็อปนวดหน้าด้วยตัวเอง หลังจากที่ได้เรียนรู้ระบบ และการใช้เครื่องอย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ยกกระชับอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเปรียบเทียบให้เห็นสภาพผิวก่อนและหลังทำกลางงาน ด้านความรู้สึกของสาว ๆ ที่ร่วมเวิร์กช็อป สุทธิกัญญา ไทยเพ็ชร สาวเวิร์กกิ้งวูแมน เจ้าแม่เลกซัส เผยว่า ส่วนตัวมีปัญหาผิวแห้ง บำรุงผิวด้วยครีมหลายชนิดแต่ไม่สามารถแก้ไขได้มากนัก [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h3 id="page-title"><span style="color: #ff9900;">ทางเลือกชะลอวัย แบบไม่พึ่งศัลยกรรม</span></h3>
<p><span id="more-5437"></span></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/22.jpg" alt="" /></p>
<p>การทำศัลยกรรมนอกจากทำให้เสียเงินก้อนโต ยังเสี่ยงต่อการเจ็บตัวซ้ำซ้อน หนึ่งทางเลือกที่สาว ๆ อยากสวยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการทำศัลยกรรม ด้วยการหันมาพึ่งตัวเองด้วยการปรนนิบัติผิวอย่างถูกวิธี รู้จักใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย อย่างการเลือกใช้เครื่องนวดหน้าที่มีคุณสมบัติยกกระชับผิวหนังชั้นในอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถล้างคราบเครื่องสำอางตกค้างในรูขุมขน พร้อมช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ล่าสุด บริษัท คิวรอน จำกัด ผู้นำด้านตลาดนวัตกรรมการดูแลผิวหน้าด้วยตัวเองแบบครบวงจรอินกระแสเกาหลี จัดกิจกรรม “บล็อกเกอร์ เวิร์กช็อป” เผยนวัตกรรมความก้าวล้ำของชุดผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวหน้าอย่างตรงจุด กับเครื่องนวดหน้า “คิวรอน เอ” รุ่นใหม่ล่าสุดจากเกาหลี ท้าพิสูจน์โดยเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยร่วมทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริเวณเมนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และยังได้อดีตนางสาวไทย อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ มาเผยประสบการณ์ที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์คิวรอน เอ</p>
<p>บรรยากาศดำเนินไปอย่างสนุกสนาน บรรดาเซเลบริตี้ และสาว ๆ บล็อกเกอร์ชั้นนำของไทย ต่างลงมือทำเวิร์กช็อปนวดหน้าด้วยตัวเอง หลังจากที่ได้เรียนรู้ระบบ และการใช้เครื่องอย่างถูกวิธีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ยกกระชับอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเปรียบเทียบให้เห็นสภาพผิวก่อนและหลังทำกลางงาน ด้านความรู้สึกของสาว ๆ ที่ร่วมเวิร์กช็อป สุทธิกัญญา ไทยเพ็ชร สาวเวิร์กกิ้งวูแมน เจ้าแม่เลกซัส เผยว่า ส่วนตัวมีปัญหาผิวแห้ง บำรุงผิวด้วยครีมหลายชนิดแต่ไม่สามารถแก้ไขได้มากนัก พอทราบว่าเครื่องนวดหน้าคิวรอน เอ ใช้เทคโนโลยีคลื่นเสียงความถี่สูงสร้างความสั่นสะเทือนถึง 1 ล้านครั้งต่อวินาที ซึ่งเป็นความถี่ที่เหมาะสมกับทุกสภาพผิว กระตุ้นเซลล์ผิวให้เกิดความยืดหยุ่น รวมทั้งกระตุ้นระบบการไหลเวียน เพื่อช่วยแตกตัวครีมให้ขนาดเล็กจนซึมสู่ผิวง่ายขึ้น หลังได้ทดลองใช้รู้สึกว่าใบหน้าดูสดชื่น เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้น และหน้าไม่เป็นขุย</p>
<p>สาวในเครื่องแบบ ร.ต.หญิงชลรัศมี งาทวีสุข ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เผยว่า ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องใช้หน้าตาเป็นหลัก ทำให้ต้องอาศัยตัวช่วยทำให้หน้าเด้ง เรียบเนียนอยู่หน้าจอ ส่วนตัวสนใจนวัตกรรมใหม่ ๆอยู่แล้ว จึงตั้งใจศึกษาตัวเครื่องนวดหน้าพบว่า คิวรอน เอ มีระบบกัลวานิค ไอออน ซึ่งเป็นประจุไฟฟ้าแบบอ่อน ๆ อาศัยการผลักดึงของขั้วบวกและลบ ทำให้พร้อมเปิดรับการกระชับรูขุมขน เพื่อผลักสารสำคัญตรงเข้าบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกที่วงการแพทย์ยอมรับ</p>
