<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดั้งโด่งดอทคอม &#187; เสริมจมูก</title>
	<atom:link href="http://info.dungdong.com/?cat=813&#038;feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://info.dungdong.com</link>
	<description>เว็บรีวิวศัลยกรรมอันดับ 1</description>
	<lastBuildDate>Sat, 20 Sep 2014 08:25:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.0.38</generator>
	<item>
		<title>6 Things to do before you plastic surgery [มาเตรียมตัวก่อนขึ้นเขียงกัน]</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=5270</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=5270#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 13 Feb 2012 14:26:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อนหลัง]]></category>
		<category><![CDATA[ทำจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัดทำศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มาเตรียมตัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=5270</guid>
		<description><![CDATA[6 Things to do before you plastic surgery [มาเตรียมตัวก่อนขึ้นเขียงกัน] 6 Things to do before you plastic surgery [มาเตรียมของก่อนขึ้นเขียงกัน] สืบเนื่องจากที่ซ้อใหญ่ได้ทำการแนะนำไว้ผมเลยสานต่อนำมาเป็นภาพเพื่อจะได้นำไปหาซื้อกันถูกนะคับ จากคำแนะนำของซ้อใหญ่ ดังนี้.. เตรียมตัวก่อนขึ้นเขียงกับซ้อใหญ่ ซ้อใหญ่นะ  เห็นน้องๆมีความตั้งใจจริงกัน เลยอยากมาให้ประสบกาม เป็นวิทยาทาน ซื้อของก่อนขึ้นเขียง 1.        เจลประคบร้อนประคบเย็น ซ้อใหญ่แนะนำ  3 M Neckcare ถ้ามีกะตังก็ซื้อสัก 2 อัน อันละไม่น่าเกิน 200 บาท 2.        ยาลดหน้า NANIA หรือหน้าอึ่งอ่างคางคกนั่นแหละ ชื่อ DANZEN ขนาด 5 มก. (1 แผงมี 10 เม็ด) 2 แผงไปเลย แผงละไม่น่าเกิน [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h3><span style="text-decoration: underline;"><br />
</span></h3>
<p>6 Things to do before you plastic surgery [มาเตรียมตัวก่อนขึ้นเขียงกัน]</p>
<p style="text-align: center;" align="center"><span id="more-5270"></span></p>
<p style="text-align: center;" align="center"><strong><span style="color: red;"><span style="font-size: large;">6 Things to do before you plastic surgery</span></span></strong> <strong><span style="color: red;"><span style="font-size: medium;"><br />
[มาเตรียมของก่อนขึ้นเขียงกัน]</span></span></strong></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: blue;">สืบเนื่องจากที่ซ้อใหญ่ได้ทำการแนะนำไว้ผมเลยสานต่อนำมาเป็นภาพเพื่อจะได้นำไปหาซื้อกันถูกนะคับ จากคำแนะนำของซ้อใหญ่ ดังนี้..</span></p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="color: #ff0000;">เตรียมตัว</span></strong>ก่อนขึ้นเขียงกับซ้อใหญ่<br />
ซ้อใหญ่นะ  เห็นน้องๆมีความตั้งใจจริงกัน เลยอยากมาให้ประสบกาม เป็นวิทยาทาน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/6thingstodobeforeyouplasticsurgery4.jpg" alt="" width="480" height="360" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: red;"><span style="font-size: small;">ซื้อของก่อนขึ้นเขียง</span></span><br />
1.        เจลประคบร้อนประคบเย็น ซ้อใหญ่แนะนำ  3 M Neckcare ถ้ามีกะตังก็ซื้อสัก 2 อัน อันละไม่น่าเกิน 200 บาท<br />
2.        ยาลดหน้า NANIA หรือหน้าอึ่งอ่างคางคกนั่นแหละ ชื่อ DANZEN ขนาด 5 มก. (1 แผงมี 10 เม็ด) 2 แผงไปเลย แผงละไม่น่าเกิน 45 บาท (เพราะมันติดราคา 45 บาท)<br />
3.        เจลลดบวม Raparil Gel ก็ได้นะ กล่องเขียวๆขนาดกลางๆก็ได้ จำราคาไม่ได้นะ ไปถามเอาเอง<br />
4.        ยาหม่องหรือบัวหิมะ แล้วแต่ผิวบางคนนะ ไม่ได้แก้คันนะ ทาแก้ช้ำแก้เหลือง</p>
<p style="text-align: center;" align="center"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/1-14.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/2RaparilGel4.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/3-14.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/4-14.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/5DANZEN4.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/6-14.jpg" alt="" width="480" height="319" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ของแสลงสำหรับคนที่ทำการผ่าตัด [พอดีไปเจอในเวปมาเลยนำมาช่วยบอกกัน]</p>
<p><strong><span style="font-size: x-large;"><span style="color: red;"><span style="text-decoration: underline;">ของแสลงในทัศนะคติของแพทย์ไทย</span></span></span></strong></p>
<p><span style="color: blue;">ให้งด</span> <span style="color: red;">เนื้อสัตว์ เช่น วัว , ควาย , ไก่ , เลือดสัตว์ ทุกชนิด , ข้าวเหนียว , ปลาไม่มีเกล็ดทุกชนิด ทั้งปลาทะเล และปลาน้ำจืด ( คาวจัด ) เช่น ปลาดุก , ปลาสวาย , ปลาไหล , เครื่องในสัตว์ทุกชนิด</span></p>
<p><span style="color: blue;">อาหารมันจัด</span> <span style="color: red;">เช่น ของทอดต่างๆ อาหารรสจัด , ผงชูรส </span></p>
<p><span style="color: blue;">ของดองทุกชนิด</span> <span style="color: red;">โดยเฉพาะ หน่อไม้ดอง , ผักชะอม , ปลาร้า และน้ำบูดู</span></p>
<p><span style="color: red;">เครื่องดื่มชูกำลังทุกชนิด , น้ำอัดลม , เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์</span></p>
<p><span style="color: blue;">เน้นเลยนะครับ</span> <span style="color: red;">ปลาร้า , ข้าวเหนียว , ปลาไม่มีเกล็ดทุกชนิด , กุ้งทุกชนิด , ผักชะอม , สะตอ , ลูกเนียง , ลูกเหรียง , ลางสาด , ลองกอง , ลูกู , แตงโม , น้ำตาลสด , ปลาสลิด , ผักปรัง</span></p>
<p>*บางคนก็ไม่ทาน <span style="color: red;">ไข่</span> อันนี้แล้วแต่คนนะคับ เพราะกลัวแผลอาจจะหายช้า หรือ ไม่ก็อักเสบ ลองดูนะคับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เครดิตจากคุณ BIGBANG ครับ</p>
<p>ข้อมูลจาก กระดานข่าว ดั้งโด่งดอทคอม</p>
<p><a title="ตามอ่านกระทู้นี้ได้ที่นี่ครับ" href="http://www.dungdong.com/forum.php?mod=viewthread&amp;tid=566&amp;highlight=%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7   ">http://www.dungdong.com/forum.php?mod=viewthread&amp;tid=566&amp;highlight=%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7</a></p>
<p><a title="ตามอ่านกระทู้นี้ได้ที่นี่ครับ" href="http://www.dungdong.com/forum.php?mod=viewthread&amp;tid=566&amp;highlight=%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7   "> </a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=5270</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12751</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4679</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4679#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 19:39:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ชะลอวัย]]></category>
		<category><![CDATA[ปี 55]]></category>
		<category><![CDATA[ปีใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อัพสวย]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมดั้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4679</guid>
		<description><![CDATA[&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด สมัยนี้ต่อให้การศัลยกรรมจะต้องเสียเลือดและเจ็บตัวขนาดไหน ยังไงคนที่คิดจะทำก็ไม่มีถอย เพราะขอหล่อ-สวยไว้ก่อน บางคนจึงประมาท พลาดกับการทำศัลยกรรมไปก็เยอะ รู้ตัวอีกที ใบหน้าก็แทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว เรื่อง การเสริมความงามในยุคหลัง เลยมีการพัฒนามากขึ้น จากสมัยก่อนที่ใช้การผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่ก็น้อยลง และหันมานิยมด้วยวิธีอื่นที่เจ็บน้อยลงมากขึ้น ซึ่งในปี 2555 เทรนด์เสริมความงามก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น และแทบไม่ต้องเสียเลือด หรือมีการลงมีดให้ต้องเจ็บระบมอีกต่อไป โดยเฉพาะการเสริมจมูก และการชะลอวัย ปีหน้าที่จะถึงนี้ ถึงทีได้อัพสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวกันแล้ว ซึ่ง นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย จากวงศฎา คลีนิค ซึ่งเป็นคนแรกที่นำเทคนิคการเสริมความงามล่าสุดมาเปิดเผยในงานประชุมวิชาการ นานาชาติ ได้พูดถึงเรื่องนี้กับ &#8216;ไทยรัฐออนไลน์&#8217; ว่า &#8220;ตอนนี้เทรนด์ ของการดูแลผิว พวกทำหน้าใสเชยมาก เพราะมันง่าย ธรรมดาไปแล้ว และผลที่ได้มันได้แค่ผิวชั้นนอก ไม่ต่างจากการฝานแตงกวาบำรุงที่บ้าน หรือการทำเลเซอร์ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว อีกทั้งช่วง 2 ปีหลังมานี้ ไม่มีวิทยาการใหม่ๆ เลย เป็นของเก่าหมด  แต่ยังคงใช้เทคนิคการเสริมความงามที่ใช้การผ่าตัดน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องการชะลอวัย ซึ่งทำการรักษายาก เพราะเป็นเรื่องของการปรับปรุงผิวในอดีต แต่ตอนนี้เทรนด์การรักษากำลังจะเปลี่ยนไป [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div id="wrapper">
<div id="header">
<h3 id="title" style="text-align: center;">&#8216;เสริมดั้ง-ชะลอวัย&#8217; เทรนด์อัพสวยปี 55 ไม่พึ่งผ่าตัด</h3>
<p><span id="more-4679"></span></p>
</div>
<div id="details">
<div>
<div>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=4712" rel="attachment wp-att-4712"><img class="alignnone size-full wp-image-4712" title="" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/63024.jpg" alt="" width="630" height="378" /></a></p>
<p style="text-align: center;">สมัยนี้ต่อให้การศัลยกรรมจะต้องเสียเลือดและเจ็บตัวขนาดไหน ยังไงคนที่คิดจะทำก็ไม่มีถอย เพราะขอหล่อ-สวยไว้ก่อน บางคนจึงประมาท พลาดกับการทำศัลยกรรมไปก็เยอะ รู้ตัวอีกที ใบหน้าก็แทบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว</p>
<p>เรื่อง การเสริมความงามในยุคหลัง เลยมีการพัฒนามากขึ้น จากสมัยก่อนที่ใช้การผ่าตัดเป็นส่วนใหญ่ก็น้อยลง และหันมานิยมด้วยวิธีอื่นที่เจ็บน้อยลงมากขึ้น ซึ่งในปี 2555 เทรนด์เสริมความงามก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น และแทบไม่ต้องเสียเลือด หรือมีการลงมีดให้ต้องเจ็บระบมอีกต่อไป โดยเฉพาะการเสริมจมูก และการชะลอวัย ปีหน้าที่จะถึงนี้ ถึงทีได้อัพสวยแบบไม่ต้องเจ็บตัวกันแล้ว ซึ่ง นพ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและการชะลอวัย จากวงศฎา คลีนิค ซึ่งเป็นคนแรกที่นำเทคนิคการเสริมความงามล่าสุดมาเปิดเผยในงานประชุมวิชาการ นานาชาติ ได้พูดถึงเรื่องนี้กับ &#8216;ไทยรัฐออนไลน์&#8217; ว่า</p>
<p>&#8220;ตอนนี้เทรนด์ ของการดูแลผิว พวกทำหน้าใสเชยมาก เพราะมันง่าย ธรรมดาไปแล้ว และผลที่ได้มันได้แค่ผิวชั้นนอก ไม่ต่างจากการฝานแตงกวาบำรุงที่บ้าน หรือการทำเลเซอร์ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว อีกทั้งช่วง 2 ปีหลังมานี้ ไม่มีวิทยาการใหม่ๆ เลย เป็นของเก่าหมด  แต่ยังคงใช้เทคนิคการเสริมความงามที่ใช้การผ่าตัดน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก โดยเฉพาะเรื่องการชะลอวัย ซึ่งทำการรักษายาก เพราะเป็นเรื่องของการปรับปรุงผิวในอดีต แต่ตอนนี้เทรนด์การรักษากำลังจะเปลี่ยนไป เพราะคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากเจ็บตัว เรื่องของการรักษาแบบกึ่งศัลยกรรมจะนิยมมากขึ้น เพราะไม่มีการผ่าตัด, วางยาสลบ และพักฟื้นนาน โอกาสที่คนไข้จะเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตก็น้อยลงด้วย ซึ่งตอนนี้ที่เกาหลีบูมมาก จนศัลยกรรมพลาสติกซบเซาไปเลย&#8221;</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42080.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">เท รนด์การชะลอวัยที่ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมให้เสี่ยง ที่กำลังฮอตสุดๆ ในช่วงนี้ ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า เป็นการรักษาที่ใช้เวลาไม่นานเหมือนการผ่าตัด อีกทั้งยังไม่ต้องพักฟื้น หรือบาดเจ็บด้วย ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้จะใช้เส้นไหมละลายเข้าไปร้อยใต้ผิวหนังเพื่อยกกระชับ หน้า</p>
<p>&#8220;การยกกระชับหน้าด้วยไหมละลาย หรือ Ultra V Lift by Tread นั้น เป็นเทคนิคใหม่ที่คิดขึ้นจากแพทย์ที่ประเทศเกาหลี เป็นการใช้ไหมเย็บผูกหน้าขึ้นใหม่ ซึ่งไหมที่ใช้จะมีคุณสมบัติเลียนแบบธรรมชาติ และสามารถสลายตัวได้หมด วิธีการรักษาจะใช้เพียงเข็มเจาะรูเพื่อสอดไหมเข้าไปใต้ผิวหนัง อาจจะรู้สึกนิดเดียวตอนเข็มแทงครั้งแรก แต่พอเสร็จแล้วจะไม่รู้สึกอะไรเลย อีกทั้งไม่ต้องพักฟื้น และดูธรรมชาติมากกว่าการผ่าตัดดึงหน้า หรือการใส่ซิลิโคนเข้าไป เพราะการสอดไหมเข้าไปจะไม่มีการผูกและเย็บ แต่จะใช้การร้อย วางเส้นไหมที่ใต้ผิวหนัง แต่ข้อจำกัดของเทคนิคนี้คือ ต้องทำทุกๆ 2 ปี เพราะไหมที่ร้อยไว้จะมีการสลายตัว 6-10 เดือน ไม่เหมือนการผ่าตัดดึงหน้า หรือใส่ซิลิโคน ซึ่งมันไม่สลายตัว แถมนานๆ ไปมันจะไม่สวยเหมือนเดิมด้วย&#8221;</p>
<div style="text-align: center;"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42081.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p style="text-align: center;">ใน เรื่องข้อจำกัดของการใช้เทคนิคยกกระชับหน้าด้วยการร้อยไหมนั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะราคาสูงถึงหลักแสน ซึ่งพอๆ กับการผ่าตัดยกกระชับหน้า แต่ทั้งนี้ข้อดีระยะยาวก็เยอะกว่า เพราะไม่ต้องผ่าตัด และเสี่ยงต่อชีวิต ผลที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติกว่า อีกทั้งสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปใต้ชั้นผิวหนังก็สลายตัวได้หมดจดด้วย</p>
<p>อีก หนึ่งความกังวลของสาวๆ นอกจากเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่นแล้ว การเสริมจมูกก็ยังคงได้รับความนิยมมาโดยตลอด จากแต่ก่อนที่รักษาด้วยวิธีผ่าตัดใส่ซิลิโคน ก็เปลี่ยนมาเป็นการฉีดฟิลเลอร์  (Filler) แทน เพราะไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว จมูกก็โด่งได้ แต่ความโด่งของจมูกจะคงสภาพไว้เพียงระยะ 1- 2 ปี หรือน้อยกว่านั้น แล้วแต่สารที่ฉีดเข้าไป ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์ ต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญจริงๆ เท่านั้น เพราะที่ผ่านมาผลของการฉีดฟิลเลอร์ผิดพลาดจนถึงขั้นตาบอดก็เคยเกิดขึ้นมา แล้วด้วย การฉีดฟิลเลอร์จึงมีการพัฒนาให้ปลอดภัยมากขึ้น จากที่ใช้เข็มฉีดยาที่แหลมคม ก็เปลี่ยนมาใช้เทคนิคการฉีดด้วยเข็มปลายทู่ ซึ่งอันตรายน้อยกว่ามาก</p>
