<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; บทความศัลยกรรม</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?cat=96&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>สาวอยาก &#8220;ตูม&#8221; สยิว!! ซิลิโคน&#8221;สยอง&#8221;แตกโพละ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4644</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4644#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 19:31:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแวดวงศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวเสริมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[BIG BOOBS]]></category>
		<category><![CDATA[smart life]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลิโคน]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทไลฟ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4644</guid>
		<description><![CDATA[สาวอยาก &#8220;ตูม&#8221; สยิว!! ซิลิโคน&#8221;สยอง&#8221;แตกโพละ BIG  BOOBS ! “ช็อก” วงการศัลยกรรมหน้าอกทั่วโลก โดยเฉพาะบรรดาสาวๆที่เคย “อัพเต้า”  เพราะอยากจะมี Big Boobs! หรือหน้าอกใหญ่ ถึงขนาดยอมเปลือยหน้าอกเพื่อให้คุณหมอลงมีดผ่าตัดเสริมเต้า เพิ่มขนาดจากนมเล็กกระจิริดขนาดไซส์แค่ คัพ A ให้ตูมๆกลายเป็นบิ๊กบอลลูนขนาดมหึมา จนต้องใส่บรา คัพ F&#8230;! เรื่อง ของเรื่องมีอยู่ว่า จู่ๆบรรดาสาวปาริเซียน ที่เคยผ่านการ “อัพเต้า” ด้วย “ถุงซิลิโคน” ที่ผลิตโดยบริษัท Poly Implant Prothese หรือ PIP ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ในวงการซิลิโคนของโลกพากันไปร้องต่อศาลในกรุงปารีส หลังจากมีข่าวว่าสาวเมืองน้ำหอมที่เคยผ่าตัดเสริมเต้าด้วยซิลิโคนยี่ห้อ เดียวกันนี้กว่า 20 คน ป่วยเป็นมะเร็ง โดยไม่ทราบสาเหตุ ยัง&#8230;ยัง ไม่จบแค่นั้น  บทความเรื่อง  “France, U.K. issue clashing advice on breast [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="wrapper">
<div id="header"><br id="recruit" /></p>
<h3 id="title" style="text-align: center;">สาวอยาก &#8220;ตูม&#8221; สยิว!! ซิลิโคน&#8221;สยอง&#8221;แตกโพละ</h3>
<p><span id="more-4644"></span></p>
</div>
<div id="details">
<div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4654" rel="attachment wp-att-4654"><img class="alignnone size-full wp-image-4654" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/63019.jpg" alt="" width="630" height="378" /></a></p>
<p style="text-align: center;">BIG  BOOBS !</p>
<p>“ช็อก” วงการศัลยกรรมหน้าอกทั่วโลก โดยเฉพาะบรรดาสาวๆที่เคย “อัพเต้า”  เพราะอยากจะมี Big Boobs! หรือหน้าอกใหญ่ ถึงขนาดยอมเปลือยหน้าอกเพื่อให้คุณหมอลงมีดผ่าตัดเสริมเต้า เพิ่มขนาดจากนมเล็กกระจิริดขนาดไซส์แค่ คัพ A ให้ตูมๆกลายเป็นบิ๊กบอลลูนขนาดมหึมา จนต้องใส่บรา คัพ F&#8230;!</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42066.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เรื่อง ของเรื่องมีอยู่ว่า จู่ๆบรรดาสาวปาริเซียน ที่เคยผ่านการ “อัพเต้า” ด้วย “ถุงซิลิโคน” ที่ผลิตโดยบริษัท Poly Implant Prothese หรือ PIP ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ในวงการซิลิโคนของโลกพากันไปร้องต่อศาลในกรุงปารีส หลังจากมีข่าวว่าสาวเมืองน้ำหอมที่เคยผ่าตัดเสริมเต้าด้วยซิลิโคนยี่ห้อ เดียวกันนี้กว่า 20 คน ป่วยเป็นมะเร็ง โดยไม่ทราบสาเหตุ</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42067.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ยัง&#8230;ยัง ไม่จบแค่นั้น  บทความเรื่อง  “France, U.K. issue clashing advice on breast implant” ของสำนักข่าวรอยเตอร์บอกว่า เรื่องนี้ เกิดจากการที่ PIP มีปัญหาล้มละลายทางธุรกิจ และมีการออกมาให้ข้อมูลว่าถุงซิลิโคนของ PIP ที่เคยรับประกันการแตกรั่วอยู่ที่ 8 ปีหลังใส่ เกิดแตกรั่วในช่วงระยะเวลาเพียงแค่  2 ปี ทำให้บรรดาสาวอกตูมที่ใส่ซิลิโคนของบริษัทนี้ เกิดอาการผวา&#8230;เหมือนมีระเบิด เวลาฝังอยู่ในหน้าอก</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42068.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ที่ ฝรั่งเศส กระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ให้สาวปาริเซียนที่อยากมีนมอวบอึ๋มราว 3 แสนคนที่เคยมีประวัติการใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอกของบริษัท PIP ผ่าตัดเอาซิลิโคนออกทันที โดยทางการของฝรั่งเศสยินดีที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเอาเต้านม เทียมที่ไม่ได้มาตรฐานของบริษัทนี้ออก</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42069.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">หลังจากคำนวณค่าใช้จ่ายแล้ว ประมาณการว่า รัฐบาลฝรั่งเศสต้องใช้เงินประมาณ 78 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,440 ล้านบาท!</p>
<p>หัน มาดูที่ประเทศ ไทยของเรากันบ้าง ข้อมูลจากทั้ง FDA ไทย หรือ อย. และวงการศัลยกรรมพลาสติก ยืนยันตรงกันว่า ถุงซิลิโคนที่มีการใช้ในประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด และหนึ่งในนั้น คือ PIP หลังจากมีข่าวถุงซิลิโคนของ PIP แตก อย.ไทยรีบทำหนังสือเตือน</p>
<p>ทุกสถานพยาบาล ที่เคยใช้ซิลิโคนยี่ห้อนี้ให้ระงับการจำหน่าย และเรียกคืนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในทันที แต่ก็อาจจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ปัญหาใหญ่กว่านั้นก็คือ ถุงซิลิโคนของ PIP มีการขายในประเทศไทยนานกว่า 10 ปี</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42070.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ทำเอาสาวอยาก “ตูม ตูม” ทั้งหลาย นั่งไม่ติด เพราะไม่รู้ว่า เต้านิ่มๆ ที่เวลาขยี้ ขยำ คลำแล้วสยิว!!</p>
<p>จะแตก “โพละ” ออกมาเมื่อไหร่!</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42071.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เพราะ เชื่อว่าขนาดหน้าอก&#8230;หน้าใจที่ใหญ่บึ้ม&#8230;ประเภท ตูม&#8230;ตูม!! จะช่วยมัดใจชายให้อยู่หมัดได้ การลงทุน “อัพเต้า” ที่ขั้นตอนออกจะหวาดเสียว&#8230;สาวที่อยากนมใหญ่ทั้งหลาย กลัวกันซะ&#8230;เมื่อไหร่!</p>
<p>ก่อนจะไปถึงขั้นตอนของการผ่าตัด ไปทำความรู้จักกับรูปทรงของ “ถุงนมเทียม” หรือ ซิลิโคน กันก่อน</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42072.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ซิ ลิโคนที่นำมาใส่เป็นเต้าเทียม มีทั้งแบบ ทรงธรรมชาติ (Normal Profile) ประเภทนมเต่งตึง ตั้งตรง เหมือนนมจริงๆ ที่ผู้หญิงนมสวยๆมีอยู่ตามธรรมชาติ กับแบบ ทรงสูง (High Profile) สำหรับคนที่อยากจะมีหน้าอกเด้งดึ๋ง โดดเด่นมากขึ้นกว่าทรงธรรมชาติ และ ทรงรี ที่เป็นรูปวงรี  (Contour Profile)  นมรูปทรงนี้ เวลาใส่เข้าไปแล้วจะมีรูปร่างเหมือนนมธรรมชาติ แต่จะมีเนินอกด้านข้างอวบอิ่มมากขึ้น</p>
<p>ผิวของถุงซิลิโคน ก็มีหลายแบบ ทั้งแบบ ผิวเรียบ (Smooth) จับแล้วเพลิน หรือบางคนชอบให้ลูบไล้แล้วได้อารมณ์สยิว เร้าใจ ชนิดที่ปลุกพลังชาย ก็อาจจะเลือกใช้แบบ ผิวทราย (Textured surface) หรือ ผิวทรายละเอียด (Micro textured) เช่นเดียวกับภายในถุงซิลิโคน ที่ถ้าชอบแบบนุ่มนิ่มเป็นธรรมชาติ ก็ควรใช้ถุงซิลิโคนชนิดบรรจุเจลธรรมดา มากกว่าเจลที่มีความหนาแน่นสูง ส่วนถ้าเป็นถุงซิลิโคนแบบที่บรรจุน้ำเกลือ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า จับแล้วไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่&#8230;แถมจับๆไปนมที่เต่งๆตึงๆ อยู่ดีๆก็แฟบลงทำให้เสียอารมณ์&#8230;ซะงั้น!!!</p>
<div><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42073.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p>เทคนิค การผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคน ศ.นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ นายกสมาคมศัลยแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย บอกว่า การใส่ถุงเต้านม สามารถจะใส่ได้ทั้งในชั้นของกล้ามเนื้อ, ร่องรักแร้ หรือแม้แต่ หัวนม ขึ้นอยู่กับสรีระและความต้องการของคนไข้  แต่ที่นิยมมากที่สุดขณะนี้ คือ  การผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนบริเวณชั้นของกล้ามเนื้อใต้ราวนม โดยแพทย์จะกรีดเนื้อเป็นแผลเล็กๆ แล้วค่อยๆใส่ถุงซิลิโคนเข้าไป จากนั้นก็จะใช้นิ้วสอดล้วงเข้าไปจัดรูปทรงของถุงซิลิโคนให้ได้ขนาดและ ตำแหน่งตามที่ต้องการ รวมทั้งให้อยู่ในตำแหน่งที่พังผืดจะสามารถรัดถุงซิลิโคนไว้ได้อย่างพอดี ก่อนจะเย็บปิดแผลซึ่งอยู่ใต้ราวนมทำให้มองไม่เห็นรอยแผล  เทคนิคนี้นอกจากจะได้นมที่สวย มีโอกาสที่เต้านมจะคล้อยน้อยแล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการเจ็บปวดจากการรัดตัวของพังผืดที่มากเกินไปด้วย&#8230;</p>
