<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; เตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรม</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?cat=816&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>6 Things to do before you plastic surgery [มาเตรียมตัวก่อนขึ้นเขียงกัน]</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=5270</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=5270#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2012 14:26:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ทำจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัดทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มาเตรียมตัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=5270</guid>
		<description><![CDATA[6 Things to do before you plastic surgery [มาเตรียมตัวก่อนขึ้นเขียงกัน] 6 Things to do before you plastic surgery [มาเตรียมของก่อนขึ้นเขียงกัน] สืบเนื่องจากที่ซ้อใหญ่ได้ทำการแนะนำไว้ผมเลยสานต่อนำมาเป็นภาพเพื่อจะได้นำไปหาซื้อกันถูกนะคับ จากคำแนะนำของซ้อใหญ่ ดังนี้.. เตรียมตัวก่อนขึ้นเขียงกับซ้อใหญ่ ซ้อใหญ่นะ  เห็นน้องๆมีความตั้งใจจริงกัน เลยอยากมาให้ประสบกาม เป็นวิทยาทาน ซื้อของก่อนขึ้นเขียง 1.        เจลประคบร้อนประคบเย็น ซ้อใหญ่แนะนำ  3 M Neckcare ถ้ามีกะตังก็ซื้อสัก 2 อัน อันละไม่น่าเกิน 200 บาท 2.        ยาลดหน้า NANIA หรือหน้าอึ่งอ่างคางคกนั่นแหละ ชื่อ DANZEN ขนาด 5 มก. (1 แผงมี 10 เม็ด) 2 แผงไปเลย แผงละไม่น่าเกิน [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="text-decoration: underline;"><br />
</span></h3>
<p>6 Things to do before you plastic surgery [มาเตรียมตัวก่อนขึ้นเขียงกัน]</p>
<p style="text-align: center;" align="center"><span id="more-5270"></span></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong><span style="color: red;"><span style="font-size: large;">6 Things to do before you plastic surgery</span></span></strong> <strong><span style="color: red;"><span style="font-size: medium;"><br />
[มาเตรียมของก่อนขึ้นเขียงกัน]</span></span></strong></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: blue;">สืบเนื่องจากที่ซ้อใหญ่ได้ทำการแนะนำไว้ผมเลยสานต่อนำมาเป็นภาพเพื่อจะได้นำไปหาซื้อกันถูกนะคับ จากคำแนะนำของซ้อใหญ่ ดังนี้..</span></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="color: #ff0000;">เตรียมตัว</span></strong>ก่อนขึ้นเขียงกับซ้อใหญ่<br />
ซ้อใหญ่นะ  เห็นน้องๆมีความตั้งใจจริงกัน เลยอยากมาให้ประสบกาม เป็นวิทยาทาน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/6thingstodobeforeyouplasticsurgery4.jpg" alt="" width="480" height="360" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: red;"><span style="font-size: small;">ซื้อของก่อนขึ้นเขียง</span></span><br />
1.        เจลประคบร้อนประคบเย็น ซ้อใหญ่แนะนำ  3 M Neckcare ถ้ามีกะตังก็ซื้อสัก 2 อัน อันละไม่น่าเกิน 200 บาท<br />
2.        ยาลดหน้า NANIA หรือหน้าอึ่งอ่างคางคกนั่นแหละ ชื่อ DANZEN ขนาด 5 มก. (1 แผงมี 10 เม็ด) 2 แผงไปเลย แผงละไม่น่าเกิน 45 บาท (เพราะมันติดราคา 45 บาท)<br />
3.        เจลลดบวม Raparil Gel ก็ได้นะ กล่องเขียวๆขนาดกลางๆก็ได้ จำราคาไม่ได้นะ ไปถามเอาเอง<br />
4.        ยาหม่องหรือบัวหิมะ แล้วแต่ผิวบางคนนะ ไม่ได้แก้คันนะ ทาแก้ช้ำแก้เหลือง</p>
<p style="text-align: center;" align="center"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/1-14.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/2RaparilGel4.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/3-14.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/4-14.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/5DANZEN4.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/6-14.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ของแสลงสำหรับคนที่ทำการผ่าตัด [พอดีไปเจอในเวปมาเลยนำมาช่วยบอกกัน]</p>
<p><strong><span style="font-size: x-large;"><span style="color: red;"><span style="text-decoration: underline;">ของแสลงในทัศนะคติของแพทย์ไทย</span></span></span></strong></p>
<p><span style="color: blue;">ให้งด</span> <span style="color: red;">เนื้อสัตว์ เช่น วัว , ควาย , ไก่ , เลือดสัตว์ ทุกชนิด , ข้าวเหนียว , ปลาไม่มีเกล็ดทุกชนิด ทั้งปลาทะเล และปลาน้ำจืด ( คาวจัด ) เช่น ปลาดุก , ปลาสวาย , ปลาไหล , เครื่องในสัตว์ทุกชนิด</span></p>
<p><span style="color: blue;">อาหารมันจัด</span> <span style="color: red;">เช่น ของทอดต่างๆ อาหารรสจัด , ผงชูรส </span></p>
<p><span style="color: blue;">ของดองทุกชนิด</span> <span style="color: red;">โดยเฉพาะ หน่อไม้ดอง , ผักชะอม , ปลาร้า และน้ำบูดู</span></p>
<p><span style="color: red;">เครื่องดื่มชูกำลังทุกชนิด , น้ำอัดลม , เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="color: blue;">เน้นเลยนะครับ</span> <span style="color: red;">ปลาร้า , ข้าวเหนียว , ปลาไม่มีเกล็ดทุกชนิด , กุ้งทุกชนิด , ผักชะอม , สะตอ , ลูกเนียง , ลูกเหรียง , ลางสาด , ลองกอง , ลูกู , แตงโม , น้ำตาลสด , ปลาสลิด , ผักปรัง</span></p>
<p>*บางคนก็ไม่ทาน <span style="color: red;">ไข่</span> อันนี้แล้วแต่คนนะคับ เพราะกลัวแผลอาจจะหายช้า หรือ ไม่ก็อักเสบ ลองดูนะคับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เครดิตจากคุณ BIGBANG ครับ</p>
<p>ข้อมูลจาก กระดานข่าว ดั้งโด่งดอทคอม</p>
<p><a title="ตามอ่านกระทู้นี้ได้ที่นี่ครับ" href="http://www.dungdong.com/forum.php?mod=viewthread&amp;tid=566&amp;highlight=%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7   ">http://www.dungdong.com/forum.php?mod=viewthread&amp;tid=566&amp;highlight=%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7</a></p>
<p><a title="ตามอ่านกระทู้นี้ได้ที่นี่ครับ" href="http://www.dungdong.com/forum.php?mod=viewthread&amp;tid=566&amp;highlight=%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7   "> </a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=5270</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12751</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4679</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4679#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 19:39:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ชะลอวัย]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 55]]></category>
		<category><![CDATA[ปีใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อัพสวย]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมดั้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4679</guid>
		<description><![CDATA[&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด สมัยนี้ต่อให้การศัลยกรรมจะต้องเสียเลือดและเจ็บตัวขนาดไหน ยังไงคนที่คิดจะทำก็ไม่มีถอย เพราะขอหล่อ-สวยไว้ก่อน บางคนจึงประมาท พลาดกับการทำศัลยกรรมไปก็เยอะ รู้ตัวอีกที ใบหน้าก็แทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว เรื่อง การเสริมความงามในยุคหลัง เลยมีการพัฒนามากขึ้น จากสมัยก่อนที่ใช้การผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่ก็น้อยลง และหันมานิยมด้วยวิธีอื่นที่เจ็บน้อยลงมากขึ้น ซึ่งในปี 2555 เทรนด์เสริมความงามก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น และแทบไม่ต้องเสียเลือด หรือมีการลงมีดให้ต้องเจ็บระบมอีกต่อไป โดยเฉพาะการเสริมจมูก และการชะลอวัย ปีหน้าที่จะถึงนี้ ถึงทีได้อัพสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวกันแล้ว ซึ่ง นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย จากวงศฎา คลีนิค ซึ่งเป็นคนแรกที่นำเทคนิคการเสริมความงามล่าสุดมาเปิดเผยในงานประชุมวิชาการ นานาชาติ ได้พูดถึงเรื่องนี้กับ &#8216;ไทยรัฐออนไลน์&#8217; ว่า &#8220;ตอนนี้เทรนด์ ของการดูแลผิว พวกทำหน้าใสเชยมาก เพราะมันง่าย ธรรมดาไปแล้ว และผลที่ได้มันได้แค่ผิวชั้นนอก ไม่ต่างจากการฝานแตงกวาบำรุงที่บ้าน หรือการทำเลเซอร์ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว อีกทั้งช่วง 2 ปีหลังมานี้ ไม่มีวิทยาการใหม่ๆ เลย เป็นของเก่าหมด  แต่ยังคงใช้เทคนิคการเสริมความงามที่ใช้การผ่าตัดน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องการชะลอวัย ซึ่งทำการรักษายาก เพราะเป็นเรื่องของการปรับปรุงผิวในอดีต แต่ตอนนี้เทรนด์การรักษากำลังจะเปลี่ยนไป [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="wrapper">
<div id="header">
<h3 id="title" style="text-align: center;">&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด</h3>
<p><span id="more-4679"></span></p>
</div>
<div id="details">
<div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4712" rel="attachment wp-att-4712"><img class="alignnone size-full wp-image-4712" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/63024.jpg" alt="" width="630" height="378" /></a></p>
<p style="text-align: center;">สมัยนี้ต่อให้การศัลยกรรมจะต้องเสียเลือดและเจ็บตัวขนาดไหน ยังไงคนที่คิดจะทำก็ไม่มีถอย เพราะขอหล่อ-สวยไว้ก่อน บางคนจึงประมาท พลาดกับการทำศัลยกรรมไปก็เยอะ รู้ตัวอีกที ใบหน้าก็แทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว</p>
