<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?cat=824&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>3 ขั้นตอน เพื่อมองหาแพทย์ศัลยกรรมคู่ใจ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=2893</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=2893#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 20:23:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวทำปากบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สวยงาม]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์ศัลยกรรมคู่ใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=2893</guid>
		<description><![CDATA[เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม สาว ๆ ที่กำลังคิดจะเสริมความงามด้วยฝีมือแพทย์ แม้จะหาข้อมูลมามากเพียงพอแล้ว ก็คงยังรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อยที่จะเลือกแพทย์ที่จะทำการศัลกรรมให้กับตัวเอง ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะว่าเรากำลังจะฝากความหวังเอาไว้ในมือคุณหมอคนนี้เลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำขั้นตอนเพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกแพทย์ศัลยกรรมของคุณมาฝากกันค่ะ 1. เลือกแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เท่านั้น การเลือกแพทย์ที่น่าเชือถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำศัลยกรรม คุณต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลหรือคลินิกที่คุณไปนั้น (ในกรณีที่ไม่ใช่โรงพยาบาล) มีใบอนุญาตประกอบการ รวมทั้งแพทย์ของคุณก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เช่นกัน ทั้งนี้ แพทย์ผู้ลงมือไม่ควรมีประวัติเสียหายเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์มาก่อนด้วย 2. เลือกแพทย์ที่เข้าใจความต้องการของคุณ เมื่อแพทย์ที่คุณเลือกมา คือคนที่คุณวางใจฝากความงามของคุณไว้ในมือเขา เพราะฉะนั้นจงเลือกแพทย์ที่คุณมั่นใจว่าเข้าอกเข้าใจในความต้องการของคุณจริง ๆ ซึ่งคุณสามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่แพทย์มีต่อคุณ ผ่านทางการพูดคุยปรึกษา การให้คำแนะนำจากแพทย์ รวมทั้งได้จากการดูแฟ้มผลงาน และการพูดคุยกับคนไข้รายก่อน ๆ ของแพทย์รายนี้ด้วย 3. เชื่อความรู้สึกแรกที่ได้พบหน้าแพทย์ แม้แต่แพทย์ศัลยกรรมเองก็แนะนำว่า ให้คนไข้เลือกแพทย์ที่ตัวเองรู้สึกถูกชะตาด้วยในครั้งแรกที่ได้พบ แม้สิ่งนี้จะไม่สามารถอ้างอิงได้จากเอกสารรับรอง หรือผลงานย้อนหลังใด ๆ แต่ก็เป็นความสบายใจทางความรู้สึก ที่เกิดขึ้นจากผู้ที่จะเข้ารับการศัลยกรรมต่อแพทย์ของตนนั่นเอง โดยความรู้สึกถูกชะตาจะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้เข้ารับการศัลยกรรมเป็นไปได้อย่างราบรื่น สาว ๆ คนไหนที่กำลังศึกษาข้อมูลเพื่อทำศัลกรรมอยู่ อย่าลืมนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประกอบในการเลือกแพทย์ของคุณด้วยนะคะ &#160; &#160; ขอบคุณ Credit ข้อมูลจาก kapook.com]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
<span id="more-2893"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2897" rel="attachment wp-att-2897"><img class="alignnone size-full wp-image-2897" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/01_1961.jpg" alt="" width="550" height="367" /></a></p>
<p>สาว ๆ ที่กำลังคิดจะเสริมความงามด้วยฝีมือแพทย์ แม้จะหาข้อมูลมามากเพียงพอแล้ว ก็คงยังรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อยที่จะเลือกแพทย์ที่จะทำการศัลกรรมให้กับตัวเอง ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะว่าเรากำลังจะฝากความหวังเอาไว้ในมือคุณหมอคนนี้เลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำขั้นตอนเพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกแพทย์ศัลยกรรมของคุณมาฝากกันค่ะ</p>
<p>1. เลือกแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เท่านั้น</p>
<p>การเลือกแพทย์ที่น่าเชือถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำศัลยกรรม คุณต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลหรือคลินิกที่คุณไปนั้น (ในกรณีที่ไม่ใช่โรงพยาบาล) มีใบอนุญาตประกอบการ รวมทั้งแพทย์ของคุณก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เช่นกัน ทั้งนี้ แพทย์ผู้ลงมือไม่ควรมีประวัติเสียหายเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์มาก่อนด้วย</p>
<p>2. เลือกแพทย์ที่เข้าใจความต้องการของคุณ</p>
<p>เมื่อแพทย์ที่คุณเลือกมา คือคนที่คุณวางใจฝากความงามของคุณไว้ในมือเขา เพราะฉะนั้นจงเลือกแพทย์ที่คุณมั่นใจว่าเข้าอกเข้าใจในความต้องการของคุณจริง ๆ ซึ่งคุณสามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่แพทย์มีต่อคุณ ผ่านทางการพูดคุยปรึกษา การให้คำแนะนำจากแพทย์ รวมทั้งได้จากการดูแฟ้มผลงาน และการพูดคุยกับคนไข้รายก่อน ๆ ของแพทย์รายนี้ด้วย</p>
<p>3. เชื่อความรู้สึกแรกที่ได้พบหน้าแพทย์</p>
<p>แม้แต่แพทย์ศัลยกรรมเองก็แนะนำว่า ให้คนไข้เลือกแพทย์ที่ตัวเองรู้สึกถูกชะตาด้วยในครั้งแรกที่ได้พบ แม้สิ่งนี้จะไม่สามารถอ้างอิงได้จากเอกสารรับรอง หรือผลงานย้อนหลังใด ๆ แต่ก็เป็นความสบายใจทางความรู้สึก ที่เกิดขึ้นจากผู้ที่จะเข้ารับการศัลยกรรมต่อแพทย์ของตนนั่นเอง โดยความรู้สึกถูกชะตาจะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้เข้ารับการศัลยกรรมเป็นไปได้อย่างราบรื่น</p>
<p>สาว ๆ คนไหนที่กำลังศึกษาข้อมูลเพื่อทำศัลกรรมอยู่ อย่าลืมนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประกอบในการเลือกแพทย์ของคุณด้วยนะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณ Credit ข้อมูลจาก kapook.com</p>
<p><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=2893</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20621</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อดี-ข้อเสีย ของการทำศัลยกรรม</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1476</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1476#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 01:48:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ของการทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อดี-ข้อเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดหน้าเรียว]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดโบท๊อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทำคาง]]></category>
		<category><![CDATA[ทำตาสองชั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ทำปากบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ทำผิวขาว.]]></category>
		<category><![CDATA[ทำลักยิ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาผิวหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาสิว]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1476</guid>
