<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; กัดเล็บ</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%9A" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>ทำไมจึงชอบ &#8220;กัดเล็บ&#8221;</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1456</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1456#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 01:12:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กัดเล็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพเล็บ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1456</guid>
		<description><![CDATA[บทความโดย พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 เด็กๆ หลายคนหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ เมื่อมองดูเล็บก็จะเห็นว่าสั้นกุดทุกๆ นิ้ว หรือบางคนก็สั้นกุดอยู่ไม่กี่นิ้ว บางคนไม่เพียงติดการกัดเล็บมือ แต่ยังลามไปถึงการกัดเล็บเท้าด้วย &#160; การกัดเล็บ (Onychophagia or Nail Biting) หลายคนคิดว่าน่าจะหายไปในวัยเด็ก แต่ความจริงกลับพบว่ามีเด็กวัยรุ่นมากถึง 45 เปอร์เซ็นต์ติดนิสัยการกัดเล็บ ในขณะที่เด็กอายุ 7-10 ปี ติดการกัดเล็บ 30 เปอร์เซ็นต์ และพบว่าทั่วโลกมีคนกัดเล็บมากถึง 600 ล้านคน คนที่ชอบกัดเล็บส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ หรืออาจก่อให้เกิดความทุกข์ใจมากยิ่งขึ้น การกัดเล็บเป็นการทดแทนปัญหา โดยการก่อปัญหาอย่างอื่นเข้ามาแทนที่เดิม หลายๆ ครั้งคนที่ชอบกัดเล็บจะใช้ &#8220;การกัดเล็บ&#8221; เป็นการลดความตึงเครียด ที่อาจจะเกิดจากครอบครัว คนรัก เพื่อนๆ งาน หรือปัญหาจากทางโรงเรียน นอกจากนั้น 99 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่กัดเล็บ จะเกิดขึ้นจากปัญหาทางอารมณ์เล็กน้อย เช่น เครียด หิว หรือเบื่อ หรือเป็นเพียงแค่อุปนิสัยชอบกัดเล็บ และมีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นการแสดงถึงอาการที่เกิดจากปัญหาที่รบกวนจิตใจอย่างมาก [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>บทความโดย พญ.เรขา กลลดาเรืองไกร โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1</p>
<p>เด็กๆ หลายคนหรือแม้กระทั่งผู้ใหญ่ เมื่อมองดูเล็บก็จะเห็นว่าสั้นกุดทุกๆ นิ้ว หรือบางคนก็สั้นกุดอยู่ไม่กี่นิ้ว บางคนไม่เพียงติดการกัดเล็บมือ แต่ยังลามไปถึงการกัดเล็บเท้าด้วย</p>
<p><span id="more-1456"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2009" rel="attachment wp-att-2009"><img class="alignnone size-medium wp-image-2009" title="headaches-children" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/headaches-children-300x211.jpg" alt="" width="300" height="211" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การกัดเล็บ (Onychophagia or Nail Biting) หลายคนคิดว่าน่าจะหายไปในวัยเด็ก แต่ความจริงกลับพบว่ามีเด็กวัยรุ่นมากถึง 45 เปอร์เซ็นต์ติดนิสัยการกัดเล็บ ในขณะที่เด็กอายุ 7-10 ปี ติดการกัดเล็บ 30 เปอร์เซ็นต์ และพบว่าทั่วโลกมีคนกัดเล็บมากถึง 600 ล้านคน</p>
<p>คนที่ชอบกัดเล็บส่งผลเสียต่อบุคลิกภาพ หรืออาจก่อให้เกิดความทุกข์ใจมากยิ่งขึ้น การกัดเล็บเป็นการทดแทนปัญหา โดยการก่อปัญหาอย่างอื่นเข้ามาแทนที่เดิม หลายๆ ครั้งคนที่ชอบกัดเล็บจะใช้ &#8220;การกัดเล็บ&#8221; เป็นการลดความตึงเครียด ที่อาจจะเกิดจากครอบครัว คนรัก เพื่อนๆ งาน หรือปัญหาจากทางโรงเรียน</p>
<p>นอกจากนั้น 99 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่กัดเล็บ จะเกิดขึ้นจากปัญหาทางอารมณ์เล็กน้อย เช่น เครียด หิว หรือเบื่อ หรือเป็นเพียงแค่อุปนิสัยชอบกัดเล็บ และมีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นการแสดงถึงอาการที่เกิดจากปัญหาที่รบกวนจิตใจอย่างมาก</p>