<p>เรื่อง การเสริมความงามในยุคหลัง เลยมีการพัฒนามากขึ้น จากสมัยก่อนที่ใช้การผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่ก็น้อยลง และหันมานิยมด้วยวิธีอื่นที่เจ็บน้อยลงมากขึ้น ซึ่งในปี 2555 เทรนด์เสริมความงามก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น และแทบไม่ต้องเสียเลือด หรือมีการลงมีดให้ต้องเจ็บระบมอีกต่อไป โดยเฉพาะการเสริมจมูก และการชะลอวัย ปีหน้าที่จะถึงนี้ ถึงทีได้อัพสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวกันแล้ว ซึ่ง นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย จากวงศฎา คลีนิค ซึ่งเป็นคนแรกที่นำเทคนิคการเสริมความงามล่าสุดมาเปิดเผยในงานประชุมวิชาการ นานาชาติ ได้พูดถึงเรื่องนี้กับ &#8216;ไทยรัฐออนไลน์&#8217; ว่า</p>
<p>&#8220;ตอนนี้เทรนด์ ของการดูแลผิว พวกทำหน้าใสเชยมาก เพราะมันง่าย ธรรมดาไปแล้ว และผลที่ได้มันได้แค่ผิวชั้นนอก ไม่ต่างจากการฝานแตงกวาบำรุงที่บ้าน หรือการทำเลเซอร์ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว อีกทั้งช่วง 2 ปีหลังมานี้ ไม่มีวิทยาการใหม่ๆ เลย เป็นของเก่าหมด  แต่ยังคงใช้เทคนิคการเสริมความงามที่ใช้การผ่าตัดน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องการชะลอวัย ซึ่งทำการรักษายาก เพราะเป็นเรื่องของการปรับปรุงผิวในอดีต แต่ตอนนี้เทรนด์การรักษากำลังจะเปลี่ยนไป เพราะคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากเจ็บตัว เรื่องของการรักษาแบบกึ่งศัลยกรรมจะนิยมมากขึ้น เพราะไม่มีการผ่าตัด, วางยาสลบ และพักฟื้นนาน โอกาสที่คนไข้จะเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตก็น้อยลงด้วย ซึ่งตอนนี้ที่เกาหลีบูมมาก จนศัลยกรรมพลาสติกซบเซาไปเลย&#8221;</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42080.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เท รนด์การชะลอวัยที่ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมให้เสี่ยง ที่กำลังฮอตสุดๆ ในช่วงนี้ ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า เป็นการรักษาที่ใช้เวลาไม่นานเหมือนการผ่าตัด อีกทั้งยังไม่ต้องพักฟื้น หรือบาดเจ็บด้วย ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้จะใช้เส้นไหมละลายเข้าไปร้อยใต้ผิวหนังเพื่อยกกระชับ หน้า</p>
<p>&#8220;การยกกระชับหน้าด้วยไหมละลาย หรือ Ultra V Lift by Tread นั้น เป็นเทคนิคใหม่ที่คิดขึ้นจากแพทย์ที่ประเทศเกาหลี เป็นการใช้ไหมเย็บผูกหน้าขึ้นใหม่ ซึ่งไหมที่ใช้จะมีคุณสมบัติเลียนแบบธรรมชาติ และสามารถสลายตัวได้หมด วิธีการรักษาจะใช้เพียงเข็มเจาะรูเพื่อสอดไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง อาจจะรู้สึกนิดเดียวตอนเข็มแทงครั้งแรก แต่พอเสร็จแล้วจะไม่รู้สึกอะไรเลย อีกทั้งไม่ต้องพักฟื้น และดูธรรมชาติมากกว่าการผ่าตัดดึงหน้า หรือการใส่ซิลิโคนเข้าไป เพราะการสอดไหมเข้าไปจะไม่มีการผูกและเย็บ แต่จะใช้การร้อย วางเส้นไหมที่ใต้ผิวหนัง แต่ข้อจำกัดของเทคนิคนี้คือ ต้องทำทุกๆ 2 ปี เพราะไหมที่ร้อยไว้จะมีการสลายตัว 6-10 เดือน ไม่เหมือนการผ่าตัดดึงหน้า หรือใส่ซิลิโคน ซึ่งมันไม่สลายตัว แถมนานๆ ไปมันจะไม่สวยเหมือนเดิมด้วย&#8221;</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42081.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ใน เรื่องข้อจำกัดของการใช้เทคนิคยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหมนั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะราคาสูงถึงหลักแสน ซึ่งพอๆ กับการผ่าตัดยกกระชับหน้า แต่ทั้งนี้ข้อดีระยะยาวก็เยอะกว่า เพราะไม่ต้องผ่าตัด และเสี่ยงต่อชีวิต ผลที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติกว่า อีกทั้งสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังก็สลายตัวได้หมดจดด้วย</p>
<p>อีก หนึ่งความกังวลของสาวๆ นอกจากเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้ว การเสริมจมูกก็ยังคงได้รับความนิยมมาโดยตลอด จากแต่ก่อนที่รักษาด้วยวิธีผ่าตัดใส่ซิลิโคน ก็เปลี่ยนมาเป็นการฉีดฟิลเลอร์  (Filler) แทน เพราะไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว จมูกก็โด่งได้ แต่ความโด่งของจมูกจะคงสภาพไว้เพียงระยะ 1- 2 ปี หรือน้อยกว่านั้น แล้วแต่สารที่ฉีดเข้าไป ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์ ต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญจริงๆ เท่านั้น เพราะที่ผ่านมาผลของการฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาดจนถึงขั้นตาบอดก็เคยเกิดขึ้นมา แล้วด้วย การฉีดฟิลเลอร์จึงมีการพัฒนาให้ปลอดภัยมากขึ้น จากที่ใช้เข็มฉีดยาที่แหลมคม ก็เปลี่ยนมาใช้เทคนิคการฉีดด้วยเข็มปลายทู่ ซึ่งอันตรายน้อยกว่ามาก</p>
<div><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42082.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p>&#8220;ที่ ผ่านมาการฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะใช้เข็มปลายแหลมฉีด ซึ่งค่อนข้างอันตรายมาก เพราะเมื่อแทงเข้าไป ความแหลมคมของเข็มจะไปโดนเส้นเลือดต่างๆ ใต้ผิวหนัง แทงเบายังไงก็เจ็บแน่นอน ยิ่งถ้าไม่ใช่แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์จริงๆ ไม่ควรไว้ใจ สารที่ฉีดเข้าไปอาจไม่มีคุณภาพ ยิ่งเสี่ยงอันตรายถึงขั้นพิการได้ง่ายมาก เทรนด์การฉีดฟิลเลอร์จึงเปลี่ยนไป จะใช้เทคนิคการฉีดด้วยเข็มปลายทู่ (Blunt Cannula) ลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กสอดเข้าไปที่จมูก เพื่อนำสารฟิลเลอร์ใส่ไปในตำแหน่งที่ต้องการ เหมือนการวางแท่งซิลิโคน ซึ่งสารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดต้องเป็นสาร HA เท่านั้น เพราะสามารถสลายตัวหมด 100% ภายใน 8-12 เดือน  การใช้เทคนิคนี้ ก็มีข้อจำกัดอยู่ที่ไม่สามารถแก้ปลายจมูก และปีกจมูกได้ดีนัก แต่แค่เวลาเพียง 10 นาที จมูกก็จะโด่งสวยเข้ารูป ดูเป็นธรรมชาติ&#8221;</p>
<p>จะเสริมเติมแต่งกันขนาดไหนก็ควรทำแค่พอดี และศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจด้วย จะได้สวยยาวนาน และปลอดภัยด้วย.</p>
<p>Twitter : Sriploi_social</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์</p>
</div>
</div>
<div>
<div id="detail-info">
<h4>ไทยรัฐออนไลน์</h4>
<ul>
<li>โดย ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ออนไลน์</li>
<li>3 มกราคม 2555, 15:00 น.</li>
</ul>
</div>
<div id="tags">เสริมดั้ง ชะลอวัย เทรนด์ อัพสวย ปี 55 ผ่าตัด ศัลยกรรม ปีใหม่</div>
<div>
<div>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4679</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2595</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาวอยาก &#8220;ตูม&#8221; สยิว!! ซิลิโคน&#8221;สยอง&#8221;แตกโพละ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4644</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4644#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 19:31:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวแวดวงศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวเสริมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[BIG BOOBS]]></category>
		<category><![CDATA[smart life]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลิโคน]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทไลฟ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4644</guid>
		<description><![CDATA[สาวอยาก &#8220;ตูม&#8221; สยิว!! ซิลิโคน&#8221;สยอง&#8221;แตกโพละ BIG  BOOBS ! “ช็อก” วงการศัลยกรรมหน้าอกทั่วโลก โดยเฉพาะบรรดาสาวๆที่เคย “อัพเต้า”  เพราะอยากจะมี Big Boobs! หรือหน้าอกใหญ่ ถึงขนาดยอมเปลือยหน้าอกเพื่อให้คุณหมอลงมีดผ่าตัดเสริมเต้า เพิ่มขนาดจากนมเล็กกระจิริดขนาดไซส์แค่ คัพ A ให้ตูมๆกลายเป็นบิ๊กบอลลูนขนาดมหึมา จนต้องใส่บรา คัพ F&#8230;! เรื่อง ของเรื่องมีอยู่ว่า จู่ๆบรรดาสาวปาริเซียน ที่เคยผ่านการ “อัพเต้า” ด้วย “ถุงซิลิโคน” ที่ผลิตโดยบริษัท Poly Implant Prothese หรือ PIP ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ในวงการซิลิโคนของโลกพากันไปร้องต่อศาลในกรุงปารีส หลังจากมีข่าวว่าสาวเมืองน้ำหอมที่เคยผ่าตัดเสริมเต้าด้วยซิลิโคนยี่ห้อ เดียวกันนี้กว่า 20 คน ป่วยเป็นมะเร็ง โดยไม่ทราบสาเหตุ ยัง&#8230;ยัง ไม่จบแค่นั้น  บทความเรื่อง  “France, U.K. issue clashing advice on breast [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="wrapper">
<div id="header"><br id="recruit" /></p>
<h3 id="title" style="text-align: center;">สาวอยาก &#8220;ตูม&#8221; สยิว!! ซิลิโคน&#8221;สยอง&#8221;แตกโพละ</h3>
<p><span id="more-4644"></span></p>
</div>
<div id="details">
<div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4654" rel="attachment wp-att-4654"><img class="alignnone size-full wp-image-4654" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/63019.jpg" alt="" width="630" height="378" /></a></p>
<p style="text-align: center;">BIG  BOOBS !</p>