<div><img class="aligncenter" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/42082.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p>&#8220;ที่ ผ่านมาการฉีดฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะใช้เข็มปลายแหลมฉีด ซึ่งค่อนข้างอันตรายมาก เพราะเมื่อแทงเข้าไป ความแหลมคมของเข็มจะไปโดนเส้นเลือดต่างๆ ใต้ผิวหนัง แทงเบายังไงก็เจ็บแน่นอน ยิ่งถ้าไม่ใช่แพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการฉีดฟิลเลอร์จริงๆ ไม่ควรไว้ใจ สารที่ฉีดเข้าไปอาจไม่มีคุณภาพ ยิ่งเสี่ยงอันตรายถึงขั้นพิการได้ง่ายมาก เทรนด์การฉีดฟิลเลอร์จึงเปลี่ยนไป จะใช้เทคนิคการฉีดด้วยเข็มปลายทู่ (Blunt Cannula) ลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กสอดเข้าไปที่จมูก เพื่อนำสารฟิลเลอร์ใส่ไปในตำแหน่งที่ต้องการ เหมือนการวางแท่งซิลิโคน ซึ่งสารฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดต้องเป็นสาร HA เท่านั้น เพราะสามารถสลายตัวหมด 100% ภายใน 8-12 เดือน  การใช้เทคนิคนี้ ก็มีข้อจำกัดอยู่ที่ไม่สามารถแก้ปลายจมูก และปีกจมูกได้ดีนัก แต่แค่เวลาเพียง 10 นาที จมูกก็จะโด่งสวยเข้ารูป ดูเป็นธรรมชาติ&#8221;</p>
<p>จะเสริมเติมแต่งกันขนาดไหนก็ควรทำแค่พอดี และศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจด้วย จะได้สวยยาวนาน และปลอดภัยด้วย.</p>
<p>Twitter : Sriploi_social</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐออนไลน์</p>
</div>
</div>
<div>
<div id="detail-info">
<h4>ไทยรัฐออนไลน์</h4>
<ul>
<li>โดย ทีมข่าวไลฟ์สไตล์ออนไลน์</li>
<li>3 มกราคม 2555, 15:00 น.</li>
</ul>
</div>
<div id="tags">เสริมดั้ง ชะลอวัย เทรนด์ อัพสวย ปี 55 ผ่าตัด ศัลยกรรม ปีใหม่</div>
<div>
<div>
<p>&nbsp;</p>
</div>
</div>
</div>
</div>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4679</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2595</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โปรดคิดสักนิด&#8230;ก่อนคิดทำศัลยกรรม!!</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=4488</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=4488#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 18:02:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม ผ่าตัด สวย หมอ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=4488</guid>
		<description><![CDATA[โปรดคิดสักนิด&#8230;ก่อนคิดทำศัลยกรรม!! ศัลยกรรมกับผู้หญิงยุคใหม่ กลับกลายเป็นเรื่องธรรมด๊า&#8230;ธรรมดาไปแล้ว ล่ะค่ะ &#160; ก็แหม..เรื่องของความสวยใครจะไปอดใจไหว&#8230;ยอมทนเจ็บตัวเพียงเล็กน้อยก็สวย ได้ดั่งใจ แต่ก่อนที่จะเสี่ยง ลองหันมาสํารวจตัวเองก่อนดีกว่าไหมคะ&#8230;ว่าเราพร้อมที่จะเจ็บตัวแล้วจริงๆ หรือ?? 1. ควรรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทําศัลยกรรมให้มากพอ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น นิตยสาร หนังสือ อินเตอร์เน็ต หรือจากเพื่อนๆ และข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือได้แค่ไหน? 2. ปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยตรงแล้วหรือยัง การรู้แต่เพียงทฤษฎีนั้นไม่รู้ฝีมือและประสบ-การณ์ของหมอ สู้ไปให้หมอผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์สภาพร่างกายของคุณก่อนตัดสินใจทํา ศัลยกรรมจะดีกว่า อย่าลืมตรวจเช็กรายชื่อว่าอยู่ในสมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งประเทศไทย หรือผลงานที่ผ่านๆ มาของหมอด้วยว่าฝีมือดีน่าเชื่อถือหรือไม่ 3. ควรหวังผลตามความเป็นจริงว่าการศัลยกรรมตกแต่งนั้นช่วยเปลี่ยนหน้าตา หรือบุคลิกภาพได้บางอย่างเท่านั้น อาจไม่ใช่ทุกอย่างที่เหมาะสมที่สุด 4. เลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะหลังจากทําแล้วคุณต้องการเวลาระยะหนึ่งเพื่อพักฟื้นให้แผลหาย 5. ลองย้อนกลับไปถามตัวเองดูดีๆว่า เหตุที่ทําให้คุณอยากทําศัลยกรรมคืออะไรแน่ เพราะแรงยุหรือไม่ ลองตั้งสติ ตอบคําถามเหล่านี้อย่างจริงใจก่อนตัดสินใจ 6. ตรวจเชคเกี่ยวกับผลที่จะเกิดขึ้นหลังทําศัลยกรรม การรักษาตัว แผลเป็น ยาที่จะต้องกิน และผลข้างเคียงที่อาจเกิดกับคนอายุขนาดคุณ อย่าลืมว่า การรู้ราย-ละเอียดเหล่านี้จําเป็นอย่างยิ่งกับชีวิตคุณเชียวล่ะค่ะ 8. อย่าลืมคิดถึงข้อที่ว่าการศัลยกรรม อาจไปกระทบกระเทือนกิจกรรมที่คุณ    กําลังทําอยู่ หรือนิสัยบางอย่างที่คุณคิด เช่น การสูบบุหรี่ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h3>โปรดคิดสักนิด&#8230;ก่อนคิดทำศัลยกรรม!!</h3>
<p><span id="more-4488"></span></p>
<h3>ศัลยกรรมกับผู้หญิงยุคใหม่ กลับกลายเป็นเรื่องธรรมด๊า&#8230;ธรรมดาไปแล้ว ล่ะค่ะ</h3>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter" title="โปรดคิดสักนิด...ก่อนคิดทำศัลยกรรม!! " src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/p1-7615.jpg" alt="โปรดคิดสักนิด...ก่อนคิดทำศัลยกรรม!! " /></p>
<div>
<div>
<div id="beacon_6a4e75a531"><img src="http://unitus.synergy-e.com/www/delivery/lg.php?bannerid=13659&amp;campaignid=161&amp;zoneid=1123&amp;loc=http%3A%2F%2Fwww.daradaily.com%2Fnews%2F7615%2F%25E0%25B9%2582%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594...%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%21%21%2520%2F&amp;referer=http%3A%2F%2Fwww.google.com%2Fcse%3Fcx%3Dpartner-pub-1354937167372906%253Af5miz4rqyb1%26cof%3DFORID%253A10%26ie%3DUTF-8%26q%3D%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%26sa%3D%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25B2%26siteurl%3Dwww.daradaily.com%252Fnews%252F11178%252F%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%25259B%2525E0%2525B8%2525B4%2525E0%2525B8%252594%2525E0%2525B8%252597%2525E0%2525B8%2525B3%2525E0%2525B9%252580%2525E0%2525B8%252599%2525E0%2525B8%2525B5%2525E0%2525B8%2525A2%2525E0%2525B8%25259A%2525E0%2525B8%252594%2525E0%2525B8%2525B2%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525B2%2525E0%2525B8%2525A8%2525E0%2525B8%2525B1%2525E0%2525B8%2525A5%2525E0%2525B8%2525A2%2525E0%2525B8%252581%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A1%2525E0%2525B8%252599%2525E0%2525B8%2525A1%252F%26ad%3Dn9%26num%3D10%26rurl%3Dhttp%253A%252F%252Fwww.daradaily.com%252Fth%252Fhome%252Fsearchresult.php%253Fcx%253Dpartner-pub-1354937167372906%25253Af5miz4rqyb1%2526cof%253DFORID%25253A10%2526ie%253DUTF-8%2526q%253D%2525E0%2525B8%2525A8%2525E0%2525B8%2525B1%2525E0%2525B8%2525A5%2525E0%2525B8%2525A2%2525E0%2525B8%252581%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A3%2525E0%2525B8%2525A1%2526sa%253D%2525E0%2525B8%252584%2525E0%2525B9%252589%2525E0%2525B8%252599%2525E0%2525B8%2525AB%2525E0%2525B8%2525B2%2526siteurl%253Dwww.daradaily.com%25252Fnews%25252F11178%25252F%252525E0%252525B9%25252580%252525E0%252525B8%2525259B%252525E0%252525B8%252525B4%252525E0%252525B8%25252594%252525E0%252525B8%25252597%252525E0%252525B8%252525B3%252525E0%252525B9%25252580%252525E0%252525B8%25252599%252525E0%252525B8%252525B5%252525E0%252525B8%252525A2%252525E0%252525B8%2525259A%252525E0%252525B8%25252594%252525E0%252525B8%252525B2%252525E0%252525B8%252525A3%252525E0%252525B8%252525B2%252525E0%252525B8%252525A8%252525E0%252525B8%252525B1%252525E0%252525B8%252525A5%252525E0%252525B8%252525A2%252525E0%252525B8%25252581%252525E0%252525B8%252525A3%252525E0%252525B8%252525A3%252525E0%252525B8%252525A1%252525E0%252525B8%25252599%252525E0%252525B8%252525A1%25252F&amp;cb=6a4e75a531" alt="" width="0" height="0" /></div>
</div>
<p>ก็แหม..เรื่องของความสวยใครจะไปอดใจไหว&#8230;ยอมทนเจ็บตัวเพียงเล็กน้อยก็สวย ได้ดั่งใจ แต่ก่อนที่จะเสี่ยง ลองหันมาสํารวจตัวเองก่อนดีกว่าไหมคะ&#8230;ว่าเราพร้อมที่จะเจ็บตัวแล้วจริงๆ หรือ??</p>
<p>1. ควรรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทําศัลยกรรมให้มากพอ จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น นิตยสาร หนังสือ อินเตอร์เน็ต หรือจากเพื่อนๆ และข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือได้แค่ไหน?</p>
<p>2. ปรึกษาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งโดยตรงแล้วหรือยัง การรู้แต่เพียงทฤษฎีนั้นไม่รู้ฝีมือและประสบ-การณ์ของหมอ สู้ไปให้หมอผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์สภาพร่างกายของคุณก่อนตัดสินใจทํา ศัลยกรรมจะดีกว่า อย่าลืมตรวจเช็กรายชื่อว่าอยู่ในสมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งประเทศไทย หรือผลงานที่ผ่านๆ มาของหมอด้วยว่าฝีมือดีน่าเชื่อถือหรือไม่</p>
<p>3. ควรหวังผลตามความเป็นจริงว่าการศัลยกรรมตกแต่งนั้นช่วยเปลี่ยนหน้าตา หรือบุคลิกภาพได้บางอย่างเท่านั้น อาจไม่ใช่ทุกอย่างที่เหมาะสมที่สุด</p>
<p>4. เลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพราะหลังจากทําแล้วคุณต้องการเวลาระยะหนึ่งเพื่อพักฟื้นให้แผลหาย</p>
<p>5. ลองย้อนกลับไปถามตัวเองดูดีๆว่า เหตุที่ทําให้คุณอยากทําศัลยกรรมคืออะไรแน่ เพราะแรงยุหรือไม่ ลองตั้งสติ ตอบคําถามเหล่านี้อย่างจริงใจก่อนตัดสินใจ</p>
<p>6. ตรวจเชคเกี่ยวกับผลที่จะเกิดขึ้นหลังทําศัลยกรรม การรักษาตัว แผลเป็น ยาที่จะต้องกิน และผลข้างเคียงที่อาจเกิดกับคนอายุขนาดคุณ อย่าลืมว่า การรู้ราย-ละเอียดเหล่านี้จําเป็นอย่างยิ่งกับชีวิตคุณเชียวล่ะค่ะ</p>
<p>8. อย่าลืมคิดถึงข้อที่ว่าการศัลยกรรม อาจไปกระทบกระเทือนกิจกรรมที่คุณ    กําลังทําอยู่ หรือนิสัยบางอย่างที่คุณคิด เช่น การสูบบุหรี่</p>
<p>9. เตรียมทําใจไว้ได้เลยว่า หลังจากการผ่าตัดจะต้องมีแผล บวมอักเสบ หรือแผลเป็นต่างๆ แน่ๆ กว่าแผลจะหายอย่างน้อยก็ 2 อาทิตย์</p>
<p>10. ท้ายที่สุด ชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบผลดี ผลเสีย ข้อ  จํากัด สิ่งที่คาดว่าจะเกิดหลังจากทําศัลยกรรม ให้รอบด้านและมองตามความเป็นจริง เปรียบเทียบกับสภาพปัจจุบัน</p>
<p>ก่อนตัดสินใจทํา อย่าลืมว่าเมื่อหมอลงมีดไปแล้ว สิ่งใดที่เสียไปไม่อาจเอากลับคืนมาได้นะคะ</p>
<p><strong>อยากจะให้ตัดสินใจกันดีๆ ก่อนจะทําศัลยกรรมนะคะ เพราะมันอาจจะมีผลเสียกับเรามากกว่าที่เราคิดก็ได้ค่ะ เลือกคุณหมอที่ชํานาญและที่เชื่อถือได้ ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี นะคะ ถ้ายังคิดว่าอย่างไรก็จะทําแน่นอน ..</strong>♦</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณข้อมูลจาก daradaily.com</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=4488</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลี เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้ก่อนสวย</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3429</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3429#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 22:31:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[จมูกแบบเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3429</guid>
		<description><![CDATA[ศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลี เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้ก่อนสวย (ไทยโพสต์) กระแสเคป็อปในบ้านเรามาแรง ทั้งเพลง หนัง ละคร ก็ต้องเกาหลีเท่านั้น ใคร ๆ ก็อยากจะสวย-หล่อแบบดารา-นักร้องเกาหลีทั้งนั้น ตอนนี้กระแสเรื่องการทำศัลยกรรมแบบเกาหลีจึงฮอตฮิตมาก โดยเฉพาะศัลยกรรมจมูก บางรายลงทุนบินไปโมดิฟายกันถึงแดนกิมจิ ในบ้านเราเองใคร ๆ ก็บอกว่าทำจมูกแบบเกาหลี แต่จะทราบได้อย่างไรว่าการทำจมูกแบบเกาหลีนั้น มีรูปแบบหรือความแตกต่างและเทคนิคเฉพาะอย่างไร จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลีของแท้ นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง ยศยาคลินิก มีคำแนะนำเรื่องการทำศัลยกรรมจมูกว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจโครงสร้างของจมูกคนเราก่อนว่า จมูกด้านนอกประกอบด้วย ส่วนบนซึ่งเป็นกระดูกแข็ง และส่วนล่างของปลายจมูกประกอบด้วยกระดูกอ่อนสองข้างซ้าย ขวา ซึ่งประกบกันตรงกลาง วางอยู่บนกระดูกอ่อนของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งกระดูกอ่อนปลายจมูกแต่ละข้างจะมีรูปทรงคลายตัววี (V) คว่ำ โดยขาของของตัว V ด้านหนึ่งจะเรียงขนานกันตรงกลาง ส่วนขาตัว V อีกด้านจะส่วนที่เป็นโครงสร้างรูจมูกด้านหน้า สำหรับชาวเอเชียมักมีปัญหากับความสูงของสันจมูกที่น้อยเกินไป วิธีที่ดีและง่ายที่สุดคือ การเสริมจมูกด้วยการเหลาซิลิโคนใส่เข้าไปที่สันจมูกและปลายจมูก แต่จะประสบความสำเร็จสวยสมใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเนื้อจมูกที่มีอยู่เดิมของคนไข้ และความหนาของซิลิโคนที่แพทย์ใส่ให้ที่ปลายจมูก ในประเทศเกาหลีศัลยแพทย์เกาหลีนิยมการผ่าตัดเสริมจมูก ที่เน้นความสวยเป็นธรรมชาติของปลายจมูกเป็นอย่างมาก ซึ่งจมูกที่สวยแบบธรรมชาติ นอกจากจะเห็นปลายจมูกเป็นสันและได้สัดส่วนกับรูปจมูกโดยรวมแล้ว รูปร่างของรูจมูกเมื่อมองจากมุมด้านล่าง ควรจะต้องเป็นรูปวงรี หรือรูปหยดน้ำ (Tear drop) นอกจากนี้ความเชิดของปลายจมูกควรต้องมีความพอดี เมื่อมองจากด้านข้างแล้ว จมูกควรทำมุม [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลี เทรนด์ใหม่ที่ต้องรู้ก่อนสวย (ไทยโพสต์)<br />
<span id="more-3429"></span><br />
กระแสเคป็อปในบ้านเรามาแรง ทั้งเพลง หนัง ละคร ก็ต้องเกาหลีเท่านั้น ใคร ๆ ก็อยากจะสวย-หล่อแบบดารา-นักร้องเกาหลีทั้งนั้น ตอนนี้กระแสเรื่องการทำศัลยกรรมแบบเกาหลีจึงฮอตฮิตมาก โดยเฉพาะศัลยกรรมจมูก บางรายลงทุนบินไปโมดิฟายกันถึงแดนกิมจิ ในบ้านเราเองใคร ๆ ก็บอกว่าทำจมูกแบบเกาหลี แต่จะทราบได้อย่างไรว่าการทำจมูกแบบเกาหลีนั้น มีรูปแบบหรือความแตกต่างและเทคนิคเฉพาะอย่างไร จึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นศัลยกรรมจมูกแบบเกาหลีของแท้</p>
<p>นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่ง ยศยาคลินิก มีคำแนะนำเรื่องการทำศัลยกรรมจมูกว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจโครงสร้างของจมูกคนเราก่อนว่า จมูกด้านนอกประกอบด้วย ส่วนบนซึ่งเป็นกระดูกแข็ง และส่วนล่างของปลายจมูกประกอบด้วยกระดูกอ่อนสองข้างซ้าย ขวา ซึ่งประกบกันตรงกลาง วางอยู่บนกระดูกอ่อนของผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งกระดูกอ่อนปลายจมูกแต่ละข้างจะมีรูปทรงคลายตัววี (V) คว่ำ โดยขาของของตัว V ด้านหนึ่งจะเรียงขนานกันตรงกลาง ส่วนขาตัว V อีกด้านจะส่วนที่เป็นโครงสร้างรูจมูกด้านหน้า</p>
<p>สำหรับชาวเอเชียมักมีปัญหากับความสูงของสันจมูกที่น้อยเกินไป วิธีที่ดีและง่ายที่สุดคือ การเสริมจมูกด้วยการเหลาซิลิโคนใส่เข้าไปที่สันจมูกและปลายจมูก แต่จะประสบความสำเร็จสวยสมใจหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเนื้อจมูกที่มีอยู่เดิมของคนไข้ และความหนาของซิลิโคนที่แพทย์ใส่ให้ที่ปลายจมูก</p>