		<description><![CDATA[ข้อดี &#8211; มั่นใจขึ้น บางคนสวยขึ้น &#8211; เชื่อมั่นในหน้าตา มากขึ้น ข้อเสีย  &#8211; อาจมีภาวะแทรกซ้อนก่อน ขณะทำ และหลังทำ &#8211; อวัยวะที่ทำศัลยกรรม&#8230; ยังไงมันก็ไม่เหมือนเดิม (อาจสวยขึ้น แต่ก็มีปัญหากะมันบ่อยขึ้นเหมือนกัน) &#8211; บางคนคาดหวังมากเกินไปกับผลที่จะได้รับ แต่ก็ต้องเศร้าใจทีหลังเมื่อเกิดความผิดพลาดทางด้านเทคนิกต่างๆ &#8211; ทำให้บางคนเกิดการเสพย์ติดศัลยกรรม ทำมากเกิน ไป แก้โน่นแก้นี่ตลอดเวลา ไม่มีวันจบสิ้น ที่เห็นกันบ่อยๆ คือ &#8211; ทำตาสองชั้น&#8230; แล้วมันหลุด กลายเป็นตาสามชั้น&#8230;บางทีทำตาสองชั้น หลุดเหลือชั้นเดียว &#8211; ทำจมูก แล้วเบี้ยว&#8230; เอียง แกนเล็ก เป็นแท่ง ขอบซีลี่โผล่ ดูไม่ธรรมชาติ บางรายต้องให้หมอดัดจมูกตลอด (เห็นแล้วเจ็บแทนจริงๆ) &#8211; ทำลักยิ้มแล้วลักยิ้มหาย ฯลฯ Credit: ขอขอบคุณ siliconeclub.com Credit pic: healthspablog.org]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ข้อดี</strong><strong></strong></p>
<p>&#8211; มั่นใจขึ้น บางคนสวยขึ้น<br />
&#8211; เชื่อมั่นในหน้าตา มากขึ้น</p>
<p><span id="more-1476"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1955" rel="attachment wp-att-1955"><img class="alignnone size-medium wp-image-1955" title="Heart-Attack" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Heart-Attack-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p><strong>ข้อเสีย </strong></p>
<p>&#8211; อาจมีภาวะแทรกซ้อนก่อน ขณะทำ และหลังทำ<br />
&#8211; อวัยวะที่ทำศัลยกรรม&#8230; ยังไงมันก็ไม่เหมือนเดิม (อาจสวยขึ้น แต่ก็มีปัญหากะมันบ่อยขึ้นเหมือนกัน)<br />
&#8211; บางคนคาดหวังมากเกินไปกับผลที่จะได้รับ แต่ก็ต้องเศร้าใจทีหลังเมื่อเกิดความผิดพลาดทางด้านเทคนิกต่างๆ<br />
&#8211; ทำให้บางคนเกิดการเสพย์ติดศัลยกรรม ทำมากเกิน ไป แก้โน่นแก้นี่ตลอดเวลา ไม่มีวันจบสิ้น</p>
<p><strong>ที่เห็นกันบ่อยๆ คือ<br />
</strong><br />
&#8211; ทำตาสองชั้น&#8230; แล้วมันหลุด กลายเป็นตาสามชั้น&#8230;บางทีทำตาสองชั้น หลุดเหลือชั้นเดียว<br />
&#8211; ทำจมูก แล้วเบี้ยว&#8230; เอียง แกนเล็ก เป็นแท่ง ขอบซีลี่โผล่ ดูไม่ธรรมชาติ บางรายต้องให้หมอดัดจมูกตลอด (เห็นแล้วเจ็บแทนจริงๆ)<br />
&#8211; ทำลักยิ้มแล้วลักยิ้มหาย ฯลฯ</p>
<p>Credit:<br />
ขอขอบคุณ siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1476</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การวางแผนการผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1474</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1474#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 01:45:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[การวางแผน]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1474</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อท่านตัดสินใจว่าเอาละชาตินี้จะต้องเปลี่ยนรูปร่าง หรือขนาดของจมูก เพราะมองกระจกทีไรมันหงุดหงิดหัวใจจริงๆ ท่านจะต้องเลือกแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะแพทย์ที่ทำการผ่าตัดมีทั้งแพทย์ที่เป็นแพทย์ธรรมดาทั่วไป แพทย์ที่รักษาหูคอจมูก แพทย์ศัลยกรรมทั่วไป แพทย์ศัลยกรรมพลาสติก ท่านจะต้องเลือกแพทย์โดยดูจากความรู้ ประสบการณ์ของแพทย์ เมื่อท่านได้เลือกแพทย์แล้วท่านต้องปรึกษากับแพทย์ว่าท่านต้องการจมูกแบบไหน เมื่อแพทย์ทราบความต้องการของท่าน แพทย์จะพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ เพราะการที่จะทำให้ดูดีจะต้องคำนึงถึงปัจจัยอย่างอื่น เช่นหน้าสั้น หรือยาว หน้ากลมหรือแบน คางสั้นหรือยาวเป็นต้น แพทย์อาจจะไม่ทำตามความต้องการของท่านก็ได้หากพิจารณาแล้วว่าทำไม่ได้หรือไม่น่าดูเมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าสามารถผ่าตัดแก้ไขความพิการได้ แพทย์ก็จะอธิบายวิธีการเตรียมตัวก่อนมาผ่าตัด เช่นการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำ การสูบบุหรี่ให้งดสูบบุหรี่สักระยะหนึ่งเพราะการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่ควรรับประทานยาแก้อักเสบเพราะจะทำให้เกิดเลือดออกง่าย และการผ่าตัด โรคแทรกซ้อน สถานที่ผ่าตัด ระยะพักพื้น ที่สำคัญอย่าลืมถามราคา เพราะอาจจะทำให้ท่านเป็นลมเลยก็ได้ และให้ถามอีกว่า หากต้องผ่าตัดแก้ไขจะต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่ โดยทั่วไปจะผ่าตัดที่คลินิก นอกเสียจากว่าจะต้องผ่าตัดใหญ่หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัวจำเป็นต้องดูและ ระหว่างผ่าตัดอย่างใกล้ชิด แพทย์จะแนะนำให้ผ่าในโรงพยาบาล การระงับความรู้สึกหรือยาชา โดยมากแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ให้ท่าน สำหรับท่านที่แก้ไขมากหรือตื่นตระหนก แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยาคลายความวิตกกังวลแก่ท่าน สำหรับท่านที่ใช้การดมยาสลบท่านก็จะหลับตลอดการผ่าตัด เครดิตข้อมูลจาก http://www.kusolfacial.com/service01_a.php?id=1 http://www.dungdong.com Credit: ขอขอบคุณ siliconeclub.com Credit pic: healthspablog.org]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>เมื่อท่านตัดสินใจว่าเอาละชาตินี้จะต้องเปลี่ยนรูปร่าง หรือขนาดของจมูก เพราะมองกระจกทีไรมันหงุดหงิดหัวใจจริงๆ ท่านจะต้องเลือกแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะแพทย์ที่ทำการผ่าตัดมีทั้งแพทย์ที่เป็นแพทย์ธรรมดาทั่วไป แพทย์ที่รักษาหูคอจมูก แพทย์ศัลยกรรมทั่วไป แพทย์ศัลยกรรมพลาสติก ท่านจะต้องเลือกแพทย์โดยดูจากความรู้ ประสบการณ์ของแพทย์</div>
<div><span id="more-1474"></span></div>
<div style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1957" rel="attachment wp-att-1957"><img class="alignnone size-medium wp-image-1957" title="Health-and-Technology-ipad" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Health-and-Technology-ipad-300x248.jpg" alt="" width="300" height="248" /></a></div>
<div>เมื่อท่านได้เลือกแพทย์แล้วท่านต้องปรึกษากับแพทย์ว่าท่านต้องการจมูกแบบไหน เมื่อแพทย์ทราบความต้องการของท่าน แพทย์จะพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ เพราะการที่จะทำให้ดูดีจะต้องคำนึงถึงปัจจัยอย่างอื่น เช่นหน้าสั้น หรือยาว หน้ากลมหรือแบน คางสั้นหรือยาวเป็นต้น แพทย์อาจจะไม่ทำตามความต้องการของท่านก็ได้หากพิจารณาแล้วว่าทำไม่ได้หรือไม่น่าดูเมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าสามารถผ่าตัดแก้ไขความพิการได้ แพทย์ก็จะอธิบายวิธีการเตรียมตัวก่อนมาผ่าตัด เช่นการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำ การสูบบุหรี่ให้งดสูบบุหรี่สักระยะหนึ่งเพราะการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่ควรรับประทานยาแก้อักเสบเพราะจะทำให้เกิดเลือดออกง่าย และการผ่าตัด โรคแทรกซ้อน สถานที่ผ่าตัด ระยะพักพื้น ที่สำคัญอย่าลืมถามราคา เพราะอาจจะทำให้ท่านเป็นลมเลยก็ได้ และให้ถามอีกว่า หากต้องผ่าตัดแก้ไขจะต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่</div>
<div>
<p>โดยทั่วไปจะผ่าตัดที่คลินิก นอกเสียจากว่าจะต้องผ่าตัดใหญ่หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัวจำเป็นต้องดูและ ระหว่างผ่าตัดอย่างใกล้ชิด แพทย์จะแนะนำให้ผ่าในโรงพยาบาล</p>