<p>“ช็อก” วงการศัลยกรรมหน้าอกทั่วโลก โดยเฉพาะบรรดาสาวๆที่เคย “อัพเต้า”  เพราะอยากจะมี Big Boobs! หรือหน้าอกใหญ่ ถึงขนาดยอมเปลือยหน้าอกเพื่อให้คุณหมอลงมีดผ่าตัดเสริมเต้า เพิ่มขนาดจากนมเล็กกระจิริดขนาดไซส์แค่ คัพ A ให้ตูมๆกลายเป็นบิ๊กบอลลูนขนาดมหึมา จนต้องใส่บรา คัพ F&#8230;!</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42066.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เรื่อง ของเรื่องมีอยู่ว่า จู่ๆบรรดาสาวปาริเซียน ที่เคยผ่านการ “อัพเต้า” ด้วย “ถุงซิลิโคน” ที่ผลิตโดยบริษัท Poly Implant Prothese หรือ PIP ยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ในวงการซิลิโคนของโลกพากันไปร้องต่อศาลในกรุงปารีส หลังจากมีข่าวว่าสาวเมืองน้ำหอมที่เคยผ่าตัดเสริมเต้าด้วยซิลิโคนยี่ห้อ เดียวกันนี้กว่า 20 คน ป่วยเป็นมะเร็ง โดยไม่ทราบสาเหตุ</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42067.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ยัง&#8230;ยัง ไม่จบแค่นั้น  บทความเรื่อง  “France, U.K. issue clashing advice on breast implant” ของสำนักข่าวรอยเตอร์บอกว่า เรื่องนี้ เกิดจากการที่ PIP มีปัญหาล้มละลายทางธุรกิจ และมีการออกมาให้ข้อมูลว่าถุงซิลิโคนของ PIP ที่เคยรับประกันการแตกรั่วอยู่ที่ 8 ปีหลังใส่ เกิดแตกรั่วในช่วงระยะเวลาเพียงแค่  2 ปี ทำให้บรรดาสาวอกตูมที่ใส่ซิลิโคนของบริษัทนี้ เกิดอาการผวา&#8230;เหมือนมีระเบิด เวลาฝังอยู่ในหน้าอก</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42068.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ที่ ฝรั่งเศส กระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ให้สาวปาริเซียนที่อยากมีนมอวบอึ๋มราว 3 แสนคนที่เคยมีประวัติการใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอกของบริษัท PIP ผ่าตัดเอาซิลิโคนออกทันที โดยทางการของฝรั่งเศสยินดีที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเอาเต้านม เทียมที่ไม่ได้มาตรฐานของบริษัทนี้ออก</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42069.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">หลังจากคำนวณค่าใช้จ่ายแล้ว ประมาณการว่า รัฐบาลฝรั่งเศสต้องใช้เงินประมาณ 78 ล้านยูโร หรือประมาณ 2,440 ล้านบาท!</p>
<p>หัน มาดูที่ประเทศ ไทยของเรากันบ้าง ข้อมูลจากทั้ง FDA ไทย หรือ อย. และวงการศัลยกรรมพลาสติก ยืนยันตรงกันว่า ถุงซิลิโคนที่มีการใช้ในประเทศไทยนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด และหนึ่งในนั้น คือ PIP หลังจากมีข่าวถุงซิลิโคนของ PIP แตก อย.ไทยรีบทำหนังสือเตือน</p>
<p>ทุกสถานพยาบาล ที่เคยใช้ซิลิโคนยี่ห้อนี้ให้ระงับการจำหน่าย และเรียกคืนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในทันที แต่ก็อาจจะเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ปัญหาใหญ่กว่านั้นก็คือ ถุงซิลิโคนของ PIP มีการขายในประเทศไทยนานกว่า 10 ปี</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42070.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ทำเอาสาวอยาก “ตูม ตูม” ทั้งหลาย นั่งไม่ติด เพราะไม่รู้ว่า เต้านิ่มๆ ที่เวลาขยี้ ขยำ คลำแล้วสยิว!!</p>
<p>จะแตก “โพละ” ออกมาเมื่อไหร่!</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42071.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เพราะ เชื่อว่าขนาดหน้าอก&#8230;หน้าใจที่ใหญ่บึ้ม&#8230;ประเภท ตูม&#8230;ตูม!! จะช่วยมัดใจชายให้อยู่หมัดได้ การลงทุน “อัพเต้า” ที่ขั้นตอนออกจะหวาดเสียว&#8230;สาวที่อยากนมใหญ่ทั้งหลาย กลัวกันซะ&#8230;เมื่อไหร่!</p>
<p>ก่อนจะไปถึงขั้นตอนของการผ่าตัด ไปทำความรู้จักกับรูปทรงของ “ถุงนมเทียม” หรือ ซิลิโคน กันก่อน</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42072.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ซิ ลิโคนที่นำมาใส่เป็นเต้าเทียม มีทั้งแบบ ทรงธรรมชาติ (Normal Profile) ประเภทนมเต่งตึง ตั้งตรง เหมือนนมจริงๆ ที่ผู้หญิงนมสวยๆมีอยู่ตามธรรมชาติ กับแบบ ทรงสูง (High Profile) สำหรับคนที่อยากจะมีหน้าอกเด้งดึ๋ง โดดเด่นมากขึ้นกว่าทรงธรรมชาติ และ ทรงรี ที่เป็นรูปวงรี  (Contour Profile)  นมรูปทรงนี้ เวลาใส่เข้าไปแล้วจะมีรูปร่างเหมือนนมธรรมชาติ แต่จะมีเนินอกด้านข้างอวบอิ่มมากขึ้น</p>
<p>ผิวของถุงซิลิโคน ก็มีหลายแบบ ทั้งแบบ ผิวเรียบ (Smooth) จับแล้วเพลิน หรือบางคนชอบให้ลูบไล้แล้วได้อารมณ์สยิว เร้าใจ ชนิดที่ปลุกพลังชาย ก็อาจจะเลือกใช้แบบ ผิวทราย (Textured surface) หรือ ผิวทรายละเอียด (Micro textured) เช่นเดียวกับภายในถุงซิลิโคน ที่ถ้าชอบแบบนุ่มนิ่มเป็นธรรมชาติ ก็ควรใช้ถุงซิลิโคนชนิดบรรจุเจลธรรมดา มากกว่าเจลที่มีความหนาแน่นสูง ส่วนถ้าเป็นถุงซิลิโคนแบบที่บรรจุน้ำเกลือ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า จับแล้วไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่&#8230;แถมจับๆไปนมที่เต่งๆตึงๆ อยู่ดีๆก็แฟบลงทำให้เสียอารมณ์&#8230;ซะงั้น!!!</p>
<div><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42073.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p>เทคนิค การผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคน ศ.นพ.ศุภกร โรจนนินทร์ นายกสมาคมศัลยแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย บอกว่า การใส่ถุงเต้านม สามารถจะใส่ได้ทั้งในชั้นของกล้ามเนื้อ, ร่องรักแร้ หรือแม้แต่ หัวนม ขึ้นอยู่กับสรีระและความต้องการของคนไข้  แต่ที่นิยมมากที่สุดขณะนี้ คือ  การผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนบริเวณชั้นของกล้ามเนื้อใต้ราวนม โดยแพทย์จะกรีดเนื้อเป็นแผลเล็กๆ แล้วค่อยๆใส่ถุงซิลิโคนเข้าไป จากนั้นก็จะใช้นิ้วสอดล้วงเข้าไปจัดรูปทรงของถุงซิลิโคนให้ได้ขนาดและ ตำแหน่งตามที่ต้องการ รวมทั้งให้อยู่ในตำแหน่งที่พังผืดจะสามารถรัดถุงซิลิโคนไว้ได้อย่างพอดี ก่อนจะเย็บปิดแผลซึ่งอยู่ใต้ราวนมทำให้มองไม่เห็นรอยแผล  เทคนิคนี้นอกจากจะได้นมที่สวย มีโอกาสที่เต้านมจะคล้อยน้อยแล้ว ยังลดความเสี่ยงต่อการเจ็บปวดจากการรัดตัวของพังผืดที่มากเกินไปด้วย&#8230;</p>
<p>ส่วนการผ่าตัดทางร่องรักแร้นั้น เป็นวิธีเก่าที่เคยเป็นที่นิยม เพราะรอยพับของรักแร้ช่วยปิดแผลไว้ได้อย่างมิดชิด แต่การจัดขนาดรูปทรงของเต้านมให้ได้ที่ อาจจะสู้วิธีผ่าตัดทางชั้นของกล้ามเนื้อไม่ได้</p>
<p>สำหรับ  “หัวนม”  ใช้ผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนในกรณีของคนที่หน้าอกเล็กมากๆ ไม่สามารถกรีดแผลทางชั้นของกล้ามเนื้อได้ และคนสูงอายุที่นมหย่อนยานแล้ว ปัจจุบันแม้จะไม่มีตัวเลขว่ามีสาวไทยกี่คนที่เคยผ่านการทำอก “ตูม ตูม” มาแล้ว แต่ที่แน่ๆ ในปี 2012 ที่มีคำทำนายว่า “โลกจะแตก” มีสาวเมืองมะริกันที่ผ่านการ “อัพเต้า” มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน!!!</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์</p>
</div>
</div>
<div>
<div id="detail-info">
<h4>ไทยรัฐออนไลน์</h4>
<ul>
<li>โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์</li>
<li>21 มกราคม 2555, 05:30 น.</li>
</ul>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4644</wfw:commentRss>
		<slash:comments>18858</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โปรดคิดสักนิด&#8230;ก่อนคิดทำศัลยกรรม!!</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4488</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4488#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 18:02:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม ผ่าตัด สวย หมอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4488</guid>
		<description><![CDATA[โปรดคิดสักนิด&#8230;ก่อนคิดทำศัลยกรรม!! ศัลยกรรมกับผู้หญิงยุคใหม่ กลับกลายเป็นเรื่องธรรมด๊า&#8230;ธรรมดาไปแล้ว ล่ะค่ะ &#160; ก็แหม..เรื่องของความสวยใครจะไปอดใจไหว&#8230;ยอมทนเจ็บตัวเพียงเล็กน้อยก็สวย ได้ดั่งใจ แต่ก่อนที่จะเสี่ยง ลองหันมาสํารวจตัวเองก่อนดีกว่าไหมคะ&#8230;ว่าเราพร้อมที่จะเจ็บตัวแล้วจริงๆ หรือ?? 1. ควรรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทําศัลยกรรมให้มากพอ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น นิตยสาร หนังสือ อินเตอร์เน็ต หรือจากเพื่อนๆ และข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือได้แค่ไหน? 2. ปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยตรงแล้วหรือยัง การรู้แต่เพียงทฤษฎีนั้นไม่รู้ฝีมือและประสบ-การณ์ของหมอ สู้ไปให้หมอผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์สภาพร่างกายของคุณก่อนตัดสินใจทํา ศัลยกรรมจะดีกว่า อย่าลืมตรวจเช็กรายชื่อว่าอยู่ในสมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งประเทศไทย หรือผลงานที่ผ่านๆ มาของหมอด้วยว่าฝีมือดีน่าเชื่อถือหรือไม่ 3. ควรหวังผลตามความเป็นจริงว่าการศัลยกรรมตกแต่งนั้นช่วยเปลี่ยนหน้าตา หรือบุคลิกภาพได้บางอย่างเท่านั้น อาจไม่ใช่ทุกอย่างที่เหมาะสมที่สุด 4. เลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะหลังจากทําแล้วคุณต้องการเวลาระยะหนึ่งเพื่อพักฟื้นให้แผลหาย 5. ลองย้อนกลับไปถามตัวเองดูดีๆว่า เหตุที่ทําให้คุณอยากทําศัลยกรรมคืออะไรแน่ เพราะแรงยุหรือไม่ ลองตั้งสติ ตอบคําถามเหล่านี้อย่างจริงใจก่อนตัดสินใจ 6. ตรวจเชคเกี่ยวกับผลที่จะเกิดขึ้นหลังทําศัลยกรรม การรักษาตัว แผลเป็น ยาที่จะต้องกิน และผลข้างเคียงที่อาจเกิดกับคนอายุขนาดคุณ อย่าลืมว่า การรู้ราย-ละเอียดเหล่านี้จําเป็นอย่างยิ่งกับชีวิตคุณเชียวล่ะค่ะ 8. อย่าลืมคิดถึงข้อที่ว่าการศัลยกรรม อาจไปกระทบกระเทือนกิจกรรมที่คุณ    กําลังทําอยู่ หรือนิสัยบางอย่างที่คุณคิด เช่น การสูบบุหรี่ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h3>โปรดคิดสักนิด&#8230;ก่อนคิดทำศัลยกรรม!!</h3>
<p><span id="more-4488"></span></p>
<h3>ศัลยกรรมกับผู้หญิงยุคใหม่ กลับกลายเป็นเรื่องธรรมด๊า&#8230;ธรรมดาไปแล้ว ล่ะค่ะ</h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter" title="โปรดคิดสักนิด...ก่อนคิดทำศัลยกรรม!! " src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/p1-7615.jpg" alt="โปรดคิดสักนิด...ก่อนคิดทำศัลยกรรม!! " /></p>
