<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; เตรียมตัวเสริมคาง</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?cat=818&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>การเสริมคาง</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1663</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1663#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 17:04:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวเสริมคาง]]></category>
		<category><![CDATA[การเสริมคาง]]></category>
		<category><![CDATA[คาง]]></category>
		<category><![CDATA[คางเหลี่ยม]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าเหลี่ยม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1663</guid>
		<description><![CDATA[การเสริมคาง (Genioplasty) &#160;  เสริมคาง (Genioplasty)  การเสริมคางเป็นอย่างไร เป็นการเสริมในส่วนของคางให้ยื่นออกมาด้านหน้าและยาวขึ้นเพื่อรับกับส่วนอื่นของใบหน้า วิธีที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบันได้แก่การเสริมด้วยแท่งซิลิโคนและการผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง การผ่าตัดเสริมคางวิธีไหนดีกว่ากัน การเสริมด้วแท่งซิลิโคนสามารถทำได้ง่ายกว่าเนื่องจากเป็นการผ่าตัดเล็กและมีแผลเพียงเล็กน้อยบริเวณร่องเหงือก สามารถปรับแต่งรูปทรงของคางได้ง่ายกว่า อีกทั้งในกรณีที่ไม่ต้องการก็สามารถถอดออกได้ทันที ส่วนการเลื่อนกระดูกคางเป็นการผ่าตัดใหญ่และต้องใช้โลหะเพื่อยึดตรึง เป็นการเปลี่ยนรูปที่ถาวร การแก้ไขในภายหลังทำได้ยากกว่า การเสริมคางด้วยการฉีดซิลิโคนเข้าไปจะดีกว่าหรือไม่ ไม่แน่นอน เนื่องจากซิลิโคนเหลวเป็นสารต้องห้ามในการนำเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้จะรวมตัวกันและไหลลงมาสู่ปลายคางทำให้ คางยาวเหมือนแม่มด การแก้ไขทำไ้ด้ยากลำบากมากเนื่องจากเนื้อเยื่อปกติจะถูกผสมเข้าไปกับเนื้อซิ ลิโคนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ การใช้สารเติมแต่งตัวอื่นๆที่ไม่ใช่ซิลิโคนฉีดเสริมคางจะปลอดภัยหรือไม่่ สารเติมแต่งประเภทคอลลาเจนมีแพทย์หลายท่านนำมาใช้ฉีดเพื่อเสริมคางเช่นกัน แต่มักอยู่ได้ไม่นาน 2-3 เดือน ก็สลายไป สารที่อยู่ได้นานมักมีส่วนของซิลิโคนผสมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งในที่สุดก็อาจก่อให้เกิดปัญหาเดียวกับการฉีดซิลิโคนก็ได้ ดังนั้นก่อนที่จะฉีดสารเติมแต่งเข้าบริเวณคางคงต้องศึกษาสารนั้นๆให้ดีเสียก่อน &#160; การฉีดไขมัน (Lipolift) ในกรณีที่แก้มตอบหรือขมับตอบจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง การฉีดไขมันของตนเอง(Lipolift) เป็นคำตอบที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นการย้ายเซลไขมันจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ไม่ต้องมีสารแปลกปลอมใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง การทำไลโปลิฟท์ นอกจากเป็นการเติมส่วนที่ขาดแล้วยังสามารถช่วยปรับแต่งรูปหน้าและยกกระชับใบ หน้าให้ดูอ่อนเยาว์ได้ด้วย ทำไมบางรายที่ไปฉีดไขมันมาแล้ว ไขมันหายไปหมด ประมาณ 40-50 % ของไขมันที่ถูกฉีดเข้าไปมักสลายตัวไป ส่วนที่เหลือก็จะเจริญเติบโตเหมือนไขมันทั่วๆไป โอกาสที่ไขมันจะสลายไปมักขึ้นกับเทคนิกในการเตรียมเซลไขมัน เทกนิกการย้ายเซลไขมันรวมถึงปริมาณไขมันที่ใช้ ดังนั้นการที่ไขมันหายไปหมดแสดงว่าทำไม่ถูกวิธี ไขมันส่วนไหนที่จะถูกนำไปใช้ และใช้ไขมันของคนอื่นได้หรือไม่ โดยปกติแล้วสามารถนำไขมันออกมาใช้ได้จากทุกส่วนของร่างกายที่มีไขมันสะสม ตำแหน่งที่นิยมกันได้แก่ หน้าท้อง ต้นขาและรอบเข่า [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><br />
การเสริมคาง (Genioplasty)</strong></p>