<p>การระงับความรู้สึกหรือยาชา โดยมากแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ให้ท่าน สำหรับท่านที่แก้ไขมากหรือตื่นตระหนก แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยาคลายความวิตกกังวลแก่ท่าน สำหรับท่านที่ใช้การดมยาสลบท่านก็จะหลับตลอดการผ่าตัด</p>
</div>
<div>เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p>http://www.kusolfacial.com/service01_a.php?id=1</p>
<p>http://www.dungdong.com</p></div>
<div>
<p>Credit:</p>
<p>ขอขอบคุณ siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1474</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หลัก เกณฑ์การพิจารณาสถานพยาบาลและแพทย์</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1472</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1472#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 01:43:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การพิจารณา]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สถานพยาบาล]]></category>
		<category><![CDATA[หลักเกณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1472</guid>
		<description><![CDATA[เพื่อความปลอดภัยและไม่เสี่ยง ต้องคำนึงถึง มาตรฐานและคุณภาพ เป็นสำคัญ มาตรฐาน หมายถึง 1. สถานที่พยาบาลต้องถูกกฎหมายมีใบรองรับ 2. แพทย์ต้องเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ใช่หมอเถื่อนหรือหมอกระเป๋าหิ้ว &#160; เมื่อได้มาตรฐานแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ ?คุณภาพ? จากผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมาของหมอ อาจถามหมอโดยตรงหรือสอบถามจากผู้รู้ต่างๆ ไม่ใช่ดูจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว หรืออย่าตัดสินเพราะสิ่งจูงใจ เช่น การตัดราคา เมื่อได้สถานที่และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำให้เกิดความมั่นใจครบถ้วนแล้ว ข้อปฏิบัติสำหรับก่อนทำศัลยกรรมที่ผู้ทำศัลยกรรมควรทราบ คือ 1. ต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ มีประวัติหรือกำลังป่วยเป็นโรคกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคความดันและโรคเบาหวาน กลุ่มโรคเลือด เช่น โรคเลือดไหลไม่หยุดและกลุ่มโรคติดเชื้อ เช่น โรคไข้หวัด โรคไซนัส หากป่วยต้องรักษาโรคให้หายก่อน จึงจะสามารถทำศัลยกรรมได้ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่อาจส่งผลถึงชีวิตได้ 2. พักผ่อนให้เพียงพอ 3. ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ก่อนทำศัลยกรรม เพื่อให้การทำศัลยกรรมในครั้งนั้นราบรื่น ไม่ต้องสะดุดหยุดกลางคัน. Credit: ขอขอบคุณ siliconeclub.com Credit pic: healthspablog.org]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เพื่อความปลอดภัยและไม่เสี่ยง ต้องคำนึงถึง มาตรฐานและคุณภาพ เป็นสำคัญ มาตรฐาน หมายถึง</p>
<p>1. สถานที่พยาบาลต้องถูกกฎหมายมีใบรองรับ</p>
<p>2. แพทย์ต้องเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่ใช่หมอเถื่อนหรือหมอกระเป๋าหิ้ว</p>
<p><span id="more-1472"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1998" rel="attachment wp-att-1998"><img class="alignnone size-full wp-image-1998" title="bloodpressure" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/bloodpressure.jpg" alt="" width="300" height="283" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อได้มาตรฐานแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ ?คุณภาพ? จากผลงานและประสบการณ์ที่ผ่านมาของหมอ อาจถามหมอโดยตรงหรือสอบถามจากผู้รู้ต่างๆ ไม่ใช่ดูจากโฆษณาเพียงอย่างเดียว หรืออย่าตัดสินเพราะสิ่งจูงใจ เช่น การตัดราคา</p>
<p>เมื่อได้สถานที่และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำให้เกิดความมั่นใจครบถ้วนแล้ว ข้อปฏิบัติสำหรับก่อนทำศัลยกรรมที่ผู้ทำศัลยกรรมควรทราบ คือ</p>
<p>1. ต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ มีประวัติหรือกำลังป่วยเป็นโรคกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคความดันและโรคเบาหวาน กลุ่มโรคเลือด เช่น โรคเลือดไหลไม่หยุดและกลุ่มโรคติดเชื้อ เช่น โรคไข้หวัด โรคไซนัส หากป่วยต้องรักษาโรคให้หายก่อน จึงจะสามารถทำศัลยกรรมได้ โดยเฉพาะโรคหัวใจที่อาจส่งผลถึงชีวิตได้</p>
<p>2. พักผ่อนให้เพียงพอ</p>
<p>3. ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ก่อนทำศัลยกรรม เพื่อให้การทำศัลยกรรมในครั้งนั้นราบรื่น ไม่ต้องสะดุดหยุดกลางคัน.</p>
<p>Credit:<br />
ขอขอบคุณ siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1472</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลหลังผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1466</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1466#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 01:35:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแล]]></category>
		<category><![CDATA[จมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[หลังผ่า]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมดั้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1466</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากผ่าตัดทำศัลยกรรม อยู่ในช่วงของการฟักฟื้น อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการทำศัลยกรรม ซึ่งสิ่งสำคัญอย่างนึงที่ขาดไม่ได้เลยคือ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีนั่นเอง วันนี้ ก็จะขอแนะนำและบอกเล่ารายละเอียดการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดครับ นอกเหนือจากข้อปฏิบัติทั่วไปในการดูแลตนเองหลังผ่าตัด ขอแนะนำดังนี้ &#8211; นอนในท่าที่ศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศาจากพื้นราบ เพื่อลดการบวม &#8211; ห้ามสั่งน้ำมูก หลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้เกิดอาการไอหรือจาม &#8211; หลีกเลี่ยงการจับต้องหรือกระแทกจมูกโดยแรง &#8211; หลังทำใหม่ๆ อาจมีน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆออกจากแผลซึ่งอยู่ในรูจมูก ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษซับได้ แต่อย่าขยี้ &#8211; ระยะ 2-3 วันแรกอาจต้องกินอาหารอ่อน &#8211; ในรายที่มีผ้าพันหรือวัสดุคลุมจมูกไว้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ให้ดี เพราะแพทย์แต่ละคนมีวิธีการแตกต่างกันไป เป็นที่คาดหมายได้ว่า หลังทำใหม่ จมูกต้องบวม(อาจบวมไปถึงแก้ม หนังตาได้) ต้องมีอาการชา ต้องมีอาการปวดบ้าง มากน้อยขึ้นกับ ตอนทำหมอรุนแรงขนาดไหน ตัวคนไข้เองมีความไวต่อเรื่องความเจ็บปวดเท่าใด? แต่ทั้งหมดนี้ต้องน้อยลงเรื่อยๆ หรือไม่มากเกินปกติ? ถ้ามีเลือดออกสดๆ หรือ เลือดออกมาก หรือ บวมและปวดมากขึ้นๆเรื่อยๆแทนที่จะน้อยลง หรือ จมูกมีสีแดงผิดปกติ? ให้รีบปรึกษาแพทย์ด่วน! อย่ารอจนถึงวันนัด เครดิตข้อมูลจาก http://www.kusolfacial.com/service01_a.php?id=1 และ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div>หลังจากผ่าตัดทำศัลยกรรม อยู่ในช่วงของการฟักฟื้น อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการทำศัลยกรรม ซึ่งสิ่งสำคัญอย่างนึงที่ขาดไม่ได้เลยคือ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีนั่นเอง วันนี้ ก็จะขอแนะนำและบอกเล่ารายละเอียดการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดครับ</div>