<div>
<div>
<div id="beacon_6a4e75a531"><img src="http://unitus.synergy-e.com/www/delivery/lg.php?bannerid=13659&amp;campaignid=161&amp;zoneid=1123&amp;loc=http%3A%2F%2Fwww.daradaily.com%2Fnews%2F7615%2F%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594...%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%21%21%2520%2F&amp;referer=http%3A%2F%2Fwww.google.com%2Fcse%3Fcx%3Dpartner-pub-1354937167372906%253Af5miz4rqyb1%26cof%3DFORID%253A10%26ie%3DUTF-8%26q%3D%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%26sa%3D%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%26siteurl%3Dwww.daradaily.com%252Fnews%252F11178%252F%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%25259B%2525E0%2525B8%2525B4%2525E0%2525B8%252594%2525E0%2525B8%252597%2525E0%2525B8%2525B3%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%252599%2525E0%2525B8%2525B5%2525E0%2525B8%2525A2%2525E0%2525B8%25259A%2525E0%2525B8%252594%2525E0%2525B8%2525B2%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525B2%2525E0%2525B8%2525A8%2525E0%2525B8%2525B1%2525E0%2525B8%2525A5%2525E0%2525B8%2525A2%2525E0%2525B8%252581%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A1%2525E0%2525B8%252599%2525E0%2525B8%2525A1%252F%26ad%3Dn9%26num%3D10%26rurl%3Dhttp%253A%252F%252Fwww.daradaily.com%252Fth%252Fhome%252Fsearchresult.php%253Fcx%253Dpartner-pub-1354937167372906%25253Af5miz4rqyb1%2526cof%253DFORID%25253A10%2526ie%253DUTF-8%2526q%253D%2525E0%2525B8%2525A8%2525E0%2525B8%2525B1%2525E0%2525B8%2525A5%2525E0%2525B8%2525A2%2525E0%2525B8%252581%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A1%2526sa%253D%2525E0%2525B8%252584%2525E0%2525B9%252589%2525E0%2525B8%252599%2525E0%2525B8%2525AB%2525E0%2525B8%2525B2%2526siteurl%253Dwww.daradaily.com%25252Fnews%25252F11178%25252F%252525E0%252525B9%25252580%252525E0%252525B8%2525259B%252525E0%252525B8%252525B4%252525E0%252525B8%25252594%252525E0%252525B8%25252597%252525E0%252525B8%252525B3%252525E0%252525B9%25252580%252525E0%252525B8%25252599%252525E0%252525B8%252525B5%252525E0%252525B8%252525A2%252525E0%252525B8%2525259A%252525E0%252525B8%25252594%252525E0%252525B8%252525B2%252525E0%252525B8%252525A3%252525E0%252525B8%252525B2%252525E0%252525B8%252525A8%252525E0%252525B8%252525B1%252525E0%252525B8%252525A5%252525E0%252525B8%252525A2%252525E0%252525B8%25252581%252525E0%252525B8%252525A3%252525E0%252525B8%252525A3%252525E0%252525B8%252525A1%252525E0%252525B8%25252599%252525E0%252525B8%252525A1%25252F&amp;cb=6a4e75a531" alt="" width="0" height="0" /></div>
</div>
<p>ก็แหม..เรื่องของความสวยใครจะไปอดใจไหว&#8230;ยอมทนเจ็บตัวเพียงเล็กน้อยก็สวย ได้ดั่งใจ แต่ก่อนที่จะเสี่ยง ลองหันมาสํารวจตัวเองก่อนดีกว่าไหมคะ&#8230;ว่าเราพร้อมที่จะเจ็บตัวแล้วจริงๆ หรือ??</p>
<p>1. ควรรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทําศัลยกรรมให้มากพอ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น นิตยสาร หนังสือ อินเตอร์เน็ต หรือจากเพื่อนๆ และข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือได้แค่ไหน?</p>
<p>2. ปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยตรงแล้วหรือยัง การรู้แต่เพียงทฤษฎีนั้นไม่รู้ฝีมือและประสบ-การณ์ของหมอ สู้ไปให้หมอผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์สภาพร่างกายของคุณก่อนตัดสินใจทํา ศัลยกรรมจะดีกว่า อย่าลืมตรวจเช็กรายชื่อว่าอยู่ในสมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งประเทศไทย หรือผลงานที่ผ่านๆ มาของหมอด้วยว่าฝีมือดีน่าเชื่อถือหรือไม่</p>
<p>3. ควรหวังผลตามความเป็นจริงว่าการศัลยกรรมตกแต่งนั้นช่วยเปลี่ยนหน้าตา หรือบุคลิกภาพได้บางอย่างเท่านั้น อาจไม่ใช่ทุกอย่างที่เหมาะสมที่สุด</p>
<p>4. เลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะหลังจากทําแล้วคุณต้องการเวลาระยะหนึ่งเพื่อพักฟื้นให้แผลหาย</p>
<p>5. ลองย้อนกลับไปถามตัวเองดูดีๆว่า เหตุที่ทําให้คุณอยากทําศัลยกรรมคืออะไรแน่ เพราะแรงยุหรือไม่ ลองตั้งสติ ตอบคําถามเหล่านี้อย่างจริงใจก่อนตัดสินใจ</p>
<p>6. ตรวจเชคเกี่ยวกับผลที่จะเกิดขึ้นหลังทําศัลยกรรม การรักษาตัว แผลเป็น ยาที่จะต้องกิน และผลข้างเคียงที่อาจเกิดกับคนอายุขนาดคุณ อย่าลืมว่า การรู้ราย-ละเอียดเหล่านี้จําเป็นอย่างยิ่งกับชีวิตคุณเชียวล่ะค่ะ</p>
<p>8. อย่าลืมคิดถึงข้อที่ว่าการศัลยกรรม อาจไปกระทบกระเทือนกิจกรรมที่คุณ    กําลังทําอยู่ หรือนิสัยบางอย่างที่คุณคิด เช่น การสูบบุหรี่</p>
<p>9. เตรียมทําใจไว้ได้เลยว่า หลังจากการผ่าตัดจะต้องมีแผล บวมอักเสบ หรือแผลเป็นต่างๆ แน่ๆ กว่าแผลจะหายอย่างน้อยก็ 2 อาทิตย์</p>
<p>10. ท้ายที่สุด ชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบผลดี ผลเสีย ข้อ  จํากัด สิ่งที่คาดว่าจะเกิดหลังจากทําศัลยกรรม ให้รอบด้านและมองตามความเป็นจริง เปรียบเทียบกับสภาพปัจจุบัน</p>
<p>ก่อนตัดสินใจทํา อย่าลืมว่าเมื่อหมอลงมีดไปแล้ว สิ่งใดที่เสียไปไม่อาจเอากลับคืนมาได้นะคะ</p>
<p><strong>อยากจะให้ตัดสินใจกันดีๆ ก่อนจะทําศัลยกรรมนะคะ เพราะมันอาจจะมีผลเสียกับเรามากกว่าที่เราคิดก็ได้ค่ะ เลือกคุณหมอที่ชํานาญและที่เชื่อถือได้ ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี นะคะ ถ้ายังคิดว่าอย่างไรก็จะทําแน่นอน ..</strong>♦</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก daradaily.com</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4488</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลี เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้ก่อนสวย</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3429</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3429#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:31:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[จมูกแบบเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3429</guid>
		<description><![CDATA[ศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลี เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้ก่อนสวย (ไทยโพสต์) กระแสเคป็อปในบ้านเรามาแรง ทั้งเพลง หนัง ละคร ก็ต้องเกาหลีเท่านั้น ใคร ๆ ก็อยากจะสวย-หล่อแบบดารา-นักร้องเกาหลีทั้งนั้น ตอนนี้กระแสเรื่องการทำศัลยกรรมแบบเกาหลีจึงฮอตฮิตมาก โดยเฉพาะศัลยกรรมจมูก บางรายลงทุนบินไปโมดิฟายกันถึงแดนกิมจิ ในบ้านเราเองใคร ๆ ก็บอกว่าทำจมูกแบบเกาหลี แต่จะทราบได้อย่างไรว่าการทำจมูกแบบเกาหลีนั้น มีรูปแบบหรือความแตกต่างและเทคนิคเฉพาะอย่างไร จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลีของแท้ นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง ยศยาคลินิก มีคำแนะนำเรื่องการทำศัลยกรรมจมูกว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจโครงสร้างของจมูกคนเราก่อนว่า จมูกด้านนอกประกอบด้วย ส่วนบนซึ่งเป็นกระดูกแข็ง และส่วนล่างของปลายจมูกประกอบด้วยกระดูกอ่อนสองข้างซ้าย ขวา ซึ่งประกบกันตรงกลาง วางอยู่บนกระดูกอ่อนของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งกระดูกอ่อนปลายจมูกแต่ละข้างจะมีรูปทรงคลายตัววี (V) คว่ำ โดยขาของของตัว V ด้านหนึ่งจะเรียงขนานกันตรงกลาง ส่วนขาตัว V อีกด้านจะส่วนที่เป็นโครงสร้างรูจมูกด้านหน้า สำหรับชาวเอเชียมักมีปัญหากับความสูงของสันจมูกที่น้อยเกินไป วิธีที่ดีและง่ายที่สุดคือ การเสริมจมูกด้วยการเหลาซิลิโคนใส่เข้าไปที่สันจมูกและปลายจมูก แต่จะประสบความสำเร็จสวยสมใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเนื้อจมูกที่มีอยู่เดิมของคนไข้ และความหนาของซิลิโคนที่แพทย์ใส่ให้ที่ปลายจมูก ในประเทศเกาหลีศัลยแพทย์เกาหลีนิยมการผ่าตัดเสริมจมูก ที่เน้นความสวยเป็นธรรมชาติของปลายจมูกเป็นอย่างมาก ซึ่งจมูกที่สวยแบบธรรมชาติ นอกจากจะเห็นปลายจมูกเป็นสันและได้สัดส่วนกับรูปจมูกโดยรวมแล้ว รูปร่างของรูจมูกเมื่อมองจากมุมด้านล่าง ควรจะต้องเป็นรูปวงรี หรือรูปหยดน้ำ (Tear drop) นอกจากนี้ความเชิดของปลายจมูกควรต้องมีความพอดี เมื่อมองจากด้านข้างแล้ว จมูกควรทำมุม [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลี เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้ก่อนสวย (ไทยโพสต์)<br />
<span id="more-3429"></span><br />
กระแสเคป็อปในบ้านเรามาแรง ทั้งเพลง หนัง ละคร ก็ต้องเกาหลีเท่านั้น ใคร ๆ ก็อยากจะสวย-หล่อแบบดารา-นักร้องเกาหลีทั้งนั้น ตอนนี้กระแสเรื่องการทำศัลยกรรมแบบเกาหลีจึงฮอตฮิตมาก โดยเฉพาะศัลยกรรมจมูก บางรายลงทุนบินไปโมดิฟายกันถึงแดนกิมจิ ในบ้านเราเองใคร ๆ ก็บอกว่าทำจมูกแบบเกาหลี แต่จะทราบได้อย่างไรว่าการทำจมูกแบบเกาหลีนั้น มีรูปแบบหรือความแตกต่างและเทคนิคเฉพาะอย่างไร จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลีของแท้</p>
<p>นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง ยศยาคลินิก มีคำแนะนำเรื่องการทำศัลยกรรมจมูกว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจโครงสร้างของจมูกคนเราก่อนว่า จมูกด้านนอกประกอบด้วย ส่วนบนซึ่งเป็นกระดูกแข็ง และส่วนล่างของปลายจมูกประกอบด้วยกระดูกอ่อนสองข้างซ้าย ขวา ซึ่งประกบกันตรงกลาง วางอยู่บนกระดูกอ่อนของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งกระดูกอ่อนปลายจมูกแต่ละข้างจะมีรูปทรงคลายตัววี (V) คว่ำ โดยขาของของตัว V ด้านหนึ่งจะเรียงขนานกันตรงกลาง ส่วนขาตัว V อีกด้านจะส่วนที่เป็นโครงสร้างรูจมูกด้านหน้า</p>