<p><span id="more-1663"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1889" rel="attachment wp-att-1889"><img class="alignnone size-medium wp-image-1889" title="Earlobe" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Earlobe-300x224.jpg" alt="" width="300" height="224" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="0" cellspacing="1" cellpadding="1">
<tbody>
<tr>
<td colspan="2" height="6">
<blockquote>
<div align="left">
<p> <strong>เสริมคาง (Genioplasty) </strong><br />
<strong><br />
</strong></p>
</div>
<div align="left">
<p>การเสริมคางเป็นอย่างไร<br />
เป็นการเสริมในส่วนของคางให้ยื่นออกมาด้านหน้าและยาวขึ้นเพื่อรับกับส่วนอื่นของใบหน้า วิธีที่เป็นมาตรฐานในปัจจุบันได้แก่การเสริมด้วยแท่งซิลิโคนและการผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง</p>
<p>การผ่าตัดเสริมคางวิธีไหนดีกว่ากัน<br />
การเสริมด้วแท่งซิลิโคนสามารถทำได้ง่ายกว่าเนื่องจากเป็นการผ่าตัดเล็กและมีแผลเพียงเล็กน้อยบริเวณร่องเหงือก สามารถปรับแต่งรูปทรงของคางได้ง่ายกว่า อีกทั้งในกรณีที่ไม่ต้องการก็สามารถถอดออกได้ทันที ส่วนการเลื่อนกระดูกคางเป็นการผ่าตัดใหญ่และต้องใช้โลหะเพื่อยึดตรึง เป็นการเปลี่ยนรูปที่ถาวร การแก้ไขในภายหลังทำได้ยากกว่า</p>
</div>
</blockquote>
<div align="right">
<div align="left">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td width="74%">
<blockquote>
<div align="right">การเสริมคางด้วยการฉีดซิลิโคนเข้าไปจะดีกว่าหรือไม่<br />
ไม่แน่นอน เนื่องจากซิลิโคนเหลวเป็นสารต้องห้ามในการนำเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้จะรวมตัวกันและไหลลงมาสู่ปลายคางทำให้ คางยาวเหมือนแม่มด การแก้ไขทำไ้ด้ยากลำบากมากเนื่องจากเนื้อเยื่อปกติจะถูกผสมเข้าไปกับเนื้อซิ ลิโคนไม่สามารถแยกออกจากกันได้</div>
</blockquote>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
</div>
<blockquote>
<div align="left">การใช้สารเติมแต่งตัวอื่นๆที่ไม่ใช่ซิลิโคนฉีดเสริมคางจะปลอดภัยหรือไม่่<br />
สารเติมแต่งประเภทคอลลาเจนมีแพทย์หลายท่านนำมาใช้ฉีดเพื่อเสริมคางเช่นกัน แต่มักอยู่ได้ไม่นาน 2-3 เดือน ก็สลายไป สารที่อยู่ได้นานมักมีส่วนของซิลิโคนผสมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งในที่สุดก็อาจก่อให้เกิดปัญหาเดียวกับการฉีดซิลิโคนก็ได้ ดังนั้นก่อนที่จะฉีดสารเติมแต่งเข้าบริเวณคางคงต้องศึกษาสารนั้นๆให้ดีเสียก่อน</div>
<div align="left">
<p>&nbsp;</p>
<p align="left"><strong>การฉีดไขมัน (Lipolift)</strong></p>
<p>ในกรณีที่แก้มตอบหรือขมับตอบจะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง<br />
การฉีดไขมันของตนเอง(Lipolift) เป็นคำตอบที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นการย้ายเซลไขมันจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ไม่ต้องมีสารแปลกปลอมใดๆเข้ามาเกี่ยวข้อง การทำไลโปลิฟท์ นอกจากเป็นการเติมส่วนที่ขาดแล้วยังสามารถช่วยปรับแต่งรูปหน้าและยกกระชับใบ หน้าให้ดูอ่อนเยาว์ได้ด้วย</p>
</div>
<div align="left">ทำไมบางรายที่ไปฉีดไขมันมาแล้ว ไขมันหายไปหมด<br />
ประมาณ 40-50 % ของไขมันที่ถูกฉีดเข้าไปมักสลายตัวไป ส่วนที่เหลือก็จะเจริญเติบโตเหมือนไขมันทั่วๆไป โอกาสที่ไขมันจะสลายไปมักขึ้นกับเทคนิกในการเตรียมเซลไขมัน เทกนิกการย้ายเซลไขมันรวมถึงปริมาณไขมันที่ใช้ ดังนั้นการที่ไขมันหายไปหมดแสดงว่าทำไม่ถูกวิธี</div>
</blockquote>
<div align="right">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr>
<td width="70%">ไขมันส่วนไหนที่จะถูกนำไปใช้ และใช้ไขมันของคนอื่นได้หรือไม่<br />
โดยปกติแล้วสามารถนำไขมันออกมาใช้ได้จากทุกส่วนของร่างกายที่มีไขมันสะสม ตำแหน่งที่นิยมกันได้แก่ หน้าท้อง ต้นขาและรอบเข่า ไม่สามารถนำไขมันจากคนอื่นมาใช้ได้เลย เพราะจะเกิดการต่อต้านของเนื้อเยื่อเกิดขึ้น</td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<blockquote>