<p>ส่วนการผ่าตัดทางร่องรักแร้นั้น เป็นวิธีเก่าที่เคยเป็นที่นิยม เพราะรอยพับของรักแร้ช่วยปิดแผลไว้ได้อย่างมิดชิด แต่การจัดขนาดรูปทรงของเต้านมให้ได้ที่ อาจจะสู้วิธีผ่าตัดทางชั้นของกล้ามเนื้อไม่ได้</p>
<p>สำหรับ  “หัวนม”  ใช้ผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนในกรณีของคนที่หน้าอกเล็กมากๆ ไม่สามารถกรีดแผลทางชั้นของกล้ามเนื้อได้ และคนสูงอายุที่นมหย่อนยานแล้ว ปัจจุบันแม้จะไม่มีตัวเลขว่ามีสาวไทยกี่คนที่เคยผ่านการทำอก “ตูม ตูม” มาแล้ว แต่ที่แน่ๆ ในปี 2012 ที่มีคำทำนายว่า “โลกจะแตก” มีสาวเมืองมะริกันที่ผ่านการ “อัพเต้า” มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน!!!</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์</p>
</div>
</div>
<div>
<div id="detail-info">
<h4>ไทยรัฐออนไลน์</h4>
<ul>
<li>โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์</li>
<li>21 มกราคม 2555, 05:30 น.</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4644</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18858</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดั้งจมูกเด้ง!!! โดยไม่พึ่งศัลยกรรม</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4617</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4617#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 19:20:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จมูกโด่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดั้งจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องยืดดั้งจมูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4617</guid>
		<description><![CDATA[ดั้งจมูกเด้ง!!! โดยไม่พึ่งศัลยกรรม ใครที่กำลังกลุ้มใจอยากมีดั้งจมูกเด้งดั่งชาวตะวันตก โดยไม่อยากเจ็บเนื้อเจ็บตัว และไม่เสียเงินมากโดยใช่เหตุ จงฟังทางนี้ นักประดิษฐ์หัวใจแดนปลาดิบได้คิดค้น &#8220;เครื่องยืดดั้งจมูก&#8221; ผลที่ได้ยังไม่มีการรับรอง แต่รับประกันว่าสาวๆ ญี่ปุ่นปลื้มสั่งซื้อกระจาย!!! เทรนด์ศัลยกรรมกำลังมาแรงแซงทางโค้ง ผู้หญิงส่วนใหญ่รวมถึงผู้ชายจำนวนไม่น้อยพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อพัฒนา หน้าตาให้ดูดีเปรียบดั่งดาราที่เห็นตามโทรทัศน์ แต่เชื่อแน่ว่ามีหลายคนอยากทำ แต่กลัวเจ็บ กลัวไม่สวย และกลัวเสียเงิน โดยการศัลยกรรมที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกจะทำอันดับแรกหนีไม่พ้น &#8220;ดั้งจมูก&#8221; ดังนั้น ไทยรัฐออนไลน์ จึงขอนำเสนอ &#8220;เครื่องยืดดั้งจมูก&#8221; ราคาไม่แพง อีกทั้งดูดีมีประสิทธิภาพ เจ้า เครื่องยืดดั้งจมูกมีลักษณะอย่างในภาพ มีที่ยึดปีกจมูก และดั้งจมูก ซึ่งการทำงานก็แค่กดสวิตช์ เครื่องหนีบก็จะสั่นเบาๆ กระตุ้นที่กล้ามเนื้อบริเวณจมูก แม้ผลการทดลองเครื่องมือดังกล่าวจะยังไม่มีการรับประกันผลลัทธ์ที่ได้ แต่ยอดขายเจ้าเครื่องยืดดั้งให้เด้งนี้ก็ดีเกินคาด ครองใจสาวๆ แดนปลาดิบกันยกใหญ่ ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะราคาไม่แพงเกินไป เพียงแค่ 2,600 บาทโดยประมาณ ซึ่งถ้าเทียบกับการต้องเจ็บตัวเสียเงินเป็นหมื่นเพื่อให้สวยโดยพึ่งมีดหมอ ลองใช้เครื่องมือนี้ดูก่อนก็ไม่เสียหาย. ภาพ/ข้อมูล : trendhunter twitter : quet_thairath &#160; &#160; ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์ ไทยรัฐออนไลน์ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="wrapper">
<div id="header"><br id="recruit" /></p>
<h3 id="title">ดั้งจมูกเด้ง!!! โดยไม่พึ่งศัลยกรรม</h3>
<p><span id="more-4617"></span></p>
</div>
<div id="details">
<div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4618" rel="attachment wp-att-4618"><img class="alignnone size-full wp-image-4618" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/63013.jpg" alt="" width="630" height="378" /></a></p>
<p style="text-align: center;">ใครที่กำลังกลุ้มใจอยากมีดั้งจมูกเด้งดั่งชาวตะวันตก โดยไม่อยากเจ็บเนื้อเจ็บตัว และไม่เสียเงินมากโดยใช่เหตุ จงฟังทางนี้ นักประดิษฐ์หัวใจแดนปลาดิบได้คิดค้น &#8220;เครื่องยืดดั้งจมูก&#8221; ผลที่ได้ยังไม่มีการรับรอง แต่รับประกันว่าสาวๆ ญี่ปุ่นปลื้มสั่งซื้อกระจาย!!!</p>
<p>เทรนด์ศัลยกรรมกำลังมาแรงแซงทางโค้ง ผู้หญิงส่วนใหญ่รวมถึงผู้ชายจำนวนไม่น้อยพึ่งพาการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อพัฒนา หน้าตาให้ดูดีเปรียบดั่งดาราที่เห็นตามโทรทัศน์ แต่เชื่อแน่ว่ามีหลายคนอยากทำ แต่กลัวเจ็บ กลัวไม่สวย และกลัวเสียเงิน โดยการศัลยกรรมที่ผู้คนส่วนใหญ่เลือกจะทำอันดับแรกหนีไม่พ้น &#8220;ดั้งจมูก&#8221; ดังนั้น ไทยรัฐออนไลน์ จึงขอนำเสนอ &#8220;เครื่องยืดดั้งจมูก&#8221; ราคาไม่แพง อีกทั้งดูดีมีประสิทธิภาพ</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42039.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เจ้า เครื่องยืดดั้งจมูกมีลักษณะอย่างในภาพ มีที่ยึดปีกจมูก และดั้งจมูก ซึ่งการทำงานก็แค่กดสวิตช์ เครื่องหนีบก็จะสั่นเบาๆ กระตุ้นที่กล้ามเนื้อบริเวณจมูก แม้ผลการทดลองเครื่องมือดังกล่าวจะยังไม่มีการรับประกันผลลัทธ์ที่ได้ แต่ยอดขายเจ้าเครื่องยืดดั้งให้เด้งนี้ก็ดีเกินคาด ครองใจสาวๆ แดนปลาดิบกันยกใหญ่ ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะราคาไม่แพงเกินไป เพียงแค่ 2,600 บาทโดยประมาณ ซึ่งถ้าเทียบกับการต้องเจ็บตัวเสียเงินเป็นหมื่นเพื่อให้สวยโดยพึ่งมีดหมอ ลองใช้เครื่องมือนี้ดูก่อนก็ไม่เสียหาย.</p>
<div><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42040.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p>ภาพ/ข้อมูล : trendhunter<br />
twitter : quet_thairath</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์</p>
</div>
</div>
<div>
<div id="detail-info">
<h4>ไทยรัฐออนไลน์</h4>
<ul>
<li>โดย ไทยรัฐออนไลน์ไลฟ์สไตล์</li>
<li>25 มกราคม 2555, 10:00 น.</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4617</wfw:commentRss>
		<slash:comments>28978</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจาะลึกการลดสัดส่วนด้วยการดูดไขมัน</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4592</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4592#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 19:13:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[apex]]></category>
		<category><![CDATA[apex profound]]></category>
		<category><![CDATA[beauty]]></category>
		<category><![CDATA[ดูดไขมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการดูดไขมัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4592</guid>
		<description><![CDATA[เจาะลึกการลดสัดส่วนด้วยการดูดไขมัน ปัญหาน้ำหนักเกินหรือความอ้วน ทำให้รูปร่างไม่ได้สัดส่วน ดูแก่กว่าวัย และยังมีผลเสียต่อสุขภาพ เป็นปัญหาสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ใช่แต่คนที่อยากดูดี หุ่นดีเท่านั้น  แต่การกำจัดไขมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คนที่มีปัญหาย่อมรู้ดีกว่าใคร เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ดูจะไร้ผล หรือได้ผลเพียงช่วงสั้นๆ แล้วก็กลับมาอ้วนใหม่ บางครั้งกลับมาอ้วนกว่าเดิมด้วยซ้ำ ปัจจุบัน ที่มีเทคโนโลยีมากมาย ที่สามารถกำจัดไขมันอย่างเห็นผลจริง ปลอดภัย และผลข้างเคียงน้อยมาก วันนี้เราจะมาดูกันถึงวิธีกำจัดไขมันที่ดีที่สุด เห็นผลจริง..นั่นคือ การดูดไขมัน ซึ่งก็มีพัฒนาการไปมาก ได้ผลดีขึ้น เจ็บน้อยลง 1. การดูดไขมันแบบดั้งเดิม (Liposuction) ข้อดี : ราคาถูก ไม่มีเครื่องมือใดๆ ช่วย ใช้ฝีมือแพทย์ทำการผ่าตัดเท่านั้น ข้อเสีย : ระยะพักฟื้นนาน เจ็บมาก มีแผลใหญ่ และหลังการทำผิวไม่เรียบเนียนสวย 2. การดูดไขมันร่วมกับเลเซอร์ช่วยสลายไขมัน (Laser Liposuction) ข้อดี : เจ็บน้อยกว่า ระยะพักฟื้นน้อยกว่า แผลเล็กลง หลังการทำผิวเรียบเนียน มีความกระชับของผิวบ้าง ข้อเสีย : ราคาสูง [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="wrapper">
<div id="header"><br id="recruit" /></p>
<h3 id="title">เจาะลึกการลดสัดส่วนด้วยการดูดไขมัน</h3>
<p><span id="more-4592"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4602" rel="attachment wp-att-4602"><img class="alignnone size-full wp-image-4602" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42027.jpg" alt="" width="420" height="372" /></a></p>
<p style="text-align: center;">
</div>
<div id="details">
<div>
<p>ปัญหาน้ำหนักเกินหรือความอ้วน ทำให้รูปร่างไม่ได้สัดส่วน ดูแก่กว่าวัย และยังมีผลเสียต่อสุขภาพ เป็นปัญหาสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ใช่แต่คนที่อยากดูดี หุ่นดีเท่านั้น  แต่การกำจัดไขมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คนที่มีปัญหาย่อมรู้ดีกว่าใคร เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไร ก็ดูจะไร้ผล หรือได้ผลเพียงช่วงสั้นๆ แล้วก็กลับมาอ้วนใหม่ บางครั้งกลับมาอ้วนกว่าเดิมด้วยซ้ำ</p>