<p>เด็กๆ ที่ชอบกัดเล็บอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องความกังวล หรือภาพลักษณ์ของตัวเอง การกัดเล็บเล่นๆ บ่อยๆ สามารถพัฒนาจนกลายเป็นนิสัยติดการกัดเล็บ และจะส่งผลต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ รอบตัว หรืออาจถูกเพื่อนๆ ในโรงเรียนล้อได้ หลายๆ คนพยายามไม่กัดเล็บต่อหน้าคนอื่นเวลาที่รู้ตัว แต่ขนาดของเล็บที่เล็กผิดปกติจากเพื่อนๆ ก็ทำให้รู้สึกอาย และต้องคอยเอามือซ่อนอยู่ในกระเป๋าไม่ให้เพื่อนๆ เห็น</p>
<p>นอกจากการกัดเล็็บจะสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางด้านจิตใจแล้ว การกัดเล็บยังทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ปากโดยตรง เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus ฯลฯ และบางรายอาจไม่เพียงกัดเล็บเท่านั้น แต่จะกัดลามไปถึงเยื่อบุเล็บและผิวหนังที่อยู่รอบๆ เล็บ ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เคลือบฟันสึกกร่อน ทำให้เกิดฟันผุได้ง่ายขึ้นด้วย</p>
<p>เพราะอะไรถึงชอบกัดเล็บ<br />
การกัดเล็บ เป็นการแสดงออกถึงความเก็บกด มักเกิดจากความเครียดหรือความเศร้า บางคนกัดเล็บเพราะโดนคุณแม่ดุ พ่อกับแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก ฯลฯ หรือเด็กบางคนกัดเล็บตอนที่คุณพ่อคุณแม่หย่าร้างกัน แต่เมื่อเด็กเริ่มปรับตัวได้ก็จะเลิกกัดเล็บไปเอง แต่บางคนก็ยังกัดอยู่เนื่องจากกัดบ่อยๆ จนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว ซึ่งตรงนี้เป็นเพียงการแสดงความรู้สึก</p>
<p>รักษากันอย่างไร<br />
การรักษา อาจเริ่มจากการแก้ไขสิ่งที่รบกวนจิตใจหรือก่อให้เกิดความเครียดก่อน เช่น ถ้าเด็กเริ่มกัดเล็บช่วงที่คุณพ่อคุณแม่มีน้องใหม่ อาจต้องหันมาดูแลเอาใจใส่เขาอย่างที่เคยทำมาก่อน หรืออาจตั้งบทบาทชัดเจน ให้เขาทำตัวเป็นพี่ ต้องดูแลน้อง ทำให้เขารู้สึกว่ามีส่วนร่วมและอยากช่วยดูแลน้อง แล้วเขาก็จะเลิกกัดเล็บไปเอง</p>
<p>แต่ถ้าเป็นเพราะเด็กขี้เหงา ก็ควรหากิจกรรมให้เขาทำ ให้เขาได้ออกไปวิ่งเล่นในสวนสาธารณะกับเพื่อนๆ ได้เล่นเกมต่างๆ ที่เป็นการฝึกสมอง และได้ออกกำลังกายไปในตัว ทำให้เขาได้ทั้งความสัมพันธ์กับเพื่อนๆ และได้ออกกำลังกาย</p>
<p>แต่ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการให้เขานั่งดูทีวี หรือเล่นเกมคอมพิวเตอร์ทั้งวัน และไม่ควรสร้างความเครียดให้เด็กมากยิ่งขึ้นด้วยการลงโทษ หรือตักเตือนว่ากล่าวเวลาที่เห็นเขากัดเล็บ วิธีนี้อาจทำให้เขากัดเล็บมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะลับหลังคุณพ่อคุณแม่</p>
<p>วิธีแก้ไขที่ถูกต้องอาจใช้วิธีสร้างแรงจูงใจ เช่น ถ้าวันนี้เขาไม่กัดเล็บเลย คุณพ่อคุณแม่อาจให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทำอาหารที่เขาชอบให้ทาน หรือติดสติ๊กเกอร์เด็กดีไว้ที่เล็บ เวลาเขาเผลอจะกัดเขาก็จะเห็น แล้วนึกได้ว่าเขาเป็นเด็กดี เขาไม่กัดเล็บ</p>
<p>หรือถ้าลองแล้วไม่ได้ผล วิธีเหล่านี้ก็อาจช่วยได้<br />
1. ใช้ที่ทาเล็บแบบรักษาคนกัดเล็บ ซึ่งเป็นสารที่ไม่มีอันตราย แต่รสชาติขมหรือกลิ่นแรงมาก<br />
2. การจัดฟัน จะช่วยทำให้การกัดเล็บเป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้น<br />
3. หางานอดิเรกให้ทำ เพื่อจะได้ไม่มีเวลาว่างกัดเล็บ<br />
4. ทาเล็บด้วยสีสวยๆ เพระถ้ากัดแล้วจะดูไม่ดี และรู้สึกว่าจะมีสารพิษเข้าปาก</p>
<p>แต่ถ้าทำทุกวิธีแล้วยังไม่หาย ก็ควรปรึกษาจิตแพทย์เพื่อรักษาที่ต้นเหตุ และอาจมีการใช้ยา ประกอบด้วย เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressant) หรือยาที่ช่วยลดความอยากกัดเล็บ เช่น Inositol</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Credit:</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ablehealth11.blogspot.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1456</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