<p>ในประเทศเกาหลีศัลยแพทย์เกาหลีนิยมการผ่าตัดเสริมจมูก ที่เน้นความสวยเป็นธรรมชาติของปลายจมูกเป็นอย่างมาก ซึ่งจมูกที่สวยแบบธรรมชาติ นอกจากจะเห็นปลายจมูกเป็นสันและได้สัดส่วนกับรูปจมูกโดยรวมแล้ว รูปร่างของรูจมูกเมื่อมองจากมุมด้านล่าง ควรจะต้องเป็นรูปวงรี หรือรูปหยดน้ำ (Tear drop) นอกจากนี้ความเชิดของปลายจมูกควรต้องมีความพอดี เมื่อมองจากด้านข้างแล้ว จมูกควรทำมุม 90 ถึง 95 องศากับเนื้อด้านบนริมฝีปาก</p>
<p>ปัจจุบันศัลยกรรมปลายจมูกในเกาหลี ได้พัฒนาเทคนิคเฉพาะหลายอย่างที่แตกต่างจากในประเทศไทยอย่างชัดเจน คือ ศัลยแพทย์ชาวเกาหลีจะไม่นิยมใช้ซิลิโคนมาใส่ที่ปลายจมูกมากจนเกินไป แต่จะใช้วิธีการเย็บปลายจมูก และใส่กระดูกอ่อนเป็นหลัก ซึ่งการประเมินจุดที่ต้องเย็บ และปริมาณกับตำแหน่งของกระดูกอ่อนที่จะมาใส่ จะต้องอาศัยแพทย์ที่ผ่านประสบการณ์และมีความชำนาญอย่างมาก เนื่องจากรูปร่างจมูกของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน การเย็บการเสริมจุดหนึ่งๆ จะส่งผลต่อรูปร่างส่วนอื่นๆ ของจมูกด้วย การใช้ซิลิโคนเสริมอย่างเดียวเพื่อดันปลายจมูกออกมามากๆ เป็นที่นิยมน้อยลงมากในประเทศเกาหลี เพราะอาจจะมีปัญหาซิลิโคนทะลุตามมาได้</p>
<p>การผ่าตัดปรับรูปปลายจมูก โดยไม่ต้องเน้นการใส่ซิลิโคนปริมาณหนา ๆ มีข้อดีคือ รูปทรงจมูกดูเป็นธรรมชาติ ปลายจมูกบิดไปมาได้โดยไม่เป็นแท่งแข็งติดกับสันจมูก  รูจมูกเป็นรูปวงรี สวยเป็นธรรมชาติคล้ายชาวตะวันตก  ผลการศัลยกรรมอยู่ทนนานไปตลอด ไม่ต้องมีปัญหาว่านาน ๆ ไปซิลิโคนที่ปลายจมูกจะเลื่อน รัดตัว หรือทำให้เนื้อที่ปลายจมูกบางลงจนอาจทะลุได้ เพราะกระดูกอ่อนของตัวเองที่ปลายจมูก จะไม่มีทางทะลุออกมาได้เหมือนซิลิโคน</p>
<p>สำหรับประเทศไทย ซิลิโคนที่ถูกนำมาใช้มีหลายชนิดหลายเกรด ความบริสุทธิ์ต่างกันไป การสัมผัสถึงความนิ่มของซิลิโคนก็มีหลากหลาย บางชนิดนิ่มมากจนเกือบเหมือนเจล แต่ข้อควรระวัง คือ แม้จะทำการเสริมปลายจมูกด้วยซิลิโคนที่มีคุณสมบัติดีเพียงใด การทะลุปลายจมูกจากการดันของซิลิโคนก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากซิลิโคนเป็นสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย เมื่อไปอยู่ในพื้นที่จำกัดจะทำให้เกิดแรงดันต่อผิวหนังที่ปลายจมูก ยิ่งถ้าในบางคนที่มีความหนาของเนื้อที่ปลายจมูกไม่มากแล้ว ไปใส่ซิลิโคนในปริมาณมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาซิลิโคนทะลุตามมาได้ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นแล้วการแก้ไขรอยแผลเป็นก็ไม่ง่ายนัก ต้องเจ็บตัวแก้ไขใหม่ เสียเงิน และเสียเวลาเพิ่มขึ้นอีกด้วย</p>
<p>สรุปว่าการทำจมูกแบบเกาหลี คือ ศัลยกรรมที่เน้นการปรับรูปทรงกระดูกอ่อนปลายจมูก และการใช้กระดูกอ่อนของตนเองมาเสริม มากกว่าจะใช้ซิลิโคนที่มีความหนามาก ๆ และข้อสำคัญอย่าลืมพิจารณาว่า เทคนิคแบบเกาหลีต้องใช้ความชำนาญพิเศษของศัลยแพทย์ ในการประเมินรูปทรงของกระดูกและกระดูกอ่อนจมูกอย่างละเอียด มีการวางแผนการผ่าตัดที่ดี รวมถึงการใช้เครื่องมือผ่าตัดที่มีลักษณะเฉพาะ จะช่วยให้ได้ผลการผ่าตัดที่สมบูรณ์สวยงาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook38.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.thaipost.net/x-cite/010911/44269" target="_blank"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/thaipost10.jpg" alt="" border="0" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3429</wfw:commentRss>
		<slash:comments>174</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดั้งสวยได้ ไม่ต้องผ่าตัด</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=3195</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=3195#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 02 Feb 2012 21:59:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความงามผิวพรรณ การดูแลตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ดั้งสวยได้]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ต้องผ่าตัด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=3195</guid>
		<description><![CDATA[ดั้งสวยได้ ไม่ต้องผ่าตัด (นิตยสาร Appeal) จมูกโด่งสวย ย่อมเป็นที่ปรารถนาของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทุกยุคทุกสมัย แต่สำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดลงมืด คงอยากมีจมูกสวยแบบง่าย ๆ และรวดเร็ว เราจึงขอแนะนำการเสริมจมูกด้วยไขมันด้วยเอง ซึ่ง ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ จากภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ADD LIFE Anti-Aging Canter เปิดเผยว่า  &#8220;เทคนิคใหม่มีการพัฒนามาจากการฉีดไขมันที่ใช้วิธีผ่าตัดแล้วใส่ไขมันเข้าไป โดยพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ Regenerative medicine มาผสมผสานกันให้ไขมันคงอยู่ได้ถาวรมากขึ้น เช่น การผสม growth factors หรือการผสมฮอร์โมนบางตัว &#8221; ทำให้จึงมีการพัฒนาการเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมันของคนไข้เองน่ะหรือ อาจารย์ถนอมอธิบายว่า  &#8220;ปัจจุบันคนไข้ส่วนใหญ่นิยมเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ ซึ่งฟิลเลอร์ส่วนใหญ่อยู่ได้ชั่วคราว ประมาณครึ่งปีหรือหนึ่งปี แล้วก็สลายไป ต้องกลับมาฉีดใหม่ ที่สำคัญคือฟิลเลอร์มีราคาต่อจำนวน 1 ซีซีค่อนข้างสูง แต่การเสริมจมูกด้วยไขมันคนไข้เองสามารถใช้ไขมันเท่าไหร่ก็ได้ ราคาไม่เพิ่ม สมมุติว่า เอาไขมันออกมา 10 cc หรือ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>ดั้งสวยได้ ไม่ต้องผ่าตัด (นิตยสาร Appeal)</p>
<p><span id="more-3195"></span></p>
<p>จมูกโด่งสวย ย่อมเป็นที่ปรารถนาของหนุ่ม ๆ สาว ๆ ทุกยุคทุกสมัย แต่สำหรับคนที่กลัวการผ่าตัดลงมืด คงอยากมีจมูกสวยแบบง่าย ๆ และรวดเร็ว เราจึงขอแนะนำการเสริมจมูกด้วยไขมันด้วยเอง ซึ่ง ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ จากภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ADD LIFE Anti-Aging Canter เปิดเผยว่า  &#8220;เทคนิคใหม่มีการพัฒนามาจากการฉีดไขมันที่ใช้วิธีผ่าตัดแล้วใส่ไขมันเข้าไป โดยพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ Regenerative medicine มาผสมผสานกันให้ไขมันคงอยู่ได้ถาวรมากขึ้น เช่น การผสม growth factors หรือการผสมฮอร์โมนบางตัว &#8221;</p>
<p>ทำให้จึงมีการพัฒนาการเสริมจมูกด้วยการฉีดไขมันของคนไข้เองน่ะหรือ อาจารย์ถนอมอธิบายว่า  &#8220;ปัจจุบันคนไข้ส่วนใหญ่นิยมเสริมจมูกด้วยฟิลเลอร์ ซึ่งฟิลเลอร์ส่วนใหญ่อยู่ได้ชั่วคราว ประมาณครึ่งปีหรือหนึ่งปี แล้วก็สลายไป ต้องกลับมาฉีดใหม่ ที่สำคัญคือฟิลเลอร์มีราคาต่อจำนวน 1 ซีซีค่อนข้างสูง แต่การเสริมจมูกด้วยไขมันคนไข้เองสามารถใช้ไขมันเท่าไหร่ก็ได้ ราคาไม่เพิ่ม สมมุติว่า เอาไขมันออกมา 10 cc หรือ 3 cc ก็มีราคาเท่าเดิม แต่ฟิลเลอร์จะเพิ่มราคาทุก 1 cc เนื่องจากมีต้นทุน ทีนี้การเสริมจมูกด้วยไขมันคนไข้เองต้องมีเทคนิคที่จะทำให้ไขมันอยู่ได้นาน จึงมีการนำไขมันมาผสมกับฮอร์โมนและ growth factors เพื่อให้ไขมันมีชีวิตรอด หรืออาจใช้วิธีการผสมเซลล์เปลือกไขมันหรือที่ในท้องตลาดเรียกว่าสเต็มเซลล์ไขมัน ซึ่งเทคนิคนี้มีราคาสูงมากโดยเพิ่มอัตราการอดของไขมันขึ้นอีก 20% ซึ่งอาจจะไม่คุ้มราคาถ้าหากทำในบริเวณเล็ก ๆ เช่น จมูก &#8221;</p>
<p>เมื่อถามว่าการเสริมจมูกด้วยไขมันเหมาะกับใคร อาจารย์ถนอมตอบว่า  &#8220;เหมาะกับคนไข้ที่ไม่ต้องการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน ไม่อยากผ่าตัด อยากให้ดูเป็นธรรมชาติ คือไม่สูงโดดเด่นสามารถเสริมได้ตั้งแต่โคนจนถึงปลายจมูกทำเสร็จคนไข้กลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น ถ้าฉีดแล้วไม่ชอบก็สามารถใช้สเตียรอยด์ทำให้เนื้อเยื่อไขมันที่ปลูกถ่ายสลายได้ในช่วงเดือนแรก &#8221;</p>
<p>ขั้นตอนการเสริมดั้งโด่ง</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann5615.gif" alt="" border="0" />เลือกบริเวณที่จะนำไขมันออกมาใช้งานโดยเลือกดูดไขมันจากบริเวณต้นขา หรือท้องส่วนล่าง เพราะไขมันบริเวณนี้มีสเต็มเซลล์ไขมันมากกว่าทำให้เนื้อเยื่อไขมันมีโอกาสมีชีวิตรอดได้มากกว่าไขมันบริเวณท้องส่วนบนซึ่งมีสเต็มเซลล์ไขมันน้อยกว่า เมื่อย้ายไปปลูกถ่าย ไขมันก็จะสลายตัวง่าย แต่เทคนิคใหม่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วไขมันจะมีชีวิตรอดมากกว่า 50% และส่วนที่เหลืออยู่หลังจาก 6 เดือน จะคงอยู่ไปตลอดชีวิต ถ้าหากต้องการเติมเพิ่มก็สามารถทำได้ง่าย ทำได้หลายครั้งไม่จำกัด</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann5615.gif" alt="" border="0" /> ฉีดยาชาเล็กน้อยที่บริเวณปลายจมูกสองจุด จากนั้นฉีดสารน้ำเข้าไปที่บริเวณต้นขาที่จะดูดไขมัน ทิ้งไว้สักครู่</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann5615.gif" alt="" border="0" /> จากนั้นเจาะรูเล็กด้วยเข็มฉีดยาที่ต้นขาแล้วสอดเข็มดูดไขมันออกมาอย่างนุ่มนวล ล้างกรองส่วนไขมันที่เป็นเนื้อล้วนๆ นำมาผสมกับฮอร์โมนเล็กน้อย นำไปฉีดไขมันที่จมูกอย่างนุ่มนวลและเบา ต้องอาศัยศิลปะและเทคนิคที่ละมุนละม่อมในการฉีดพอสมควร เพื่อให้ได้รูปทรงจมูกที่สวยงาม อาจฉีดให้สูงกว่าปกติเล็กน้อย เพราะว่าฉีดครั้งแรกจมูกจะบวม</p>
<p>ผลลัพธ์ที่ได้</p>
<p>ประมาณ 3 เดือน จะได้สันจมูกที่คงที่ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่นูนมากเท่ากับตอนฉีดใหม่ ๆ</p>
<p>ข้อแนะนำ ถ้าต้องการเสริมจมูกโด่งชัดเจน ควรเป็นแบบผ่าตัด</p>
<p>ข้อดีและข้อเสียระหว่างฟิลเลอร์และไขมัน</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ฟิลเลอร์จะควบคุมรูปทรงจมูกค่อนข้างยาก เพราะต้องปั้น แต่การฉีดไขมันไม่ต้องปั้น ต้องฉีดให้ได้รูปทรงตั้งแต่แรก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ฟิลเลอร์อาจดูใส ๆ บวม ๆ แล้วไหล</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไขมันไม่ไหล ฉีดแล้วอยู่กับที่ เชื่อมติดเป็นเนื้อเดียวกันกับร่างกาย แต่ฟิลเลอร์อาจไหลด้านข้างทำให้เห็นสันจมูกบวม ๆ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปบางตำแหน่ง เวลายิ้มจะเห็นเป็นก้อน แต่ไขมันไม่เป็น เพราะเป็นเนื้อเยื่อร่างกาย</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไขมันจะดูไม่ใส่โปร่งแสงแบบฟิลเลอร์ดูเหมือนเนื้อธรรมดา สีผิวปกติ เพราะเป็นเนื้อเยื่อธรรมชาติ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไขมันมีข้อดีมากกว่าวิธีย้ายไขมันแบบเดิม คือไม่มีแผลผ่าตัดเลย แค่เจาะรูเล็กๆ ใช้เวลาในการทำไม่กี่นาที หายเร็วและไม่ต้องดูแลมากวันรุ่งขึ้นสามารถล้างหน้าได้ตามปกติ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> เนื่องจากเป็นไขมันจากตัวคนไข้เอง จึงไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งแปลกปลอม ไม่ทะลุ มีโอกาสติดเชื้อน้อย มีสีธรรมชาติ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/115313918016.gif" alt="" border="0" /> ไม่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย สามารถฉีดเพิ่มเติมได้หลายครั้งจนกว่าจะได้สันจมูกที่คงที่ถาวรตลอดชีวิต สันจมูกโด่งคงที่หมายถึงโด่งเท่าที่เนื้อเยื่อทำได้ ซึ่งอาจจะไม่โด่งชัดแบบซิลิโคน หรือ e-PTFE เพราะไขมันมีความอ่อนนุ่ม จะปรับรูปร่าง ตัวไม่ดันเนื้อเยื่อจมูกมากเกินไป จึงไม่มีปัญหาทะลุ</p>
<p>ระยะเวลาฟื้นตัว ฟื้นตัวเร็วกว่าวิธีเดิม ไม่ค่อยมีรอยซ้ำหรือรอยเขียว บวมเล็กน้อยทันทีหลังทำ วันรุ่งขึ้นสามารถไปทำงานได้ ส่วนใหญ่วันที่สามมักจะดูปกติ</p>
<p>ภาวะแทรกซ้อน การฉีดไขมันส่วนใหญ่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร เนื่องจากใช้เข็มฉีดไขมันมาตรฐานไร้คม ไม่ทำให้ฉีดเข้าไปอุดเส้นเลือดจมูกได้ จึงไม่มีปัญหาเนื้อตาย แต่ถ้าเป็นฟิลเลอร์ต้องใช้เข็มเล็ก ซึ่งมีโอกาสที่จะฉีดเข้าไปในหลอดเลือดก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนได้</p>
<p>Tip : หนังสือ Fat Injection From Filling to Regeneration อธิบายเรื่องการฉีดไขมัน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดในแง่ที่ว่า ไขมันจะอยู่รอดมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความบาดเจ็บของไขมันและเกี่ยวข้องกับอะดิโพส สเต็มเซลล์ ที่อยู่รอบ ๆ ไขมัน เมื่อสเต็มเซลล์มากขึ้น มันก็จะมีชีวิตถาวร จึงเป็นที่มาของการปลูกถ่ายย้ายไขมัน</p>
<div>
<p>ขอขอบคุณ เครดิตข้อมูลจาก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/kapook14.png" alt="Kapook.com กระปุก Logo" /></p>
</div>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/appeal14.jpg" alt="" border="0" /><br />
กันยายน 2554 ISSUE 05</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=3195</wfw:commentRss>
		<slash:comments>48</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จมูกสั้น&#8230;.ต่อปลายจมูกสวยสไตล์เกาหลี</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=2734</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=2734#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 16:25:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บทความสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[จมูกสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[ต่อปลายจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สวยสไตล์เกาหลี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=2734</guid>
		<description><![CDATA[จมูกสั้น&#8230;.ต่อปลายจมูกสวยสไตล์เกาหลี (นิตยสาร Appeal) &#8220;ต่อปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเพื่อให้จมูกยาวขึ้นและบิดได้&#8230;จมูกสวยเนียนๆ แบบธรรมชาติสไตล์เกาหลี&#8221; เกาหลีฟีเวอร์ยังไม่สร่างซาไปจากเมืองไทย หนุ่ม ๆ สาว ๆ ชาวไทยจึงอยากสวย อยากหล่ออย่างดาราเกาหลีที่พวกเขาชื่นชอบ โดยเฉพาะจมูกที่สวยได้รูป รูปจมูกไม่สั้นจนขาดความสมดุลกับใบหน้า ซึ่งศัลยแพทย์เกาหลีขึ้นชื่อว่ามีความเชี่ยวชาญการเสริมปลายจมูกให้ยาวขึ้น โดยใช้วิธีต่อปลายจมูกจาก septum (แกนผนังกลางจมูกที่เป็นตัวตามกระดูกอ่อนจมูก) ทั้งนี้ นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่งจาก ยศยาคลินิก ซึ่งมีความชำนาญในการเสริมจมูกสไตล์เกาหลีอธิบายว่า &#8220;ศัลยแพทย์เกาหลีไม่ได้เน้นซิลิโคนที่ปลายจมูก แต่ใช้วิธีเย็บตัวปลายจมูก โดยใช้ไหมเย็บหรือใช้กระดูกอ่อนมาต่อหรือดึงให้มันยาวออกมาไม่ได้เน้นซิลิโคนอัดเข้าไปให้ปลายจมูกยาวออกมา ซึ่งอาจมีปัญหาปลายจมูกทะลุในอนาคตได้&#8221; ทั้งนี้จมูกที่ดูสวยแบบธรรมชาติ ควรมีปลายจมูกเป็นสันและได้สัดส่วนกับรูปจมูกรวมทั้งรูปร่างของรูจมูกด้วย คือเมื่อมองจากมุมด้านล่างควรต้องเป็นรูปวงรี หรือรูปหยดน้ำ (Tear drop) ปลายจมูกควรเชิดแบบพอดี เมื่อมองจากด้านข้าง และจมูกควรทำมุม 90-95 องศา กับเนื้อด้านบนริมฝีปาก เสริมจมูกสั้นให้ยาว สำหรับคนที่มีจมูกสั้นจริง ๆ หรือต้องการปลายจมูกทรงหยดน้ำละก็ เหมาะที่จะเสริมจมูกด้วย วิธีต่อปลายจมูกสไตล์เกาหลี กรณีที่จมูกสั้นโดยไม่มีกระดูกอ่อนเลย อาจต้องใช้วิธีเย็บแล้ว เอากระดูกจากหลังหูหรือจาก septum มาวางข้างบนหรือตัดตรง septum แล้วต่อออกมาทั้งนี้การเสริมสันจมูกอาจใส่ซิลิโคนได้ไม่มาก แต่ถ้าต้องการให้จมูกยาวออกมา จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ โดยใช้กระดูกข้างในโพรงจมูกหรือ septum [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>จมูกสั้น&#8230;.ต่อปลายจมูกสวยสไตล์เกาหลี (นิตยสาร Appeal)</p>