<p>ปัจจุบัน ที่มีเทคโนโลยีมากมาย ที่สามารถกำจัดไขมันอย่างเห็นผลจริง ปลอดภัย และผลข้างเคียงน้อยมาก วันนี้เราจะมาดูกันถึงวิธีกำจัดไขมันที่ดีที่สุด เห็นผลจริง..นั่นคือ การดูดไขมัน ซึ่งก็มีพัฒนาการไปมาก ได้ผลดีขึ้น เจ็บน้อยลง</p>
<p>1. การดูดไขมันแบบดั้งเดิม (Liposuction)</p>
<p>ข้อดี : ราคาถูก ไม่มีเครื่องมือใดๆ ช่วย ใช้ฝีมือแพทย์ทำการผ่าตัดเท่านั้น</p>
<p>ข้อเสีย : ระยะพักฟื้นนาน เจ็บมาก มีแผลใหญ่ และหลังการทำผิวไม่เรียบเนียนสวย</p>
<p>2. การดูดไขมันร่วมกับเลเซอร์ช่วยสลายไขมัน (Laser Liposuction)</p>
<p>ข้อดี : เจ็บน้อยกว่า ระยะพักฟื้นน้อยกว่า แผลเล็กลง หลังการทำผิวเรียบเนียน มีความกระชับของผิวบ้าง</p>
<p>ข้อเสีย : ราคาสูง และดูดไขมันได้น้อย</p>
<div><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42026.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p>3. การดูดไขมันร่วมกับอัลตร้าซาวด์ (Vaser Liposuction)</p>
<p>ข้อดี : เจ็บน้อย แผลเล็ก ระยะพักฟื้นสั้น</p>
<p>ข้อเสีย : ราคาสูง แต่ไม่ได้ช่วยให้ผิวเรียบ หลังทำผิวเป็นคลื่นไม่สม่ำเสมอ</p>
<p>4. การดูดไขมันร่วมกับพลังงาน RF (Body Tite Liposuction)</p>
<p>ข้อดี : เจ็บน้อย แผลเล็ก ระยะพักฟื้นน้อย หลังการทำได้ผิวเรียบตึง ยกกระชับผิวได้ด้วยเหมือนกับเทอร์มาจ</p>
<p>ข้อเสีย :  ราคาสูง</p>
<p>เมื่อ พูดถึงการดูดไขมันในอดีต เป็นวิธีที่ค่อนข้างยุ่งยาก มีผลข้างเคียงสูง ท่อที่ดูดมีขนาดใหญ่ ทำให้มีระยะพักฟื้นนาน และหลังทำผิวไม่เรียบเลย  หลังจากนั้นก็มีการพัฒนามาเรื่อยๆ ท่อที่ดูดก็ได้รับการพัฒนาให้เล็กลงเรื่อยๆ จนมีขนาดเท่าปลายปากกา และมีผู้ช่วยไม่ว่าจะเป็นพลังงานเลเซอร์ (Laser lipo) และพลังงานอัลตร้าซาวด์ (Vaser) ซึ่งช่วยในการสลายไขมัน ทำให้แผลเปิดมีขนาดเล็ก และผลข้างคียงก็น้อยลง ระยะพักฟื้นน้อยลง แต่ก็ยังมีปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตก นั่นคือ เมื่อไขมันถูกดูดออกไปแล้ว ผิวหนังก็จะห้อย เหี่ยวย่น หรือเป็นคลื่น ไม่สม่ำเสมอ เรียกว่าแม้จะผอมลง แต่ก็ยังอวดสัดส่วนไม่ได้อยู่ดี  จนเมื่อไม่นานมานี้ มีเทคโนโลยีล่าสุดชื่อว่า Body Tite  หรือ RF assisted liposuction ซึ่งเป็นการปฏิวัติการดูดไขมันครั้งสำคัญ ที่สร้างความฮือฮาให้กับแพทย์ ทั้งในแวดวงศัลยกรรมตกแต่ง และศัลยกรรมผิวหนัง  เพราะเป็นเครื่องมือเดียวในการดูดไขมัน ที่สามารถฟื้นฟูคอลลาเจน ทำให้ผิวมีโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น ทำให้โอกาสที่ไขมันจะกลับมาสะสมใหม่ยากกว่าการดูดไขมันแบบเดิม</p>
<div style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4600" rel="attachment wp-att-4600"><img class="alignnone size-full wp-image-4600" title="6309" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/6309.jpg" alt="" width="630" height="378" /></a></div>
<p>ความ โดดเด่นของ Body Tite ในการยกกระชับนี้เอง ทำให้การใช้งานของมันไม่ได้มีเฉพาะกับสัดส่วน อย่างหน้าท้อง สะโพก ใต้ท้องแขน หรือ ขาใน เท่านั้น ยังมีการนำไปใช้เพื่อการปรับรูปหน้า เอาไขมันส่วนเกินบริเวณคาง คอ ออก และยกกระชับใบหน้าให้ได้รูปอีกด้วย</p>
<p>จะ เห็นว่าการดูดไขมันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อพูดถึงการดูดไขมัน อาจไม่พอนะคะ คงต้องดูรายละเอียดด้วยว่าเป็นแบบไหน เพราะ วิธีการ ผลข้างเคียง และผลลัพธ์ของแต่ละวิธีแตกต่างกันมาก และที่สำคัญควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้มีความชำนาญ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด.</p>
<p>ภาพ / ข้อมูล: www.apexprofoundbeauty.com</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์</p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
<div>
<div id="detail-info">
<h4>ไทยรัฐออนไลน์</h4>
<ul>
<li>โดย ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ออนไลน์</li>
<li>2 กุมภาพันธ์ 2555, 14:00 น.</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4592</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปัญหาคางสองชั้น&#8230; แก้ได้</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3556</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3556#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:47:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[FEATURED]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คางสองชั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3556</guid>
		<description><![CDATA[เป็นสาวหน้าเรียวสวยอยู่ดี ๆ ผ่านไปไม่กี่ปี ไหงคางแหลม ๆ กลับกลายเป็นคางสองชั้นแบบไม่รู้ตัว (ประมาณว่าส่องกระจกอีกที เอ๊ะ!! คางชั้นใหม่นี้มันมายังไง?) ซึ่งจริง ๆ แล้วคางสองชั้นที่คุณสาว ๆ เห็นนั้น มันเกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณหน้า และในบางคนอาจมีปัญหาเรื่องลำคอที่ดูหย่อนยานไม่กระชับร่วมด้วย จึงทำให้มีลักษณะเป็นคางสองชั้นอย่างที่เห็นนั่นแหละ ทั้งนี้ การแก้ปัญหาสามารถทำได้โดยการเข้าไปสลายไขมันบริเวณใต้คางทางด้านใน และบริเวณรอบ ๆ ให้ลดลง และยกกระชับพังผืดกล้ามเนื้อให้ตึงขึ้น สามารถทำโดยการใช้ยาชาเฉพาะที่หรือการวางยาสลบ วิธีนี้จะเกิดการฟกช้ำน้อย มีระยะการพักฟื้นตัวสั้น เพราะแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก และอยู่ในจุดซ่อนแผล ที่สำคัญเป็นกรรมวิธีที่ได้ผลอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจพึ่งวิธีการทำศัลยกรรมชนิดนี้ คุณควรศึกษาหาข้อมูลรวมถึงปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญการเฉพาะด้านให้ดี เพื่อความสวยแบบไม่เสี่ยงค่ะ &#160; &#160; &#160; เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span id="more-3556"></span><a href="http://www.kapook.com/"><br />
</a><br />
เป็นสาวหน้าเรียวสวยอยู่ดี ๆ ผ่านไปไม่กี่ปี ไหงคางแหลม ๆ กลับกลายเป็นคางสองชั้นแบบไม่รู้ตัว (ประมาณว่าส่องกระจกอีกที เอ๊ะ!! คางชั้นใหม่นี้มันมายังไง?) ซึ่งจริง ๆ แล้วคางสองชั้นที่คุณสาว ๆ เห็นนั้น มันเกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณหน้า และในบางคนอาจมีปัญหาเรื่องลำคอที่ดูหย่อนยานไม่กระชับร่วมด้วย จึงทำให้มีลักษณะเป็นคางสองชั้นอย่างที่เห็นนั่นแหละ</p>
<p>ทั้งนี้ การแก้ปัญหาสามารถทำได้โดยการเข้าไปสลายไขมันบริเวณใต้คางทางด้านใน และบริเวณรอบ ๆ ให้ลดลง และยกกระชับพังผืดกล้ามเนื้อให้ตึงขึ้น สามารถทำโดยการใช้ยาชาเฉพาะที่หรือการวางยาสลบ วิธีนี้จะเกิดการฟกช้ำน้อย มีระยะการพักฟื้นตัวสั้น เพราะแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก และอยู่ในจุดซ่อนแผล ที่สำคัญเป็นกรรมวิธีที่ได้ผลอย่างชัดเจน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจพึ่งวิธีการทำศัลยกรรมชนิดนี้ คุณควรศึกษาหาข้อมูลรวมถึงปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญการเฉพาะด้านให้ดี เพื่อความสวยแบบไม่เสี่ยงค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม</p>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook57.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3556</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แก้มย้วยเทคโนโลยีช่วยได้</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3462</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3462#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:37:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วยได้]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[แก้มย้วย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3462</guid>
		<description><![CDATA[แก้มย้วยเทคโนโลยีช่วยได้ (Lisa) &#160; แก้มป่อง ๆ นั้นก็ดูน่ารักดี แต่ถ้าแก้มยุ้ยจนกลายเป็นย้วยแล้วล่ะก็ สาว ๆ คงหมดความมั่นใจที่จะยิ้มแน่นอน มาดูสาเหตุและวิธีแก้ไขกันดีกว่า  สาเหตุ ไม่ใช่แค่ความเสื่อถอยของเซลล์ผิว คอลลาเจน และอิลาสตินที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อมีชั้นผิวหนังก็ย่อมมีก้อนไขมันแทรกอยู่ในผิวหน้า ของเราด้วย ซึ่งความมากน้อยของก้อนไขมันก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน ดังนั้น แก้มย้วย ๆ จึงเกิดขึ้นได้จากการกระจุกตัวเองไขมันภายใต้ผิวหนัง ทั้งจากการนอนตะแคงเป็นประจำทุกคืน หรือการกระเพื่อมตัวจากการออกกำลังกายหนัก ๆ แล้วไขมันจะเคลื่อนที่ไปกองรวมกันตามแรงโน้มถ่วง จึงทำให้โครงหน้าเติมผิดรูป ทั้งยังก่อให้เกิดริ้วรอย และร่องลึกขึ้นอีกด้วย Slow-Fix การนวดหน้าอาจจะเป็นวิธีที่เห็นผลช้าแต่ก็ปลอดภัย โดยในช่วงเช้าและก่อนนอนควรนวดหน้าเป็นประจำทุกวัน เพื่อกระจายไขมันที่รวมตัวกันให้กลับไปสู่ตำแหน่งเดิม และช่วยยกกระชับผิวบริเวณแก้มไม่ให้หย่อนคล้อย โดยนวดไปในทิศทางที่สวนกับแรงโน้มถ่วง ร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ก็จะมีส่วนช่วยให้คุณคงรูปหน้าเดิมและผิวกระชับเต่งตึงได้ Fast-Fix  K-Slim Cheek เป็นวัตกรรมจากเกาหลี โดยใช้ตัวยาพิเศษฉีดเข้าไปยังบริเวณแก้ม หรือใต้คางเพื่อสลายไขมันบริเวณแก้มให้ใบหน้าเรียวลง และกำจัดไขมันส่วนเกินใต้คางได้ด้วย ก่อนฉีดจะทายาชาหรือประคบเจลเย็นโดยใช้เวลาราว ๆ 10 นาที และสามารถฉีดซ้ำได้อีกเมื่อผ่านไป 2-4 สัปดาห์ ซึ่งจะเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก และเห็นผลเต็มที่เมื่อรักษาได้ 3-6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของเนื้อแก้ม [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div></div>