<p>ด้านคุณแม่ยังสาว ณัฐนิช โชติสรยุทธ  ยอมรับว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เครื่องนวดหน้ารู้สึกว่าล้ำมาก สัมผัสได้ว่าตัวเครื่องมีส่วนช่วยในการเร่งผลักประโยชน์หลักของเนื้อครีมบำรุงผิวให้ซึมลึกลงสู่ผิวอย่างล้ำลึกจริง ๆ เพราะเริ่มสังเกตผิวหน้าตัวเองดูเนียนขึ้น ที่ชอบมาก ๆ คือ ใช้ครีมตัวไหนอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสามารถใช้ครีมที่มีได้เหมือนเดิม.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/12.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/02.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/104872.jpg" alt="" /></p>
<p style="text-align: center;">ขอขอบคุณ dailynews.co.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=5437</wfw:commentRss>
		<slash:comments>25328</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4679</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4679#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 19:39:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ชะลอวัย]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 55]]></category>
		<category><![CDATA[ปีใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อัพสวย]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมดั้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4679</guid>
		<description><![CDATA[&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด สมัยนี้ต่อให้การศัลยกรรมจะต้องเสียเลือดและเจ็บตัวขนาดไหน ยังไงคนที่คิดจะทำก็ไม่มีถอย เพราะขอหล่อ-สวยไว้ก่อน บางคนจึงประมาท พลาดกับการทำศัลยกรรมไปก็เยอะ รู้ตัวอีกที ใบหน้าก็แทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว เรื่อง การเสริมความงามในยุคหลัง เลยมีการพัฒนามากขึ้น จากสมัยก่อนที่ใช้การผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่ก็น้อยลง และหันมานิยมด้วยวิธีอื่นที่เจ็บน้อยลงมากขึ้น ซึ่งในปี 2555 เทรนด์เสริมความงามก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น และแทบไม่ต้องเสียเลือด หรือมีการลงมีดให้ต้องเจ็บระบมอีกต่อไป โดยเฉพาะการเสริมจมูก และการชะลอวัย ปีหน้าที่จะถึงนี้ ถึงทีได้อัพสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวกันแล้ว ซึ่ง นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย จากวงศฎา คลีนิค ซึ่งเป็นคนแรกที่นำเทคนิคการเสริมความงามล่าสุดมาเปิดเผยในงานประชุมวิชาการ นานาชาติ ได้พูดถึงเรื่องนี้กับ &#8216;ไทยรัฐออนไลน์&#8217; ว่า &#8220;ตอนนี้เทรนด์ ของการดูแลผิว พวกทำหน้าใสเชยมาก เพราะมันง่าย ธรรมดาไปแล้ว และผลที่ได้มันได้แค่ผิวชั้นนอก ไม่ต่างจากการฝานแตงกวาบำรุงที่บ้าน หรือการทำเลเซอร์ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว อีกทั้งช่วง 2 ปีหลังมานี้ ไม่มีวิทยาการใหม่ๆ เลย เป็นของเก่าหมด  แต่ยังคงใช้เทคนิคการเสริมความงามที่ใช้การผ่าตัดน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องการชะลอวัย ซึ่งทำการรักษายาก เพราะเป็นเรื่องของการปรับปรุงผิวในอดีต แต่ตอนนี้เทรนด์การรักษากำลังจะเปลี่ยนไป [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="wrapper">
<div id="header">
<h3 id="title" style="text-align: center;">&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด</h3>
<p><span id="more-4679"></span></p>
</div>