<p>สำหรับชาวเอเชียมักมีปัญหากับความสูงของสันจมูกที่น้อยเกินไป วิธีที่ดีและง่ายที่สุดคือ การเสริมจมูกด้วยการเหลาซิลิโคนใส่เข้าไปที่สันจมูกและปลายจมูก แต่จะประสบความสำเร็จสวยสมใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเนื้อจมูกที่มีอยู่เดิมของคนไข้ และความหนาของซิลิโคนที่แพทย์ใส่ให้ที่ปลายจมูก</p>
<p>ในประเทศเกาหลีศัลยแพทย์เกาหลีนิยมการผ่าตัดเสริมจมูก ที่เน้นความสวยเป็นธรรมชาติของปลายจมูกเป็นอย่างมาก ซึ่งจมูกที่สวยแบบธรรมชาติ นอกจากจะเห็นปลายจมูกเป็นสันและได้สัดส่วนกับรูปจมูกโดยรวมแล้ว รูปร่างของรูจมูกเมื่อมองจากมุมด้านล่าง ควรจะต้องเป็นรูปวงรี หรือรูปหยดน้ำ (Tear drop) นอกจากนี้ความเชิดของปลายจมูกควรต้องมีความพอดี เมื่อมองจากด้านข้างแล้ว จมูกควรทำมุม 90 ถึง 95 องศากับเนื้อด้านบนริมฝีปาก</p>
<p>ปัจจุบันศัลยกรรมปลายจมูกในเกาหลี ได้พัฒนาเทคนิคเฉพาะหลายอย่างที่แตกต่างจากในประเทศไทยอย่างชัดเจน คือ ศัลยแพทย์ชาวเกาหลีจะไม่นิยมใช้ซิลิโคนมาใส่ที่ปลายจมูกมากจนเกินไป แต่จะใช้วิธีการเย็บปลายจมูก และใส่กระดูกอ่อนเป็นหลัก ซึ่งการประเมินจุดที่ต้องเย็บ และปริมาณกับตำแหน่งของกระดูกอ่อนที่จะมาใส่ จะต้องอาศัยแพทย์ที่ผ่านประสบการณ์และมีความชำนาญอย่างมาก เนื่องจากรูปร่างจมูกของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน การเย็บการเสริมจุดหนึ่งๆ จะส่งผลต่อรูปร่างส่วนอื่นๆ ของจมูกด้วย การใช้ซิลิโคนเสริมอย่างเดียวเพื่อดันปลายจมูกออกมามากๆ เป็นที่นิยมน้อยลงมากในประเทศเกาหลี เพราะอาจจะมีปัญหาซิลิโคนทะลุตามมาได้</p>
<p>การผ่าตัดปรับรูปปลายจมูก โดยไม่ต้องเน้นการใส่ซิลิโคนปริมาณหนา ๆ มีข้อดีคือ รูปทรงจมูกดูเป็นธรรมชาติ ปลายจมูกบิดไปมาได้โดยไม่เป็นแท่งแข็งติดกับสันจมูก  รูจมูกเป็นรูปวงรี สวยเป็นธรรมชาติคล้ายชาวตะวันตก  ผลการศัลยกรรมอยู่ทนนานไปตลอด ไม่ต้องมีปัญหาว่านาน ๆ ไปซิลิโคนที่ปลายจมูกจะเลื่อน รัดตัว หรือทำให้เนื้อที่ปลายจมูกบางลงจนอาจทะลุได้ เพราะกระดูกอ่อนของตัวเองที่ปลายจมูก จะไม่มีทางทะลุออกมาได้เหมือนซิลิโคน</p>
<p>สำหรับประเทศไทย ซิลิโคนที่ถูกนำมาใช้มีหลายชนิดหลายเกรด ความบริสุทธิ์ต่างกันไป การสัมผัสถึงความนิ่มของซิลิโคนก็มีหลากหลาย บางชนิดนิ่มมากจนเกือบเหมือนเจล แต่ข้อควรระวัง คือ แม้จะทำการเสริมปลายจมูกด้วยซิลิโคนที่มีคุณสมบัติดีเพียงใด การทะลุปลายจมูกจากการดันของซิลิโคนก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากซิลิโคนเป็นสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย เมื่อไปอยู่ในพื้นที่จำกัดจะทำให้เกิดแรงดันต่อผิวหนังที่ปลายจมูก ยิ่งถ้าในบางคนที่มีความหนาของเนื้อที่ปลายจมูกไม่มากแล้ว ไปใส่ซิลิโคนในปริมาณมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาซิลิโคนทะลุตามมาได้ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นแล้วการแก้ไขรอยแผลเป็นก็ไม่ง่ายนัก ต้องเจ็บตัวแก้ไขใหม่ เสียเงิน และเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>
<p>สรุปว่าการทำจมูกแบบเกาหลี คือ ศัลยกรรมที่เน้นการปรับรูปทรงกระดูกอ่อนปลายจมูก และการใช้กระดูกอ่อนของตนเองมาเสริม มากกว่าจะใช้ซิลิโคนที่มีความหนามาก ๆ และข้อสำคัญอย่าลืมพิจารณาว่า เทคนิคแบบเกาหลีต้องใช้ความชำนาญพิเศษของศัลยแพทย์ ในการประเมินรูปทรงของกระดูกและกระดูกอ่อนจมูกอย่างละเอียด มีการวางแผนการผ่าตัดที่ดี รวมถึงการใช้เครื่องมือผ่าตัดที่มีลักษณะเฉพาะ จะช่วยให้ได้ผลการผ่าตัดที่สมบูรณ์สวยงาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook38.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.thaipost.net/x-cite/010911/44269" target="_blank"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/thaipost10.jpg" alt="" border="0" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3429</wfw:commentRss>
		<slash:comments>174</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อปฏิบัติตนสำหรับสาวที่จะผ่าตัดเสริมหน้าอก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3424</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3424#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:29:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวเสริมหน้าอก]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อปฏิบัติตน]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมหน้าอก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3424</guid>
		<description><![CDATA[เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม อกใหญ่เรื่องเล็ก แต่อกเล็กสิเรื่องใหญ่.. สาว ๆ บางรายจึงตัดสินใจจัดการกับปัญหานี้ ด้วยการเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก สำหรับคนที่คิดจะทำการผ่าตัดเพื่อให้หน้าอกดูอวบอิ่มเต็มคัพมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาฝากกันค่ะ 1. หาข้อมูลเรื่องยาล่วงหน้า หลังการผ่าตัด เป็นที่แน่นอนว่าคุณจะต้องได้รับยา บางตัว ไม่ว่าจะเป็นยาลดบวม แก้ปวด แก้อักเสบ หรือยาตัวอื่น ๆ ซึ่งหากเป็นไปได้ การศึกษาข้อมูลของยาโดยละเอียด ทั้งคุณสมบัติและการออกฤทธิ์ของยาแต่ละตัวไว้ล่วงหน้า ย่อมเป็นหนทางที่ดีกว่า โดยคุณสามารถสอบถามข้อมูลเหล่านี้ จากคนที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาก่อน หรือเข้าปรึกษากับคุณหมอได้โดยตรง รวมทั้งการหาซื้อยามาเตรียมเอาไว้ก่อน ย่อมดีกว่าออกไปหาซื้อยาหลังการผ่าตัด ซึ่งคุณทั้งเจ็บแผลทั้งขยับตัวลำบากด้วยค่ะ 2. ทานอาหารมีประโยชน์และงดปัจจัยทำร้ายสุขภาพ แม้จะฟังเป็นเรื่องที่ดูน่าเบื่อ กับการต้องเริ่มทานอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แต่ก็นับว่านี่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ รวมทั้งงดพฤติกรรม ที่ทำร้ายสุขภาพอย่างบริโภคแอลดอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ซึ่งการงดสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัด จะทำให้ระบบทางเดินหายใจของคุณโล่งและสะอาดขึ้น ออกซิเจนถูกดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดและไปหล่อเลี้ยงบาดแผลได้ดีขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วย 3. ไม่จับหรือขยับผ้าพันแผล แม้ว่าคุณจะอยากสำรวจดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหน้าอกของคุณ มากขนาดไหน พยายามห้ามใจไม่ล้วงแคะแกะเกาหรือจับขยับผ้าพันแผล เพราะนั่นเป็นการรบกวนกระบวนการสมานแผล ทำให้แผลหายช้าได้ค่ะ 4. ทำใจยอมรับรอยแผลเป็น เป็นเรื่องธรรมดาว่าหากมีบาด แผลใด [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
<span id="more-3424"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=3425" rel="attachment wp-att-3425"><img class="alignnone size-full wp-image-3425" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/01_941.jpg" alt="" width="437" height="470" /></a></p>
<p>อกใหญ่เรื่องเล็ก แต่อกเล็กสิเรื่องใหญ่.. สาว ๆ บางรายจึงตัดสินใจจัดการกับปัญหานี้ ด้วยการเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก สำหรับคนที่คิดจะทำการผ่าตัดเพื่อให้หน้าอกดูอวบอิ่มเต็มคัพมากขึ้น แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวหรือปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการปฏิบัติตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกมาฝากกันค่ะ</p>
<p>1. หาข้อมูลเรื่องยาล่วงหน้า</p>
<p>หลังการผ่าตัด เป็นที่แน่นอนว่าคุณจะต้องได้รับยา บางตัว ไม่ว่าจะเป็นยาลดบวม แก้ปวด แก้อักเสบ หรือยาตัวอื่น ๆ ซึ่งหากเป็นไปได้ การศึกษาข้อมูลของยาโดยละเอียด ทั้งคุณสมบัติและการออกฤทธิ์ของยาแต่ละตัวไว้ล่วงหน้า ย่อมเป็นหนทางที่ดีกว่า โดยคุณสามารถสอบถามข้อมูลเหล่านี้ จากคนที่เคยเข้ารับการผ่าตัดมาก่อน หรือเข้าปรึกษากับคุณหมอได้โดยตรง รวมทั้งการหาซื้อยามาเตรียมเอาไว้ก่อน ย่อมดีกว่าออกไปหาซื้อยาหลังการผ่าตัด ซึ่งคุณทั้งเจ็บแผลทั้งขยับตัวลำบากด้วยค่ะ</p>
<p>2. ทานอาหารมีประโยชน์และงดปัจจัยทำร้ายสุขภาพ</p>
<p>แม้จะฟังเป็นเรื่องที่ดูน่าเบื่อ กับการต้องเริ่มทานอาหารที่มีประโยชน์ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แต่ก็นับว่านี่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรงพร้อมก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ รวมทั้งงดพฤติกรรม ที่ทำร้ายสุขภาพอย่างบริโภคแอลดอฮอล์หรือสูบบุหรี่ ซึ่งการงดสูบบุหรี่ก่อนการผ่าตัด จะทำให้ระบบทางเดินหายใจของคุณโล่งและสะอาดขึ้น ออกซิเจนถูกดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดและไปหล่อเลี้ยงบาดแผลได้ดีขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้นด้วย</p>
<p>3. ไม่จับหรือขยับผ้าพันแผล</p>
<p>แม้ว่าคุณจะอยากสำรวจดูความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหน้าอกของคุณ มากขนาดไหน พยายามห้ามใจไม่ล้วงแคะแกะเกาหรือจับขยับผ้าพันแผล เพราะนั่นเป็นการรบกวนกระบวนการสมานแผล ทำให้แผลหายช้าได้ค่ะ</p>
<p>4. ทำใจยอมรับรอยแผลเป็น</p>
<p>เป็นเรื่องธรรมดาว่าหากมีบาด แผลใด ๆ เกิดขึ้นบนร่างกาย ย่อมทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นรอยเล็กหรือใหญ่ และจะเห็นได้ชัดเจนหรือไม่ก็ตาม เช่นเดียวกับรอยแผลที่คุณย่อมได้จากการผ่าตัดเสริมหน้าอกนี้ด้วย แต่ถึงกระนั้น คุณก็สามารถรับการรักษารอยแผลเป็นนี้ให้จากลงได้ในภายหลังค่ะ</p>
<p>5. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์</p>