<p>แก้มย้วยเทคโนโลยีช่วยได้ (Lisa)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span id="more-3462"></span></p>
<p>แก้มป่อง ๆ นั้นก็ดูน่ารักดี แต่ถ้าแก้มยุ้ยจนกลายเป็นย้วยแล้วล่ะก็ สาว ๆ คงหมดความมั่นใจที่จะยิ้มแน่นอน มาดูสาเหตุและวิธีแก้ไขกันดีกว่า</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/flower041.gif" alt="" border="0" /> สาเหตุ</p>
<p>ไม่ใช่แค่ความเสื่อถอยของเซลล์ผิว คอลลาเจน และอิลาสตินที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้นเท่านั้น แต่เมื่อมีชั้นผิวหนังก็ย่อมมีก้อนไขมันแทรกอยู่ในผิวหน้า ของเราด้วย ซึ่งความมากน้อยของก้อนไขมันก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน ดังนั้น แก้มย้วย ๆ จึงเกิดขึ้นได้จากการกระจุกตัวเองไขมันภายใต้ผิวหนัง ทั้งจากการนอนตะแคงเป็นประจำทุกคืน หรือการกระเพื่อมตัวจากการออกกำลังกายหนัก ๆ แล้วไขมันจะเคลื่อนที่ไปกองรวมกันตามแรงโน้มถ่วง จึงทำให้โครงหน้าเติมผิดรูป ทั้งยังก่อให้เกิดริ้วรอย และร่องลึกขึ้นอีกด้วย</p>
<p>Slow-Fix</p>
<p>การนวดหน้าอาจจะเป็นวิธีที่เห็นผลช้าแต่ก็ปลอดภัย โดยในช่วงเช้าและก่อนนอนควรนวดหน้าเป็นประจำทุกวัน เพื่อกระจายไขมันที่รวมตัวกันให้กลับไปสู่ตำแหน่งเดิม และช่วยยกกระชับผิวบริเวณแก้มไม่ให้หย่อนคล้อย โดยนวดไปในทิศทางที่สวนกับแรงโน้มถ่วง ร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ก็จะมีส่วนช่วยให้คุณคงรูปหน้าเดิมและผิวกระชับเต่งตึงได้</p>
<p>Fast-Fix</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/gift0214.gif" alt="" border="0" /> K-Slim Cheek</p>
<p>เป็นวัตกรรมจากเกาหลี โดยใช้ตัวยาพิเศษฉีดเข้าไปยังบริเวณแก้ม หรือใต้คางเพื่อสลายไขมันบริเวณแก้มให้ใบหน้าเรียวลง และกำจัดไขมันส่วนเกินใต้คางได้ด้วย ก่อนฉีดจะทายาชาหรือประคบเจลเย็นโดยใช้เวลาราว ๆ 10 นาที และสามารถฉีดซ้ำได้อีกเมื่อผ่านไป 2-4 สัปดาห์ ซึ่งจะเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก และเห็นผลเต็มที่เมื่อรักษาได้ 3-6 ครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของเนื้อแก้ม และผลการรักษาอยู่ได้ตลอดชีวิต</p>
<p>ค่ารักษา ครั้งละประมาณ 8,000 บาท</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/gift0214.gif" alt="" border="0" /> VASER (Vibration Amplification of Sound Energy at Resonance)</p>
<p>เป็นการสลายไขมันโดยเข้าไปทำลายเฉพาะไขมันอย่างตรงจุด และไม่ส่งผลถึงเนื้อเยื่อและเส้นเลือด ด้วยการใส่หัว VASER ขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตรเข้าทางผิวหนัง แล้วส่งพลังงานเสียงเข้าสลายไขมันใต้ผิวหนังโดยตรง ทำให้ก้อนไขมันเหลวจนสามารถดูดออกมาได้ง่าย และไม่ทำให้ผิวขรุขระ</p>
<p>ค่ารักษา ประมาณจุดละ 30,000 บาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook44.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/lisa_logo38.jpg" alt="" width="125" height="79" border="0" /><br />
Vol.12 No.29 3 สิงหาคม 2554</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3462</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลี เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้ก่อนสวย</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3429</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3429#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:31:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[จมูกแบบเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3429</guid>
		<description><![CDATA[ศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลี เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้ก่อนสวย (ไทยโพสต์) กระแสเคป็อปในบ้านเรามาแรง ทั้งเพลง หนัง ละคร ก็ต้องเกาหลีเท่านั้น ใคร ๆ ก็อยากจะสวย-หล่อแบบดารา-นักร้องเกาหลีทั้งนั้น ตอนนี้กระแสเรื่องการทำศัลยกรรมแบบเกาหลีจึงฮอตฮิตมาก โดยเฉพาะศัลยกรรมจมูก บางรายลงทุนบินไปโมดิฟายกันถึงแดนกิมจิ ในบ้านเราเองใคร ๆ ก็บอกว่าทำจมูกแบบเกาหลี แต่จะทราบได้อย่างไรว่าการทำจมูกแบบเกาหลีนั้น มีรูปแบบหรือความแตกต่างและเทคนิคเฉพาะอย่างไร จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลีของแท้ นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง ยศยาคลินิก มีคำแนะนำเรื่องการทำศัลยกรรมจมูกว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจโครงสร้างของจมูกคนเราก่อนว่า จมูกด้านนอกประกอบด้วย ส่วนบนซึ่งเป็นกระดูกแข็ง และส่วนล่างของปลายจมูกประกอบด้วยกระดูกอ่อนสองข้างซ้าย ขวา ซึ่งประกบกันตรงกลาง วางอยู่บนกระดูกอ่อนของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งกระดูกอ่อนปลายจมูกแต่ละข้างจะมีรูปทรงคลายตัววี (V) คว่ำ โดยขาของของตัว V ด้านหนึ่งจะเรียงขนานกันตรงกลาง ส่วนขาตัว V อีกด้านจะส่วนที่เป็นโครงสร้างรูจมูกด้านหน้า สำหรับชาวเอเชียมักมีปัญหากับความสูงของสันจมูกที่น้อยเกินไป วิธีที่ดีและง่ายที่สุดคือ การเสริมจมูกด้วยการเหลาซิลิโคนใส่เข้าไปที่สันจมูกและปลายจมูก แต่จะประสบความสำเร็จสวยสมใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเนื้อจมูกที่มีอยู่เดิมของคนไข้ และความหนาของซิลิโคนที่แพทย์ใส่ให้ที่ปลายจมูก ในประเทศเกาหลีศัลยแพทย์เกาหลีนิยมการผ่าตัดเสริมจมูก ที่เน้นความสวยเป็นธรรมชาติของปลายจมูกเป็นอย่างมาก ซึ่งจมูกที่สวยแบบธรรมชาติ นอกจากจะเห็นปลายจมูกเป็นสันและได้สัดส่วนกับรูปจมูกโดยรวมแล้ว รูปร่างของรูจมูกเมื่อมองจากมุมด้านล่าง ควรจะต้องเป็นรูปวงรี หรือรูปหยดน้ำ (Tear drop) นอกจากนี้ความเชิดของปลายจมูกควรต้องมีความพอดี เมื่อมองจากด้านข้างแล้ว จมูกควรทำมุม [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลี เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้ก่อนสวย (ไทยโพสต์)<br />
<span id="more-3429"></span><br />
กระแสเคป็อปในบ้านเรามาแรง ทั้งเพลง หนัง ละคร ก็ต้องเกาหลีเท่านั้น ใคร ๆ ก็อยากจะสวย-หล่อแบบดารา-นักร้องเกาหลีทั้งนั้น ตอนนี้กระแสเรื่องการทำศัลยกรรมแบบเกาหลีจึงฮอตฮิตมาก โดยเฉพาะศัลยกรรมจมูก บางรายลงทุนบินไปโมดิฟายกันถึงแดนกิมจิ ในบ้านเราเองใคร ๆ ก็บอกว่าทำจมูกแบบเกาหลี แต่จะทราบได้อย่างไรว่าการทำจมูกแบบเกาหลีนั้น มีรูปแบบหรือความแตกต่างและเทคนิคเฉพาะอย่างไร จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลีของแท้</p>
<p>นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง ยศยาคลินิก มีคำแนะนำเรื่องการทำศัลยกรรมจมูกว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจโครงสร้างของจมูกคนเราก่อนว่า จมูกด้านนอกประกอบด้วย ส่วนบนซึ่งเป็นกระดูกแข็ง และส่วนล่างของปลายจมูกประกอบด้วยกระดูกอ่อนสองข้างซ้าย ขวา ซึ่งประกบกันตรงกลาง วางอยู่บนกระดูกอ่อนของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งกระดูกอ่อนปลายจมูกแต่ละข้างจะมีรูปทรงคลายตัววี (V) คว่ำ โดยขาของของตัว V ด้านหนึ่งจะเรียงขนานกันตรงกลาง ส่วนขาตัว V อีกด้านจะส่วนที่เป็นโครงสร้างรูจมูกด้านหน้า</p>
<p>สำหรับชาวเอเชียมักมีปัญหากับความสูงของสันจมูกที่น้อยเกินไป วิธีที่ดีและง่ายที่สุดคือ การเสริมจมูกด้วยการเหลาซิลิโคนใส่เข้าไปที่สันจมูกและปลายจมูก แต่จะประสบความสำเร็จสวยสมใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเนื้อจมูกที่มีอยู่เดิมของคนไข้ และความหนาของซิลิโคนที่แพทย์ใส่ให้ที่ปลายจมูก</p>
<p>ในประเทศเกาหลีศัลยแพทย์เกาหลีนิยมการผ่าตัดเสริมจมูก ที่เน้นความสวยเป็นธรรมชาติของปลายจมูกเป็นอย่างมาก ซึ่งจมูกที่สวยแบบธรรมชาติ นอกจากจะเห็นปลายจมูกเป็นสันและได้สัดส่วนกับรูปจมูกโดยรวมแล้ว รูปร่างของรูจมูกเมื่อมองจากมุมด้านล่าง ควรจะต้องเป็นรูปวงรี หรือรูปหยดน้ำ (Tear drop) นอกจากนี้ความเชิดของปลายจมูกควรต้องมีความพอดี เมื่อมองจากด้านข้างแล้ว จมูกควรทำมุม 90 ถึง 95 องศากับเนื้อด้านบนริมฝีปาก</p>