<div><span id="more-1466"></span></div>
<div style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2003" rel="attachment wp-att-2003"><img class="alignnone size-medium wp-image-2003" title="midwife_0512" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/midwife_0512-300x168.jpg" alt="" width="300" height="168" /></a></div>
<div><strong>นอกเหนือจากข้อปฏิบัติทั่วไปในการดูแลตนเองหลังผ่าตัด ขอแนะนำดังนี้</strong></div>
<div>
<p>&#8211; นอนในท่าที่ศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศาจากพื้นราบ เพื่อลดการบวม<br />
&#8211; ห้ามสั่งน้ำมูก หลีกเลี่ยงการกระตุ้นให้เกิดอาการไอหรือจาม<br />
&#8211; หลีกเลี่ยงการจับต้องหรือกระแทกจมูกโดยแรง<br />
&#8211; หลังทำใหม่ๆ อาจมีน้ำเหลืองหรือเลือดจางๆออกจากแผลซึ่งอยู่ในรูจมูก ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษซับได้ แต่อย่าขยี้<br />
&#8211; ระยะ 2-3 วันแรกอาจต้องกินอาหารอ่อน<br />
&#8211; ในรายที่มีผ้าพันหรือวัสดุคลุมจมูกไว้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ให้ดี เพราะแพทย์แต่ละคนมีวิธีการแตกต่างกันไป</p>
<p>เป็นที่คาดหมายได้ว่า หลังทำใหม่ จมูกต้องบวม(อาจบวมไปถึงแก้ม หนังตาได้) ต้องมีอาการชา ต้องมีอาการปวดบ้าง มากน้อยขึ้นกับ ตอนทำหมอรุนแรงขนาดไหน ตัวคนไข้เองมีความไวต่อเรื่องความเจ็บปวดเท่าใด? แต่ทั้งหมดนี้ต้องน้อยลงเรื่อยๆ หรือไม่มากเกินปกติ? ถ้ามีเลือดออกสดๆ หรือ เลือดออกมาก หรือ บวมและปวดมากขึ้นๆเรื่อยๆแทนที่จะน้อยลง หรือ จมูกมีสีแดงผิดปกติ? ให้รีบปรึกษาแพทย์ด่วน! อย่ารอจนถึงวันนัด</p>
</div>
<div>เครดิตข้อมูลจาก http://www.kusolfacial.com/service01_a.php?id=1</div>
<div>และ http://www.dungdong.com</div>
<div>
<hr />
</div>
<div>แพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลหลังการเสริมจมูก ให้คุณทำตามที่แพทย์แนะนำจะได้หายเร็วขึ้นการดูแลหลังการเสริมจมูกก็เป็นวิธีง่าย ๆ คือ1. ประคบผ้าเย็นประมาณ 24-48 ชม. หลังจากนั้นถ้ามีรอยฟกช้ำให้ใช้น้ำอุ่นต่อ2. นอนศีรษะสูง หนุนหมอนประมาณ 2-3 ใบ3. จมูกจะบวมประมาณ 2-3 วัน ในวันที่ 4 ก็จะเริ่มยุบ4. ทานอาหารตามปกติ ยกเว้นอาหารรสจัด ให้งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และบุหรี่ ในช่วง 2 อาทิตย์แรก</p>
<p>5. ให้มาพบแพทย์หลังการผ่าตัดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ตามที่แพทย์นัด</p>
<p>โดย ทั่วไปจมูกจะยุบบวม และเข้าที่ประมาณ 1 เดือน ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังพอสมควร เรื่องการโดนกระแทก และควรอยู่ห่างเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ เพราะต้องรอเวลาเพื่อให้แท่งซิลิโคนถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มให้แน่นมากๆ ก่อน (ประมาณ 1-3 เดือน) จึงจะสามารถทนแรงกระทบได้มาก แล้วคุณสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติพร้อมกับมีจมูกที่โด่งสวยอีกด้วย</p>
<p>ดังนั้นคุณที่คิดจะเสริมจมูก ต้องเน้นว่า จะต้องปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะผ่าตัดกับโรงพยาบาลที่ดีเท่านั้น จะได้ไม่มีปัญหาตามมา</p>
<p>แต่ สำหรับผู้ที่ทำไปแล้วและเกิดเป็นปัญหาก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะแพทย์สามารถแก้ไข ให้คุณได้ครับ มาดูกันว่าโดยส่วนใหญ่มีปัญหาอะไรและแพทย์จะแก้ไขได้อย่างไรกันบ้าง เริ่มจากจมูกคุณคดก่อนเลยก็แล้วกันนะครับ</p>
<p>จมูกคดเอียง เนื่องจากแท่งซิลิโคน แพทย์จะแก้ไขโดยเอาแท่งซิลิโคนเก่าออก และปรับช่องว่าง (Pocket) ใหม่ให้ตรงแนวกลางของจมูก แล้วใส่แท่งซิลิโคนใหม่ให้ เป็นอันเรียบร้อย หลังผ่าตัดแก้ไขจมูกคดควรจะใส่เฝือกจมูกไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ จะได้ไม่คดเอียงอีก</p>
<p>จมูกสูง หรือตำเกินไป ปัญหานี้แพทย์จะแก้ไขโดยการผ่าตัด เพื่อปรับแต่งแท่งซิลิโคนใหม่ ให้ได้รูปและขนาดตามที่คุณต้องการ</p>
<p>ปลายจมูกบางแต่ยังไม่ทะลุ ปัญหานี้แก้ไขโดยแพทย์จะใช้เนื้อเยื่อบริเวณหลังใบหูด้านใดด้านหนึ่ง (Dermal-fat graft) หรืออาจจะมีส่วนกระดูกอ่อนของใบหู (Cartilageneus graft) แล้วแต่กรณีมาเสริมบริเวณเนื้อเยื่อปลายจมูก เมื่อเนื้อเยื่อใหม่อยู่ตัวแล้ว ปลายจมูกจะมีผิวหนังที่แข็งแรงขึ้น ลำหรับแท่งซิลิโคนควรปรับเปลี่ยนใหม่ให้แรงกดไม่อยู่บริเวณปลายจมูกมากนัก</p>
<p>จมูกที่มีแท่งซิลิโคนทะลุ กรณีนี้ต้องเอาแท่งซิลิโคนออก ปลายจมูกจะยุบตัวลงและมีรอยแผลเป็น</p>
<p>จมูกมีการติดเชื้ออักเสบ มักจะพบในช่วง 1-2 อาทิตย์ หลังจากเสริมจมูก จมูกจะมีอาการปวดบวม แดง ร้อน กรณีนี้ต้องเอาแท่งซิลิโคนออกก่อน เมื่ออาการอักเสบหายหมดจึงจะใส่แท่งซิลิโคนใหม่ได้</p>
<p>โดยทั่วไป แล้ว การเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน เป็นวิธีที่ทำกันแพร่หลายและได้ผลดีมาก คุณไม่ต้องเป็นกังวลใด ๆ เพียงคุณเลือกทำในโรงพยาบาลที่พร้อม มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และทำตามที่หมอแนะนำข้างต้น ที่สำคัญคือ อย่าพยายามเสริมจมูกสูงหรือเลือกทรงจมูกที่ฝืนธรรมชาติมากเกินไป คุณก็จะได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้โดดเด่นสวยเก๋มีจมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้า แน่นอน</p>
<p>ที่มา : บทความจากแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง</p>
</div>
<div>
<p>Credit:</p>
<p>ขอขอบคุณ siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1466</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18380</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อควรรู้ก่อนทำศัลยกรรมตกแต่ง</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1463</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1463#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 01:29:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนทำ]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อควรรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรมตกแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมความงาม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1463</guid>