<p>เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นที่สุด ที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งนี้ผู้เข้ารับการผ่าตัดแต่ละราย ย่อมมีอาการหรือลักษณะจำเพาะที่แตกต่างกันไป ทำให้รายละเอียดในการปฏิบัติตัวทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด แตกต่างกันออกไปด้วย หากมีข้อสงสัยใด ๆ ควรเข้าปรึกษารับคำแนะนำจากคุณหมอโดยตรงค่ะ</p>
<p>ใครที่ตัดสินใจจะทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก คงได้ทราบข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวไปบ้างนะคะ ทั้งนี้ลองศึกษาข้อมูลอีกจากหลาย ๆ แหล่งร่วมด้วย เพื่อให้ผลจากการผ่าตัดครั้งนี้ของคุณได้ผลที่น่าพอใจที่สุดค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook36.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3424</wfw:commentRss>
		<slash:comments>22336</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดั้งสวยได้ ไม่ต้องผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3195</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3195#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 21:59:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ดั้งสวยได้]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ต้องผ่าตัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3195</guid>
		<description><![CDATA[ดั้งสวยได้ ไม่ต้องผ่าตัด (นิตยสาร Appeal) จมูกโด่งสวย ย่อมเป็นที่ปรารถนาของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทุกยุคทุกสมัย แต่สำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดลงมืด คงอยากมีจมูกสวยแบบง่าย ๆ และรวดเร็ว เราจึงขอแนะนำการเสริมจมูกด้วยไขมันด้วยเอง ซึ่ง ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ จากภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ADD LIFE Anti-Aging Canter เปิดเผยว่า  &#8220;เทคนิคใหม่มีการพัฒนามาจากการฉีดไขมันที่ใช้วิธีผ่าตัดแล้วใส่ไขมันเข้าไป โดยพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ Regenerative medicine มาผสมผสานกันให้ไขมันคงอยู่ได้ถาวรมากขึ้น เช่น การผสม growth factors หรือการผสมฮอร์โมนบางตัว &#8221; ทำให้จึงมีการพัฒนาการเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมันของคนไข้เองน่ะหรือ อาจารย์ถนอมอธิบายว่า  &#8220;ปัจจุบันคนไข้ส่วนใหญ่นิยมเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ ซึ่งฟิลเลอร์ส่วนใหญ่อยู่ได้ชั่วคราว ประมาณครึ่งปีหรือหนึ่งปี แล้วก็สลายไป ต้องกลับมาฉีดใหม่ ที่สำคัญคือฟิลเลอร์มีราคาต่อจำนวน 1 ซีซีค่อนข้างสูง แต่การเสริมจมูกด้วยไขมันคนไข้เองสามารถใช้ไขมันเท่าไหร่ก็ได้ ราคาไม่เพิ่ม สมมุติว่า เอาไขมันออกมา 10 cc หรือ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ดั้งสวยได้ ไม่ต้องผ่าตัด (นิตยสาร Appeal)</p>
<p><span id="more-3195"></span></p>
<p>จมูกโด่งสวย ย่อมเป็นที่ปรารถนาของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทุกยุคทุกสมัย แต่สำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดลงมืด คงอยากมีจมูกสวยแบบง่าย ๆ และรวดเร็ว เราจึงขอแนะนำการเสริมจมูกด้วยไขมันด้วยเอง ซึ่ง ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ จากภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ADD LIFE Anti-Aging Canter เปิดเผยว่า  &#8220;เทคนิคใหม่มีการพัฒนามาจากการฉีดไขมันที่ใช้วิธีผ่าตัดแล้วใส่ไขมันเข้าไป โดยพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ Regenerative medicine มาผสมผสานกันให้ไขมันคงอยู่ได้ถาวรมากขึ้น เช่น การผสม growth factors หรือการผสมฮอร์โมนบางตัว &#8221;</p>
<p>ทำให้จึงมีการพัฒนาการเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมันของคนไข้เองน่ะหรือ อาจารย์ถนอมอธิบายว่า  &#8220;ปัจจุบันคนไข้ส่วนใหญ่นิยมเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ ซึ่งฟิลเลอร์ส่วนใหญ่อยู่ได้ชั่วคราว ประมาณครึ่งปีหรือหนึ่งปี แล้วก็สลายไป ต้องกลับมาฉีดใหม่ ที่สำคัญคือฟิลเลอร์มีราคาต่อจำนวน 1 ซีซีค่อนข้างสูง แต่การเสริมจมูกด้วยไขมันคนไข้เองสามารถใช้ไขมันเท่าไหร่ก็ได้ ราคาไม่เพิ่ม สมมุติว่า เอาไขมันออกมา 10 cc หรือ 3 cc ก็มีราคาเท่าเดิม แต่ฟิลเลอร์จะเพิ่มราคาทุก 1 cc เนื่องจากมีต้นทุน ทีนี้การเสริมจมูกด้วยไขมันคนไข้เองต้องมีเทคนิคที่จะทำให้ไขมันอยู่ได้นาน จึงมีการนำไขมันมาผสมกับฮอร์โมนและ growth factors เพื่อให้ไขมันมีชีวิตรอด หรืออาจใช้วิธีการผสมเซลล์เปลือกไขมันหรือที่ในท้องตลาดเรียกว่าสเต็มเซลล์ไขมัน ซึ่งเทคนิคนี้มีราคาสูงมากโดยเพิ่มอัตราการอดของไขมันขึ้นอีก 20% ซึ่งอาจจะไม่คุ้มราคาถ้าหากทำในบริเวณเล็ก ๆ เช่น จมูก &#8221;</p>
<p>เมื่อถามว่าการเสริมจมูกด้วยไขมันเหมาะกับใคร อาจารย์ถนอมตอบว่า  &#8220;เหมาะกับคนไข้ที่ไม่ต้องการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน ไม่อยากผ่าตัด อยากให้ดูเป็นธรรมชาติ คือไม่สูงโดดเด่นสามารถเสริมได้ตั้งแต่โคนจนถึงปลายจมูกทำเสร็จคนไข้กลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น ถ้าฉีดแล้วไม่ชอบก็สามารถใช้สเตียรอยด์ทำให้เนื้อเยื่อไขมันที่ปลูกถ่ายสลายได้ในช่วงเดือนแรก &#8221;</p>
<p>ขั้นตอนการเสริมดั้งโด่ง</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann5615.gif" alt="" border="0" />เลือกบริเวณที่จะนำไขมันออกมาใช้งานโดยเลือกดูดไขมันจากบริเวณต้นขา หรือท้องส่วนล่าง เพราะไขมันบริเวณนี้มีสเต็มเซลล์ไขมันมากกว่าทำให้เนื้อเยื่อไขมันมีโอกาสมีชีวิตรอดได้มากกว่าไขมันบริเวณท้องส่วนบนซึ่งมีสเต็มเซลล์ไขมันน้อยกว่า เมื่อย้ายไปปลูกถ่าย ไขมันก็จะสลายตัวง่าย แต่เทคนิคใหม่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วไขมันจะมีชีวิตรอดมากกว่า 50% และส่วนที่เหลืออยู่หลังจาก 6 เดือน จะคงอยู่ไปตลอดชีวิต ถ้าหากต้องการเติมเพิ่มก็สามารถทำได้ง่าย ทำได้หลายครั้งไม่จำกัด</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann5615.gif" alt="" border="0" /> ฉีดยาชาเล็กน้อยที่บริเวณปลายจมูกสองจุด จากนั้นฉีดสารน้ำเข้าไปที่บริเวณต้นขาที่จะดูดไขมัน ทิ้งไว้สักครู่</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann5615.gif" alt="" border="0" /> จากนั้นเจาะรูเล็กด้วยเข็มฉีดยาที่ต้นขาแล้วสอดเข็มดูดไขมันออกมาอย่างนุ่มนวล ล้างกรองส่วนไขมันที่เป็นเนื้อล้วนๆ นำมาผสมกับฮอร์โมนเล็กน้อย นำไปฉีดไขมันที่จมูกอย่างนุ่มนวลและเบา ต้องอาศัยศิลปะและเทคนิคที่ละมุนละม่อมในการฉีดพอสมควร เพื่อให้ได้รูปทรงจมูกที่สวยงาม อาจฉีดให้สูงกว่าปกติเล็กน้อย เพราะว่าฉีดครั้งแรกจมูกจะบวม</p>
<p>ผลลัพธ์ที่ได้</p>
<p>ประมาณ 3 เดือน จะได้สันจมูกที่คงที่ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่นูนมากเท่ากับตอนฉีดใหม่ ๆ</p>
<p>ข้อแนะนำ ถ้าต้องการเสริมจมูกโด่งชัดเจน ควรเป็นแบบผ่าตัด</p>
<p>ข้อดีและข้อเสียระหว่างฟิลเลอร์และไขมัน</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ฟิลเลอร์จะควบคุมรูปทรงจมูกค่อนข้างยาก เพราะต้องปั้น แต่การฉีดไขมันไม่ต้องปั้น ต้องฉีดให้ได้รูปทรงตั้งแต่แรก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ฟิลเลอร์อาจดูใส ๆ บวม ๆ แล้วไหล</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไขมันไม่ไหล ฉีดแล้วอยู่กับที่ เชื่อมติดเป็นเนื้อเดียวกันกับร่างกาย แต่ฟิลเลอร์อาจไหลด้านข้างทำให้เห็นสันจมูกบวม ๆ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปบางตำแหน่ง เวลายิ้มจะเห็นเป็นก้อน แต่ไขมันไม่เป็น เพราะเป็นเนื้อเยื่อร่างกาย</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไขมันจะดูไม่ใส่โปร่งแสงแบบฟิลเลอร์ดูเหมือนเนื้อธรรมดา สีผิวปกติ เพราะเป็นเนื้อเยื่อธรรมชาติ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไขมันมีข้อดีมากกว่าวิธีย้ายไขมันแบบเดิม คือไม่มีแผลผ่าตัดเลย แค่เจาะรูเล็กๆ ใช้เวลาในการทำไม่กี่นาที หายเร็วและไม่ต้องดูแลมากวันรุ่งขึ้นสามารถล้างหน้าได้ตามปกติ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> เนื่องจากเป็นไขมันจากตัวคนไข้เอง จึงไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งแปลกปลอม ไม่ทะลุ มีโอกาสติดเชื้อน้อย มีสีธรรมชาติ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไม่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย สามารถฉีดเพิ่มเติมได้หลายครั้งจนกว่าจะได้สันจมูกที่คงที่ถาวรตลอดชีวิต สันจมูกโด่งคงที่หมายถึงโด่งเท่าที่เนื้อเยื่อทำได้ ซึ่งอาจจะไม่โด่งชัดแบบซิลิโคน หรือ e-PTFE เพราะไขมันมีความอ่อนนุ่ม จะปรับรูปร่าง ตัวไม่ดันเนื้อเยื่อจมูกมากเกินไป จึงไม่มีปัญหาทะลุ</p>
<p>ระยะเวลาฟื้นตัว ฟื้นตัวเร็วกว่าวิธีเดิม ไม่ค่อยมีรอยซ้ำหรือรอยเขียว บวมเล็กน้อยทันทีหลังทำ วันรุ่งขึ้นสามารถไปทำงานได้ ส่วนใหญ่วันที่สามมักจะดูปกติ</p>
<p>ภาวะแทรกซ้อน การฉีดไขมันส่วนใหญ่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร เนื่องจากใช้เข็มฉีดไขมันมาตรฐานไร้คม ไม่ทำให้ฉีดเข้าไปอุดเส้นเลือดจมูกได้ จึงไม่มีปัญหาเนื้อตาย แต่ถ้าเป็นฟิลเลอร์ต้องใช้เข็มเล็ก ซึ่งมีโอกาสที่จะฉีดเข้าไปในหลอดเลือดก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนได้</p>
<p>Tip : หนังสือ Fat Injection From Filling to Regeneration อธิบายเรื่องการฉีดไขมัน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดในแง่ที่ว่า ไขมันจะอยู่รอดมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความบาดเจ็บของไขมันและเกี่ยวข้องกับอะดิโพส สเต็มเซลล์ ที่อยู่รอบ ๆ ไขมัน เมื่อสเต็มเซลล์มากขึ้น มันก็จะมีชีวิตถาวร จึงเป็นที่มาของการปลูกถ่ายย้ายไขมัน</p>