<p>ปัจจุบันศัลยกรรมปลายจมูกในเกาหลี ได้พัฒนาเทคนิคเฉพาะหลายอย่างที่แตกต่างจากในประเทศไทยอย่างชัดเจน คือ ศัลยแพทย์ชาวเกาหลีจะไม่นิยมใช้ซิลิโคนมาใส่ที่ปลายจมูกมากจนเกินไป แต่จะใช้วิธีการเย็บปลายจมูก และใส่กระดูกอ่อนเป็นหลัก ซึ่งการประเมินจุดที่ต้องเย็บ และปริมาณกับตำแหน่งของกระดูกอ่อนที่จะมาใส่ จะต้องอาศัยแพทย์ที่ผ่านประสบการณ์และมีความชำนาญอย่างมาก เนื่องจากรูปร่างจมูกของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน การเย็บการเสริมจุดหนึ่งๆ จะส่งผลต่อรูปร่างส่วนอื่นๆ ของจมูกด้วย การใช้ซิลิโคนเสริมอย่างเดียวเพื่อดันปลายจมูกออกมามากๆ เป็นที่นิยมน้อยลงมากในประเทศเกาหลี เพราะอาจจะมีปัญหาซิลิโคนทะลุตามมาได้</p>
<p>การผ่าตัดปรับรูปปลายจมูก โดยไม่ต้องเน้นการใส่ซิลิโคนปริมาณหนา ๆ มีข้อดีคือ รูปทรงจมูกดูเป็นธรรมชาติ ปลายจมูกบิดไปมาได้โดยไม่เป็นแท่งแข็งติดกับสันจมูก  รูจมูกเป็นรูปวงรี สวยเป็นธรรมชาติคล้ายชาวตะวันตก  ผลการศัลยกรรมอยู่ทนนานไปตลอด ไม่ต้องมีปัญหาว่านาน ๆ ไปซิลิโคนที่ปลายจมูกจะเลื่อน รัดตัว หรือทำให้เนื้อที่ปลายจมูกบางลงจนอาจทะลุได้ เพราะกระดูกอ่อนของตัวเองที่ปลายจมูก จะไม่มีทางทะลุออกมาได้เหมือนซิลิโคน</p>
<p>สำหรับประเทศไทย ซิลิโคนที่ถูกนำมาใช้มีหลายชนิดหลายเกรด ความบริสุทธิ์ต่างกันไป การสัมผัสถึงความนิ่มของซิลิโคนก็มีหลากหลาย บางชนิดนิ่มมากจนเกือบเหมือนเจล แต่ข้อควรระวัง คือ แม้จะทำการเสริมปลายจมูกด้วยซิลิโคนที่มีคุณสมบัติดีเพียงใด การทะลุปลายจมูกจากการดันของซิลิโคนก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากซิลิโคนเป็นสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย เมื่อไปอยู่ในพื้นที่จำกัดจะทำให้เกิดแรงดันต่อผิวหนังที่ปลายจมูก ยิ่งถ้าในบางคนที่มีความหนาของเนื้อที่ปลายจมูกไม่มากแล้ว ไปใส่ซิลิโคนในปริมาณมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาซิลิโคนทะลุตามมาได้ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นแล้วการแก้ไขรอยแผลเป็นก็ไม่ง่ายนัก ต้องเจ็บตัวแก้ไขใหม่ เสียเงิน และเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>
<p>สรุปว่าการทำจมูกแบบเกาหลี คือ ศัลยกรรมที่เน้นการปรับรูปทรงกระดูกอ่อนปลายจมูก และการใช้กระดูกอ่อนของตนเองมาเสริม มากกว่าจะใช้ซิลิโคนที่มีความหนามาก ๆ และข้อสำคัญอย่าลืมพิจารณาว่า เทคนิคแบบเกาหลีต้องใช้ความชำนาญพิเศษของศัลยแพทย์ ในการประเมินรูปทรงของกระดูกและกระดูกอ่อนจมูกอย่างละเอียด มีการวางแผนการผ่าตัดที่ดี รวมถึงการใช้เครื่องมือผ่าตัดที่มีลักษณะเฉพาะ จะช่วยให้ได้ผลการผ่าตัดที่สมบูรณ์สวยงาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook38.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.thaipost.net/x-cite/010911/44269" target="_blank"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/thaipost10.jpg" alt="" border="0" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3429</wfw:commentRss>
		<slash:comments>174</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อปฏิบัติตนสำหรับสาวที่จะผ่าตัดเสริมหน้าอก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3424</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3424#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:29:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวเสริมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อปฏิบัติตน]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมหน้าอก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3424</guid>
		<description><![CDATA[เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม อกใหญ่เรื่องเล็ก แต่อกเล็กสิเรื่องใหญ่.. สาว ๆ บางรายจึงตัดสินใจจัดการกับปัญหานี้ ด้วยการเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก สำหรับคนที่คิดจะทำการผ่าตัดเพื่อให้หน้าอกดูอวบอิ่มเต็มคัพมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาฝากกันค่ะ 1. หาข้อมูลเรื่องยาล่วงหน้า หลังการผ่าตัด เป็นที่แน่นอนว่าคุณจะต้องได้รับยา บางตัว ไม่ว่าจะเป็นยาลดบวม แก้ปวด แก้อักเสบ หรือยาตัวอื่น ๆ ซึ่งหากเป็นไปได้ การศึกษาข้อมูลของยาโดยละเอียด ทั้งคุณสมบัติและการออกฤทธิ์ของยาแต่ละตัวไว้ล่วงหน้า ย่อมเป็นหนทางที่ดีกว่า โดยคุณสามารถสอบถามข้อมูลเหล่านี้ จากคนที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาก่อน หรือเข้าปรึกษากับคุณหมอได้โดยตรง รวมทั้งการหาซื้อยามาเตรียมเอาไว้ก่อน ย่อมดีกว่าออกไปหาซื้อยาหลังการผ่าตัด ซึ่งคุณทั้งเจ็บแผลทั้งขยับตัวลำบากด้วยค่ะ 2. ทานอาหารมีประโยชน์และงดปัจจัยทำร้ายสุขภาพ แม้จะฟังเป็นเรื่องที่ดูน่าเบื่อ กับการต้องเริ่มทานอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แต่ก็นับว่านี่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ รวมทั้งงดพฤติกรรม ที่ทำร้ายสุขภาพอย่างบริโภคแอลดอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ซึ่งการงดสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัด จะทำให้ระบบทางเดินหายใจของคุณโล่งและสะอาดขึ้น ออกซิเจนถูกดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดและไปหล่อเลี้ยงบาดแผลได้ดีขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วย 3. ไม่จับหรือขยับผ้าพันแผล แม้ว่าคุณจะอยากสำรวจดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหน้าอกของคุณ มากขนาดไหน พยายามห้ามใจไม่ล้วงแคะแกะเกาหรือจับขยับผ้าพันแผล เพราะนั่นเป็นการรบกวนกระบวนการสมานแผล ทำให้แผลหายช้าได้ค่ะ 4. ทำใจยอมรับรอยแผลเป็น เป็นเรื่องธรรมดาว่าหากมีบาด แผลใด [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
<span id="more-3424"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=3425" rel="attachment wp-att-3425"><img class="alignnone size-full wp-image-3425" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/01_941.jpg" alt="" width="437" height="470" /></a></p>
<p>อกใหญ่เรื่องเล็ก แต่อกเล็กสิเรื่องใหญ่.. สาว ๆ บางรายจึงตัดสินใจจัดการกับปัญหานี้ ด้วยการเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก สำหรับคนที่คิดจะทำการผ่าตัดเพื่อให้หน้าอกดูอวบอิ่มเต็มคัพมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาฝากกันค่ะ</p>
<p>1. หาข้อมูลเรื่องยาล่วงหน้า</p>
<p>หลังการผ่าตัด เป็นที่แน่นอนว่าคุณจะต้องได้รับยา บางตัว ไม่ว่าจะเป็นยาลดบวม แก้ปวด แก้อักเสบ หรือยาตัวอื่น ๆ ซึ่งหากเป็นไปได้ การศึกษาข้อมูลของยาโดยละเอียด ทั้งคุณสมบัติและการออกฤทธิ์ของยาแต่ละตัวไว้ล่วงหน้า ย่อมเป็นหนทางที่ดีกว่า โดยคุณสามารถสอบถามข้อมูลเหล่านี้ จากคนที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาก่อน หรือเข้าปรึกษากับคุณหมอได้โดยตรง รวมทั้งการหาซื้อยามาเตรียมเอาไว้ก่อน ย่อมดีกว่าออกไปหาซื้อยาหลังการผ่าตัด ซึ่งคุณทั้งเจ็บแผลทั้งขยับตัวลำบากด้วยค่ะ</p>
<p>2. ทานอาหารมีประโยชน์และงดปัจจัยทำร้ายสุขภาพ</p>
<p>แม้จะฟังเป็นเรื่องที่ดูน่าเบื่อ กับการต้องเริ่มทานอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แต่ก็นับว่านี่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ รวมทั้งงดพฤติกรรม ที่ทำร้ายสุขภาพอย่างบริโภคแอลดอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ซึ่งการงดสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัด จะทำให้ระบบทางเดินหายใจของคุณโล่งและสะอาดขึ้น ออกซิเจนถูกดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดและไปหล่อเลี้ยงบาดแผลได้ดีขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วย</p>
<p>3. ไม่จับหรือขยับผ้าพันแผล</p>
<p>แม้ว่าคุณจะอยากสำรวจดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหน้าอกของคุณ มากขนาดไหน พยายามห้ามใจไม่ล้วงแคะแกะเกาหรือจับขยับผ้าพันแผล เพราะนั่นเป็นการรบกวนกระบวนการสมานแผล ทำให้แผลหายช้าได้ค่ะ</p>
<p>4. ทำใจยอมรับรอยแผลเป็น</p>
<p>เป็นเรื่องธรรมดาว่าหากมีบาด แผลใด ๆ เกิดขึ้นบนร่างกาย ย่อมทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรอยเล็กหรือใหญ่ และจะเห็นได้ชัดเจนหรือไม่ก็ตาม เช่นเดียวกับรอยแผลที่คุณย่อมได้จากการผ่าตัดเสริมหน้าอกนี้ด้วย แต่ถึงกระนั้น คุณก็สามารถรับการรักษารอยแผลเป็นนี้ให้จากลงได้ในภายหลังค่ะ</p>
<p>5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์</p>
<p>เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่สุด ที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละราย ย่อมมีอาการหรือลักษณะจำเพาะที่แตกต่างกันไป ทำให้รายละเอียดในการปฏิบัติตัวทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด แตกต่างกันออกไปด้วย หากมีข้อสงสัยใด ๆ ควรเข้าปรึกษารับคำแนะนำจากคุณหมอโดยตรงค่ะ</p>
<p>ใครที่ตัดสินใจจะทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก คงได้ทราบข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวไปบ้างนะคะ ทั้งนี้ลองศึกษาข้อมูลอีกจากหลาย ๆ แหล่งร่วมด้วย เพื่อให้ผลจากการผ่าตัดครั้งนี้ของคุณได้ผลที่น่าพอใจที่สุดค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook36.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3424</wfw:commentRss>