<p>&#8220;ต่อปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนเพื่อให้จมูกยาวขึ้นและบิดได้&#8230;จมูกสวยเนียนๆ แบบธรรมชาติสไตล์เกาหลี&#8221;</p>
<p><span id="more-2734"></span></p>
<p>เกาหลีฟีเวอร์ยังไม่สร่างซาไปจากเมืองไทย หนุ่ม ๆ สาว ๆ ชาวไทยจึงอยากสวย อยากหล่ออย่างดาราเกาหลีที่พวกเขาชื่นชอบ โดยเฉพาะจมูกที่สวยได้รูป รูปจมูกไม่สั้นจนขาดความสมดุลกับใบหน้า ซึ่งศัลยแพทย์เกาหลีขึ้นชื่อว่ามีความเชี่ยวชาญการเสริมปลายจมูกให้ยาวขึ้น โดยใช้วิธีต่อปลายจมูกจาก septum (แกนผนังกลางจมูกที่เป็นตัวตามกระดูกอ่อนจมูก)</p>
<p>ทั้งนี้ นพ.ทรงยศ จันทจิตร์ ศัลยแพทย์ตกแต่งจาก ยศยาคลินิก ซึ่งมีความชำนาญในการเสริมจมูกสไตล์เกาหลีอธิบายว่า &#8220;ศัลยแพทย์เกาหลีไม่ได้เน้นซิลิโคนที่ปลายจมูก แต่ใช้วิธีเย็บตัวปลายจมูก โดยใช้ไหมเย็บหรือใช้กระดูกอ่อนมาต่อหรือดึงให้มันยาวออกมาไม่ได้เน้นซิลิโคนอัดเข้าไปให้ปลายจมูกยาวออกมา ซึ่งอาจมีปัญหาปลายจมูกทะลุในอนาคตได้&#8221; ทั้งนี้จมูกที่ดูสวยแบบธรรมชาติ ควรมีปลายจมูกเป็นสันและได้สัดส่วนกับรูปจมูกรวมทั้งรูปร่างของรูจมูกด้วย คือเมื่อมองจากมุมด้านล่างควรต้องเป็นรูปวงรี หรือรูปหยดน้ำ (Tear drop) ปลายจมูกควรเชิดแบบพอดี เมื่อมองจากด้านข้าง และจมูกควรทำมุม 90-95 องศา กับเนื้อด้านบนริมฝีปาก</p>
<p>เสริมจมูกสั้นให้ยาว</p>
<p>สำหรับคนที่มีจมูกสั้นจริง ๆ หรือต้องการปลายจมูกทรงหยดน้ำละก็ เหมาะที่จะเสริมจมูกด้วย วิธีต่อปลายจมูกสไตล์เกาหลี กรณีที่จมูกสั้นโดยไม่มีกระดูกอ่อนเลย อาจต้องใช้วิธีเย็บแล้ว เอากระดูกจากหลังหูหรือจาก septum มาวางข้างบนหรือตัดตรง septum แล้วต่อออกมาทั้งนี้การเสริมสันจมูกอาจใส่ซิลิโคนได้ไม่มาก แต่ถ้าต้องการให้จมูกยาวออกมา จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่ โดยใช้กระดูกข้างในโพรงจมูกหรือ septum ตัดออกมาต่อ และเอามาทำช่วงปลายหยดน้ำ ทีนี้ septum อยู่ข้างในจมูก จึงเอาออกมาค่อนข้างยาก จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ในการนำออกมา แล้วต้องตัดแยกกระดูกออกจากกระดูกอ่อนส่วนบน หมุนตรงปลายจมูกเพื่อให้ได้ความยาวมากขึ้น แล้วใช้ตัวกระดูกอ่อน septum เป็นตัวดามต่อให้ผนังคานตรงกลางยาวออกมา วิธีนี้คนไข้จะได้รับการฉีดยานอนหลับให้ลึกขึ้น ไม่ต้องวางยาสลบ</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann-1546.gif" alt="" width="13" height="13" border="0" /> ข้อดีของการต่อปลายจมูกด้วย septum</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/cursor8.gif" alt="" width="10" height="10" border="0" /> </strong>เหมาะกับคนที่มีจมูกสั้นจริงๆ หรือต้องการปลายจมูกทรงหยดน้ำ และเหมาะกับคนที่ปลายจมูกมีเนื้อน้อย ทำให้ใส่ซิลิโคนมากไม่ได้ เพราะจะทะลุ รวมถึงคนที่มีปัญหาจากการใส่ซิลิโคนแล้วทะลุมาก่อน</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/cursor8.gif" alt="" width="10" height="10" border="0" /> </strong>รูปทรงจมูกดูเป็นธรรมชาติ ปลายจมูกบิดไปมาได้ โดยไม่เป็นแท่งแข็งติดกับสันจมูก</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/cursor8.gif" alt="" width="10" height="10" border="0" /> </strong>รูจมูกเป็นรูปวงรี สายเป็นธรรมชาติ</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/cursor8.gif" alt="" width="10" height="10" border="0" /> </strong>ไม่มีโอกาสทะลุเหมือนการเสริมจมูกด้วย ซิลิโคน เนื่องจาก Septum เป็นเนื้อเยื่อของเราเอง นอกจากนี้จมูกที่ทำศัลยกรรมยังสามารถอยู่ทนนานไปตลอด</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/cursor8.gif" alt="" width="10" height="10" border="0" /> </strong>คนไข้มีแผลที่เดียว คือด้านในขอบจมูกไม่ต้องมีแผลเพิ่มที่หลังหู หรือซี่โครง เหมือนการนำกระดูกอ่อนส่วนอื่นมาใช้</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/bullet026.gif" alt="" border="0" /> ข้อเสีย</p>
<p>ต้องใช้เวลาในการผ่าตัดนานและพักฟื้นนาน ประมาณ 3-4 วัน</p>
<p>Alternatives : สำหรับคนที่จมูกสั้นไม่มาก</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/cursor8.gif" alt="" width="10" height="10" border="0" /> </strong>ใช้ซิลิโคนบวกกับการใช้กระดูกหลังใบหูมาต่อ ซึ่งต้องใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 4 ชั่วโมง และมีขั้นตอนยุ่งยากกว่าปกติเพราะต้องตัดกระดูกอ่อนมาเพิ่ม แล้วเย็บแกนกระดูก</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/ann-1546.gif" alt="" width="13" height="13" border="0" /> ข้อดีของการใช้กระดูกหลังใบหู เอาออกมาง่าย</p>
<p><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/bullet026.gif" alt="" border="0" /> ข้อเสีย</p>
<p>ทำได้เฉพาะตรงปลายจมูกเท่านั้น ไม่สามารถยืดความยาวของกระดูกจมูกออกมาได้มากเท่ากับ septum</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/cursor8.gif" alt="" width="10" height="10" border="0" /> </strong>คนที่จมูกยาวอยู่แล้ว อาจใส่ซิลิโคนพร้อมกับเย็บนิด ๆ หน่อย ๆ ก็โอเคแล้ว ซึ่งสามารถเลือกการเสริมจมูกได้หลายแบบ โดยศัลยแพทย์ตกแต่งจะเป็นคนเลือกว่าแบบไหนเหมาะกับคนไข้ที่มีจมูกยาวอยู่แล้ว หรือบางคนมีกระดูกอ่อนอยู่บ้างแล้ว อาจใช้วิธีเย็บแล้วใส่ซิลิโคน</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/cursor8.gif" alt="" width="10" height="10" border="0" /> </strong>การทำจมูกแบบเกาหลี คือศัลยกรรมที่เน้นการปรับรูปทรงกระดูกอ่อนตรงปลายจมูก และการใช้กระดูกอ่อนของตนเองมาเสริมมากกว่าจะใช้ซิลิโคนที่มีความหนามากๆ ที่สำคัญคือ เทคนิคแบบเกาหลีจำเป็นต้องใช้ความชำนาญพิเศษของศัลยแพทย์ในการประเมินรูปทรงของกระดูกและกระดูกอ่อนของจมูกอย่างละเอียด ต้องมีการวางแผนการผ่าตัดอย่างดีและใช้เครื่องมือผ่าตัดพิเศษมาช่วยเสริมให้การผ่าตัดได้ผลดีมากที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div>
<p>ขอบคุณ Credit ข้อมูลจาก</p>
<p><strong><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/logo-kapook16.png" alt="Kapook" /></strong></p>
</div>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/02/appeal3.jpg" alt="" border="0" /><br />
ธันวาคม 2554 ISSUE 08</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=2734</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คำถามทั่วไป ก่อนหลัง ทำศัลยกรรม เสริมจมูก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1825</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1825#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 18:57:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อน-หลัง]]></category>
		<category><![CDATA[คำถามทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ทำศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1825</guid>
		<description><![CDATA[เคดิตบทความด้านล่างนี้ จากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย (www.plasticsurgery.or.th) &#160; คำถามเกี่ยวกับ การเสริมจมูก ถาม : ในการทำศัลยกรรมจมูก สิลิโคนที่ใช้ในการทำจะต้องเปลี่ยนทุกกี่ปี ? ตอบ : วัสดุ ที่ใช้ในการทำศัลยกรรมจมูกนั้น ส่วนใหญ่แพทย์มักจะเลือกซิลิโคนแข็ง (เกรดนิ่ม) เป็นตัวเสริม วัสดุนี้มักจะไม่มีปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของจมูก จึงไม่จำเป็นต้องมาเปลี่ยนสิลิโคน จมูกแต่ประการใด &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;. ถาม : เสริมจมูกมาได้ 2 อาทิตย์แล้ว  อยากทราบว่ากว่าจมูกจะยุบบวมและคงที่ใช้เวลากี่เดือนค่ะ และการใส่แว่นตามีผลต่อการทำให้จมูกเอียงไหม. ตอบ : โดย ทั่วไปแล้วจมูกอาจจะยังคงบวมอยู่ได้ในช่วงเดือนแรก แต่มักจะมากที่สุดในช่วงสัปดาห์แรก หลังจากเดือนแรกไปแล้วอาการบวมไม่น่าจะมีเหลือหรือถ้ามีก็น้อยมากแล้ว และจมูกมักจะเกาะติดกับกระดูกแล้วครับ การใช้แว่นตาในระยะแรกที่แท่งจมูกยังลอยตัวอยู่ไม่ยึดติด อาจจะทำให้แท่งจมูกขยับเคลื่อนตัวได้ เกิดการเอียงได้ครับ ดังนั้นน่าจะเว้นการใส่แว่นตาได้ก็จะเป็นการดีครับ รอให้แท่งจมูกติดแน่นพอสมควรเสียก่อนจะมีโอกาสเอียงน้อยลงครับ ซึ่งก็ประมาณ 3-4 สัปดาห์เท่านั้น &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;. ถาม : อยากทราบว่าสาเหตุของการเสริมจมูกแล้วเอียงมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เอียง ตอบ : การ เสริมจมูกนั้น ผลการผ่าตัดจะดีหรือไม่ดีมีปัจจัยและขั้นตอนในการดูแลหลายอย่างครับ อย่างแรกขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ผ่าตัดคือผ่าตัดได้ดี แท่งจมูกที่เหลาเหมาะสม จัดวางแท่งให้อยู่ในช่องที่ขนาดพอเหมาะคืออยู่ใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก อย่างที่สองคือการดูแลของผู้ป่วยเองในช่วงเดือนแรกแท่งจมูกจะยังไม่ยึดติด แน่นกับกระดูก ดังนั้นเหมือนกับแท่งจมูกลอยอยู่จึงสามารถเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่วางไว้ ได้ตลอดเวลา หากมีการกระทบกระเทือนแท่งจมูกนั้น ในกรณีที่เกิดการเอียงในระยะแรกนั้นสามารถดัดจัดให้เข้าที่ตรงได้แต่ถ้าไม่ [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เคดิตบทความด้านล่างนี้ จาก</strong>สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย (www.plasticsurgery.or.th)</p>
<p><span id="more-1825"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1845" rel="attachment wp-att-1845"><img class="alignnone size-medium wp-image-1845" title="Sensual and Fresh" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/DIY-facials-1-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><em><strong>คำถามเกี่ยวกับ การเสริมจมูก</strong></em></h2>
<p><strong>ถาม :</strong> <strong>ในการทำศัลยกรรมจมูก สิลิโคนที่ใช้ในการทำจะต้องเปลี่ยนทุกกี่ปี ?</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>วัสดุ ที่ใช้ในการทำศัลยกรรมจมูกนั้น ส่วนใหญ่แพทย์มักจะเลือกซิลิโคนแข็ง (เกรดนิ่ม) เป็นตัวเสริม วัสดุนี้มักจะไม่มีปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของจมูก จึงไม่จำเป็นต้องมาเปลี่ยนสิลิโคน จมูกแต่ประการใด</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
ถาม :</strong> <strong>เสริมจมูกมาได้ 2 อาทิตย์แล้ว  อยากทราบว่ากว่าจมูกจะยุบบวมและคงที่ใช้เวลากี่เดือนค่ะ</strong> และการใส่แว่นตามีผลต่อการทำให้จมูกเอียงไหม.<br />
<strong><br />
ตอบ : </strong>โดย ทั่วไปแล้วจมูกอาจจะยังคงบวมอยู่ได้ในช่วงเดือนแรก แต่มักจะมากที่สุดในช่วงสัปดาห์แรก หลังจากเดือนแรกไปแล้วอาการบวมไม่น่าจะมีเหลือหรือถ้ามีก็น้อยมากแล้ว และจมูกมักจะเกาะติดกับกระดูกแล้วครับ การใช้แว่นตาในระยะแรกที่แท่งจมูกยังลอยตัวอยู่ไม่ยึดติด อาจจะทำให้แท่งจมูกขยับเคลื่อนตัวได้ เกิดการเอียงได้ครับ ดังนั้นน่าจะเว้นการใส่แว่นตาได้ก็จะเป็นการดีครับ รอให้แท่งจมูกติดแน่นพอสมควรเสียก่อนจะมีโอกาสเอียงน้อยลงครับ ซึ่งก็ประมาณ 3-4 สัปดาห์เท่านั้น</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
ถาม :</strong> <strong>อยากทราบว่าสาเหตุของการเสริมจมูกแล้วเอียงมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เอียง</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูกนั้น ผลการผ่าตัดจะดีหรือไม่ดีมีปัจจัยและขั้นตอนในการดูแลหลายอย่างครับ อย่างแรกขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ผ่าตัดคือผ่าตัดได้ดี แท่งจมูกที่เหลาเหมาะสม จัดวางแท่งให้อยู่ในช่องที่ขนาดพอเหมาะคืออยู่ใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก อย่างที่สองคือการดูแลของผู้ป่วยเองในช่วงเดือนแรกแท่งจมูกจะยังไม่ยึดติด แน่นกับกระดูก ดังนั้นเหมือนกับแท่งจมูกลอยอยู่จึงสามารถเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่วางไว้ ได้ตลอดเวลา หากมีการกระทบกระเทือนแท่งจมูกนั้น ในกรณีที่เกิดการเอียงในระยะแรกนั้นสามารถดัดจัดให้เข้าที่ตรงได้แต่ถ้าไม่ สำเร็จก็คงต้องผ่าตัดเข้าไปจัดให้ใหม่ ซึ่งคุณเองก็ได้รับการผ่าตัดแก้ไขแล้ว หากยังไม่เข้าที่คุณก็ควรกลับไปหาหมอคนเดิมที่จะดูแลต่อจนเข้าที่ครับ และให้คำแนะนำได้ดีที่สุดสอบถามหมอว่ามีแผนการแก้ไขอย่างไรก็น่าจะได้รับคำ ตอบนะครับ และทำการแก้ไข ซึ่งเรื่องเอียงปกติก็แก้ไขไม่ยากเท่าไรครับ หากไม่พอใจจริง ๆ ก็ลองพบแพทย์ศัลยกรรมท่านอื่นเพื่อขอคำแนะนำก็ได้ครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม :</strong><strong> ถ้าเสริมจมูกเเล้วไม่พอใจ อยากจะเอาซิลิโคนออกแล้วจมูกจะเหมือนเดิมไหม </strong>(ตอนยังไม่เสริม)</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูกด้วยซิลิโคนจะมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่จมูกบ้างไม่มากก็ น้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแท่งซิลิโคนที่เสริมไว้หากเป็นทรงที่ธรรมชาติไม่ ฝืนเนื้อจมูกมากเกินไปผิวจะไม่ตึงมาก หรือมีจุดกดที่เนื้อจมูกแน่นมากก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนักเวลาเอาจมูกออก อาจจะมีเหี่ยวบ้างเล็กน้อย แต่อีกจุดหนึ่งคือบริเวณกระดูกจมูกที่ถูกซิลิโคนกดทับอยู่นาน ๆ หลาย ๆ ปีจะมีการกร่อนได้บ้าง เวลาถอดจมูกออกแล้วมักจะเตี้ยกว่าก่อนเสริมได้ครับ ทั้งนี้หากใส่แล้วไม่พอใจแล้วถอดออกหลังการเสริมไม่นานนักจมูกมักจะกลับสู่ รูปเดิมเกือบทุกประการครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม :</strong><strong> เคยเห็นที่ร้านขายยานวดเสริมจมูกไม่ทราบว่าจะได้ผลไหมค่ะ เเละจะมีผลข้างเคียงหรือเปล่า</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>อย่า เสียเวลากับการใช้ยาที่ไม่ได้ผลเลยครับ ในท้องตลาดมียาที่หลอกขายชาวบ้านเยอะแยะไปหมด และไม่ได้ผ่านอย. เช่นยานวดหน้าอก ยาทาหัวนม ยาขยายขนาด อะไรต่อมิอะไร เดินผ่านไปเร็ว ๆ เลยครับและเลิกสนใจได้เลยเสียเงินเปล่า ๆ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม : </strong><strong>ถ้าจะเสริมจมูกแต่ไม่ต้องการใช้ซิลิโคนจะได้หรือไม่ เพราะเคยไปปรึกษาหมอแล้ว หมอบอกจะใช้ซิลิโคลน</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูกให้สูงขึ้นนั้นความจริงมีด้วยกันหลาย หลากวิธีและหลายวัสดุครับ เราสามารถใช้เนื้อเยื่อจากตัวของเราเองก็ได้เช่นแผ่นพังผืด การใช้กระดูกอ่อน กระดูกแข็ง เป็นต้น และอีกวิธีหนึ่งคือการใช้สารสังเคราะห์ชนิดต่าง