<div>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook14.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
</div>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/appeal14.jpg" alt="" border="0" /><br />
กันยายน 2554 ISSUE 05</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3195</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยกกระชับใบหน้าและรูปร่างด้วยไหมละลาย ไม่ต้องผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3168</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3168#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 21:57:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าเรียว/Botox]]></category>
		<category><![CDATA[ด้วยไหมละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ยกกระชับใบหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[รูปร่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ต้องผ่าตัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3168</guid>
		<description><![CDATA[ยกกระชับใบหน้าและรูปร่างด้วยไหมละลาย ไม่ต้องผ่าตัด (APPEAL THE BEAUTY BIBLE) ทางเลือกใหม่โดยไม่ต้องผ่าตัด สมัยก่อนเมื่อมีปัญหาคิ้วหรือหนังตาตก ผิวหย่อนคล้อย คางสองชั้น มีริ้วรอยบริเวณลำคอ หลายคนมักนึกถึงการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งต้องตัดผิวหนังส่วนเกินออกไป ก่อนเย็บแผลเก็บไว้บริเวณหลังใบหู หรือบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งทำให้ต้องพักฟื้นนาน และยังมีรอยแผลเป็นให้เห็น แถมค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ค่อนข้างสูงอีกด้วย ปัจจุบัน มีทางเลือกใหม่โดยไม่ต้องเจ็บตัวและไม่ต้องพักฟื้น นั่นคือ การยกกระชับใบหน้าด้วยไหมละลาย PDO (Polydioxanone) ที่กำลังได้รับความนิยมกันทั่วโลก ประโยชน์ที่มากกว่าการดึงหน้า ไหมชนิดนี้มีการใช้ในวงการแพทย์มานานนับสิบปี เพื่อเย็บเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือเส้นเลือดในร่างกาย ถือว่ามีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาทั้งในและต่างประเทศ นำมาร้อยบริเวณผิวหนังทั้งใบหน้าและลำตัวได้ในหลายกรณี  แก้ปัญหาคิ้วและหนังตาตก  แก้ปัญหาโหนกแก้มต่ำ ร่องแก้มลึก  แก้ปัญหามุมปากตก แก้มหย่อนคล้อย รูปหน้าไม่คมได้รูป  แก้ปัญหาคางสองชั้นและริ้วรอยบริเวณลำคอ  แก้ปัญหาปลายและสันจมูกไม่ได้รูป ปลายคางไม่งอน  ช่วยยกทรวงอก  แก้ปัญหาผิวหย่อนใต้ท้องแขน  ช่วยให้เอวคอดได้รูป ยกกระชับผิวหน้าท้องที่หย่อนคล้อย และสร้างซิคแพคสำหรับผู้ชาย  ช่วยยกบั้นท้ายให้งอนสวย  แก้ปัญหาผิวไม่สม่ำเสมอ เช่น รอยแตกลายหน้าท้อง หรือเซลลูไลท์ ไหมละลายชนิดนี้แตกต่างจากไหมละลายชนิดอื่นอย่างไร ไหม PDO เป็นไหมละลาย ซึ่งร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดออกไปจนหมดภายในระยะเวลา [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ยกกระชับใบหน้าและรูปร่างด้วยไหมละลาย ไม่ต้องผ่าตัด (APPEAL THE BEAUTY BIBLE)<br />
<span id="more-3168"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=3169" rel="attachment wp-att-3169"><img class="alignnone size-full wp-image-3169" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/sul_1.jpg" alt="" width="500" height="519" /></a></p>
<p style="text-align: left;">ทางเลือกใหม่โดยไม่ต้องผ่าตัด</p>
<p>สมัยก่อนเมื่อมีปัญหาคิ้วหรือหนังตาตก ผิวหย่อนคล้อย คางสองชั้น มีริ้วรอยบริเวณลำคอ หลายคนมักนึกถึงการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งต้องตัดผิวหนังส่วนเกินออกไป ก่อนเย็บแผลเก็บไว้บริเวณหลังใบหู หรือบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งทำให้ต้องพักฟื้นนาน และยังมีรอยแผลเป็นให้เห็น แถมค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ค่อนข้างสูงอีกด้วย</p>
<p>ปัจจุบัน มีทางเลือกใหม่โดยไม่ต้องเจ็บตัวและไม่ต้องพักฟื้น นั่นคือ การยกกระชับใบหน้าด้วยไหมละลาย PDO (Polydioxanone) ที่กำลังได้รับความนิยมกันทั่วโลก</p>
<p>ประโยชน์ที่มากกว่าการดึงหน้า</p>
<p>ไหมชนิดนี้มีการใช้ในวงการแพทย์มานานนับสิบปี เพื่อเย็บเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือเส้นเลือดในร่างกาย ถือว่ามีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาทั้งในและต่างประเทศ นำมาร้อยบริเวณผิวหนังทั้งใบหน้าและลำตัวได้ในหลายกรณี</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> แก้ปัญหาคิ้วและหนังตาตก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> แก้ปัญหาโหนกแก้มต่ำ ร่องแก้มลึก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> แก้ปัญหามุมปากตก แก้มหย่อนคล้อย รูปหน้าไม่คมได้รูป</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> แก้ปัญหาคางสองชั้นและริ้วรอยบริเวณลำคอ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> แก้ปัญหาปลายและสันจมูกไม่ได้รูป ปลายคางไม่งอน</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> ช่วยยกทรวงอก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> แก้ปัญหาผิวหย่อนใต้ท้องแขน</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> ช่วยให้เอวคอดได้รูป ยกกระชับผิวหน้าท้องที่หย่อนคล้อย และสร้างซิคแพคสำหรับผู้ชาย</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> ช่วยยกบั้นท้ายให้งอนสวย</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/47_68167_82683ef603c67dc10.gif" alt="" border="0" /> แก้ปัญหาผิวไม่สม่ำเสมอ เช่น รอยแตกลายหน้าท้อง หรือเซลลูไลท์</p>
<p>ไหมละลายชนิดนี้แตกต่างจากไหมละลายชนิดอื่นอย่างไร</p>
<p>ไหม PDO เป็นไหมละลาย ซึ่งร่างกายจะค่อย ๆ กำจัดออกไปจนหมดภายในระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งแตกต่างจากไหมยกกระชับใบหน้าชนิดอื่น ในสมัยก่อนอย่างไหมแอปทอส (Aptos) ซึ่งมีลักษณะเป็นฟันปลา เป็นไหมชนิดไม่ละลาย หลังทำมักพบรอยช้ำนาน และต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง หากทำผิดวิธีทำให้ใบหน้าไม่สมดุล ต้องมาผ่าตัดเพื่อเอาไหมออกไปก่อนร้อยใหม่ นอกจากนี้ยังไม่สามารถร้อยบริเวณลำตัวได้</p>
<p>ขณะที่ไหมทอง (Gold Thread) ซึ่งประกอบด้วยทองคำบริสุทธิ์ มีโลหะเป็นองค์ประกอบ เป็นไหมชนิดที่ไม่ละลาย ข้อดี คือไม่ต้องพักฟื้นนาน ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายสูงมากและต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะไม่สามารถทำเลเซอร์หรือนวดหน้าด้วยคลื่นวิทยุได้เหมือนคนทั่วไป เพราะอาจทำให้ไหมทองดูดซับความร้อนและขาดในผิวได้ นอกจากนี้บางรายอาจเกิดอาการแพ้ทองคำบริสุทธิ์ที่เป็นองค์ประกอบอยู่ได้ หากเกิดปัญหาต้องมาผ่าตัดเพื่อเอาไหมออกไปเช่นกัน และยังไม่สามารถนำมาร้อยกระชับผิวบริเวณลำตัวได้เช่น ไหม PDO</p>
<p>ซึ่งไหม OPD จัดว่าเป็นละลายชนิดเดียวที่มีความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงกว่าไหมละลายชนิดอื่นอย่างไหมละลาย Catgut ซึ่งมักพบรอยซ้ำแดงได้นานกว่าถึง 20 วัน หรือไหมละลาย PGA (Polyglycolic Acid) หรือไหมลtลาย Polyglactic ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อได้ในช่วง 60-90 วันหลังร้อย เนื่องจากไหมชนิดนี้จะมีรูพรุนอยู่มาก ทำให้เกิดได้ติดเชื้อได้ง่ายกว่า และละลายหายไปเร็วภายใน 3 เดือน ทำให้ประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้เกิดผังผืดหรือเส้นใยที่ดึงรั้งผิวเกิดเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น ขณะที่ไหม PDO จะคงอยู่ได้นาน 1-3 ปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook11.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
</div>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/appeal11.jpg" alt="" border="0" /><br />
ฉบับเดือนกันยายน 2554 ISSUE 05</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3168</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตัดคาง เพื่อเรียวหน้าสวยเรียวเล็ก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=2968</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=2968#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 20:39:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าเรียว/Botox]]></category>
		<category><![CDATA[ตัดคาง]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อเรียวหน้าสวย]]></category>
		<category><![CDATA[เรียวเล็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=2968</guid>
		<description><![CDATA[เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม เป็นธรรมดาของผู้หญิงทุกคน ที่ไม่อยากเกิดมาขี้ริ้วขี้เหร่ เพราะใคร ๆ ก็อยากสวยด้วยกันทั้งนั้น หรืออย่างน้อยหากไม่เข้าขั้นสวย ก็ขอให้ดูดีบ้างอะไรบ้าง ก็ยังพอทำให้ใจชื้นและมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเองขึ้นมาหน่อย วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของคนคางเหลี่ยม หรือคางใหญ่ไม่ได้รูปทรง ทำให้ใบหน้าดูกว้าง ประมาณว่าเดินมา เห็นหน้าบานมาแต่ไกล หากใครกำลังมีปัญหาแบบนี้ หรือรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นและมีวุฒิภาวะเพียงพอแล้ว ก็อยากทำสวยด้วยการทำศัลยกรรมตกแต่ง &#8220;คาง&#8221; ให้เรียวเล็กสมใจ วันนี้กระปุกดอทคอมมีเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการศัลยกรรม &#8220;ตัดคาง&#8221; มาฝากค่ะ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องตัดคาง? กรอได้ไหม&#8230; เหลาแทนได้หรือเปล่า&#8230; เพราะคำว่า&#8221;ตัด&#8221; มันดูน่ากลัว ๆ ยังไงชอบกล!! จริง ๆ แล้วการเหลาคาง กรอคาง สามารถทำได้ค่ะ แต่อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีปัญหาคางเหลี่ยมมาก ๆ ประกอบกับมีกรามใหญ่ร่วมด้วย เพราะการกรอหรือเหลาคาง จะทำให้ความหนาของกระดูกบางลงไม่มาก ทำให้ไม่เห็นผลอย่างที่น่าพอใจเท่ากับการตัด ทั้งนี้ การตัดคาง คือ การผ่าตัดเพื่อลดขนาดของคาง ที่เหลี่ยม ใหญ่ และมีรูปร่างไม่ได้สัดส่วน โดยเปิดแผลในช่องปากเลาะลงไปจนถึงกระดูกคาง แล้วใช้เครื่องตัดกระดูกคาง และปิดแผลจากด้านใน ซึ่งเป็นการดีคือทำให้ไม่มีแผลด้านนอกโชว์หราให้ใครเห็น สำหรับการผ่าตัดแต่งคางนี้ สามารถทำได้โดยใช้ยาสลบ ระยะเวลาในการผ่าตัดอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.kapook.com/" target="_blank"><br />