		<slash:comments>22336</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ่านแล้วคิดดูใหม่ เหตุใดจึงไม่ควรสวยด้วยแพทย์</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3395</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3395#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:25:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ควรสวยด้วยแพทย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3395</guid>
		<description><![CDATA[เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม เมื่อก่อนนั้นการศัลยกรรม มักพบเห็นได้เฉพาะในหมู่ดาราหรือว่าพวกคนกระเป๋าหนักเท่านั้น แถมทำแล้วก็ยังต้องหลบ ๆ แอบ ๆ ไม่กล้าบอกไม่กล้าเปิดเผยกับใครด้วย แต่ในยุคที่โลกหมุนไปเร็วเช่นนี้ การทำศัลยกรรมดูจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เผลอ ๆ อีกไม่นาน การกรีดตาหรือว่าอัพดั้งอาจเป็นเรื่องธรรมดาสามัญพอ ๆ กับเดินเข้าร้านทำผมก็ได้ แม้จะเป็นเรื่องของความพอใจส่วนบุคคลแต่ว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าไม่ทำได้ก็คงจะดีกว่า(จริงไหม?) วันนี้เราเลยเอาเหตุผลดี ๆ ว่าทำไมสาว ๆ ไม่ควรจะสวยด้วยแพทย์มาฝากกันค่ะ   1. อันตราย เหตุผลอันดับหนึ่งก็คือความอันตรายที่แฝงมากับการศัลยกรรมนั่นเอง ในฐานะที่มันคือการผ่าตัดรูปแบบหนึ่งเพราะมีการลงมีด ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการฉีดยาชาด้วย และเจ้ายาชานี่แหละ ที่ทำให้คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดกรณีแพ้ยาชา (นี่ยังไม่รวมถึงกรณีแพทย์ฉีดยาชาเกินขนาด ซึ่งแม้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลยนะคะ) รวมถึงอาการอักเสบหรือติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นหลังการศัลกรรมด้วย   2. ศัลยกรรมก็มีหมดอายุ ไม่ว่าจะพยายามหยุดอายุเอาไว้ที่เลขใด ๆ ก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว คนเราก็ไม่สามารถเลี่ยงพ้นความร่วงโรยแห่งวัยตามธรรมชาติไปได้ รวมถึงการศัลยกรรมเอาสารหรือวัตถุแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายเช่นกัน สารเหล่านี้เองก็มีวันที่จะหมดอายุขัยไปตามสภาพของมันไม่ต่างจากเรา ซึ่งนั่นก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วมันจะส่งผลใด ๆ กับเราบ้างด้วยค่ะ   3. ผลกระทบระยะยาว การศัลยกรรมบางอย่างอาจมีไซด์ เอฟเฟ็กต์ ในช่วงสั้น ๆ เช่นอาจทำให้ใบหน้าตึงขยับไม่ได้จนกว่าจะเข้าที่ แต่ใครจะไปรู้ว่ามันอาจจะมีผลกระทบในระยะยาวด้วยก็ได้ ยิ่งเป็นนวัตกรรมความงามกับศัลยกรรมรูปแบบใหม่ที่เพิ่งจะคิดค้นได้ (ซึ่งตอนนี้มีมากมายอยู่เหมือนกันนะ) [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div></div>
<p><a href="http://www.kapook.com/" target="_blank"><br />
</a>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
<span id="more-3395"></span><br />
เมื่อก่อนนั้นการศัลยกรรม มักพบเห็นได้เฉพาะในหมู่ดาราหรือว่าพวกคนกระเป๋าหนักเท่านั้น แถมทำแล้วก็ยังต้องหลบ ๆ แอบ ๆ ไม่กล้าบอกไม่กล้าเปิดเผยกับใครด้วย แต่ในยุคที่โลกหมุนไปเร็วเช่นนี้ การทำศัลยกรรมดูจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เผลอ ๆ อีกไม่นาน การกรีดตาหรือว่าอัพดั้งอาจเป็นเรื่องธรรมดาสามัญพอ ๆ กับเดินเข้าร้านทำผมก็ได้ แม้จะเป็นเรื่องของความพอใจส่วนบุคคลแต่ว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าไม่ทำได้ก็คงจะดีกว่า(จริงไหม?) วันนี้เราเลยเอาเหตุผลดี ๆ ว่าทำไมสาว ๆ ไม่ควรจะสวยด้วยแพทย์มาฝากกันค่ะ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/butterfly_green38.gif" alt="" border="0" /><strong> </strong><strong> </strong>1. อันตราย</p>
<p>เหตุผลอันดับหนึ่งก็คือความอันตรายที่แฝงมากับการศัลยกรรมนั่นเอง ในฐานะที่มันคือการผ่าตัดรูปแบบหนึ่งเพราะมีการลงมีด ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการฉีดยาชาด้วย และเจ้ายาชานี่แหละ ที่ทำให้คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดกรณีแพ้ยาชา (นี่ยังไม่รวมถึงกรณีแพทย์ฉีดยาชาเกินขนาด ซึ่งแม้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลยนะคะ) รวมถึงอาการอักเสบหรือติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นหลังการศัลกรรมด้วย</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/butterfly_green38.gif" alt="" border="0" /><strong> </strong><strong> </strong>2. ศัลยกรรมก็มีหมดอายุ</p>
<p>ไม่ว่าจะพยายามหยุดอายุเอาไว้ที่เลขใด ๆ ก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว คนเราก็ไม่สามารถเลี่ยงพ้นความร่วงโรยแห่งวัยตามธรรมชาติไปได้ รวมถึงการศัลยกรรมเอาสารหรือวัตถุแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายเช่นกัน สารเหล่านี้เองก็มีวันที่จะหมดอายุขัยไปตามสภาพของมันไม่ต่างจากเรา ซึ่งนั่นก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าเมื่อถึงเวลานั้นแล้วมันจะส่งผลใด ๆ กับเราบ้างด้วยค่ะ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/butterfly_green38.gif" alt="" border="0" /><strong> </strong><strong> </strong>3. ผลกระทบระยะยาว</p>
<p>การศัลยกรรมบางอย่างอาจมีไซด์ เอฟเฟ็กต์ ในช่วงสั้น ๆ เช่นอาจทำให้ใบหน้าตึงขยับไม่ได้จนกว่าจะเข้าที่ แต่ใครจะไปรู้ว่ามันอาจจะมีผลกระทบในระยะยาวด้วยก็ได้ ยิ่งเป็นนวัตกรรมความงามกับศัลยกรรมรูปแบบใหม่ที่เพิ่งจะคิดค้นได้ (ซึ่งตอนนี้มีมากมายอยู่เหมือนกันนะ) อย่างฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย นัยว่าจะขาวขึ้นหรือเติมเต็มรอยเหี่ยวย่น ที่เห็นคนเขาทำกันเยอะแยะแล้วก็ยังก็ยังดูดี ๆ กันอยู่ ไม่แน่ว่ามันอาจจะไม่ใช่ผลข้างเคียงที่ปรากฎในช่วง 4-5 ปี แต่อาจจะเป็นภัยแฝงที่คอยปรากฎผลในอีกสัก 10 ปีให้หลังก็ได้นะ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/butterfly_green38.gif" alt="" border="0" /><strong> </strong><strong> </strong>4. เนียนแค่ไหนยังดูออกว่าทำมา</p>
<p>คงเคยเห็นภาพเปรียบเทียบ อดีต-ปัจจุบัน หรือพวก before &amp; after ทั้งหลายกันมาบ้างใช่ไหมคะ ถึงแม้จะทำได้เนียนแค่ไหนยังไง เสียก็ยังมีคนดูออกอยู่ดี (ตาดีและช่างสังเกตจริง ๆ แฮะ) หากคิดจะทำมาแล้วเนียน ๆ บอกว่าเนี่ยสวยแต่เกิด ธรรมชาติให้มา อันนี้ก็ไม่แนะนำจริง ๆ ค่ะ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีพวกจับผิดดาราประเภททำ จริง-ไม่จริง หรอกค่ะ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/butterfly_green38.gif" alt="" border="0" /><strong> </strong><strong> </strong>5. เสี่ยงโอกาสศัลยกรรมพลาด</p>
<p>การทำศัลยกรรมไม่ได้ให้ผลออกมาตามที่คาดหวังได้ทุกครั้งไป บางคนทำแล้วไม่ดีต้องกลับไปแก้อีกตั้งหลายรอบ หรือในบางรายที่แก้ไขยากก็ต้องอยู่กับผลลัพธ์แบบนั้นไปตลอด และยิ่งถ้าเป็นการศัลยกรรมบนใบหน้า หากเกิดพลาดขึ้นมามันก็จะโชว์ผลของมันอยู่บนใบหน้าของคุณนั่นเอง เรามีเพียงร่างกายและใบหน้าเดียวนะคะ ถ้าเกิดเสียหายไปไม่มีให้เปลี่ยนแล้วจริง ๆนะ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/butterfly_green38.gif" alt="" border="0" /><strong> </strong><strong> </strong>6. สวยแค่ไหนไม่เท่ามั่นใจในตัวเอง</p>
<p>ผู้ที่คิดว่าการศัลยกรรมคือทางออกสำหรับปัญหาอกเล็ก หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เขาคิดว่าเป็นจุดบกพร่องหรือปมด้อยของร่างกาย นั่นมีแนวโน้มว่า คนกลุ่มนี้จะวนเวียนอยู่กับการแก้ และเติมเพื่อให้ได้ร่างกายหรือใบหน้าแบบที่ต้องการอยู่ร่ำไป ปัญหาที่แท้จริงไม่น่าใช่เรื่องความบกพร่องของร่างกาย แต่น่าจะมาจากความไม่มั่นใจ และไม่พอใจในรูปร่างของตัวเองเสียมากกว่า แทนที่จะมองหาทางออกด้วยการศัลยกรรม ลองหาทางออกด้วยการเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง ในแบบที่ตัวเองเป็นดีกว่าเนอะ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/butterfly_green38.gif" alt="" border="0" /><strong> </strong><strong> </strong>7. สิ้นเปลือง</p>
<p>อย่างที่บอกว่าการศัลยกรรมมักเป็นเรื่องที่ทำกันในหมู่คนมีเงิน และหากคุณเป็นคนประเภทมีพอกินพอใช้ไม่ขัดสน แต่หากพูดถึงการศัลยกรรม มันก็จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนที่เกินงบที่คุณเคย ๆ ใช้มาทุกเดือน ลองคิดดูเถิดว่ามันคุ้มแล้วหรือ ที่จะต้องเอาตัวแลกกับการเป็นหนี้ (จะหนี้กู้หรือหนี้บัตรเครดิตก็ตาม) เพื่อที่จะได้สวยด้วยการศัลยกรรมเท่านั้นเอง</p>