ๆ ซึ่งนับจนปัจจุบันนี้ก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการใช้วัสดุต่าง ๆ สำหรับมาเสริมส่วนต่าง ๆ รวมทั้งจมูกเช่นการใช้ซิลิโคนแท่ง การใช้สารสังเคราะห์จากโปรตีนเป็นแผ่น ฯ เป็นต้น แต่ทั้งนี้แต่ละอย่างก็มีทั้งข้อดีและข้อด้อยด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งก็เคยกล่าวไว้ในการตอบกระทู้ต่าง ๆ มาบ้างแล้ว แต่แพทย์จะเลือกใช้วัสดุที่จะเสริมจมูกในกรณีที่เป็นเรื่องของการเสริมความ งามนั้นเรายอมรับกันในปัจจุบันว่า การใช้ซิลิโคนแท่งที่มีคุณภาพและประกอบกับการดูแลรวมทั้งรูปทรงที่ไม่ฝืน ธรรมชาติมากเกินไป จะมีผลการผ่าตัดที่ดีและปลอดภัยค่อนข้างสูง และมีความสะดวกแก่ผู้ป่วยมากที่สุด เนื่องจากไม่ต้องมีแผลจากการเลาะเอาเนื้อเยื่อของตนเองอีกที่หนึ่ง รูปทรงอยู่คงตัวไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลาที่ผ่านไป (ไม่เหมือนกระดูกหรือกระดูกอ่อนที่จะเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้พอสมควร) และที่สำคัญคือหากเกิดปัญหาหรือไม่พอใจหรือไม่ต้องการใช้แท่งจมูกที่เสริม แล้วสามารถที่จะถอดออกได้โดยมีผลข้างเคียงไม่มากนัก ศัลยแพทย์ตกแต่งในประเทศไทยส่วนมากจึงนิยมใช้ซิลิโคนในการผ่าตัดเสริมความ งามสำหรับการเสริมจมูกมากกว่าวัสดุอื่น ๆ ที่ไม่ค่อยแพร่หลายเท่าครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม : </strong><strong>แท่งซิลิโคนที่ใช้เวลาเสริมจมูกจะต้องยาว</strong><strong> จนถึงปลายจมูกเลยหรือไม่คะ คือรู้สึกว่าปลายจมูกดีอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยมีดั้งกับช่วงตรงกลาง</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>ตัว ซิลิโคนจะยาวถึงปลายจมูกหรือไม่ก็ได้ครับ ถ้าปลายจมูกผู้ป่วยโด่งพอใจแล้ว ก็ไม่ต้องเติมก็ได้ แต่เวลาผ่าตัด ต้องเหลาตัวซิลิโคนส่วนปลายให้ดีๆ อย่าให้มีขั้นสะดุด จะเติมสักหน่อยก็สวยขึ้น ขอให้เติมแล้วเป็นธรรมชาติก็จะดีและปลอดภัยครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม :</strong><strong> ถ้าเสริมจมูกแล้วสามารถออกกำลังกายได้หรือเปล่า เช่นวิ่ง หรือเต้นอารติ</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>โดย ปกติหลังเสริมจมูก 2 สัปดาห์ สามารถออกกำลังชนิดที่บอกมาได้ครับ แต่ถ้ากลัวกระทบกระเทือนมาก รอ จนครบ 1 เดือน ไม่มีปัญหาแน่ครับ แต่กีฬา ประเภทที่อาจมีการชนหรือกระแทก บริเวณจมูก ควรรอประมาณ 3 เดือน ครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม :</strong><strong>ต้องการที่จะเสริมจมูกแต่กลังเสริมจมูกมาแล้วจมูกเอียงและผลข้างเคียงที่ตามมาถ้าอายุมากขึ้นต้องมีการเปลี่ยนหรือเปล่า</strong> ทำอย่างไรเมื่อเสริมแล้วจมูกจึงจะออกมาสวยและไม่เอียงถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วกี่เปอร์เซ็นต์ค่ะที่เสริมมาแล้วเอียง อยากจะเสริมจริง</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ ผ่าตัดทุก ชนิดล้วนแต่มีอัตราเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและผลการผ่าตัดที่ไม่พึงประสงค์ทั้ง นั้นไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่แต่ถ้าหากได้รับการดูแลอย่าง ถูกต้องการผ่าตัดทำอย่างถูกต้องตามหลักการและไม่ฝืนธรรมชาติมากเกินไปโดยมาก แล้วผลข้างเคียงจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก หรือเกิดขึ้นได้แต่ไม่รุนแรง สามารถแก้ไขให้กลับมาปกติได้ง่าย การเสริมจมูกก็เช่นเดียวกันครับ โอกาสเอียง โอกาสติดเชื้อ โอกาสมีแผลเป็นหรือรูปทรงไม่สวยอย่างที่ต้องการก็มีได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยหลายอย่าง (สามารถอ่านได้จากหัวข้อสาระน่ารู้) การดูแลหลังจากเสริมจมูกนั้นมีเหมือนกันในช่วงเวลาที่จมูกยังไม่ยึดติดกับ กระดูกจมูกจริง ซึงใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ซึงศัลยแพทย์ที่เป็นคนผ่าตัดจะเป็นผู้แนะนำและดูแลจนหายดีและไว้ใจได้ว่าไม่ น่าจะเกิดปัญหาในระยะแรก แต่ในระยะยาวจะเกิดปัญหาได้หรือไม่ก็ยังขึ้นกับลักษณะรูปทรง การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังของจมูกของคุณด้วย หากสูงมากเกินไป แหลมเกินไป (เช่นที่คนไข้หลายคนคะยั้นคะยอแกมบังคับให้หมอช่วยทำให้) ก็อาจจะส่งผลต่อหนังบริเวณสันจมูกและปลายจมูกให้บางลงเร็วและเกิดการทะลุได้ เหมือนกัน ส่วนเปอร์เซนต์ที่เกิดผลข้างเคียงนั้นไม่มีใครตอบได้แน่นอนหรอกครับ แต่ส่วนมากแล้วมักจะไม่มากเท่าไหร่ครับ<br />
ขอฝากให้คุณคิดอีกอย่างนะครับว่า คนเราเดินข้ามถนนบนทางม้าลายด้วยความระมัดระวังบางครั้งยังถูกรถชนได้เลย ครับ ถามว่าปลอดภัยไหมครับในการเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย หากตอบคำถามนี้ได้ก็ค่อย ๆ คิดก่อนจะตัดสินใจผ่าตัดนะครับ หากกลัวมาก และยอมรับผลข้างเคียงไม่ได้จริง ๆ ละก็ผมว่าอยู่เฉย ๆ จะปลอดภัยที่สุครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม : </strong><strong>โอกาสที่เสริมจมูกแล้วเอียงมีมากเพียงได</strong></p>
<p><strong>ตอบ :</strong> หากจะถามว่าโอกาส เอียงมีเท่าไหร่นั้นคงจะไม่สามารถตอบได้ว่ามีตัวเลขเท่าไหร่เพราะยังไม่เคย มีใครรวบรวมไว้เป็นหลักฐานที่แน่นอน แต่ความจริงแล้วสาเหตุจริง ๆ มี<strong><br />
</strong>หลายสาเหตุด้วยกันที่มีปัจจัยทำให้จมูกเอียงได้แก่ตั้งแต่ตัวแพทย์ผ่า ตัด เองว่าจัดวางแท่งจมูกให้ตรงดีเพียงใด ช่องที่เจาะไว้เพื่อวางแท่งจมูกนั้นขนาดพอดีมากน้อยเพียงใด ทั้งซ้ายและขวา หลังจากนั้นก็เป็นส่วนของคนไข้เองว่าหลังจากการผ่าตัดได้รับการดูแลแท่งจมูก ที่วางไว้ได้ดีเพียงใด เนื่องจากภายใน 1 เดือนแรกนั้นแท่งจมูกจะลอยตัวอยู่ ยังไม่เกาะกับเนื้อเยื่อและกระดูกจมูก จึงสามารถขยับเขยื้อนออกจากตำแหน่งได้ตลอดเวลา ดังนั้นการโยกจมูกหรือจับต้องจมูกด้วยความไม่ระมัดระวังจะมีโอกาสเอียงได้ และการยึดติดของจมูกกับกระดูกนั้นต้องอาศัยการหดรัดของเนื้อเยื่อสันจมูกลง ไปแนบเท่า ๆ กันทั้งสองข้าง หากข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไปหรือรัดตัวก่อนอีกข้างหนึ่งก็ส่งผลให้เอียงได้ และสาเหตุอื่น ๆ อีกหลายสาเหตุ ดังนั้นสรุปได้ว่า มีปัจจัยที่อยู่ภายใต้ความควบคุมของแพทย์และคนไข้อยู่ส่วนหนึ่ง และอยู่นอกเหนือความควบคุมของเราอยู่อีกส่วนหนึ่ง โอกาสเอียงจึงอาจจะมีได้แต่ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ถ้าสามารถระมัดระวังปัจจัยที่ จะเกิดการเอียงได้ดีครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
ถาม : </strong><strong>เสริมจมูกมา 2 ครั้งแล้วค่ะ ครั้งแรกจมูกหลุดไม่ติดอยู่กับกระดูกและเอียง จึงไปแก้ไขใหม่โดยให้หมอคนเดิมทำให</strong>้ แต่มาครั้งที่2ก็ยังเอียงอยู่ เละไปปรึกษาหมออีกคน เขาแนะนำว่า ฐานจมูกเราเอียงอยู่แล้วถ้าเสริมด้วยซิลิโคนยังไงก็ยังคงเอียงอยู่ เขาแนะนำให้ทำแบบเนื้อ คือตัดเอาเนื้อตรงสะโพกของตัวเองมาเสริมแทนซิลิโคนแล้วจะไม่มีการเอียงและดู เป็นธรรมชาติมากกว่าด้วยดิฉันเลยอยากทราบว่ามันจะทำได้จริงหรือเปล่า และ เปอร์เซ็นต์จมูกเอียงยังมีอยู่หรือเปล่า และการเสริมด้วยเนื้อกับการเสริมบริเวณดั้งแบบครึ่งเดียวอย่างไหนดีกว่ากัน และค่าใช้จ่ายราคาเท่าไหร่</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>ก่อน อื่นขอถามว่าฐานจมูกของคุณเอียงมาตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า มีคนไข้บางคนฐานจมูกเอียงเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เช่นอุบัติเหตุ หรือจากการผ่าตัดในอดีต และรวมทั้งการเสริมจมูกครั้งก่อน ๆ (เมื่อเสริมจมูกและเปลี่ยนมีโอกาสที่จมูกจะกร่อนลงจากแท่งซิลิโคนได้) ทำให้จมูกที่เสริมมีโอกาสเอียงได้ง่าย ๆ แต่ถ้าหากไม่มีลักษณะดังกล่าว การเอียงคงจากการผ่าตัดที่ยังไม่สมบูรณ์ หากฐานกระดูกไม่เรียบสามารถใช้ตะไบเล็กๆ ลูบกระดูกทำให้เรียบได้นี่ครับ แล้วค่อยเสริมแท่งจมูกเข้าไปครับ ส่วนการเสริมด้วยวิธีอื่น ๆ ที่คุณเล่ามาผมว่าเป็นวิธีแปลกพอสมควร ทั้งเรื่องการตัดเนื้อสะโพกมาเสริมแทนแท่งซิลิโคน การเสริมแบบครึ่งเดียว ซึ่งตามปกติไม่มีใครทำแบบนี้หรอกครับ ถ้ายังไงผมว่าควรพบแพทย์ที่เป็นแพทย์เฉพาะทาง (ตรวจดูรายชื่อใน web นี้ก็ได้ครับ)</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม : </strong><strong>อยาก เสริมจมูก แต่ไม่ต้องการใช้ซิลิโคนแท่ง ซิลิโคนเหลว หรือกระดูกของตัวเอง เพราะว่ากลัวเจ็บและไม่อยากผ่าตัด ไม่ทราบว่ามีวิธีใดบ้าง เคยได้ยินว่ามีการใช้ไขมันฉีด อยากรู้ว่าเป็นไขมันของตัวเอง หรือไขมันอะไรค่ะ และจะอยู่นานแค่ไหนจึงจะสลายไป และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง สามารถย้อยเมื่ออากาศร้อนหรือเปล่า</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การฉีดไขมันในการเสริมจมูกยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้ผลหรือเหมาะสม<br />
การใช้ไขมันฉีดจะต้องใช้ไขมันของตัวเองเท่านั้น แต่ไม่สามารถกะปริมาณเท่าที่อยากให้มีถาวรและให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแน่ นอนได้ จึงไม่เหมาะสำหรับการใช้ที่จมูกครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม : </strong><strong>ดิฉัน ได้ไปเสริมจมูกมาจากคลินิกแห่งหนึ่งคุณหมอมีชื่อเสียงและจบจากสถาบันที่มี ชื่อมาก แต่ผลจากการเสริมจมูก คือ จมูกมีการเอียงมาก</strong> กล่าวคือ ตรงช่วงปลายจมูกตรงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ช่วงดั้งมีการเฉียงมาก คุณหมอได้แนะนำให้มีการดัด และสอนวิธีดัดให้ช่วยดัดด้วยตนเอง ( เสริมมาได้ 8 วัน ไม่มีอาการบวม ในระหว่างทำการดัดนั้นมีอาการปวดมาก แต่ผลจากการดัดจมูก ตรงขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ) ดิฉันต้องการทราบว่าการดัดจมูกนั้นจะสามารถกลับมาตรง 100% หรือไม่ เพราะหากไม่สามารถกลับมาได้ 100% ดิฉันจะได้ทำใหม่โดยไม่ต้องเจ็บตัวถึง2ต่อ คือ 1.เจ็บจากการดัด 2. เจ็บจากการเสริมใหม่ ( การทำใหม่อยู่ในความรับผิดชอบของคุณหมอ ) และผลของการดัดจมูกบ่อยๆนั้นจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูก นั้นแพทย์จะเลาะช่องบริเวณสันจมูกผ่านทางขอบจมูกให้เป็นช่องเหนือสันจมูกและ มักจะเลาะเนื้อเยื่อหุ้มกระดูกแข็งที่บริเวณหว่างคิ้วขึ้นมาพร้อมกัน แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปในช่องนั้น โดยทั่วไปหากเลาะช่องได้ขนาดพอดีทั้งซ้ายและขวา และขนาดแท่งซิลิโคนพอเหมาะจะฟิตกับช่องที่เจาะไว้พอดี มักจะไม่ค่อยขยับไปมาหรือเอียง แต่อย่างไรก็ตามช่องที่หมอเจาะไว้นี้จะรัดและหดตัวลงมาแนบกับแท่งจมูกใช้ เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป จะติดแน่นและไม่ค่อยขยับ นั่นหมายถึงก่อนจะถึงเวลานั้น แท่งจมูกจะยังลอยไปมาได้ในช่องนั้นครับ หากแท่งจมูกที่หมอวางไว้ขยับออกไปทางซ้ายหรือทางขวาก็จะทำให้เอียงได้ แต่ว่าสามารถที่จะใช้วิธีจับดัดให้กลับเข้าในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ แต่เจ็บหน่อยเพราะแผลผ่าตัดยังใหม่อยู่ ผลการดัดจะได้ผลไม่ร้อยเปอร์เซนต์หรับ เพราะบางรายก็ไม่สามารถขยับมาตรงได้ ก็ต้องใช้วิธีผ่าตัดเข้าไปใหม่ครับ แต่อย่างไรก็ตามการดัดและจัดก็เป็นวิธีแรกที่หมอมักจะใช้หากเอียงไปจากที่ ไม่มากครับ ถ้ายังไงก็ควรให้หมอที่คุณผ่าตัดเป็นคนดูแลครับเพราะเป็นผู้ที่รู้ปัญหาดี ที่สุด อย่าใจร้อนนะครับค่อย ๆ ดูไปยังมีเวลารอได้</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม : </strong><strong>เรียนถามเรื่องเสริมจมูกค่ะ ว่าสามารถเสริมเฉพาะช่วงบนที่เป็นสันจมูกไดหรือไม่โดยไม่ต้องให้ยาวถึงปลายจมูก</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูกให้โด่ง เฉพาะสันจมูกตอนบนโดยไม่เสริมปลายจมูก ทำได้ครับและจะได้ผลดีด้วย ได้จมูกที่ดูเป็นธรรมชาติด้วย แต่วิธีการอาจแตกต่างกันบ้างแล้วแต่แพทย์แต่ละคน</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม : </strong><strong>สวัสดี ครับ สงสัยว่า ใน case ที่จมูกใหญ่ ทั้งฐานจมูก ปีกจมูก และรูจมูกกว้าง ศัลยแพทย์จะช่วยแต่งให้เล็กลงได้มากน้อยแค่ไหน และมีวิธียังไงครับ</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>ช่วย ได้ครับ โดยการผ่าตัดตกแต่งปีกจมูกร่วมด้วยแต่ต้องมีรอยเย็บบริเวณฐานจมูกร่วมด้วย แต่ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขได้ทุกกรณี คงต้องตรวจดูก่อนครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม :</strong><strong> จะเสริมจมูก แบบซิลิโคนแท่ง หรือ ฉีดซิลิโคนเหลวดีกว่ากัน</strong></p>
<div><strong>ตอบ :</strong><strong> การฉีดซิลิโคนเหลวต่างจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคนอย่างไร?</strong>ต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าซิลิโคนเหลวเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว<br />
จะเข้ารวมกับเนื้อเยื่อของจมูก<br />
และเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้ก็จะไหลไปด้านข้างของจมูกทำให้จมูกดูโตขึ้น<br />
อย่างมาก ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาก็ไม่สามารถนำออกได้หมด<br />
โดยเฉพาะคนที่ทำมาเป้นเวลานานเนื้อเยื่อจมูกกับสารซิลิโคนจะยิ่งรวมตัวเกาะ<br />
กันการแก้จมูกเมื่อมีปัญหาในอนาคตจึงยากมาก<br />
ส่วนการเสริมแบบแท่งสิลิโคนย่อมดีกว่า เพราะเวลามีปัญหาสามารถแก้ไขเอาออกได้ง่าย</div>
<div>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong></div>
<div><strong>ถาม : </strong><strong><strong>หากจำเป็นต้องแก้ไขใหม่ ระยะเวลาใดเหมาะสมที่สุด</strong></strong></p>
<div><strong>ตอบ :</strong> คนส่วนใหญ่ที่ เสริมจมูก มักจะคาดหวังให้จมูกสวยเข้าที่อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น แต่ตามธรรมชาติของการยุบบวมและการเข้าที่ของระบบ</div>
<div>เนื้อเยื่อหลอดเลือดและระบบน้ำเหลืองของเนื้อเยื่อที่ได้รับการผ่าตัด จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนหรือนานกว่านั้น</div>
<div>การจะเห็นรูปทรงของจมูกเข้าที่สวยงามจึงควรจะอยู่ในระยะเวลาที่เกิน 6 เดือนไปแล้ว หรือในบางคนที่ได้รับการตกแต่งแก้ไข</div>
<div>มากอาจจะเข้าที่ที่ประมาณ 1 ปี หากจำเป็นต้องมีการแก้ไขใหม่ ระยะเวลาที่เหมาะสม คือ พ้นจาก 6 เดือนไปแล้วในคนไข้ที่</div>
<div>ผ่าตัดตกแต่งไม่มากนัก และพ้น 1 ปีไปแล้ว ในคนไข้ที่ผ่าตัดตกแต่งแก้ไขเนื้อเยื่อจมูก (soft tissue),ในคนไข้ที่เป็นจมูกแก้ไข</div>
<div>ที่เคยทำมาแล้วจากที่อื่น,และในคนไข้ที่เคย ฉีดวัสดุแปลกปลอมมา เรามักพบว่า คนไข้ส่วนใหญ่ที่ใจร้อนและขาดการรอคอย</div>
<div>มักจะรบเร้าให้แพทย์ทำการผ่าตัดแก้ไข ใหม่ก่อนเวลาอันสมควร ซึ่งผลของการผ่าตัดแก้ไขใหม่นั้นอาจทำให้ยิ่งแย่ไปกว่าเดิม</div>
<div>และเป็นปัญหาที่ แก้ไขได้ยากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ การแก้ไขในเวลาที่เหมาะสมน่าอยู่ในดุลพินิจของแพทย์</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เครดิตบทความด้านล่างนี้ จาก น.พ. กุศล (facialclinic)<br />