</a>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม</p>
<p>เป็นธรรมดาของผู้หญิงทุกคน ที่ไม่อยากเกิดมาขี้ริ้วขี้เหร่ เพราะใคร ๆ ก็อยากสวยด้วยกันทั้งนั้น หรืออย่างน้อยหากไม่เข้าขั้นสวย ก็ขอให้ดูดีบ้างอะไรบ้าง ก็ยังพอทำให้ใจชื้นและมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเองขึ้นมาหน่อย<br />
<span id="more-2968"></span><br />
วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของคนคางเหลี่ยม หรือคางใหญ่ไม่ได้รูปทรง ทำให้ใบหน้าดูกว้าง ประมาณว่าเดินมา เห็นหน้าบานมาแต่ไกล หากใครกำลังมีปัญหาแบบนี้ หรือรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อยมาตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นและมีวุฒิภาวะเพียงพอแล้ว ก็อยากทำสวยด้วยการทำศัลยกรรมตกแต่ง &#8220;คาง&#8221; ให้เรียวเล็กสมใจ วันนี้กระปุกดอทคอมมีเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการศัลยกรรม &#8220;ตัดคาง&#8221; มาฝากค่ะ</p>
<p>หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องตัดคาง? กรอได้ไหม&#8230; เหลาแทนได้หรือเปล่า&#8230; เพราะคำว่า&#8221;ตัด&#8221; มันดูน่ากลัว ๆ ยังไงชอบกล!!</p>
<p>จริง ๆ แล้วการเหลาคาง กรอคาง สามารถทำได้ค่ะ แต่อาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีปัญหาคางเหลี่ยมมาก ๆ ประกอบกับมีกรามใหญ่ร่วมด้วย เพราะการกรอหรือเหลาคาง จะทำให้ความหนาของกระดูกบางลงไม่มาก ทำให้ไม่เห็นผลอย่างที่น่าพอใจเท่ากับการตัด</p>
<p>ทั้งนี้ การตัดคาง คือ การผ่าตัดเพื่อลดขนาดของคาง ที่เหลี่ยม ใหญ่ และมีรูปร่างไม่ได้สัดส่วน โดยเปิดแผลในช่องปากเลาะลงไปจนถึงกระดูกคาง แล้วใช้เครื่องตัดกระดูกคาง และปิดแผลจากด้านใน ซึ่งเป็นการดีคือทำให้ไม่มีแผลด้านนอกโชว์หราให้ใครเห็น สำหรับการผ่าตัดแต่งคางนี้ สามารถทำได้โดยใช้ยาสลบ ระยะเวลาในการผ่าตัดอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดคางอาจทำร่วมกับการผ่าตัดมุมกรามได้ด้วย เพื่อให้รูปหน้าเรียวเล็กสวยสมใจสไตล์เกาหลี หรือได้หน้ารูปไข่นั่นแหละ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับศัลยแพทย์ที่ผ่าตัดให้คุณด้วยค่ะ</p>
<p>ส่วนการดูแลแผลหลังผ่าตัด คุณควรใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อย ๆ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อในช่องปาก และปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่นาน&#8230; คุณก็จะได้รูปหน้าใหม่ที่เรียวเล็กสวยสมใจ</p>
<p>อ๊ะ ๆ สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้เลย คือ การค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องการจะทำ รวมทั้งปรึกษาศัลยแพพทย์ที่เชื่อถือได้ มีทักษะและความชำนาญเฉพาะด้านมากพอ เพื่อความสวยอย่างปลอดภัยของตัวคุณเองค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/logo-kapook47.png" alt="Kapook" /></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=2968</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>3 ขั้นตอน เพื่อมองหาแพทย์ศัลยกรรมคู่ใจ</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=2893</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=2893#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 20:23:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อ่านที่นี่ก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมตัวทำปากบาง]]></category>
		<category><![CDATA[ตกแต่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สวยงาม]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์ศัลยกรรมคู่ใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=2893</guid>
		<description><![CDATA[เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม สาว ๆ ที่กำลังคิดจะเสริมความงามด้วยฝีมือแพทย์ แม้จะหาข้อมูลมามากเพียงพอแล้ว ก็คงยังรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อยที่จะเลือกแพทย์ที่จะทำการศัลกรรมให้กับตัวเอง ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะว่าเรากำลังจะฝากความหวังเอาไว้ในมือคุณหมอคนนี้เลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำขั้นตอนเพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกแพทย์ศัลยกรรมของคุณมาฝากกันค่ะ 1. เลือกแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เท่านั้น การเลือกแพทย์ที่น่าเชือถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำศัลยกรรม คุณต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลหรือคลินิกที่คุณไปนั้น (ในกรณีที่ไม่ใช่โรงพยาบาล) มีใบอนุญาตประกอบการ รวมทั้งแพทย์ของคุณก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เช่นกัน ทั้งนี้ แพทย์ผู้ลงมือไม่ควรมีประวัติเสียหายเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์มาก่อนด้วย 2. เลือกแพทย์ที่เข้าใจความต้องการของคุณ เมื่อแพทย์ที่คุณเลือกมา คือคนที่คุณวางใจฝากความงามของคุณไว้ในมือเขา เพราะฉะนั้นจงเลือกแพทย์ที่คุณมั่นใจว่าเข้าอกเข้าใจในความต้องการของคุณจริง ๆ ซึ่งคุณสามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่แพทย์มีต่อคุณ ผ่านทางการพูดคุยปรึกษา การให้คำแนะนำจากแพทย์ รวมทั้งได้จากการดูแฟ้มผลงาน และการพูดคุยกับคนไข้รายก่อน ๆ ของแพทย์รายนี้ด้วย 3. เชื่อความรู้สึกแรกที่ได้พบหน้าแพทย์ แม้แต่แพทย์ศัลยกรรมเองก็แนะนำว่า ให้คนไข้เลือกแพทย์ที่ตัวเองรู้สึกถูกชะตาด้วยในครั้งแรกที่ได้พบ แม้สิ่งนี้จะไม่สามารถอ้างอิงได้จากเอกสารรับรอง หรือผลงานย้อนหลังใด ๆ แต่ก็เป็นความสบายใจทางความรู้สึก ที่เกิดขึ้นจากผู้ที่จะเข้ารับการศัลยกรรมต่อแพทย์ของตนนั่นเอง โดยความรู้สึกถูกชะตาจะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้เข้ารับการศัลยกรรมเป็นไปได้อย่างราบรื่น สาว ๆ คนไหนที่กำลังศึกษาข้อมูลเพื่อทำศัลกรรมอยู่ อย่าลืมนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประกอบในการเลือกแพทย์ของคุณด้วยนะคะ &#160; &#160; ขอบคุณ Credit ข้อมูลจาก kapook.com]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม<br />
<span id="more-2893"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=2897" rel="attachment wp-att-2897"><img class="alignnone size-full wp-image-2897" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/01_1961.jpg" alt="" width="550" height="367" /></a></p>
<p>สาว ๆ ที่กำลังคิดจะเสริมความงามด้วยฝีมือแพทย์ แม้จะหาข้อมูลมามากเพียงพอแล้ว ก็คงยังรู้สึกลังเลอยู่ไม่น้อยที่จะเลือกแพทย์ที่จะทำการศัลกรรมให้กับตัวเอง ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องใหญ่นะคะ เพราะว่าเรากำลังจะฝากความหวังเอาไว้ในมือคุณหมอคนนี้เลยทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำขั้นตอนเพื่อช่วยในการพิจารณาเลือกแพทย์ศัลยกรรมของคุณมาฝากกันค่ะ</p>
<p>1. เลือกแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เท่านั้น</p>
<p>การเลือกแพทย์ที่น่าเชือถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำศัลยกรรม คุณต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานพยาบาลหรือคลินิกที่คุณไปนั้น (ในกรณีที่ไม่ใช่โรงพยาบาล) มีใบอนุญาตประกอบการ รวมทั้งแพทย์ของคุณก็ต้องมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์เช่นกัน ทั้งนี้ แพทย์ผู้ลงมือไม่ควรมีประวัติเสียหายเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลป์มาก่อนด้วย</p>
<p>2. เลือกแพทย์ที่เข้าใจความต้องการของคุณ</p>
<p>เมื่อแพทย์ที่คุณเลือกมา คือคนที่คุณวางใจฝากความงามของคุณไว้ในมือเขา เพราะฉะนั้นจงเลือกแพทย์ที่คุณมั่นใจว่าเข้าอกเข้าใจในความต้องการของคุณจริง ๆ ซึ่งคุณสามารถสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่แพทย์มีต่อคุณ ผ่านทางการพูดคุยปรึกษา การให้คำแนะนำจากแพทย์ รวมทั้งได้จากการดูแฟ้มผลงาน และการพูดคุยกับคนไข้รายก่อน ๆ ของแพทย์รายนี้ด้วย</p>
<p>3. เชื่อความรู้สึกแรกที่ได้พบหน้าแพทย์</p>
<p>แม้แต่แพทย์ศัลยกรรมเองก็แนะนำว่า ให้คนไข้เลือกแพทย์ที่ตัวเองรู้สึกถูกชะตาด้วยในครั้งแรกที่ได้พบ แม้สิ่งนี้จะไม่สามารถอ้างอิงได้จากเอกสารรับรอง หรือผลงานย้อนหลังใด ๆ แต่ก็เป็นความสบายใจทางความรู้สึก ที่เกิดขึ้นจากผู้ที่จะเข้ารับการศัลยกรรมต่อแพทย์ของตนนั่นเอง โดยความรู้สึกถูกชะตาจะทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้เข้ารับการศัลยกรรมเป็นไปได้อย่างราบรื่น</p>
<p>สาว ๆ คนไหนที่กำลังศึกษาข้อมูลเพื่อทำศัลกรรมอยู่ อย่าลืมนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประกอบในการเลือกแพทย์ของคุณด้วยนะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณ Credit ข้อมูลจาก kapook.com</p>
<p><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=2893</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20621</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