<p>อ่านแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าคิดน่าทบทวนให้หนักอยู่จริง ๆ ค่ะ ใครทึ่กำลังคิดจะทำก็ลองไตร่ตรองดูให้ดีอีกสักที ชั่งตวงผลดี-ผลเสีย ของมันดูและตัดสินใจให้ดีที่สุดนะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook34.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3395</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จมูกโด่งสวย สไตล์เกาหลี</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3316</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3316#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:07:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จมูกโด่งสวย]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สไตล์เกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3316</guid>
		<description><![CDATA[จมูกโด่งสวย สไตล์เกาหลี (สวยด้วยแพทย์) คนเอเชียมักมีปัญหาจมูกไม่มีดั้ง แบนบานพูดอย่างนี้ก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจที่เกิดมาเป็นคนเอเชียกันล่ะ ดูอย่างสาวเกาหลี ก็คนเอเชียเหมือนอย่างเราๆ ท่านๆ นั่นแหละ แต่ทำไม๊ ทำไมถึงได้มีดั้งโด่งเรียวสวยกันทั้งบ้านทั้งเมือง จนสาวไทยออกอาการตาร้อนผ่าว ๆ แหม&#8230;สาวบ้านเขาก็ไม่ได้จมูกโด่งธรรมชาติสร้างมากันซะทุกคนหรอกค่ะ ที่พึ่งพาศัลยกรรมเสริมจมูกก็มีไม่น้อย รู้อย่างนี้แล้วสาวไทยที่อยากมีจมูกโด่งสวยเหมือนสาวเกาหลีคงยิ้มออกกันแน่ ๆ เพราะศัลยแพทย์ไทยขึ้นชื่อเรื่องฝีมือ การที่จะผ่าตัดเสริมดั้งให้สวยสมใจไม่ใช่เรื่องยากค่ะ  เสริมจมูก&#8230;รีบด่วนเกินไปก็ไม่ดี สาวๆ ที่อยากเสริมจมูกเสริมความมั่นใจ อย่าใจร้อนนะคะ เพราะแพทย์ไม่ได้พิจารณาทำให้ทุกคนที่เข้ามาปรึกษา แพทย์จะพิจารณาถึงอายุของผู้ที่ต้องการเสริมจมูกด้วย โดยทั่วไปควรมีอายุอย่างน้อย 16 ปีขึ้นไป ใครที่ยังอายุต่ำกว่านี้ก็ควรอดใจรอสักนิด  เตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำ ก่อนการเสริมจมูก ต้องมีการเตรียมตัวก่อนทำเช่นเดียวกับการผ่าตัดอย่างอื่น เป็นต้นว่า แจ้งให้แพทย์ทราบหากเคยผ่าตัดอะไรเกี่ยวกับจมูกมาก่อน มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาอะไรอยู่ และที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ แพทย์จะตรวจสอบโครงสร้างของจมูก เนื้อเยื่อในโพรงจมูกด้านนอก รวมถึงพิจารณาถึงโครงสร้างรูปหน้าอย่างละเอียดเพื่อว่าเวลาทำออกมาแล้วจะได้ดูดี ดูสวยรับกับรูปหน้าเรื่องของความโด่งแล้วดูดี ดูสวยนี้ นานาจิตตังค่ะ บางทีหมอว่าสวย คนไข้อาจไม่ชอบ ดังนั้น คงต้องพบกันครึ่งทางหรือหาจุดร่วมที่พอดีจะได้เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย  เสริมจมูก&#8230;ด้วยซิลิโคน สำหรับวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก ส่วนมากแพทย์จะเลือกใช้ซิลิโคนแท่ง (Silicone) ข้อดีของซิลิโคนแท่งซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ (Synthetic prosthesis) ก็คือ จะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>จมูกโด่งสวย สไตล์เกาหลี (สวยด้วยแพทย์)</p>
<p><span id="more-3316"></span></p>
<p>คนเอเชียมักมีปัญหาจมูกไม่มีดั้ง แบนบานพูดอย่างนี้ก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจที่เกิดมาเป็นคนเอเชียกันล่ะ ดูอย่างสาวเกาหลี ก็คนเอเชียเหมือนอย่างเราๆ ท่านๆ นั่นแหละ แต่ทำไม๊ ทำไมถึงได้มีดั้งโด่งเรียวสวยกันทั้งบ้านทั้งเมือง จนสาวไทยออกอาการตาร้อนผ่าว ๆ แหม&#8230;สาวบ้านเขาก็ไม่ได้จมูกโด่งธรรมชาติสร้างมากันซะทุกคนหรอกค่ะ ที่พึ่งพาศัลยกรรมเสริมจมูกก็มีไม่น้อย รู้อย่างนี้แล้วสาวไทยที่อยากมีจมูกโด่งสวยเหมือนสาวเกาหลีคงยิ้มออกกันแน่ ๆ เพราะศัลยแพทย์ไทยขึ้นชื่อเรื่องฝีมือ การที่จะผ่าตัดเสริมดั้งให้สวยสมใจไม่ใช่เรื่องยากค่ะ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/86984_16.gif" alt="" border="0" /> เสริมจมูก&#8230;รีบด่วนเกินไปก็ไม่ดี</p>
<p>สาวๆ ที่อยากเสริมจมูกเสริมความมั่นใจ อย่าใจร้อนนะคะ เพราะแพทย์ไม่ได้พิจารณาทำให้ทุกคนที่เข้ามาปรึกษา แพทย์จะพิจารณาถึงอายุของผู้ที่ต้องการเสริมจมูกด้วย โดยทั่วไปควรมีอายุอย่างน้อย 16 ปีขึ้นไป ใครที่ยังอายุต่ำกว่านี้ก็ควรอดใจรอสักนิด</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/86984_16.gif" alt="" border="0" /> เตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำ</p>
<p>ก่อนการเสริมจมูก ต้องมีการเตรียมตัวก่อนทำเช่นเดียวกับการผ่าตัดอย่างอื่น เป็นต้นว่า แจ้งให้แพทย์ทราบหากเคยผ่าตัดอะไรเกี่ยวกับจมูกมาก่อน มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาอะไรอยู่ และที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ แพทย์จะตรวจสอบโครงสร้างของจมูก เนื้อเยื่อในโพรงจมูกด้านนอก รวมถึงพิจารณาถึงโครงสร้างรูปหน้าอย่างละเอียดเพื่อว่าเวลาทำออกมาแล้วจะได้ดูดี ดูสวยรับกับรูปหน้าเรื่องของความโด่งแล้วดูดี ดูสวยนี้ นานาจิตตังค่ะ บางทีหมอว่าสวย คนไข้อาจไม่ชอบ ดังนั้น คงต้องพบกันครึ่งทางหรือหาจุดร่วมที่พอดีจะได้เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/86984_16.gif" alt="" border="0" /> เสริมจมูก&#8230;ด้วยซิลิโคน</p>
<p>สำหรับวัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก ส่วนมากแพทย์จะเลือกใช้ซิลิโคนแท่ง (Silicone) ข้อดีของซิลิโคนแท่งซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ (Synthetic prosthesis) ก็คือ จะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก ทำให้ร่างกายสามารถรับและห่อหุ้มแท่งซิลิโคนให้ยืดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ดี จริงๆ แล้ววัสดุที่นำมาใช้ในการเสริมจมูกไม่ได้มีเฉพาะซิลิโคนแท่งเท่านั้น บางครั้งก็อาจนำมาจากร่างกายของผู้รับการผ่าตัด เช่น กระดูก, กระดูกอ่อน ฯลฯ แต่วิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้เสริมจมูกคนใช้ที่มีจมูกผิดรูปเนื่องจากอุบัติเหตุหรือแก้ไขความพิการจากสาเหตุต่างๆ ไม่เหมาะสำหรับการผ่าตัดเสริมจมูกเพื่อความงามในบุคคลทั่วๆ ไปที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/86984_16.gif" alt="" border="0" /> ขั้นตอนผ่าตัด&#8230;ไม่ยุ่งยาก</p>
<p>การผ่าตัดเสริมจมูกมีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นานเพียงชั่วโมงเดียวก็แล้วเสร็จ เริ่มจากแพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้น เพื่อลดความวิตกกังวล และขณะฉีดยาชารอบจมูกจะได้ไม่รู้สึกเจ็บ จากนั้นจะเปิดแผลผ่าตัด (อาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้) บริเวณขอบรูจมูกยาวประมาณ 1 ชม. เพื่อผ่าตัดสร้างช่องว่างที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก ให้สามารถใส่แท่งซิลิโคนที่ตกแต่งเป็นอย่างดีแล้วเข้าไป หลังตรวจสอบความเรียบร้อยจึงจะเย็บปิดแผล ปิดตามด้วยพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูกเพื่อป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวม</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/86984_16.gif" alt="" border="0" /> หลังเสริมจมูก&#8230;ก็ต้องใส่ใจ</p>
<p>หลังเสริมจมูกแพทย์จะให้นอนพักราว 1 ชม. เพื่อให้ยานอนหลับหมดฤทธิ์ดีเสียก่อน จึงจะกลับบ้านได้ จากนี้ก็เป็นหน้าที่ของคนไข้ที่ต้องดูแลตัวเองต่อ เป็นต้นว่า ในช่วงวันสองวันแรกให้พยายามประคบผ้าเย็นบ่อยๆ หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นแทน, นอนศีรษะสูง, ในช่วง 2 สัปดาห์แรกให้หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และกลับมาพบแพทย์ตามนัด</p>
<p>โดยทั่วไป จมูกจะบวมประมาณ 2-3 วัน ในวันที่ 4 ก็จะเริ่มยุบบวม แต่ถ้าจะให้เข้าที่ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในช่วงนี้ให้ระมัดระวังเรื่องการโดนกระแทก เพราะแท่งซิลิโคนจะถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มจนแน่นและสามารถทนแรงกระทบได้มากๆ ต้องใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/86984_16.gif" alt="" border="0" /> เห็นง่าย ๆ&#8230;ก็อย่าประมาท</p>
<p>ก่อนจากกันก็ฝากไว้สักนิด อย่างที่เห็นกันว่าการผ่าตัดเสริมจมูกไม่ยุ่งยาก แถมศัลยแพทย์ไทยก็มีฝีมือดี แต่ก็ไม่ควรประมาทนะคะ ถ้าจะทำก็ควรเลือกศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ จะได้ไม่มีปัญหามาให้หมอเวียนแก้ เช่น ปัญหาจมูกคดเอียง จมูกสูงหรือต่ำเกินไป ปลายจมูกบางแต่ยังไม่ทะลุหรืออาจทะลุแล้ว รวมถึงจมูกมีการติดเชื้ออักเสบ อย่างที่เป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งให้เห็นอยู่ประปรายค่ะ</p>
<p align="center"><strong><br />
</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook22.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
หนังสือสวยด้วยแพทย์ ISSUE 8 สิงหาคม 2554</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3316</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดั้งสวยได้ ไม่ต้องผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3195</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3195#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 21:59:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ดั้งสวยได้]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ต้องผ่าตัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3195</guid>