<strong></strong><br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> ขณะนี้มีการฉีดสาร เพื่อเสริมจมูกและเสริมคางแทนการทำศัลยกรรม คุณหมอมีความคิดเห็นอย่างไร?</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>ดัง ที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อเสริมจมูก เสริมคางและการฉีด filler แล้ว ขณะนี้มีหลายแห่งใช้การฉีด filler เพื่อเป็นการเสริมจมูก และเสริมคางให้คนไข้ ดังได้กล่าวแล้วว่า filler เองมีหลายชนิด บางชนิดอยู่ถาวร บางชนิดสลายได้ตามอายุของมัน หากเป็นการฉีด filler ที่สลายได้ มีข้อดีที่ไม่ก่อให้เกิดพังผืดในบริเวณที่ฉีด (บางผลิตภัณฑ์อ้างว่าไม่ก่อให้เกิดพังผืด แต่ทางคลินิกมักพบว่า ในคนไข้หลายรายที่ได้รับการฉีด filler มาก่อน และมีพังผืดเกิดขึ้นในบริเวณที่ฉีดนั้น โดยที่ไม่ทราบว่า filler ที่ฉีดมานั้นเป็นชนิดใด ซึ่งหากการฉีด filler ก่อให้เกิดพังผืดแล้ว การแก้ไขโดยการเลาะเอาพังผืดนั้นออกโดยงานศัลยกรรมเป็นงานที่ค่อนข้างยาก และผลที่ออกมาอาจไม่ดีเท่าที่ควร ในบางรายพังผืดอาจก่อให้เกิดผิวขรุขระที่สามารถมองเห็นได้ และการแก้ไขผิวขรุขระเหล่านี้ทำได้ค่อนข้างยาก จึงอยากแนะนำว่า หากต้องการมีสันจมูก หรือต้องการเสริมคางให้ยาว การทำศัลยกรรมยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้ เพราะการทำศัลยกรรมจะทำให้เราได้จมูกและคางที่ถาวร และอยู่คงคู่กับเราตลอดไป โดยไม่ต้องหมั่นมาเติม filler หากเราเลือกใช้ filler ชนิดที่สลายเองโดนธรรมชาติ แต่หากเลือกใช้ filler ที่คงอยู่นาน เช่น มีอายุ 6-10 ปี เมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องมาเติม filler อีก filler ที่มีอายุนาน การกระตุ้นการสร้างพังผืดน่าจะมีมากกว่า</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> ราคาการทำศัลยกรรมเสริมความงาม ทำไมจึงไม่เท่ากันในแต่ละคน และแต่ละแห่งก็แตกต่างกัน จะมีวิธีเลือกอย่างไร?</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> การ ทำศัลยกรรมในคนไข้แต่ละรายจะไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นกับว่าจำเป็นต้องมีการเสริมแต่งหรือปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ในคนไข้บางรายไม่มีสันจมูกเพียงอย่างเดียว แต่ปลายจมูกสวยแล้ว การเสริมสันจมูกเพียงอย่างเดียวก็พอแล้ว แต่ในบางรายที่มีเนื้อจมูกมาก ก้นย้อยจมูกสั้น รูจมูกเปิด การแก้ไขจำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขในแต่ละปัญหา เพื่อให้จมูกออกมาสวยสมบูรณ์ที่สุด ค่าใช้จ่ายจึงแตกต่างกันไป สำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละคลินิก หรือแต่ละโรงพยาบาล มีความแตกต่างกันนั้นขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกจะทำกับแพทย์คนใด หรือสถานที่ใด เป็นสิ่งที่ท่านต้องหาข้อมูล การเข้าไปปรึกษาแพทย์ยังเป็นหัวใจหลักสำคัญ เนื่องจากการทำศัลยกรรมตกแต่ง ฝีมือของแพทย์สำคัญมากกว่าสถานที่ และมากกว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และหากท่านได้เคยเห็นผลงานของแพทย์ท่านนั้นมาแล้ว อาจทำให้ท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> เคยเห็นเพื่อทำจมูกมาและต้องใส่เฝือกที่จมูก อยากถามว่าทำไมแพทย์บางท่านใส่เฝือกให้ บางท่านไม่ใส่ เพราะเหตุใด?</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> การ ใส่เฝือกที่จมูกเป็นการทำให้แกนของจมูกที่ใส่เข้าไปไม่เคลื่อนไหว นิ่งอยู่กับที่ แพทย์อาจใส่ไว้ 3-7 วันจึงเอาออก แต่ในแพทย์ที่ไม่ใส่เฝือกให้ อาจเป็นเพราะแพทย์มั่นใจว่า แกนที่ใส่เข้าไปใส่ได้ถูกต้องแล้ว ไม่ว่าอย่างไร โอกาสที่แกนจมูกจะเคลื่อนมีน้อยมาก จึงไม่จำเป็นต้องใส่เฝือก</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> เคยทำจมูกมาจากที่อื่นแล้วประมาณ 2 เดือน อยากทำการแก้ไข ไม่ทราบจะแก้ไขได้หรือไม่?</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> จมูกที่ทำศัลยกรรมมาแล้ว หากไม่เกิน 3 เดือนในจมูกใหม่ และไม่เกิน 6 เดือนในจมูกที่ทำการแก้ไข ทางคลินิกจะไม่ผ่าตัดเปลี่ยนแปลงให้ จนกว่าจะพ้นระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้เพราะการแก้ไขก่อนเวลาที่เนื้อเยื่อของจมูกจะเข้าที่ อาจทำให้การกะประมาณในการ design ความสูงต่ำของแกนเป็นไปได้ยาก ผลที่ออกมาอาจไม่ดีเท่าที่ควร การแก้ไขในเวลาที่เหมาะสมจะให้ผลดีมากกว่า</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม : </strong>เคยทราบมาว่ามีคนไข้บางรายแพ้ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูก อยากทราบว่าจะทราบได้อย่างไร</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> จาก ประสบการณ์ มีคนไข้น้อยมากที่แพ้ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูก แต่หากแพ้จะทราบได้ภายใน 1-2 เดือนแรก นั่นคือจมูกจะบวมแดงและยุบตัวช้า ในบางรายอาจมีน้ำใสๆหรือขุ่น และมีกลิ่นด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่า ร่างกายอาจไม่ยอมรับแกนซิลิโคน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเพราะแพ้แกนจริง วิธีที่ดีที่สุด คือ การเอาแกนออก พบน้อยมากที่จะมีอาการแพ้แกนหลังจากทำไปแล้วมากกว่า 1 ปี ทั้งนี้ จำเป็นต้องหาสาเหตุอื่นที่อาจไม่ใช่เกิดจากการแพ้แกนก็ได้</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> จมูก ไม่ได้แบนมาก แต่อยากให้จมูกโด่งขึ้นมาอีกนิดเดียว อยากทราบว่าระหว่างการไปฉีดจมูกตามโฆษณาของคลินิกบางแห่ง กับการเสริมจมูกจะต่างกันอย่างไร</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> การฉีดสารเข้าไปเพื่อเสริมจมูกนั้น วัสดุที่ใช้ในการฉีดเป็นของเหลว การฉีดของเหลวเข้าไป เรามิสามารถกะเกณฑ์ให้ของเหลวนั้นอยู่ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง เพราะของเหลวย่อมไหลไปตามช่องทางบนเนื้อเยื่อเท่าที่มันจะไหลไปได้ การจัดทรงจึงไม่สามารถทำอย่างที่ต้องการได้ และของเหลวเมื่อแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ อาจจะรวมตัวกับเนื้อเยื่อได้ ทั้งนี้ เพราะเป็นปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อที่มีต่อของเหลว ซึ่งร่างกายถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม การเป็นพังผืดมากน้อยขึ้นกับปฏิกิริยาตอบสนองของเนื้อเยื่อแต่ละบุคคลไป เมื่อต้องการจะเอาของเหลวชนิดนี้ออก เราจึงไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ส่วนไหนคือเนื้อเยื่อ, ส่วนไหนคือของเหลวที่แทรกซึมเข้าไป จึงทำให้ไม่สามารถเอาของเหลวออกได้หมด จากประสบการณ์พบว่ามีคนไข้จำนวนมากเกิดปฏิกิริยาหลังฉีดของเหลวเข้าไปเพื่อ เสริมจมูก และเป็นปัญหามากในการแก้ไข อีกทั้งในบางรายยังไม่สามารถแก้ไขได้ ตามความเห็นแล้วจึงไม่แนะนำให้ฉีดของเหลวที่ใช้อ้างว่าเสริมจมูกได้เข้าไป การผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแข็ง(เกรดนิ่ม) ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> เป็นคนจมูกโด่ง แต่เนื้อปลายจมูกบาน จะแก้ไขได้อย่างไร</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> จมูกที่ถือว่าสวย คือ จมูกที่มีความโด่งรับกับปลายเนื้อเยื่อที่สมดุล แต่หากปลายเนื้อเยื่อโตมากไป จะทำให้ใบหน้าดูใหญ่ตามไปด้วย การลดขนาดของเนื้อเยื่อลงจะทำให้จมูกดูเรียวเล็กได้ แต่การตัดแต่งเนื้อเยื่อปลายจมูกต้องทำด้วยความพิถีพิถัน ความชำนาญ, ความเข้าใจในโครงสร้างจมูกและความต้องการของคนไข้ ซึ่งถือเป็นศิลปะที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องอาศัยประสบการณ์ความชำนาญเป็นอย่างสูง</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เครดิตบทความ ด้านล่างนี้  จากสิลิโคนคลับดอทคอม www.siliconeclub.com</strong></p>
<p><strong>ถาม : </strong>ซิลิโคนแบบมีขากับแบบไม่มีขา แตกต่างกันอย่างไร</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> มีขา หรือไม่มี แล้วแต่ความถนัดของหมอนะ หมอบางคนทำแบบไม่มีขาสวยบางคนแบบมีขาสวย</p>
<p>มันอยู่ที่ฝีมือความชำนาญด้วย เรื่องทะลุ อยู่ที่หมอ ว่าคำนวนเนื้อที่เหลือพอดีกับแท่งที่ใส่หรือเปล่า</p>
<p>ถ้าทำเยอะๆ บางคนต้องแต่งปลายด้วย เพื่อให้เนื้อรับ กับแท่งที่โด่งๆ</p>
<p>อยู่ที่ความชำนาญด้วย ถ้าหมอไม่เก่ง เราเสริมแค่นิดเดียวไม่โด่งก็มีสิทธิ์ พังได้ เอียง และก็ปลายบาง หรืออาจจะแดง และทะลุค่ะ</p>
<p>พยายามเลือกคุนหมอ ที่ไม่มีข่าว เรื่องพวกนี้จะดีที่สุด</p>
<p><strong>จมูกยาวขึ้น มีการทำหลายอย่างนะคะ</strong></p>
<p>1 แบบแรกเอาซฺลิโคนดันเอาคะ เสี่ยงทะลุถ้าดันมากไป แต่ถ้าเอายาวนิดๆหน่อย แล้วเนื้อเยอะก็ไม่ม่ามีปัญหาคะ ดุที่เนื้อด้วยค่ะ ว่าเนื้อเยอะมั๊ย</p>
<p>2 แบบต่อมาคะ ซิลิโคน+แต่งปลายคะ คุนหมอจะแต่งปลายจมูกเรา โดยใช้เนื้อเรา หรือกะดูกอ่อนในจมูกเราเอง หรือกระดูกอ่อนจากหลังใบหู มารองรับเพิ่ม</p>
<p>ให้เสริม ได้ยาวแบบไม่ทะลุคะ</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับ ความชำนาญของคุณหมอแต่ละท่านซึ่งมีวีธีและเทคนิกต่างๆกันไปค่ะ</p>
<p>ต้องพิจณาดีๆแล้วเลือกดู และเข้ารับคำปรึกษาจากคุนหมอแต่ละท่านเพื่อประกอบการตัดสินใจในการทำ</p>
<p>ว่าจะเลือกที่ไหนเป็นเรื่องที่ดีที่สุดคะ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<h2><strong>ถาม : </strong><strong>การนวดจมูก หลังเสริมจมูกสำคัญ แค่ไหนคะ ?<br />
</strong></h2>
<ul>
<ul>
<li>เทคนิคในการนวดจมูก หลังจากเสริมจมูก1. ควรทำทันทีหลังเสริมจมูกได้ 1 สัปดาห์2. วันละ 2-3 ครั้ง นาน 2-3 เดือน ไม่ต้องกลัวเอียงข้อดีคือ1. ลดบวม จมูกเป็นทรงได้ไว2. ลดพังผืด ทำให้ปลายจมูกนิ่ม สวย เข้าทรงได้ไว</li>
</ul>
</ul>
<p><strong><br />
</strong></p>
<h2><strong>ถาม :เมื่อมีอาการฟกช้ำหลังผ่าตัดเสริมจมุกควรทำอย่างไรคะ ?<br />
</strong></h2>
<ul>
<li>ใช้ที่ประคบร้อนเย็น เข้าไมโครเวฟ 30 วินาที หรือไข่ต้มสุขห่อด้วยผ้ามาประคบจะช่วยรักษาอาการฟกช้ำได้เป็นอย่างด</li>
</ul>
<p><strong><br />
</strong></p>
<h2><em><strong>คำถามเกี่ยวกับ การเสริมจมูก</strong></em></h2>
<p><strong>ถาม :</strong> <strong>ในการทำศัลยกรรมจมูก สิลิโคนที่ใช้ในการทำจะต้องเปลี่ยนทุกกี่ปี ?</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>วัสดุ ที่ใช้ในการทำศัลยกรรมจมูกนั้น ส่วนใหญ่แพทย์มักจะเลือกซิลิโคนแข็ง (เกรดนิ่ม) เป็นตัวเสริม วัสดุนี้มักจะไม่มีปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อของจมูก จึงไม่จำเป็นต้องมาเปลี่ยนสิลิโคน จมูกแต่ประการใด</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
ถาม :</strong> <strong>เสริมจมูกมาได้ 2 อาทิตย์แล้ว  อยากทราบว่ากว่าจมูกจะยุบบวมและคงที่ใช้เวลากี่เดือนค่ะ</strong> และการใส่แว่นตามีผลต่อการทำให้จมูกเอียงไหม.<br />
<strong><br />
ตอบ : </strong>โดย ทั่วไปแล้วจมูกอาจจะยังคงบวมอยู่ได้ในช่วงเดือนแรก แต่มักจะมากที่สุดในช่วงสัปดาห์แรก หลังจากเดือนแรกไปแล้วอาการบวมไม่น่าจะมีเหลือหรือถ้ามีก็น้อยมากแล้ว และจมูกมักจะเกาะติดกับกระดูกแล้วครับ การใช้แว่นตาในระยะแรกที่แท่งจมูกยังลอยตัวอยู่ไม่ยึดติด อาจจะทำให้แท่งจมูกขยับเคลื่อนตัวได้ เกิดการเอียงได้ครับ ดังนั้นน่าจะเว้นการใส่แว่นตาได้ก็จะเป็นการดีครับ รอให้แท่งจมูกติดแน่นพอสมควรเสียก่อนจะมีโอกาสเอียงน้อยลงครับ ซึ่งก็ประมาณ 3-4 สัปดาห์เท่านั้น</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
ถาม :</strong> <strong>อยากทราบว่าสาเหตุของการเสริมจมูกแล้วเอียงมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เอียง</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูกนั้น ผลการผ่าตัดจะดีหรือไม่ดีมีปัจจัยและขั้นตอนในการดูแลหลายอย่างครับ อย่างแรกขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ผ่าตัดคือผ่าตัดได้ดี แท่งจมูกที่เหลาเหมาะสม จัดวางแท่งให้อยู่ในช่องที่ขนาดพอเหมาะคืออยู่ใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก อย่างที่สองคือการดูแลของผู้ป่วยเองในช่วงเดือนแรกแท่งจมูกจะยังไม่ยึดติด แน่นกับกระดูก ดังนั้นเหมือนกับแท่งจมูกลอยอยู่จึงสามารถเคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งที่วางไว้ ได้ตลอดเวลา หากมีการกระทบกระเทือนแท่งจมูกนั้น ในกรณีที่เกิดการเอียงในระยะแรกนั้นสามารถดัดจัดให้เข้าที่ตรงได้แต่ถ้าไม่ สำเร็จก็คงต้องผ่าตัดเข้าไปจัดให้ใหม่ ซึ่งคุณเองก็ได้รับการผ่าตัดแก้ไขแล้ว หากยังไม่เข้าที่คุณก็ควรกลับไปหาหมอคนเดิมที่จะดูแลต่อจนเข้าที่ครับ และให้คำแนะนำได้ดีที่สุดสอบถามหมอว่ามีแผนการแก้ไขอย่างไรก็น่าจะได้รับคำ ตอบนะครับ และทำการแก้ไข ซึ่งเรื่องเอียงปกติก็แก้ไขไม่ยากเท่าไรครับ หากไม่พอใจจริง ๆ ก็ลองพบแพทย์ศัลยกรรมท่านอื่นเพื่อขอคำแนะนำก็ได้ครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม :</strong><strong> ถ้าเสริมจมูกเเล้วไม่พอใจ อยากจะเอาซิลิโคนออกแล้วจมูกจะเหมือนเดิมไหม </strong>(ตอนยังไม่เสริม)</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูกด้วยซิลิโคนจะมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่จมูกบ้างไม่มากก็ น้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแท่งซิลิโคนที่เสริมไว้หากเป็นทรงที่ธรรมชาติไม่ ฝืนเนื้อจมูกมากเกินไปผิวจะไม่ตึงมาก หรือมีจุดกดที่เนื้อจมูกแน่นมากก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนักเวลาเอาจมูกออก อาจจะมีเหี่ยวบ้างเล็กน้อย แต่อีกจุดหนึ่งคือบริเวณกระดูกจมูกที่ถูกซิลิโคนกดทับอยู่นาน ๆ หลาย ๆ ปีจะมีการกร่อนได้บ้าง เวลาถอดจมูกออกแล้วมักจะเตี้ยกว่าก่อนเสริมได้ครับ ทั้งนี้หากใส่แล้วไม่พอใจแล้วถอดออกหลังการเสริมไม่นานนักจมูกมักจะกลับสู่ รูปเดิมเกือบทุกประการครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม :</strong><strong> เคยเห็นที่ร้านขายยานวดเสริมจมูกไม่ทราบว่าจะได้ผลไหมค่ะ เเละจะมีผลข้างเคียงหรือเปล่า</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>อย่า เสียเวลากับการใช้ยาที่ไม่ได้ผลเลยครับ ในท้องตลาดมียาที่หลอกขายชาวบ้านเยอะแยะไปหมด และไม่ได้ผ่านอย. เช่นยานวดหน้าอก ยาทาหัวนม ยาขยายขนาด อะไรต่อมิอะไร เดินผ่านไปเร็ว ๆ เลยครับและเลิกสนใจได้เลยเสียเงินเปล่า ๆ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม : </strong><strong>ถ้าจะเสริมจมูกแต่ไม่ต้องการใช้ซิลิโคนจะได้หรือไม่ เพราะเคยไปปรึกษาหมอแล้ว หมอบอกจะใช้ซิลิโคลน</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูกให้สูงขึ้นนั้นความจริงมีด้วยกันหลาย หลากวิธีและหลายวัสดุครับ เราสามารถใช้เนื้อเยื่อจากตัวของเราเองก็ได้เช่นแผ่นพังผืด การใช้กระดูกอ่อน กระดูกแข็ง เป็นต้น และอีกวิธีหนึ่งคือการใช้สารสังเคราะห์ชนิดต่าง ๆ ซึ่งนับจนปัจจุบันนี้ก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในการใช้วัสดุต่าง ๆ สำหรับมาเสริมส่วนต่าง ๆ รวมทั้งจมูกเช่นการใช้ซิลิโคนแท่ง การใช้สารสังเคราะห์จากโปรตีนเป็นแผ่น ฯ เป็นต้น แต่ทั้งนี้แต่ละอย่างก็มีทั้งข้อดีและข้อด้อยด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งก็เคยกล่าวไว้ในการตอบกระทู้ต่าง ๆ มาบ้างแล้ว แต่แพทย์จะเลือกใช้วัสดุที่จะเสริมจมูกในกรณีที่เป็นเรื่องของการเสริมความ งามนั้นเรายอมรับกันในปัจจุบันว่า การใช้ซิลิโคนแท่งที่มีคุณภาพและประกอบกับการดูแลรวมทั้งรูปทรงที่ไม่ฝืน ธรรมชาติมากเกินไป จะมีผลการผ่าตัดที่ดีและปลอดภัยค่อนข้างสูง