<div align="left">
<p>ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ไขมันเพื่อการตกแต่งเพิ่มเติมจะทำอย่างไร<br />
โดยปกติแล้วจำเป็นต้องทำการเตรียมเซลไขมันขึ้นใหม่หรือพูดง่ายๆก็คือ การดูดไขมันเพื่อการใช้ครั้งใหม่นั่นเอง แต่ที่ พี แคร์ คลินิก สามารถทำการเก็บรักษาเซลไขมันที่นำออกมาในครั้งแรกได้เป็นเวลาถึง 1 ปี ดังนั้นจึงสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทันที ทำให้ไม่ต้องเจ็บตัวและมีระยะการหายที่เร็วขึ้น</p>
<p><strong>การแก้ไขหน้าเหลี่ยม (Dermotox)</strong></p>
<p>การแก้ไขใบหน้าให้ดูเรียวขึ้นจะทำได้หรือไม่อย่างไร<br />
ต้องวินิจฉัยให้ได้ก่อนว่าหน้าที่เป็นอยู่ในขณะนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือรูปกลม และมีสาเหตุมาจากส่วนใด ซึ่งในกรณีของหน้ากลมมักเกิดจากไขมันที่พอกพูนเป็นหลัก แต่ในกรณีของหน้าเหลี่ยมอาจเกิดจากกระดูกกรามที่ี่กว้างหรือกล้ามเนื้อกรามที่หนากว่าปกติ ในบางกรณีอาจมีหลายๆสาเหตุร่วมกันอยู่</p>
</div>
<div align="left">
<p>อยากให้หน้าเรียวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดจะได้หรือไม่<br />
ในกรณีที่เกิดจากกระดูกกรามใหญ่คงหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้ยาก แต่ถ้าเป็นกล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่สามารถรักษาได้ด้วยการฉีดยาเพื่อลดขนาด ของกล้ามเนื้อลง ซึ่งได้ผลดีมาก ในรายที่มีทั้งกระดูกกรามที่ใหญ่และกล้ามเนื้อกรามที่โต การลดขนาดกล้ามเนื้อกรามเพียงอย่างเดียวก็ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามการพิจารณาการรักษาด้วยการฉีดยาดังกล่าวควรอยู่ในดุลยพินิจของ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เป็นหลัก เนื่องจากถ้าไม่พิจารณาให้ดี แทนที่จะได้&#8221;หน้าเรียว&#8221;กลับจะได้ &#8221; หน้าตอบ&#8221;แทน</p>
</div>
<div align="left">
<p>การฉีดยาที่ใช้ลดหน้าเหลี่ยมมีความปลอดภัยหรือไม่อย่างไร<br />
ยาที่ใช้อยู่ในกลุ่มโบทูลินุ่มท็อกซิน ซึ่งเป็นยารักษาโรคที่ใช้กันมานานหลายปี มีความปลอดภัยสูงและได้ผ่านอย.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</blockquote>
</td>
</tr>
<tr>
<td width="29%" height="14"></td>
<td width="71%" height="14">การลดหน้าเหลี่ยมด้วยการฉีดยาจะเห็นผลเมื่อไหร่ และจะถาวรหรือไม่<br />
จะเริ่มเห็นผลหลัง 1 เดือนไปแล้ว แต่ผลที่ได้จะไม่ชัดเจนมากนัก ต้องถ่ายรูปเปรียบเทียบจึงจะเห็นความแตกต่าง ประมาณ 3 เดือนจะเห็นผลอย่างชัดเจน ส่วนจะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้นพบว่าบางรายอยู่ได้นาน 2-3 ปี แต่โดยทั่วไปหลังหนึ่งปีไปแล้วกล้ามเนื้ออาจค่อยๆโตกลับมาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมในการรับประทานของคบเคี้ยวด้วย</td>
</tr>
<tr>
<td colspan="2" height="14">
<blockquote>
<blockquote>
<div align="left">
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การแก้ไขหน้าอูมหรือกลม (Lipolyse)</strong></p>
<p>หน้าอูมและกลมอยากให้ดูเรียวขึ้น<br />
การผ่าตัดเอาถุงไขมันที่กระพุ้งแก้มเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถลดความกลมของใบหน้าลงได้ นอกจากนี้การฉีดยาสลายไขมันบริเวณใบหน้า ที่เรียกว่าไลโปไลซ์ (Lipolyse) ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นพิเศษแล้วเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เครดิตจาก http://www.p-care.com/</p>
<p>Credit:  siliconeclub.com</p>
<p>Credit ภาพประกอบจาก plasticsurgeryguru.net</p>
</div>
</blockquote>
</blockquote>
</td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1663</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