<div id="details">
<div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4712" rel="attachment wp-att-4712"><img class="alignnone size-full wp-image-4712" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/63024.jpg" alt="" width="630" height="378" /></a></p>
<p style="text-align: center;">สมัยนี้ต่อให้การศัลยกรรมจะต้องเสียเลือดและเจ็บตัวขนาดไหน ยังไงคนที่คิดจะทำก็ไม่มีถอย เพราะขอหล่อ-สวยไว้ก่อน บางคนจึงประมาท พลาดกับการทำศัลยกรรมไปก็เยอะ รู้ตัวอีกที ใบหน้าก็แทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว</p>
<p>เรื่อง การเสริมความงามในยุคหลัง เลยมีการพัฒนามากขึ้น จากสมัยก่อนที่ใช้การผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่ก็น้อยลง และหันมานิยมด้วยวิธีอื่นที่เจ็บน้อยลงมากขึ้น ซึ่งในปี 2555 เทรนด์เสริมความงามก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น และแทบไม่ต้องเสียเลือด หรือมีการลงมีดให้ต้องเจ็บระบมอีกต่อไป โดยเฉพาะการเสริมจมูก และการชะลอวัย ปีหน้าที่จะถึงนี้ ถึงทีได้อัพสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวกันแล้ว ซึ่ง นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย จากวงศฎา คลีนิค ซึ่งเป็นคนแรกที่นำเทคนิคการเสริมความงามล่าสุดมาเปิดเผยในงานประชุมวิชาการ นานาชาติ ได้พูดถึงเรื่องนี้กับ &#8216;ไทยรัฐออนไลน์&#8217; ว่า</p>
<p>&#8220;ตอนนี้เทรนด์ ของการดูแลผิว พวกทำหน้าใสเชยมาก เพราะมันง่าย ธรรมดาไปแล้ว และผลที่ได้มันได้แค่ผิวชั้นนอก ไม่ต่างจากการฝานแตงกวาบำรุงที่บ้าน หรือการทำเลเซอร์ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว อีกทั้งช่วง 2 ปีหลังมานี้ ไม่มีวิทยาการใหม่ๆ เลย เป็นของเก่าหมด  แต่ยังคงใช้เทคนิคการเสริมความงามที่ใช้การผ่าตัดน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องการชะลอวัย ซึ่งทำการรักษายาก เพราะเป็นเรื่องของการปรับปรุงผิวในอดีต แต่ตอนนี้เทรนด์การรักษากำลังจะเปลี่ยนไป เพราะคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากเจ็บตัว เรื่องของการรักษาแบบกึ่งศัลยกรรมจะนิยมมากขึ้น เพราะไม่มีการผ่าตัด, วางยาสลบ และพักฟื้นนาน โอกาสที่คนไข้จะเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตก็น้อยลงด้วย ซึ่งตอนนี้ที่เกาหลีบูมมาก จนศัลยกรรมพลาสติกซบเซาไปเลย&#8221;</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42080.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เท รนด์การชะลอวัยที่ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมให้เสี่ยง ที่กำลังฮอตสุดๆ ในช่วงนี้ ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า เป็นการรักษาที่ใช้เวลาไม่นานเหมือนการผ่าตัด อีกทั้งยังไม่ต้องพักฟื้น หรือบาดเจ็บด้วย ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้จะใช้เส้นไหมละลายเข้าไปร้อยใต้ผิวหนังเพื่อยกกระชับ หน้า</p>
<p>&#8220;การยกกระชับหน้าด้วยไหมละลาย หรือ Ultra V Lift by Tread นั้น เป็นเทคนิคใหม่ที่คิดขึ้นจากแพทย์ที่ประเทศเกาหลี เป็นการใช้ไหมเย็บผูกหน้าขึ้นใหม่ ซึ่งไหมที่ใช้จะมีคุณสมบัติเลียนแบบธรรมชาติ และสามารถสลายตัวได้หมด วิธีการรักษาจะใช้เพียงเข็มเจาะรูเพื่อสอดไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง อาจจะรู้สึกนิดเดียวตอนเข็มแทงครั้งแรก แต่พอเสร็จแล้วจะไม่รู้สึกอะไรเลย อีกทั้งไม่ต้องพักฟื้น และดูธรรมชาติมากกว่าการผ่าตัดดึงหน้า หรือการใส่ซิลิโคนเข้าไป เพราะการสอดไหมเข้าไปจะไม่มีการผูกและเย็บ แต่จะใช้การร้อย วางเส้นไหมที่ใต้ผิวหนัง แต่ข้อจำกัดของเทคนิคนี้คือ ต้องทำทุกๆ 2 ปี เพราะไหมที่ร้อยไว้จะมีการสลายตัว 6-10 เดือน ไม่เหมือนการผ่าตัดดึงหน้า หรือใส่ซิลิโคน ซึ่งมันไม่สลายตัว แถมนานๆ ไปมันจะไม่สวยเหมือนเดิมด้วย&#8221;</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42081.