		<description><![CDATA[ชีวิต การทำงานสมัยใหม่เต็มไปด้วยวาระของการเข้าสังคม ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนองาน ในที่ประชุมใหญ่ การเสนอขายสินค้าหรืองานเลี้ยงฉลองความสำเร็จในโอกาสต่างๆ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องลุกขึ้นมาปรับโฉมให้ดูดีตลอดเวลา ในช่วงขณะที่อยู่ในสายตาของผู้อื่น ดังนั้นการทำศัลยกรรมตกแต่ง จึงกลายเป็นคำตอบของการสวยแบบทันใจ ปัจจุบันมีผู้สนใจทำศัลยกรรมตกแต่งจำนวนมาก เช่นการทำจมูกและตาสองชั้น รวมถึงการผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา การเสริมหน้าอกและการดูดไขมัน ซึ่งเป็นการทำศัลยกรรม เพื่อเสริมบุคลิกภาพ เน้นเสริม เติม แต่ง ให้บุคลิกดูดีขึ้นเป็นหลัก ถ้าคิดจะทำศัลยกรรม สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัย ควรต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมนั้นๆ ให้มากที่สุด การพิจารณาสถานพยาบาลและแพทย์ เพื่อความปลอดภัยต้องดูถึงมาตรฐานและคุณภาพมาตรฐาน ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย มีใบรับรองและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เป็นสำคัญ คุณภาพสามารถดูจากการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา ข้อดี ข้อเสีย ของการผ่าตัดแต่ละชนิด ซึ่งย่อมแสดงถึงความจริงใจที่ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้นั้นมีต่อคนไข้ และที่สำคัญจรรยาบรรณในวิชาชีพของศัลยแพทย์ตกแต่งที่ดีนั้น ย่อมไม่เสนอแนะหรือแนะนำคนไข้ว่าคุณต้องผ่าตัดอะไร เพื่อเสริมบุคลิกภาพ แต่คนไข้เองที่จะต้องเป็นผู้ถามแพทย์เองว่า เขาสามารถผ่าตัดเพื่อเสริมบุคลิกภาพ หรือเพื่อความสวยงาม (Cosmetic ) ได้หรือไม่ ซึ่งศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีจรรยาบรรณที่ดี จะใช้ดุลยพินิจตามความรู้ ความสามารถของเขาในการตอบเพียงว่าทำได้ โดย&#8230; หรือทำไม่ได้ เพราะ&#8230; ดังนั้นการตัดสินใจว่าจะผ่าตัดหรือไม่ จึงขึ้นกับคนไข้เป็นสำคัญไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่ง ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมตกแต่ง? 1.ต้อง มีสุขภาพแข็งแรง [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><br />
</strong></p>
<p>ชีวิต การทำงานสมัยใหม่เต็มไปด้วยวาระของการเข้าสังคม ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนองาน ในที่ประชุมใหญ่ การเสนอขายสินค้าหรืองานเลี้ยงฉลองความสำเร็จในโอกาสต่างๆ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องลุกขึ้นมาปรับโฉมให้ดูดีตลอดเวลา ในช่วงขณะที่อยู่ในสายตาของผู้อื่น ดังนั้นการทำศัลยกรรมตกแต่ง จึงกลายเป็นคำตอบของการสวยแบบทันใจ</p>
<p><span id="more-1463"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2005" rel="attachment wp-att-2005"><img class="alignnone size-medium wp-image-2005" title="hair-loss-1" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/hair-loss-1-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p>ปัจจุบันมีผู้สนใจทำศัลยกรรมตกแต่งจำนวนมาก เช่นการทำจมูกและตาสองชั้น รวมถึงการผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา การเสริมหน้าอกและการดูดไขมัน ซึ่งเป็นการทำศัลยกรรม เพื่อเสริมบุคลิกภาพ เน้นเสริม เติม แต่ง ให้บุคลิกดูดีขึ้นเป็นหลัก ถ้าคิดจะทำศัลยกรรม สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความปลอดภัย ควรต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมนั้นๆ ให้มากที่สุด</p>
<p>การพิจารณาสถานพยาบาลและแพทย์ เพื่อความปลอดภัยต้องดูถึงมาตรฐานและคุณภาพมาตรฐาน ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ถูกกฎหมาย มีใบรับรองและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง เป็นสำคัญ คุณภาพสามารถดูจากการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา ข้อดี ข้อเสีย ของการผ่าตัดแต่ละชนิด ซึ่งย่อมแสดงถึงความจริงใจที่ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้นั้นมีต่อคนไข้ และที่สำคัญจรรยาบรรณในวิชาชีพของศัลยแพทย์ตกแต่งที่ดีนั้น ย่อมไม่เสนอแนะหรือแนะนำคนไข้ว่าคุณต้องผ่าตัดอะไร เพื่อเสริมบุคลิกภาพ แต่คนไข้เองที่จะต้องเป็นผู้ถามแพทย์เองว่า เขาสามารถผ่าตัดเพื่อเสริมบุคลิกภาพ หรือเพื่อความสวยงาม (Cosmetic ) ได้หรือไม่ ซึ่งศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีจรรยาบรรณที่ดี จะใช้ดุลยพินิจตามความรู้ ความสามารถของเขาในการตอบเพียงว่าทำได้ โดย&#8230; หรือทำไม่ได้ เพราะ&#8230; ดังนั้นการตัดสินใจว่าจะผ่าตัดหรือไม่ จึงขึ้นกับคนไข้เป็นสำคัญไม่ใช่ศัลยแพทย์ตกแต่ง ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมตกแต่ง?</p>
<p>1.ต้อง มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติหรือกำลังป่วยเป็นโรคกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ โรคหัวใจ โรคความดันและโรคเบาหวาน กลุ่มโรคเลือด เช่น โรคเลือดไหลไม่หยุดและกลุ่มโรคติดเชื้อ เช่น โรคไข้หวัด โรคไซนัส หากป่วยต้องรักษาให้หายก่อน หรือความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับที่คุมอาการได้ และไม่เสี่ยงต่อการผ่าตัด ซึ่งจำเป็นต้องปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งก่อนเสมอ<br />
จึงจะสามารถทำศัลยกรรมได้?????????</p>
<p>2.พักผ่อนให้เพียงพอให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่งโมง</p>
<p>3.ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6-8 ชั่งโมง ก่อนทำ เพื่อให้การทำศัลยกรรมตกแต่ง ในครั้งนั้นราบรื่นไม่ต้องสะดุดหยุดกลางคัน เพราะต้องเลื่อนเวลาหรือวันผ่าตัด</p>
<p>4.หากมีอายุน้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน</p>
<p><strong>เกร็ดความรู้ : ศัลยกรรมการเสริมจมูก</strong></p>
<p>โครงสร้างของใบหน้าที่งดงามประกอบไปด้วย รูปโครงหน้า คิ้ว ตา ปาก และจมูก ถ้าคุณมีรูปหน้าดี คิ้วดี ตาสวย ปากบาง แต่จมูกแบนบาน คุณก็ดูแค่ธรรมดา แต่หากมีจมูกเป็นสันสวยรับกับใบหน้า คุณก็จะเป็นคนที่สวยโดดเด่นขึ้นมาในทันใด ดังนั้นจึงไม่แปลกใช่มั้ยถ้าหมอจะบอกว่า การเสริมจมูก เป็นศัลยกรรมตกแต่งที่สาวไทย (หนุ่ม ๆ ด้วย) นิยมทำกันมากที่สุดอย่างหนึ่ง ใคร ๆ ก็อยากสวยอยากหล่อดูดีมีดั้งโด่งเป็นสันคมเข้มทั้งนั้นแหละครับ</p>
<p>ในบทนี้หมอจึงจะแนะนำวิธีการเพิ่มสวยเติมหล่อด้วยการเสริมจมูกที่ปลอดภัยมาให้ได้ทราบกัน</p>
<p>การเสริมจมูก เป็นการตกแต่งโครงสร้างของจมูกให้ดูสูงขึ้น ทำให้โครงสร้างจมูกมีรูปร่างที่สวยงามขึ้น การผ่าตัดเสริมจมูกมีทำกันมานานหลายสิบปีแล้ว คนที่มีโครงสร้างของจมูกแบนทั้งผู้ชายและหญิงสาวสามารถรับการผ่าตัดเสริม จมูกได้ ควรจะมีอายุอย่างน้อย 16 ปี ขึ้นไป<br />
<strong><br />
วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกมีหลายชนิด จำแนกง่าย ๆ คือ</strong></p>
<p>1. จากร่างกายของผู้รับการผ่าตัด (Autograft)<br />
เช่น กระดูก กระดูกอ่อน ฯลฯ วิธีนี้ส่วนใหญ่จะใช้เสริมจมูกคนไข้ที่มีจมูกผิดรูป เนื่องจากอุบัติเหตุหรือแก้ไขความพิการจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น เนื้องอก ความพิการแต่กำเนิด เป็นต้น และไม่เหมาะสำหรับการผ่าตัดเสริมจมูก เพื่อความงามสำหรับบุคคลทั่ว ๆ ไป</p>
<p>2. วัสดุสังเคราะห์ (Synthetic prothesis)<br />
เช่น ซิลิโคนแท่ง (Silicone) ที่ใช้ในวงการแพทย์ (Medical grade) เพราะจะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก ซึ่งทำให้ร่างกายสามารถรับและห่อหุ้มแท่งซิลิโคนให้ยึดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ ดี</p>
<p>ยังมีวัสดุอีกหลายชนิดที่มีการนำมาเสริมจมูก แต่ปัจจุบันนี้วัสดุทั้ง 2 อย่างนี้ยังเป็นที่ใช้กันแพร่หลายมาก</p>
<p>คุณ รู้แล้วนะครับว่า ส่วนมากแพทย์จะเลือกใช้ซิลิโคนแท่งในการผ่าตัดเสริมจมูก ทีนี้ถ้าคุณต้องการที่จะเสริมจมูกให้โด่งสวย คุณต้องปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน และพึงทราบว่า การผ่าตัดเสริมจมูกนั้นมีความสำคัญมาก เพราะจมูกเป็นโครงสร้างที่อยู่บนส่วนกลางของใบหน้า</p>