และมีความสะดวกแก่ผู้ป่วยมากที่สุด เนื่องจากไม่ต้องมีแผลจากการเลาะเอาเนื้อเยื่อของตนเองอีกที่หนึ่ง รูปทรงอยู่คงตัวไม่เปลี่ยนแปลงตามเวลาที่ผ่านไป (ไม่เหมือนกระดูกหรือกระดูกอ่อนที่จะเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้พอสมควร) และที่สำคัญคือหากเกิดปัญหาหรือไม่พอใจหรือไม่ต้องการใช้แท่งจมูกที่เสริม แล้วสามารถที่จะถอดออกได้โดยมีผลข้างเคียงไม่มากนัก ศัลยแพทย์ตกแต่งในประเทศไทยส่วนมากจึงนิยมใช้ซิลิโคนในการผ่าตัดเสริมความ งามสำหรับการเสริมจมูกมากกว่าวัสดุอื่น ๆ ที่ไม่ค่อยแพร่หลายเท่าครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม : </strong><strong>แท่งซิลิโคนที่ใช้เวลาเสริมจมูกจะต้องยาว</strong><strong> จนถึงปลายจมูกเลยหรือไม่คะ คือรู้สึกว่าปลายจมูกดีอยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยมีดั้งกับช่วงตรงกลาง</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>ตัว ซิลิโคนจะยาวถึงปลายจมูกหรือไม่ก็ได้ครับ ถ้าปลายจมูกผู้ป่วยโด่งพอใจแล้ว ก็ไม่ต้องเติมก็ได้ แต่เวลาผ่าตัด ต้องเหลาตัวซิลิโคนส่วนปลายให้ดีๆ อย่าให้มีขั้นสะดุด จะเติมสักหน่อยก็สวยขึ้น ขอให้เติมแล้วเป็นธรรมชาติก็จะดีและปลอดภัยครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม :</strong><strong> ถ้าเสริมจมูกแล้วสามารถออกกำลังกายได้หรือเปล่า เช่นวิ่ง หรือเต้นอารติ</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>โดย ปกติหลังเสริมจมูก 2 สัปดาห์ สามารถออกกำลังชนิดที่บอกมาได้ครับ แต่ถ้ากลัวกระทบกระเทือนมาก รอ จนครบ 1 เดือน ไม่มีปัญหาแน่ครับ แต่กีฬา ประเภทที่อาจมีการชนหรือกระแทก บริเวณจมูก ควรรอประมาณ 3 เดือน ครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม :</strong><strong>ต้องการที่จะเสริมจมูกแต่กลังเสริมจมูกมาแล้วจมูกเอียงและผลข้างเคียงที่ตามมาถ้าอายุมากขึ้นต้องมีการเปลี่ยนหรือเปล่า</strong> ทำอย่างไรเมื่อเสริมแล้วจมูกจึงจะออกมาสวยและไม่เอียงถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วกี่เปอร์เซ็นต์ค่ะที่เสริมมาแล้วเอียง อยากจะเสริมจริง</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ ผ่าตัดทุก ชนิดล้วนแต่มีอัตราเสี่ยงต่อผลข้างเคียงและผลการผ่าตัดที่ไม่พึงประสงค์ทั้ง นั้นไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดเล็กหรือผ่าตัดใหญ่แต่ถ้าหากได้รับการดูแลอย่าง ถูกต้องการผ่าตัดทำอย่างถูกต้องตามหลักการและไม่ฝืนธรรมชาติมากเกินไปโดยมาก แล้วผลข้างเคียงจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก หรือเกิดขึ้นได้แต่ไม่รุนแรง สามารถแก้ไขให้กลับมาปกติได้ง่าย การเสริมจมูกก็เช่นเดียวกันครับ โอกาสเอียง โอกาสติดเชื้อ โอกาสมีแผลเป็นหรือรูปทรงไม่สวยอย่างที่ต้องการก็มีได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยหลายอย่าง (สามารถอ่านได้จากหัวข้อสาระน่ารู้) การดูแลหลังจากเสริมจมูกนั้นมีเหมือนกันในช่วงเวลาที่จมูกยังไม่ยึดติดกับ กระดูกจมูกจริง ซึงใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ซึงศัลยแพทย์ที่เป็นคนผ่าตัดจะเป็นผู้แนะนำและดูแลจนหายดีและไว้ใจได้ว่าไม่ น่าจะเกิดปัญหาในระยะแรก แต่ในระยะยาวจะเกิดปัญหาได้หรือไม่ก็ยังขึ้นกับลักษณะรูปทรง การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังของจมูกของคุณด้วย หากสูงมากเกินไป แหลมเกินไป (เช่นที่คนไข้หลายคนคะยั้นคะยอแกมบังคับให้หมอช่วยทำให้) ก็อาจจะส่งผลต่อหนังบริเวณสันจมูกและปลายจมูกให้บางลงเร็วและเกิดการทะลุได้ เหมือนกัน ส่วนเปอร์เซนต์ที่เกิดผลข้างเคียงนั้นไม่มีใครตอบได้แน่นอนหรอกครับ แต่ส่วนมากแล้วมักจะไม่มากเท่าไหร่ครับ<br />
ขอฝากให้คุณคิดอีกอย่างนะครับว่า คนเราเดินข้ามถนนบนทางม้าลายด้วยความระมัดระวังบางครั้งยังถูกรถชนได้เลย ครับ ถามว่าปลอดภัยไหมครับในการเดินข้ามถนนตรงทางม้าลาย หากตอบคำถามนี้ได้ก็ค่อย ๆ คิดก่อนจะตัดสินใจผ่าตัดนะครับ หากกลัวมาก และยอมรับผลข้างเคียงไม่ได้จริง ๆ ละก็ผมว่าอยู่เฉย ๆ จะปลอดภัยที่สุครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม : </strong><strong>โอกาสที่เสริมจมูกแล้วเอียงมีมากเพียงได</strong></p>
<p><strong>ตอบ :</strong> หากจะถามว่าโอกาส เอียงมีเท่าไหร่นั้นคงจะไม่สามารถตอบได้ว่ามีตัวเลขเท่าไหร่เพราะยังไม่เคย มีใครรวบรวมไว้เป็นหลักฐานที่แน่นอน แต่ความจริงแล้วสาเหตุจริง ๆ มี<strong><br />
</strong>หลายสาเหตุด้วยกันที่มีปัจจัยทำให้จมูกเอียงได้แก่ตั้งแต่ตัวแพทย์ผ่า ตัด เองว่าจัดวางแท่งจมูกให้ตรงดีเพียงใด ช่องที่เจาะไว้เพื่อวางแท่งจมูกนั้นขนาดพอดีมากน้อยเพียงใด ทั้งซ้ายและขวา หลังจากนั้นก็เป็นส่วนของคนไข้เองว่าหลังจากการผ่าตัดได้รับการดูแลแท่งจมูก ที่วางไว้ได้ดีเพียงใด เนื่องจากภายใน 1 เดือนแรกนั้นแท่งจมูกจะลอยตัวอยู่ ยังไม่เกาะกับเนื้อเยื่อและกระดูกจมูก จึงสามารถขยับเขยื้อนออกจากตำแหน่งได้ตลอดเวลา ดังนั้นการโยกจมูกหรือจับต้องจมูกด้วยความไม่ระมัดระวังจะมีโอกาสเอียงได้ และการยึดติดของจมูกกับกระดูกนั้นต้องอาศัยการหดรัดของเนื้อเยื่อสันจมูกลง ไปแนบเท่า ๆ กันทั้งสองข้าง หากข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไปหรือรัดตัวก่อนอีกข้างหนึ่งก็ส่งผลให้เอียงได้ และสาเหตุอื่น ๆ อีกหลายสาเหตุ ดังนั้นสรุปได้ว่า มีปัจจัยที่อยู่ภายใต้ความควบคุมของแพทย์และคนไข้อยู่ส่วนหนึ่ง และอยู่นอกเหนือความควบคุมของเราอยู่อีกส่วนหนึ่ง โอกาสเอียงจึงอาจจะมีได้แต่ไม่ค่อยมากเท่าไหร่ถ้าสามารถระมัดระวังปัจจัยที่ จะเกิดการเอียงได้ดีครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
ถาม : </strong><strong>เสริมจมูกมา 2 ครั้งแล้วค่ะ ครั้งแรกจมูกหลุดไม่ติดอยู่กับกระดูกและเอียง จึงไปแก้ไขใหม่โดยให้หมอคนเดิมทำให</strong>้ แต่มาครั้งที่2ก็ยังเอียงอยู่ เละไปปรึกษาหมออีกคน เขาแนะนำว่า ฐานจมูกเราเอียงอยู่แล้วถ้าเสริมด้วยซิลิโคนยังไงก็ยังคงเอียงอยู่ เขาแนะนำให้ทำแบบเนื้อ คือตัดเอาเนื้อตรงสะโพกของตัวเองมาเสริมแทนซิลิโคนแล้วจะไม่มีการเอียงและดู เป็นธรรมชาติมากกว่าด้วยดิฉันเลยอยากทราบว่ามันจะทำได้จริงหรือเปล่า และ เปอร์เซ็นต์จมูกเอียงยังมีอยู่หรือเปล่า และการเสริมด้วยเนื้อกับการเสริมบริเวณดั้งแบบครึ่งเดียวอย่างไหนดีกว่ากัน และค่าใช้จ่ายราคาเท่าไหร่</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>ก่อน อื่นขอถามว่าฐานจมูกของคุณเอียงมาตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า มีคนไข้บางคนฐานจมูกเอียงเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เช่นอุบัติเหตุ หรือจากการผ่าตัดในอดีต และรวมทั้งการเสริมจมูกครั้งก่อน ๆ (เมื่อเสริมจมูกและเปลี่ยนมีโอกาสที่จมูกจะกร่อนลงจากแท่งซิลิโคนได้) ทำให้จมูกที่เสริมมีโอกาสเอียงได้ง่าย ๆ แต่ถ้าหากไม่มีลักษณะดังกล่าว การเอียงคงจากการผ่าตัดที่ยังไม่สมบูรณ์ หากฐานกระดูกไม่เรียบสามารถใช้ตะไบเล็กๆ ลูบกระดูกทำให้เรียบได้นี่ครับ แล้วค่อยเสริมแท่งจมูกเข้าไปครับ ส่วนการเสริมด้วยวิธีอื่น ๆ ที่คุณเล่ามาผมว่าเป็นวิธีแปลกพอสมควร ทั้งเรื่องการตัดเนื้อสะโพกมาเสริมแทนแท่งซิลิโคน การเสริมแบบครึ่งเดียว ซึ่งตามปกติไม่มีใครทำแบบนี้หรอกครับ ถ้ายังไงผมว่าควรพบแพทย์ที่เป็นแพทย์เฉพาะทาง (ตรวจดูรายชื่อใน web นี้ก็ได้ครับ)</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม : </strong><strong>อยาก เสริมจมูก แต่ไม่ต้องการใช้ซิลิโคนแท่ง ซิลิโคนเหลว หรือกระดูกของตัวเอง เพราะว่ากลัวเจ็บและไม่อยากผ่าตัด ไม่ทราบว่ามีวิธีใดบ้าง เคยได้ยินว่ามีการใช้ไขมันฉีด อยากรู้ว่าเป็นไขมันของตัวเอง หรือไขมันอะไรค่ะ และจะอยู่นานแค่ไหนจึงจะสลายไป และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง สามารถย้อยเมื่ออากาศร้อนหรือเปล่า</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การฉีดไขมันในการเสริมจมูกยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะได้ผลหรือเหมาะสม<br />
การใช้ไขมันฉีดจะต้องใช้ไขมันของตัวเองเท่านั้น แต่ไม่สามารถกะปริมาณเท่าที่อยากให้มีถาวรและให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการแน่ นอนได้ จึงไม่เหมาะสำหรับการใช้ที่จมูกครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม : </strong><strong>ดิฉัน ได้ไปเสริมจมูกมาจากคลินิกแห่งหนึ่งคุณหมอมีชื่อเสียงและจบจากสถาบันที่มี ชื่อมาก แต่ผลจากการเสริมจมูก คือ จมูกมีการเอียงมาก</strong> กล่าวคือ ตรงช่วงปลายจมูกตรงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ช่วงดั้งมีการเฉียงมาก คุณหมอได้แนะนำให้มีการดัด และสอนวิธีดัดให้ช่วยดัดด้วยตนเอง ( เสริมมาได้ 8 วัน ไม่มีอาการบวม ในระหว่างทำการดัดนั้นมีอาการปวดมาก แต่ผลจากการดัดจมูก ตรงขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ) ดิฉันต้องการทราบว่าการดัดจมูกนั้นจะสามารถกลับมาตรง 100% หรือไม่ เพราะหากไม่สามารถกลับมาได้ 100% ดิฉันจะได้ทำใหม่โดยไม่ต้องเจ็บตัวถึง2ต่อ คือ 1.เจ็บจากการดัด 2. เจ็บจากการเสริมใหม่ ( การทำใหม่อยู่ในความรับผิดชอบของคุณหมอ ) และผลของการดัดจมูกบ่อยๆนั้นจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูก นั้นแพทย์จะเลาะช่องบริเวณสันจมูกผ่านทางขอบจมูกให้เป็นช่องเหนือสันจมูกและ มักจะเลาะเนื้อเยื่อหุ้มกระดูกแข็งที่บริเวณหว่างคิ้วขึ้นมาพร้อมกัน แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปในช่องนั้น โดยทั่วไปหากเลาะช่องได้ขนาดพอดีทั้งซ้ายและขวา และขนาดแท่งซิลิโคนพอเหมาะจะฟิตกับช่องที่เจาะไว้พอดี มักจะไม่ค่อยขยับไปมาหรือเอียง แต่อย่างไรก็ตามช่องที่หมอเจาะไว้นี้จะรัดและหดตัวลงมาแนบกับแท่งจมูกใช้ เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป จะติดแน่นและไม่ค่อยขยับ นั่นหมายถึงก่อนจะถึงเวลานั้น แท่งจมูกจะยังลอยไปมาได้ในช่องนั้นครับ หากแท่งจมูกที่หมอวางไว้ขยับออกไปทางซ้ายหรือทางขวาก็จะทำให้เอียงได้ แต่ว่าสามารถที่จะใช้วิธีจับดัดให้กลับเข้าในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ แต่เจ็บหน่อยเพราะแผลผ่าตัดยังใหม่อยู่ ผลการดัดจะได้ผลไม่ร้อยเปอร์เซนต์หรับ เพราะบางรายก็ไม่สามารถขยับมาตรงได้ ก็ต้องใช้วิธีผ่าตัดเข้าไปใหม่ครับ แต่อย่างไรก็ตามการดัดและจัดก็เป็นวิธีแรกที่หมอมักจะใช้หากเอียงไปจากที่ ไม่มากครับ ถ้ายังไงก็ควรให้หมอที่คุณผ่าตัดเป็นคนดูแลครับเพราะเป็นผู้ที่รู้ปัญหาดี ที่สุด อย่าใจร้อนนะครับค่อย ๆ ดูไปยังมีเวลารอได้</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม : </strong><strong>เรียนถามเรื่องเสริมจมูกค่ะ ว่าสามารถเสริมเฉพาะช่วงบนที่เป็นสันจมูกไดหรือไม่โดยไม่ต้องให้ยาวถึงปลายจมูก</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>การ เสริมจมูกให้โด่ง เฉพาะสันจมูกตอนบนโดยไม่เสริมปลายจมูก ทำได้ครับและจะได้ผลดีด้วย ได้จมูกที่ดูเป็นธรรมชาติด้วย แต่วิธีการอาจแตกต่างกันบ้างแล้วแต่แพทย์แต่ละคน</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<br />
<strong>ถาม : </strong><strong>สวัสดี ครับ สงสัยว่า ใน case ที่จมูกใหญ่ ทั้งฐานจมูก ปีกจมูก และรูจมูกกว้าง ศัลยแพทย์จะช่วยแต่งให้เล็กลงได้มากน้อยแค่ไหน และมีวิธียังไงครับ</strong></p>
<p><strong>ตอบ : </strong>ช่วย ได้ครับ โดยการผ่าตัดตกแต่งปีกจมูกร่วมด้วยแต่ต้องมีรอยเย็บบริเวณฐานจมูกร่วมด้วย แต่ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขได้ทุกกรณี คงต้องตรวจดูก่อนครับ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong><strong>ถาม :</strong><strong> จะเสริมจมูก แบบซิลิโคนแท่ง หรือ ฉีดซิลิโคนเหลวดีกว่ากัน</strong></p>
<div><strong>ตอบ :</strong><strong> การฉีดซิลิโคนเหลวต่างจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคนอย่างไร?</strong>ต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าซิลิโคนเหลวเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว<br />
จะเข้ารวมกับเนื้อเยื่อของจมูก<br />
และเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้ก็จะไหลไปด้านข้างของจมูกทำให้จมูกดูโตขึ้น<br />
อย่างมาก ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาก็ไม่สามารถนำออกได้หมด<br />
โดยเฉพาะคนที่ทำมาเป้นเวลานานเนื้อเยื่อจมูกกับสารซิลิโคนจะยิ่งรวมตัวเกาะ<br />
กันการแก้จมูกเมื่อมีปัญหาในอนาคตจึงยากมาก<br />
ส่วนการเสริมแบบแท่งสิลิโคนย่อมดีกว่า เพราะเวลามีปัญหาสามารถแก้ไขเอาออกได้ง่าย</div>
<div>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.<strong><br />
</strong></div>
<div><strong>ถาม : </strong><strong><strong>หากจำเป็นต้องแก้ไขใหม่ ระยะเวลาใดเหมาะสมที่สุด</strong></strong></p>
<div><strong>ตอบ :</strong> คนส่วนใหญ่ที่ เสริมจมูก มักจะคาดหวังให้จมูกสวยเข้าที่อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น แต่ตามธรรมชาติของการยุบบวมและการเข้าที่ของระบบ</div>
<div>เนื้อเยื่อหลอดเลือดและระบบน้ำเหลืองของเนื้อเยื่อที่ได้รับการผ่าตัด จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนหรือนานกว่านั้น</div>
<div>การจะเห็นรูปทรงของจมูกเข้าที่สวยงามจึงควรจะอยู่ในระยะเวลาที่เกิน 6 เดือนไปแล้ว หรือในบางคนที่ได้รับการตกแต่งแก้ไข</div>
<div>มากอาจจะเข้าที่ที่ประมาณ 1 ปี หากจำเป็นต้องมีการแก้ไขใหม่ ระยะเวลาที่เหมาะสม คือ พ้นจาก 6 เดือนไปแล้วในคนไข้ที่</div>
<div>ผ่าตัดตกแต่งไม่มากนัก และพ้น 1 ปีไปแล้ว ในคนไข้ที่ผ่าตัดตกแต่งแก้ไขเนื้อเยื่อจมูก (soft tissue),ในคนไข้ที่เป็นจมูกแก้ไข</div>
<div>ที่เคยทำมาแล้วจากที่อื่น,และในคนไข้ที่เคย ฉีดวัสดุแปลกปลอมมา เรามักพบว่า คนไข้ส่วนใหญ่ที่ใจร้อนและขาดการรอคอย</div>
<div>มักจะรบเร้าให้แพทย์ทำการผ่าตัดแก้ไข ใหม่ก่อนเวลาอันสมควร ซึ่งผลของการผ่าตัดแก้ไขใหม่นั้นอาจทำให้ยิ่งแย่ไปกว่าเดิม</div>
<div>และเป็นปัญหาที่ แก้ไขได้ยากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ การแก้ไขในเวลาที่เหมาะสมน่าอยู่ในดุลพินิจของแพทย์</div>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>เครดิตบทความด้านล่างนี้ จาก น.พ. กุศล (facialclinic)<br />
<strong></strong><br />
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> ขณะนี้มีการฉีดสาร เพื่อเสริมจมูกและเสริมคางแทนการทำศัลยกรรม คุณหมอมีความคิดเห็นอย่างไร?</p>