		<description><![CDATA[ดั้งสวยได้ ไม่ต้องผ่าตัด (นิตยสาร Appeal) จมูกโด่งสวย ย่อมเป็นที่ปรารถนาของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทุกยุคทุกสมัย แต่สำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดลงมืด คงอยากมีจมูกสวยแบบง่าย ๆ และรวดเร็ว เราจึงขอแนะนำการเสริมจมูกด้วยไขมันด้วยเอง ซึ่ง ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ จากภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ADD LIFE Anti-Aging Canter เปิดเผยว่า  &#8220;เทคนิคใหม่มีการพัฒนามาจากการฉีดไขมันที่ใช้วิธีผ่าตัดแล้วใส่ไขมันเข้าไป โดยพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ Regenerative medicine มาผสมผสานกันให้ไขมันคงอยู่ได้ถาวรมากขึ้น เช่น การผสม growth factors หรือการผสมฮอร์โมนบางตัว &#8221; ทำให้จึงมีการพัฒนาการเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมันของคนไข้เองน่ะหรือ อาจารย์ถนอมอธิบายว่า  &#8220;ปัจจุบันคนไข้ส่วนใหญ่นิยมเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ ซึ่งฟิลเลอร์ส่วนใหญ่อยู่ได้ชั่วคราว ประมาณครึ่งปีหรือหนึ่งปี แล้วก็สลายไป ต้องกลับมาฉีดใหม่ ที่สำคัญคือฟิลเลอร์มีราคาต่อจำนวน 1 ซีซีค่อนข้างสูง แต่การเสริมจมูกด้วยไขมันคนไข้เองสามารถใช้ไขมันเท่าไหร่ก็ได้ ราคาไม่เพิ่ม สมมุติว่า เอาไขมันออกมา 10 cc หรือ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ดั้งสวยได้ ไม่ต้องผ่าตัด (นิตยสาร Appeal)</p>
<p><span id="more-3195"></span></p>
<p>จมูกโด่งสวย ย่อมเป็นที่ปรารถนาของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทุกยุคทุกสมัย แต่สำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดลงมืด คงอยากมีจมูกสวยแบบง่าย ๆ และรวดเร็ว เราจึงขอแนะนำการเสริมจมูกด้วยไขมันด้วยเอง ซึ่ง ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ จากภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ADD LIFE Anti-Aging Canter เปิดเผยว่า  &#8220;เทคนิคใหม่มีการพัฒนามาจากการฉีดไขมันที่ใช้วิธีผ่าตัดแล้วใส่ไขมันเข้าไป โดยพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ Regenerative medicine มาผสมผสานกันให้ไขมันคงอยู่ได้ถาวรมากขึ้น เช่น การผสม growth factors หรือการผสมฮอร์โมนบางตัว &#8221;</p>
<p>ทำให้จึงมีการพัฒนาการเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมันของคนไข้เองน่ะหรือ อาจารย์ถนอมอธิบายว่า  &#8220;ปัจจุบันคนไข้ส่วนใหญ่นิยมเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ ซึ่งฟิลเลอร์ส่วนใหญ่อยู่ได้ชั่วคราว ประมาณครึ่งปีหรือหนึ่งปี แล้วก็สลายไป ต้องกลับมาฉีดใหม่ ที่สำคัญคือฟิลเลอร์มีราคาต่อจำนวน 1 ซีซีค่อนข้างสูง แต่การเสริมจมูกด้วยไขมันคนไข้เองสามารถใช้ไขมันเท่าไหร่ก็ได้ ราคาไม่เพิ่ม สมมุติว่า เอาไขมันออกมา 10 cc หรือ 3 cc ก็มีราคาเท่าเดิม แต่ฟิลเลอร์จะเพิ่มราคาทุก 1 cc เนื่องจากมีต้นทุน ทีนี้การเสริมจมูกด้วยไขมันคนไข้เองต้องมีเทคนิคที่จะทำให้ไขมันอยู่ได้นาน จึงมีการนำไขมันมาผสมกับฮอร์โมนและ growth factors เพื่อให้ไขมันมีชีวิตรอด หรืออาจใช้วิธีการผสมเซลล์เปลือกไขมันหรือที่ในท้องตลาดเรียกว่าสเต็มเซลล์ไขมัน ซึ่งเทคนิคนี้มีราคาสูงมากโดยเพิ่มอัตราการอดของไขมันขึ้นอีก 20% ซึ่งอาจจะไม่คุ้มราคาถ้าหากทำในบริเวณเล็ก ๆ เช่น จมูก &#8221;</p>
<p>เมื่อถามว่าการเสริมจมูกด้วยไขมันเหมาะกับใคร อาจารย์ถนอมตอบว่า  &#8220;เหมาะกับคนไข้ที่ไม่ต้องการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน ไม่อยากผ่าตัด อยากให้ดูเป็นธรรมชาติ คือไม่สูงโดดเด่นสามารถเสริมได้ตั้งแต่โคนจนถึงปลายจมูกทำเสร็จคนไข้กลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น ถ้าฉีดแล้วไม่ชอบก็สามารถใช้สเตียรอยด์ทำให้เนื้อเยื่อไขมันที่ปลูกถ่ายสลายได้ในช่วงเดือนแรก &#8221;</p>
<p>ขั้นตอนการเสริมดั้งโด่ง</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann5615.gif" alt="" border="0" />เลือกบริเวณที่จะนำไขมันออกมาใช้งานโดยเลือกดูดไขมันจากบริเวณต้นขา หรือท้องส่วนล่าง เพราะไขมันบริเวณนี้มีสเต็มเซลล์ไขมันมากกว่าทำให้เนื้อเยื่อไขมันมีโอกาสมีชีวิตรอดได้มากกว่าไขมันบริเวณท้องส่วนบนซึ่งมีสเต็มเซลล์ไขมันน้อยกว่า เมื่อย้ายไปปลูกถ่าย ไขมันก็จะสลายตัวง่าย แต่เทคนิคใหม่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วไขมันจะมีชีวิตรอดมากกว่า 50% และส่วนที่เหลืออยู่หลังจาก 6 เดือน จะคงอยู่ไปตลอดชีวิต ถ้าหากต้องการเติมเพิ่มก็สามารถทำได้ง่าย ทำได้หลายครั้งไม่จำกัด</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann5615.gif" alt="" border="0" /> ฉีดยาชาเล็กน้อยที่บริเวณปลายจมูกสองจุด จากนั้นฉีดสารน้ำเข้าไปที่บริเวณต้นขาที่จะดูดไขมัน ทิ้งไว้สักครู่</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann5615.gif" alt="" border="0" /> จากนั้นเจาะรูเล็กด้วยเข็มฉีดยาที่ต้นขาแล้วสอดเข็มดูดไขมันออกมาอย่างนุ่มนวล ล้างกรองส่วนไขมันที่เป็นเนื้อล้วนๆ นำมาผสมกับฮอร์โมนเล็กน้อย นำไปฉีดไขมันที่จมูกอย่างนุ่มนวลและเบา ต้องอาศัยศิลปะและเทคนิคที่ละมุนละม่อมในการฉีดพอสมควร เพื่อให้ได้รูปทรงจมูกที่สวยงาม อาจฉีดให้สูงกว่าปกติเล็กน้อย เพราะว่าฉีดครั้งแรกจมูกจะบวม</p>
<p>ผลลัพธ์ที่ได้</p>
<p>ประมาณ 3 เดือน จะได้สันจมูกที่คงที่ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่นูนมากเท่ากับตอนฉีดใหม่ ๆ</p>
<p>ข้อแนะนำ ถ้าต้องการเสริมจมูกโด่งชัดเจน ควรเป็นแบบผ่าตัด</p>
<p>ข้อดีและข้อเสียระหว่างฟิลเลอร์และไขมัน</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ฟิลเลอร์จะควบคุมรูปทรงจมูกค่อนข้างยาก เพราะต้องปั้น แต่การฉีดไขมันไม่ต้องปั้น ต้องฉีดให้ได้รูปทรงตั้งแต่แรก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ฟิลเลอร์อาจดูใส ๆ บวม ๆ แล้วไหล</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไขมันไม่ไหล ฉีดแล้วอยู่กับที่ เชื่อมติดเป็นเนื้อเดียวกันกับร่างกาย แต่ฟิลเลอร์อาจไหลด้านข้างทำให้เห็นสันจมูกบวม ๆ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปบางตำแหน่ง เวลายิ้มจะเห็นเป็นก้อน แต่ไขมันไม่เป็น เพราะเป็นเนื้อเยื่อร่างกาย</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไขมันจะดูไม่ใส่โปร่งแสงแบบฟิลเลอร์ดูเหมือนเนื้อธรรมดา สีผิวปกติ เพราะเป็นเนื้อเยื่อธรรมชาติ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไขมันมีข้อดีมากกว่าวิธีย้ายไขมันแบบเดิม คือไม่มีแผลผ่าตัดเลย แค่เจาะรูเล็กๆ ใช้เวลาในการทำไม่กี่นาที หายเร็วและไม่ต้องดูแลมากวันรุ่งขึ้นสามารถล้างหน้าได้ตามปกติ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> เนื่องจากเป็นไขมันจากตัวคนไข้เอง จึงไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งแปลกปลอม ไม่ทะลุ มีโอกาสติดเชื้อน้อย มีสีธรรมชาติ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไม่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย สามารถฉีดเพิ่มเติมได้หลายครั้งจนกว่าจะได้สันจมูกที่คงที่ถาวรตลอดชีวิต สันจมูกโด่งคงที่หมายถึงโด่งเท่าที่เนื้อเยื่อทำได้ ซึ่งอาจจะไม่โด่งชัดแบบซิลิโคน หรือ e-PTFE เพราะไขมันมีความอ่อนนุ่ม จะปรับรูปร่าง ตัวไม่ดันเนื้อเยื่อจมูกมากเกินไป จึงไม่มีปัญหาทะลุ</p>
<p>ระยะเวลาฟื้นตัว ฟื้นตัวเร็วกว่าวิธีเดิม ไม่ค่อยมีรอยซ้ำหรือรอยเขียว บวมเล็กน้อยทันทีหลังทำ วันรุ่งขึ้นสามารถไปทำงานได้ ส่วนใหญ่วันที่สามมักจะดูปกติ</p>
<p>ภาวะแทรกซ้อน การฉีดไขมันส่วนใหญ่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร เนื่องจากใช้เข็มฉีดไขมันมาตรฐานไร้คม ไม่ทำให้ฉีดเข้าไปอุดเส้นเลือดจมูกได้ จึงไม่มีปัญหาเนื้อตาย แต่ถ้าเป็นฟิลเลอร์ต้องใช้เข็มเล็ก ซึ่งมีโอกาสที่จะฉีดเข้าไปในหลอดเลือดก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนได้</p>
<p>Tip : หนังสือ Fat Injection From Filling to Regeneration อธิบายเรื่องการฉีดไขมัน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดในแง่ที่ว่า ไขมันจะอยู่รอดมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความบาดเจ็บของไขมันและเกี่ยวข้องกับอะดิโพส สเต็มเซลล์ ที่อยู่รอบ ๆ ไขมัน เมื่อสเต็มเซลล์มากขึ้น มันก็จะมีชีวิตถาวร จึงเป็นที่มาของการปลูกถ่ายย้ายไขมัน</p>
<div>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook14.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
</div>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/appeal14.jpg" alt="" border="0" /><br />
กันยายน 2554 ISSUE 05</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3195</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