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ใน เรื่องข้อจำกัดของการใช้เทคนิคยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหมนั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะราคาสูงถึงหลักแสน ซึ่งพอๆ กับการผ่าตัดยกกระชับหน้า แต่ทั้งนี้ข้อดีระยะยาวก็เยอะกว่า เพราะไม่ต้องผ่าตัด และเสี่ยงต่อชีวิต ผลที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติกว่า อีกทั้งสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังก็สลายตัวได้หมดจดด้วย</p>
<p>อีก หนึ่งความกังวลของสาวๆ นอกจากเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้ว การเสริมจมูกก็ยังคงได้รับความนิยมมาโดยตลอด จากแต่ก่อนที่รักษาด้วยวิธีผ่าตัดใส่ซิลิโคน ก็เปลี่ยนมาเป็นการฉีดฟิลเลอร์  (Filler) แทน เพราะไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว จมูกก็โด่งได้ แต่ความโด่งของจมูกจะคงสภาพไว้เพียงระยะ 1- 2 ปี หรือน้อยกว่านั้น แล้วแต่สารที่ฉีดเข้าไป ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์ ต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญจริงๆ เท่านั้น เพราะที่ผ่านมาผลของการฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาดจนถึงขั้นตาบอดก็เคยเกิดขึ้นมา แล้วด้วย การฉีดฟิลเลอร์จึงมีการพัฒนาให้ปลอดภัยมากขึ้น จากที่ใช้เข็มฉีดยาที่แหลมคม ก็เปลี่ยนมาใช้เทคนิคการฉีดด้วยเข็มปลายทู่ ซึ่งอันตรายน้อยกว่ามาก</p>
<div><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42082.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p>&#8220;ที่ ผ่านมาการฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะใช้เข็มปลายแหลมฉีด ซึ่งค่อนข้างอันตรายมาก เพราะเมื่อแทงเข้าไป ความแหลมคมของเข็มจะไปโดนเส้นเลือดต่างๆ ใต้ผิวหนัง แทงเบายังไงก็เจ็บแน่นอน ยิ่งถ้าไม่ใช่แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์จริงๆ ไม่ควรไว้ใจ สารที่ฉีดเข้าไปอาจไม่มีคุณภาพ ยิ่งเสี่ยงอันตรายถึงขั้นพิการได้ง่ายมาก เทรนด์การฉีดฟิลเลอร์จึงเปลี่ยนไป จะใช้เทคนิคการฉีดด้วยเข็มปลายทู่ (Blunt Cannula) ลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กสอดเข้าไปที่จมูก เพื่อนำสารฟิลเลอร์ใส่ไปในตำแหน่งที่ต้องการ เหมือนการวางแท่งซิลิโคน ซึ่งสารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดต้องเป็นสาร HA เท่านั้น เพราะสามารถสลายตัวหมด 100% ภายใน 8-12 เดือน  การใช้เทคนิคนี้ ก็มีข้อจำกัดอยู่ที่ไม่สามารถแก้ปลายจมูก และปีกจมูกได้ดีนัก แต่แค่เวลาเพียง 10 นาที จมูกก็จะโด่งสวยเข้ารูป ดูเป็นธรรมชาติ&#8221;</p>
<p>จะเสริมเติมแต่งกันขนาดไหนก็ควรทำแค่พอดี และศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจด้วย จะได้สวยยาวนาน และปลอดภัยด้วย.</p>
<p>Twitter : Sriploi_social</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์</p>
</div>
</div>
<div>
<div id="detail-info">
<h4>ไทยรัฐออนไลน์</h4>
<ul>
<li>โดย ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ออนไลน์</li>
<li>3 มกราคม 2555, 15:00 น.</li>
</ul>
</div>
<div id="tags">เสริมดั้ง ชะลอวัย เทรนด์ อัพสวย ปี 55 ผ่าตัด ศัลยกรรม ปีใหม่</div>
<div>
<div>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4679</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2595</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