<p>ดังนั้นควร พิจารณาควบคู่ไปกับโครงสร้างอื่น ๆ เช่น คิ้ว หน้าผาก ตา แก้ม และริมฝีปากด้วย ซึ่งโครงสร้างอื่น ๆ จะมีส่วนในการกำหนดความสูง ความกว้างของตัวจมูก และปลายจมูกด้วย</p>
<p>แพทย์จะ สอบถามความต้องการของคุณ และตรวจสอบโครงสร้างของจมูก รวมถึงเนื้อเยื่อในโพรงจมูกด้านนอก (Anterior nare) และจะพิจารณาส่วนต่าง ๆ ในโครงหน้าประกอบด้วยว่า ถ้าทำแล้วดูสวยดูดีเหมาะกับรูปหน้าของคุณหรือไม่ ถ้าเห็นว่าโอเค..สวยคุณก็จะได้จมูกโด่งตามที่คุณต้องการถ้าเห็นว่าไม่เหมาะ เช่น โด่งเกินไป แหลมเกินไป อาจเกิดผลข้างเคียงได้ หมออาจแนะนำให้คุณลดขนาดลงมาแทน หรือดูให้เหมาะสมกับคุณเป็นคุณที่สวยไม่เหมือนใครก็ได้ ดังนั้นขั้นตอนนี้คุณจึงต้องแจ้งความประสงค์และพูดคุยทำความเข้าใจกับแพทย์ ให้ดี เพราะสวยของคุณกับสวยของแพทย์อาจไม่ตรงกันก็ได้</p>
<p>นอกจาก นั้นคุณควรแจ้งให้แพทย์ทราบว่า คุณเคยผ่าตัดอะไรเกี่ยวกับจมูกมาหรือเปล่า มีโรคประจำตัวมั้ย หรือแพ้ยาอะไรบ้าง และถ้าคุณยังมีปัญหาใดสงสัยที่ต้องให้แพทย์อธิบาย ก็ถามให้หมดเพื่อความสบายใจ</p>
<p>หลังจากที่คุณกับแพทย์ทำความเข้าใจ กันเป็นที่เรียบร้อย แพทย์ก็จะทำการผ่าตัด เพราะการผ่าตัดเสริมจมูกเป็นการผ่าตัดที่ไม่ยุ่งยากนัก และใช้เวลาไม่นาน ชั่วโมงเดียวก็เสร็จแล้ว คุณจึงสามารถรับการผ่าตัดได้เลย<br />
#ว่าแล้วแพทย์ก็จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้คุณนอนหลับ ลดอาการวิตก และทำให้การฉีดยาชารอบจมูกสามารถกระทำได้ง่าย และคุณก็ไม่รู้สึกเจ็บด้วย</p>
<p>#หลังจากนั้นเมื่อมีการวัดจมูกเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะนำแท่งซิลิโคน ซึ่งได้ตกแต่งและทำรูปร่างให้เรียบร้อยตามที่กำหนดไว้มาใส่ที่สันจมูก โดยแผลที่ผ่าตัดจะมีความยาวประมาณ 1 ซม. บริเวณขอบรูจมูก อาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ ตามแต่ความถนัดของแพทย์</p>
<p>#จากนั้นจะมีการผ่าตัดสร้างช่องว่าง (Pocket) ที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก ให้สามารถใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้ได้</p>
<p>#เมื่อใส่เข้าไปก็ตรวจสอบความเรียบร้อย เย็บปิดแผลประมาณ 3 เข็ม ปิดพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูก เพื่อช่วยป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวมเป็นอันเรียบร้อย ทั้งนี้การใช้วัสดุเย็บแผลหรือชนิดพลาสเตอร์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ แต่ละท่าน</p>
<p>#แพทย์จะให้คุณนอนพักประมาณ 1 ชม. เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีฤทธิ์ยานอนหลับตกค้างอยู่แล้ว คุณก็สามารถกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องพักค้างคืนที่โรงพยาบาล</p>
<p>ที่มา : บทความจากแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง</p>
<p>Credit:</p>
<p>ขอขอบคุณ sikarin.com และ siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1463</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไม่กลัว กลัว (ทำแล้ว) ไม่สวย</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1408</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1408#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 00:24:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กลัว]]></category>
		<category><![CDATA[ทำไม่กลัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผิดพลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สวยงาม]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไข]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่สวย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1408</guid>
		<description><![CDATA[บทความจาก หนังสือ &#8220;อ่านเถอะถ้าอยากสวย&#8221; โดย นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม คราวก่อนพูดถึงผู้ชายสมัยนี้นิยมทำศัลยกรรมกันมากขึ้น ส่วนผู้หญิงก็มีมากไม่แพ้กัน แต่จะทำสวยทำหล่อสักที ต้องเลือกหมอ เลือกสถานที่อย่างไรให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัย ไร้กังวล เห็นทีต้องเริ่มจากการหาข้อมูลก่อนครับ ใครที่ติดตามข่าวสารด้านความสวยความงามอยู่เป็นประจำ คงได้ยินข่าวร้ายๆ เกี่ยวกัยการทำศัลยกรรมเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นดาราสาวอยากหน้าเด้ง สุดท้ายกลายเป็นหน้าเละ หรือสาวอยากอึ๋ม แต่ต้องจบชีวิตลงเนื่องจากคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปเสริมนมทะลุปอด ถ้าใครไม่รู้ก็คิดว่าศัลยกรรมนี่อันตรายจริงๆ แต่ถ้าอ่านลงไปในรายละเอียด จะพบว่าส่วนมากแล้วเกิดจากการกระทำของผู้ที่ไม่ใ่ช่แพทย์ หรือที่เรียกว่าหมอเถื่อนนั่นแหละ ใครที่สำนึกว่าถูกหลอกก็สายไปเสียแล้ว จะแก้ไขก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด บางรายทำมาแค่ไม่กี่พัน แต่เวลาแก้ไขต้องจ่ายเป็นหมื่นเป็นแสน แถมยังแก้ได้ไม่หมดอีกด้วย ครั้นจะไปเอาเรื่อง คุณท่านเหล่านั้นก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนกันหมดแล้ว อยากสวยต้องรู้ ความสวยความงามไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่ทำวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะสายเกินไป หรือตลาดจะวายจนหาคนทำให้ไม่ได้ อยากสวยคงต้องใจเย็นๆ อยากศัลยกรรมตรงไหน ตา หู จมูก หน้า นม ท้อง ก็ควรไปทำการบ้านมาบ้าง ข้อมูลในปัจจุบันมีอยู่เยอะแยะื เช่น เว็บไซต์ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย www.plasticsurgery.or.th หรือจะเป็นเว็บไซต์ของผู้เขียนก็ได้ที่ www.siamswan.com จากนั้นกลับมาพิจารณาว่าใช่ที่คุณอยากได้หรือเปล่า มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง และรับมันได้หรือไม่ หาให้ถูกหมอ คงไม่มีใครบ้าพอที่จะไปหาหมอเด็กเพื่อทำศัลยกรรมนะครับ เรื่องของศัลยกรรมความงามเป็นสาขาวิชาเฉพาะทางที่แพทย์จะต้องเรียนรู้อย่างแตกฉาน [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>บทความจาก หนังสือ &#8220;อ่านเถอะถ้าอยากสวย&#8221; โดย นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม</p>
<p>คราวก่อนพูดถึงผู้ชายสมัยนี้นิยมทำศัลยกรรมกันมากขึ้น ส่วนผู้หญิงก็มีมากไม่แพ้กัน แต่จะทำสวยทำหล่อสักที ต้องเลือกหมอ เลือกสถานที่อย่างไรให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัย ไร้กังวล เห็นทีต้องเริ่มจากการหาข้อมูลก่อนครับ</p>
<p><span id="more-1408"></span></p>
<p><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1961" rel="attachment wp-att-1961"><img class="alignnone size-full wp-image-1961 aligncenter" title="200384936-003" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Hay-fever-and-asthma-treatment.jpg" alt="" width="216" height="296" /></a></p>
<p>ใครที่ติดตามข่าวสารด้านความสวยความงามอยู่เป็นประจำ คงได้ยินข่าวร้ายๆ เกี่ยวกัยการทำศัลยกรรมเป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็นดาราสาวอยากหน้าเด้ง สุดท้ายกลายเป็นหน้าเละ หรือสาวอยากอึ๋ม แต่ต้องจบชีวิตลงเนื่องจากคอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปเสริมนมทะลุปอด</p>
<p>ถ้าใครไม่รู้ก็คิดว่าศัลยกรรมนี่อันตรายจริงๆ แต่ถ้าอ่านลงไปในรายละเอียด จะพบว่าส่วนมากแล้วเกิดจากการกระทำของผู้ที่ไม่ใ่ช่แพทย์ หรือที่เรียกว่าหมอเถื่อนนั่นแหละ ใครที่สำนึกว่าถูกหลอกก็สายไปเสียแล้ว จะแก้ไขก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด บางรายทำมาแค่ไม่กี่พัน แต่เวลาแก้ไขต้องจ่ายเป็นหมื่นเป็นแสน แถมยังแก้ได้ไม่หมดอีกด้วย ครั้นจะไปเอาเรื่อง คุณท่านเหล่านั้นก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนกันหมดแล้ว</p>
<p>อยากสวยต้องรู้<br />
ความสวยความงามไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่ทำวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะสายเกินไป หรือตลาดจะวายจนหาคนทำให้ไม่ได้ อยากสวยคงต้องใจเย็นๆ อยากศัลยกรรมตรงไหน ตา หู จมูก หน้า นม ท้อง ก็ควรไปทำการบ้านมาบ้าง ข้อมูลในปัจจุบันมีอยู่เยอะแยะื เช่น เว็บไซต์ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย www.plasticsurgery.or.th หรือจะเป็นเว็บไซต์ของผู้เขียนก็ได้ที่ www.siamswan.com จากนั้นกลับมาพิจารณาว่าใช่ที่คุณอยากได้หรือเปล่า มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง และรับมันได้หรือไม่</p>
<p>หาให้ถูกหมอ<br />
คงไม่มีใครบ้าพอที่จะไปหาหมอเด็กเพื่อทำศัลยกรรมนะครับ เรื่องของศัลยกรรมความงามเป็นสาขาวิชาเฉพาะทางที่แพทย์จะต้องเรียนรู้อย่างแตกฉาน โดยมีความรู้พื้นฐานด้านศัลยกรรมตกแต่งมาเป็นอย่างดี แพทย์ที่ให้การรักษาจึงควรต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์อยู่ในตัว ข้อสำคัญต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยเป็นที่ตั้ง ศัลยแพทย์ความงามที่ดีควรให้ข้อมูลทั้งสองด้าน ไม่ใช่พูดแต่เรื่องดีๆ เพียงอย่างเดียว รวมถึงข้อจำกัดและข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้</p>
<p>หรือในกรณีหมอพูดดูเลิศเลอ แต่แปลกๆ ยังไงชอบกล เช่น วิธีใหม่ในการเสริมจมูก ไม่ต้องผ่าตัด ฉีดสาร&#8230; เข้าไปเลย ไม่พอใจเราสามารถดูดออกมาได้หมด ฟังดูถ้าไม่คิดมากก็จะรู้สึกว่าเป็นวิธีที่เยี่ยมมาก แต่ถ้าคิดต่ออีกนิดหนึ่งคุณก็จะพบว่ามันเป็นไปไม่ได้ ที่จะดูดสารที่ฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วออกมาจนหมดอย่างง่ายดาย คิดง่ายๆ ว่าปูนกับทรายเมื่อผสมกันแล้ว คุณจะแยกแต่ทรายออกมาจากปูนได้หรือไม่ ลองคิดดูเอาเองแล้วกันนะครับว่าอยากได้หมอประเภทไหน</p>
<p>สถานที่ต้องใช่<br />
ศัลยกรรมนะครับ ไม่ใช่ขายเครื่องสำอางที่จะทำแบบไหน ตรงไหนก็ได้ ขึ้นชื่อว่าศัลยกรรม เรื่องความสะอาดปลอดเชื้อต้องมาเป็นอันดับแรก สถานที่อุปกรณ์ต้องพร้อม ได้มาตรฐานเฉพาะทาง สถานที่ควรเป็นระเบียบ สะอาดและดูสวยงาม และถ้าพิถีพิถันมากกว่านั้นแอบดูห้องผ่าตัดสักนิด ห้องพักฟื้นเสียหน่อยคงไม่เสียหายอะไร</p>
<p>ดูโฆษณาได้ แต่ห้ามเชื่อทั้งหมด<br />
คงต้องยอมรับว่าสื่อมีอิทธิพลต่อเราๆ ท่านๆ เป็นอย่างมาก ศัลยกรรมความงามเป็นอีกหนึ่งบริการที่ได้รับความนิยมค่อนข้้างสูง และมักได้รับการนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ เป็นจำนวนมากทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นควรใช้วิจารณญาณให้มากๆ ในการรับข้อมูลข่าวสาร เพราะบางครั้งสื่ออาจนำเสนอเพียงด้านเดียว ทางที่ดีควรสอบถามจากคนที่เคยไปใช้บริการมาก่อน หรือเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆ ด้วย สุดท้ายถ้าอยากรู้จริงๆ ก็คงต้องเข้าไปคุยกับคุณหมอเองเลยจะดีที่สุดครับ</p>
<p>ไม่พร้อม ไม่แน่ใจ กลับมาตั้งต้นใหม่<br />
อย่างที่บอกแต่แรกว่าศัลยกรรมเป็นเรื่องที่รอได้ ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าจะทำดีหรือไม่ หรือยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ควรกลับมาทบทวนใหม่อีกรอบ ถ้าข้อมูลไม่พอก็หาเพิ่ม คุยกับคุณหมอท่านนี้ยังรู้สึกว่าไม่ใช่ ก็ลองไปปรึกษาคุณหมอท่านอื่นดูได้ จากน้นค่อยตัดสินใจอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นเวลาืั้ที่คุณพร้อมที่สุดทั้งร่างกายและจิตใจ</p>
<p>เพื่อป้องกันความผิดหวัง คงต้องใช้สุภาษิตของฝรั่งที่ว่า &#8220;ไปให้ถูกที่ ทำให้ถูกเวลาและใช้บริการให้ถูกคน&#8221; เพื่อความสวยที่ถูกใจและปลอดภัยในเวลาเดียวกันครับ</p>
<p>Q: ถ้าอยากรู้ว่าเป็นหมอศัลยกรรมตกแต่งหรือไม่ จะสอบถามได้ที่ไหน<br />
A: คุณสามารถตรวจสอบรายชื่อคุณหมอ ได้ที่สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ซอยศูนย์วิจัย โทร. 0-2716-6214</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ablehealth11.blogspot.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1408</wfw:commentRss>
		<slash:comments>49</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ชายกับศัลยกรรม (Cosmetic surgery for Men)</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1401</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1401#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 00:14:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ชาย]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1401</guid>
		<description><![CDATA[บทความโดย นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีใครมาบอกเราว่าผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนนั้นไปทำศัลยกรรมมา ทุกคนมักจะลงความเห็นไปในทันทีว่า ต้องเป็นผู้หญิงประเภทสองอย่างแน่นอน แต่สำหรับวันนี้ทุกคนเห็นเป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ผู้ชายแท้ๆ สักคนจะเดินเข้าคลินิกศัลยกรรมอย่างเปิดเผย ไม่ต้องปิดบังหรือหลบซ่อนอีกต่อไป &#160; ผู้ชายที่เปลี่ยนไป โลกที่เปลี่ยนไป สังคมที่เปลี่ยนไป ทัศนคติก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันคุณผู้ชาย (แท้ๆ) ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย ดูได้จากฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่เปิดกันเป็นดอกเ็ห็ด มีทั้งเทรนเนอร์กลุ่มและเทรนเนอร์ส่วนตัว หรือการดูแลผิวพรรณด้วยเครื่องสำอางสำหรับคุณผู้ชายโดยเฉพาะ ถ้าเปรียบกับผู้ชายสมัยคุณพ่อ แค่ทาครีมกันแดดก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยอมรับกันไม่ได้แล้ว แต่ทุกวันนี้ใครที่ไม่ได้ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน กลับจะดูเป็นเรื่องผิดปกติไป คุณผู้ชายรุ่นใหม่ดูแลตัวเองมากกว่าคนรุ่นก่อนเอามากๆ เพื่อให้ตนเองดูดีตลอดเวลา ทั้งนี้เป็นเพราะเขาเหล่านั้นทราบดีว่า ในสังคมปัจจุบันนอกจากความรู้ดีแล้ว บุคลิกภาพ รูปร่างหน้าตาจะมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน จึงไม่ยอมปล่อยให้กาลเวลามากระชากเอาความดูดี ความสดใสของตนเองที่ดูแลมาโดยตลอดไปได้ ทำไมผู้ชายจึงสนใจเรื่องศัลยกรรม ถึงแม้คุณผู้ชายจะดูแลตนเองมากแค่ไหน ก็ยังจะมีบางส่วนที่ไม่สามารถจัดการให้ดูดีสมใจได้ อีกทั้งกาลเวลาก็ไม่เคยปรานีใครเช่นกัน สักวันหนึ่งทุกอย่างก็จะร่วงโรยและหย่อนยานไปตามกาลเวลา และด้วยทัศนคติในเรื่องบุคลิกภาพต่อความสำเร็จที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีความมั่นใจกลับคืนมา ประกอบกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและทันสมัย ทำให้ &#8220;ปฏิบัติการคืนวัย&#8221; ไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป ความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว จากสถิติการทำศัลยกรรมตกแต่งในประเทศอเมริกาปี 2006 พบว่าในจำนวนผู้ที่ใช้บริการทางด้านศัลยกรรมประมาณ 10 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชายถึง [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>บทความโดย นพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม</p>
<p>ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีใครมาบอกเราว่าผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนนั้นไปทำศัลยกรรมมา ทุกคนมักจะลงความเห็นไปในทันทีว่า ต้องเป็นผู้หญิงประเภทสองอย่างแน่นอน แต่สำหรับวันนี้ทุกคนเห็นเป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ผู้ชายแท้ๆ สักคนจะเดินเข้าคลินิกศัลยกรรมอย่างเปิดเผย ไม่ต้องปิดบังหรือหลบซ่อนอีกต่อไป</p>
<p><span id="more-1401"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1964" rel="attachment wp-att-1964"><img class="alignnone size-full wp-image-1964" title="Depression-affect-young-people-Life" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Depression-affect-young-people-Life.jpg" alt="" width="600" height="492" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้ชายที่เปลี่ยนไป<br />
โลกที่เปลี่ยนไป สังคมที่เปลี่ยนไป ทัศนคติก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ในปัจจุบันคุณผู้ชาย (แท้ๆ) ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย ดูได้จากฟิตเนสเซ็นเตอร์ที่เปิดกันเป็นดอกเ็ห็ด มีทั้งเทรนเนอร์กลุ่มและเทรนเนอร์ส่วนตัว หรือการดูแลผิวพรรณด้วยเครื่องสำอางสำหรับคุณผู้ชายโดยเฉพาะ</p>
<p>ถ้าเปรียบกับผู้ชายสมัยคุณพ่อ แค่ทาครีมกันแดดก็ดูจะเป็นเรื่องที่ยอมรับกันไม่ได้แล้ว แต่ทุกวันนี้ใครที่ไม่ได้ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน กลับจะดูเป็นเรื่องผิดปกติไป คุณผู้ชายรุ่นใหม่ดูแลตัวเองมากกว่าคนรุ่นก่อนเอามากๆ เพื่อให้ตนเองดูดีตลอดเวลา</p>
<p>ทั้งนี้เป็นเพราะเขาเหล่านั้นทราบดีว่า ในสังคมปัจจุบันนอกจากความรู้ดีแล้ว บุคลิกภาพ รูปร่างหน้าตาจะมีส่วนช่วยให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน จึงไม่ยอมปล่อยให้กาลเวลามากระชากเอาความดูดี ความสดใสของตนเองที่ดูแลมาโดยตลอดไปได้</p>
<p>ทำไมผู้ชายจึงสนใจเรื่องศัลยกรรม<br />
ถึงแม้คุณผู้ชายจะดูแลตนเองมากแค่ไหน ก็ยังจะมีบางส่วนที่ไม่สามารถจัดการให้ดูดีสมใจได้ อีกทั้งกาลเวลาก็ไม่เคยปรานีใครเช่นกัน สักวันหนึ่งทุกอย่างก็จะร่วงโรยและหย่อนยานไปตามกาลเวลา และด้วยทัศนคติในเรื่องบุคลิกภาพต่อความสำเร็จที่เปลี่ยนไป ทำให้ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีความมั่นใจกลับคืนมา ประกอบกับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและทันสมัย ทำให้ &#8220;ปฏิบัติการคืนวัย&#8221; ไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป</p>
<p>ความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว<br />
จากสถิติการทำศัลยกรรมตกแต่งในประเทศอเมริกาปี 2006 พบว่าในจำนวนผู้ที่ใช้บริการทางด้านศัลยกรรมประมาณ 10 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชายถึง 1 ล้านคน หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และแนวโน้มน่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>ในประเทศไทยเอง ถึงจะไม่มีตัวเลขที่แน่ชัด แต่จากการติดตามผู้ที่เข้ามารับบริการในคลินิก พบว่ามีแนวโน้มสูงขึ้นจริงๆ บางวันมากกว่าคุณผู้หญิงด้วยซ้ำไป</p>
<p>ศัลยกรรมยอดนิยมสำหรับผู้ชาย<br />
อันดับยอดนิยมในอเมริกา ได้แก่ การดูดไขมัน (พุงและเอว) การแก้ไขจมูก การแก้ไขหนังตาและถุงไขมันใต้ตา การลดขนาดเต้านม (ที่โตผิดปกติ) และการดึงหน้า นี่ยังไม่นับรวมถึงการฉีดยาลดริ้วรอย การใช้สารเติมแต่งหรือการใช้แสงเลเซอร์เพื่อดูแลผิวพรรณอีกไม่รู้เท่าไร สำหรับประเทศไทยเองก็มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน และน่าจะเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก</p>
<p>ศัลยกรรมตกแต่งสำหรับผู้ชายจึงไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจหรือเป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไปแล้ว เพราะเขาเหล่านั้นเชื่อเหลือเกินว่าบุคลิกภาพที่ดีย่อมนำไปสู่ความมั่นใจและความสำเร็จ และศัลยกรรมก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถนำเขาไปสู่จุดนั้นได้</p>
<p>ศัลย์และศิลป์<br />
ศััลยกรรมตกแต่งถือเป็นงานที่แพทย์จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในโครงสร้างหรือสรีระของคนทั่วไปเป็นอย่างดี ทั้งนี้เพราะจะต้องนำความรู้เหล่านั้นไปแก้ไขความพิการที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ให้กลับมาเหมือนเดิมหรือใกล้เคียงดังเดิมให้้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้</p>
<p>และด้วยเนื้อเยื่อของมนุษย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดแล้ว ศัลยแพทย์ตกแต่งจึงต้องวางแผนการรักษาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ทั้งรูปร่าง ความสวยงามและการทำงานของอวัยวะส่วนนั้นๆ จึงเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งศัลยกรรมและศิลปะควบคู่กันไปเสมอ</p>
<p>แต่สำหรับงานด้านศัลยกรรมความงามแล้ว ศิลปะที่ใช้ดูจะต้องลึกซึ้งมากขึ้นไปอีก เนื่องจากเรากำลังแก้ไขคนปกติให้มีรูปร่างหน้าตาที่ดูดียิ่งขึ้น</p>
<p>ลักษณะงานที่ทำ จึงไม่ใช่งานที่มีลักษณะเป็น &#8220;บล็อก&#8221; หรือแบบเดียวกันเสมอไป เนื่องจากรูปร่างหน้าตาและโครงสร้างในแต่ละส่วน แต่ละคนล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อีกทั้งเป็นความงามในลักษณะ 3 มิติ ดังนั้นจึงไม่สามารถดูเพียงส่วนใดส่วนหนึ่งได้ เช่นการแก้ไขรูปจมูก จำเป็นต้องดูองค์ประกอบส่วนใบหน้า ดวงตาหรือคางร่วมด้วยเสมอ ไม่สามารถแยกส่วนเฉพาะจมูกได้ เป็นต้น</p>
<p>มุมมองที่แตกต่าง<br />
ด้วยเหตุที่ความสวยงามเป็นเรื่องของมุมมองที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เฉกเช่นเดียวกับรูปปั้นที่บรรจงขึ้นอย่างดีเยี่ยมแล้ว ก็ยังไม่วายที่จะถูกตำหนิจนได้</p>
<p>สำหรับศัลยกรรมความงามแล้วย่อมมีผลต่อจิตใจของเจ้้าของเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ปลื้มปิติอย่างมีความสุขหรือเสียใจสุดๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนั้นงานปั้นของศัลยแพทย์ตกแต่ง จึงจำเป็นต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ลึกซึ้ง เพื่อให้ผลงานออกมาดีและถูกใจเจ้าของในเวลาเดียวกัน</p>
<p>อย่างไรก็ดี แม้ว่าแพทย์จะใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ลึกซึ้งเพียงใดก็ตาม จะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม โอกาสในการเกิดข้อผิดพลาดย่อมมีได้เสมอ ดังนั้น ผู้รับบริการก็ย่อมต้องเข้าใจในสัจธรรมข้อนี้เช่นเดียวกัน ไม่่คาดหวังเกินกว่าศาสตร์และศิลป์ที่มีอยู่ในขณะนี้จะบันดาลให้ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ablehealth11.blogspot.com</p>
<p>และภาพประกอบจาก google.co.th</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1401</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