<p><strong>ตอบ : </strong>ดัง ที่ได้กล่าวไว้ในหัวข้อเสริมจมูก เสริมคางและการฉีด filler แล้ว ขณะนี้มีหลายแห่งใช้การฉีด filler เพื่อเป็นการเสริมจมูก และเสริมคางให้คนไข้ ดังได้กล่าวแล้วว่า filler เองมีหลายชนิด บางชนิดอยู่ถาวร บางชนิดสลายได้ตามอายุของมัน หากเป็นการฉีด filler ที่สลายได้ มีข้อดีที่ไม่ก่อให้เกิดพังผืดในบริเวณที่ฉีด (บางผลิตภัณฑ์อ้างว่าไม่ก่อให้เกิดพังผืด แต่ทางคลินิกมักพบว่า ในคนไข้หลายรายที่ได้รับการฉีด filler มาก่อน และมีพังผืดเกิดขึ้นในบริเวณที่ฉีดนั้น โดยที่ไม่ทราบว่า filler ที่ฉีดมานั้นเป็นชนิดใด ซึ่งหากการฉีด filler ก่อให้เกิดพังผืดแล้ว การแก้ไขโดยการเลาะเอาพังผืดนั้นออกโดยงานศัลยกรรมเป็นงานที่ค่อนข้างยาก และผลที่ออกมาอาจไม่ดีเท่าที่ควร ในบางรายพังผืดอาจก่อให้เกิดผิวขรุขระที่สามารถมองเห็นได้ และการแก้ไขผิวขรุขระเหล่านี้ทำได้ค่อนข้างยาก จึงอยากแนะนำว่า หากต้องการมีสันจมูก หรือต้องการเสริมคางให้ยาว การทำศัลยกรรมยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้ เพราะการทำศัลยกรรมจะทำให้เราได้จมูกและคางที่ถาวร และอยู่คงคู่กับเราตลอดไป โดยไม่ต้องหมั่นมาเติม filler หากเราเลือกใช้ filler ชนิดที่สลายเองโดนธรรมชาติ แต่หากเลือกใช้ filler ที่คงอยู่นาน เช่น มีอายุ 6-10 ปี เมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องมาเติม filler อีก filler ที่มีอายุนาน การกระตุ้นการสร้างพังผืดน่าจะมีมากกว่า</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> ราคาการทำศัลยกรรมเสริมความงาม ทำไมจึงไม่เท่ากันในแต่ละคน และแต่ละแห่งก็แตกต่างกัน จะมีวิธีเลือกอย่างไร?</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> การ ทำศัลยกรรมในคนไข้แต่ละรายจะไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ขึ้นกับว่าจำเป็นต้องมีการเสริมแต่งหรือปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ในคนไข้บางรายไม่มีสันจมูกเพียงอย่างเดียว แต่ปลายจมูกสวยแล้ว การเสริมสันจมูกเพียงอย่างเดียวก็พอแล้ว แต่ในบางรายที่มีเนื้อจมูกมาก ก้นย้อยจมูกสั้น รูจมูกเปิด การแก้ไขจำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขในแต่ละปัญหา เพื่อให้จมูกออกมาสวยสมบูรณ์ที่สุด ค่าใช้จ่ายจึงแตกต่างกันไป สำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละคลินิก หรือแต่ละโรงพยาบาล มีความแตกต่างกันนั้นขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกจะทำกับแพทย์คนใด หรือสถานที่ใด เป็นสิ่งที่ท่านต้องหาข้อมูล การเข้าไปปรึกษาแพทย์ยังเป็นหัวใจหลักสำคัญ เนื่องจากการทำศัลยกรรมตกแต่ง ฝีมือของแพทย์สำคัญมากกว่าสถานที่ และมากกว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และหากท่านได้เคยเห็นผลงานของแพทย์ท่านนั้นมาแล้ว อาจทำให้ท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> เคยเห็นเพื่อทำจมูกมาและต้องใส่เฝือกที่จมูก อยากถามว่าทำไมแพทย์บางท่านใส่เฝือกให้ บางท่านไม่ใส่ เพราะเหตุใด?</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> การ ใส่เฝือกที่จมูกเป็นการทำให้แกนของจมูกที่ใส่เข้าไปไม่เคลื่อนไหว นิ่งอยู่กับที่ แพทย์อาจใส่ไว้ 3-7 วันจึงเอาออก แต่ในแพทย์ที่ไม่ใส่เฝือกให้ อาจเป็นเพราะแพทย์มั่นใจว่า แกนที่ใส่เข้าไปใส่ได้ถูกต้องแล้ว ไม่ว่าอย่างไร โอกาสที่แกนจมูกจะเคลื่อนมีน้อยมาก จึงไม่จำเป็นต้องใส่เฝือก</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> เคยทำจมูกมาจากที่อื่นแล้วประมาณ 2 เดือน อยากทำการแก้ไข ไม่ทราบจะแก้ไขได้หรือไม่?</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> จมูกที่ทำศัลยกรรมมาแล้ว หากไม่เกิน 3 เดือนในจมูกใหม่ และไม่เกิน 6 เดือนในจมูกที่ทำการแก้ไข ทางคลินิกจะไม่ผ่าตัดเปลี่ยนแปลงให้ จนกว่าจะพ้นระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้เพราะการแก้ไขก่อนเวลาที่เนื้อเยื่อของจมูกจะเข้าที่ อาจทำให้การกะประมาณในการ design ความสูงต่ำของแกนเป็นไปได้ยาก ผลที่ออกมาอาจไม่ดีเท่าที่ควร การแก้ไขในเวลาที่เหมาะสมจะให้ผลดีมากกว่า</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม : </strong>เคยทราบมาว่ามีคนไข้บางรายแพ้ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูก อยากทราบว่าจะทราบได้อย่างไร</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> จาก ประสบการณ์ มีคนไข้น้อยมากที่แพ้ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูก แต่หากแพ้จะทราบได้ภายใน 1-2 เดือนแรก นั่นคือจมูกจะบวมแดงและยุบตัวช้า ในบางรายอาจมีน้ำใสๆหรือขุ่น และมีกลิ่นด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่า ร่างกายอาจไม่ยอมรับแกนซิลิโคน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเพราะแพ้แกนจริง วิธีที่ดีที่สุด คือ การเอาแกนออก พบน้อยมากที่จะมีอาการแพ้แกนหลังจากทำไปแล้วมากกว่า 1 ปี ทั้งนี้ จำเป็นต้องหาสาเหตุอื่นที่อาจไม่ใช่เกิดจากการแพ้แกนก็ได้</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> จมูก ไม่ได้แบนมาก แต่อยากให้จมูกโด่งขึ้นมาอีกนิดเดียว อยากทราบว่าระหว่างการไปฉีดจมูกตามโฆษณาของคลินิกบางแห่ง กับการเสริมจมูกจะต่างกันอย่างไร</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> การฉีดสารเข้าไปเพื่อเสริมจมูกนั้น วัสดุที่ใช้ในการฉีดเป็นของเหลว การฉีดของเหลวเข้าไป เรามิสามารถกะเกณฑ์ให้ของเหลวนั้นอยู่ที่บริเวณใดบริเวณหนึ่ง เพราะของเหลวย่อมไหลไปตามช่องทางบนเนื้อเยื่อเท่าที่มันจะไหลไปได้ การจัดทรงจึงไม่สามารถทำอย่างที่ต้องการได้ และของเหลวเมื่อแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ อาจจะรวมตัวกับเนื้อเยื่อได้ ทั้งนี้ เพราะเป็นปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อที่มีต่อของเหลว ซึ่งร่างกายถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม การเป็นพังผืดมากน้อยขึ้นกับปฏิกิริยาตอบสนองของเนื้อเยื่อแต่ละบุคคลไป เมื่อต้องการจะเอาของเหลวชนิดนี้ออก เราจึงไม่สามารถแยกแยะได้ว่า ส่วนไหนคือเนื้อเยื่อ, ส่วนไหนคือของเหลวที่แทรกซึมเข้าไป จึงทำให้ไม่สามารถเอาของเหลวออกได้หมด จากประสบการณ์พบว่ามีคนไข้จำนวนมากเกิดปฏิกิริยาหลังฉีดของเหลวเข้าไปเพื่อ เสริมจมูก และเป็นปัญหามากในการแก้ไข อีกทั้งในบางรายยังไม่สามารถแก้ไขได้ ตามความเห็นแล้วจึงไม่แนะนำให้ฉีดของเหลวที่ใช้อ้างว่าเสริมจมูกได้เข้าไป การผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแข็ง(เกรดนิ่ม) ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..<br />
<strong>ถาม :</strong> เป็นคนจมูกโด่ง แต่เนื้อปลายจมูกบาน จะแก้ไขได้อย่างไร</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> จมูกที่ถือว่าสวย คือ จมูกที่มีความโด่งรับกับปลายเนื้อเยื่อที่สมดุล แต่หากปลายเนื้อเยื่อโตมากไป จะทำให้ใบหน้าดูใหญ่ตามไปด้วย การลดขนาดของเนื้อเยื่อลงจะทำให้จมูกดูเรียวเล็กได้ แต่การตัดแต่งเนื้อเยื่อปลายจมูกต้องทำด้วยความพิถีพิถัน ความชำนาญ, ความเข้าใจในโครงสร้างจมูกและความต้องการของคนไข้ ซึ่งถือเป็นศิลปะที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง จึงต้องอาศัยประสบการณ์ความชำนาญเป็นอย่างสูง</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เครดิตบทความ ด้านล่างนี้  จากสิลิโคนคลับดอทคอม www.siliconeclub.com</strong></p>
<p><strong>ถาม : </strong>ซิลิโคนแบบมีขากับแบบไม่มีขา แตกต่างกันอย่างไร</p>
<p><strong>ตอบ :</strong> มีขา หรือไม่มี แล้วแต่ความถนัดของหมอนะ หมอบางคนทำแบบไม่มีขาสวยบางคนแบบมีขาสวย</p>
<p>มันอยู่ที่ฝีมือความชำนาญด้วย เรื่องทะลุ อยู่ที่หมอ ว่าคำนวนเนื้อที่เหลือพอดีกับแท่งที่ใส่หรือเปล่า</p>
<p>ถ้าทำเยอะๆ บางคนต้องแต่งปลายด้วย เพื่อให้เนื้อรับ กับแท่งที่โด่งๆ</p>
<p>อยู่ที่ความชำนาญด้วย ถ้าหมอไม่เก่ง เราเสริมแค่นิดเดียวไม่โด่งก็มีสิทธิ์ พังได้ เอียง และก็ปลายบาง หรืออาจจะแดง และทะลุค่ะ</p>
<p>พยายามเลือกคุนหมอ ที่ไม่มีข่าว เรื่องพวกนี้จะดีที่สุด</p>
<p><strong>จมูกยาวขึ้น มีการทำหลายอย่างนะคะ</strong></p>
<p>1 แบบแรกเอาซฺลิโคนดันเอาคะ เสี่ยงทะลุถ้าดันมากไป แต่ถ้าเอายาวนิดๆหน่อย แล้วเนื้อเยอะก็ไม่ม่ามีปัญหาคะ ดุที่เนื้อด้วยค่ะ ว่าเนื้อเยอะมั๊ย</p>
<p>2 แบบต่อมาคะ ซิลิโคน+แต่งปลายคะ คุนหมอจะแต่งปลายจมูกเรา โดยใช้เนื้อเรา หรือกะดูกอ่อนในจมูกเราเอง หรือกระดูกอ่อนจากหลังใบหู มารองรับเพิ่ม</p>
<p>ให้เสริม ได้ยาวแบบไม่ทะลุคะ</p>
<p>ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับ ความชำนาญของคุณหมอแต่ละท่านซึ่งมีวีธีและเทคนิกต่างๆกันไปค่ะ</p>
<p>ต้องพิจณาดีๆแล้วเลือกดู และเข้ารับคำปรึกษาจากคุนหมอแต่ละท่านเพื่อประกอบการตัดสินใจในการทำ</p>
<p>ว่าจะเลือกที่ไหนเป็นเรื่องที่ดีที่สุดคะ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<h2><strong>ถาม : </strong><strong>การนวดจมูก หลังเสริมจมูกสำคัญ แค่ไหนคะ ?<br />
</strong></h2>
<ul>
<ul>
<li>เทคนิคในการนวดจมูก หลังจากเสริมจมูก1. ควรทำทันทีหลังเสริมจมูกได้ 1 สัปดาห์2. วันละ 2-3 ครั้ง นาน 2-3 เดือน ไม่ต้องกลัวเอียงข้อดีคือ1. ลดบวม จมูกเป็นทรงได้ไว2. ลดพังผืด ทำให้ปลายจมูกนิ่ม สวย เข้าทรงได้ไว</li>
</ul>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2><strong>ถาม :เมื่อมีอาการฟกช้ำหลังผ่าตัดเสริมจมุกควรทำอย่างไรคะ ?<br />
</strong></h2>
<ul>
<li>ใช้ที่ประคบร้อนเย็น เข้าไมโครเวฟ 30 วินาที หรือไข่ต้มสุขห่อด้วยผ้ามาประคบจะช่วยรักษาอาการฟกช้ำได้เป็นอย่างดี</li>
</ul>
<div>
<p>Credit: siliconeclub.com</p>
<p>Credit ภาพประกอบจาก healthspablog.org</p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1825</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3316</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การฉีดไขมันตัวเอง</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1816</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1816#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 18:21:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[การฉีดไขมันตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดไขมัน]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1816</guid>
		<description><![CDATA[การฉีดไขมันตัวเอง ริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ บนใบหน้าซึ่งเกิดจากอายุที่มากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ใคร ๆ ก็ไม่ชอบ การศัลยกรรมแบบนี้ทำได้โดยดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายคนไข้ แล้วนำมาฉีดเข้าไปในบริเวณที่ต้องการ ได้ผลรับเป็นธรรมชาติ สามารถลดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า ทั้งยังสามารถนำไปเพิ่มขนาดอวัยวะส่วนอื่นได้อีก  เนื่องจากเป็นไขมันของคนไข้เอง ทำให้การทำศัลยกรรมประเภทนี้มีความปลอดภัยสูงมาก เพราะคนไข้จะไม่เกิดอาการแพ้ใด ๆ ทั้งสิ้น เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชายโดยไขมันที่ดูดออกมาสามารถนำไปใช้ เพิ่มขนาดบั้นท้าย เพิ่มขนาดโหนกแก้ม ตกแต่งอวัยวะเพศหญิง เพิ่มขนาดหน้าอก &#160; วิธีการดูดและฉีดไขมัน ไข มันจะถูฏดูดออกจากหน้าขา หรือส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนที่คนไข้ต้องการจำกัดไขมันส่วนเกินบริเวณนั้น และทำการฉีดไขมันไปในบริเวณอื่นที่ต้องการ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกส่วนของร่างกายที่ตอบสนองการฉีดไขมันได้ดี เราสามารถทำการตรวจสอบการตอบสนองของร่างกายส่วนนั้น ๆ ก่อนรับการศัลยกรรมได้ ประโยชน์ของการฉีดไขมัน คนไข้เจ็บปวดน้อยกว่า และสบายตัวกว่า ฟื้นตัวเร็ว ความเสี่ยงน้อยมาก เหมาะกับทุกสภาพผิว ให้ผลลัพธิ์ที่ยาวนาน ประหยัดเมื่อใช่รับกับกระบวนการศัลยกรรมอื่น ไม่เกิดผลข้างเคียงจากอาการแพ้ เนื่องจากเป็นไขมันของคนไข้เอง การฉีดไขมันเพื่อเพิ่มสัดส่วน หลัง จากที่ทำการทดสอบสภาพผิว และได้รับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์แล้ว คุณสามารถรับการดูดและฉีดไขมันได้ โดยการฉีดไขมันไปที่จุดที่คนไข้ต้องการนั้นจะสามารถใช้วิธีวางยาสลบหรือยาชา ก็ได้ ศัลยแพทย์จะใช้เข็มเล็ก ๆ ดูดไขมันออกมา [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การฉีดไขมันตัวเอง</strong></p>
<p><strong><br />
ริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ บนใบหน้าซึ่งเกิดจากอายุที่มากขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ใคร ๆ ก็ไม่ชอบ<br />
การศัลยกรรมแบบนี้ทำได้โดยดูดไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายคนไข้ แล้วนำมาฉีดเข้าไปในบริเวณที่ต้องการ<br />
ได้ผลรับเป็นธรรมชาติ สามารถลดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า ทั้งยังสามารถนำไปเพิ่มขนาดอวัยวะส่วนอื่นได้อีก </strong></p>
<p><strong><span id="more-1816"></span></strong></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1856" rel="attachment wp-att-1856"><img class="alignnone size-medium wp-image-1856" title="Nasolabial-Folds-Filler" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Nasolabial-Folds-Filler-300x189.jpg" alt="" width="300" height="189" /></a></p>
<p><strong><br />
เนื่องจากเป็นไขมันของคนไข้เอง ทำให้การทำศัลยกรรมประเภทนี้มีความปลอดภัยสูงมาก<br />
เพราะคนไข้จะไม่เกิดอาการแพ้ใด ๆ ทั้งสิ้น<br />
</strong><br />
เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย<strong>โดยไขมันที่ดูดออกมาสามารถนำไปใช้</strong></p>
<div>
<ul>
<li>เพิ่มขนาดบั้นท้าย</li>
<li>เพิ่มขนาดโหนกแก้ม</li>
<li>ตกแต่งอวัยวะเพศหญิง</li>
<li>เพิ่มขนาดหน้าอก</li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>วิธีการดูดและฉีดไขมัน</strong></p>
<p>ไข มันจะถูฏดูดออกจากหน้าขา หรือส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งเป็นส่วนที่คนไข้ต้องการจำกัดไขมันส่วนเกินบริเวณนั้น และทำการฉีดไขมันไปในบริเวณอื่นที่ต้องการ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกส่วนของร่างกายที่ตอบสนองการฉีดไขมันได้ดี เราสามารถทำการตรวจสอบการตอบสนองของร่างกายส่วนนั้น ๆ ก่อนรับการศัลยกรรมได้</p>
<p><strong>ประโยชน์ของการฉีดไขมัน</strong></p>
<p>คนไข้เจ็บปวดน้อยกว่า และสบายตัวกว่า</p>
<div>
<ul>
<li>ฟื้นตัวเร็ว</li>
<li>ความเสี่ยงน้อยมาก</li>
<li>เหมาะกับทุกสภาพผิว</li>
<li>ให้ผลลัพธิ์ที่ยาวนาน</li>
<li>ประหยัดเมื่อใช่รับกับกระบวนการศัลยกรรมอื่น</li>
<li>ไม่เกิดผลข้างเคียงจากอาการแพ้ เนื่องจากเป็นไขมันของคนไข้เอง</li>
</ul>
</div>
<p><strong>การฉีดไขมันเพื่อเพิ่มสัดส่วน</strong></p>
<p>หลัง จากที่ทำการทดสอบสภาพผิว และได้รับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์แล้ว คุณสามารถรับการดูดและฉีดไขมันได้ โดยการฉีดไขมันไปที่จุดที่คนไข้ต้องการนั้นจะสามารถใช้วิธีวางยาสลบหรือยาชา ก็ได้ ศัลยแพทย์จะใช้เข็มเล็ก ๆ ดูดไขมันออกมา ซึ่งส่วนมากจะเป็นช่วงท้อง ก้อน หรือหน้าขา</p>
<p>หลังจากดูดออกมาแล้ว ศัลยแพทย์จะนำของเหลวที่ได้(ไขมัน) ฉีดกลับเข้าไปในบริเวณที่ต้องการที่ใช้เข็มอีกอันนึง หลังจากที่ไขมันถูกฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังในส่วนที่ต้องการ หรือส่วนที่มีริ้วรอยแล้ว เป็นอันเสร็จเรียบร้อย</p>
<p><strong>ส่วนการฉีดไขมันบนใบหน้า</strong></p>
<p>การฉีดไขมันที่ใบหน้าเป็นเทคนิคการผ่าตัดที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็น พิเศษไม่เพียงแต่ต้องใช้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับศาสตร์ของการย้ายและปลูก ถ่ายเนื้อเยื่อแล้วยังต้องใช้ศิลปะและความคิดที่เกี่ยวข้องกับความสวยงามของ ใบหน้า การฉีดไขมันตัวเอง เป็นการผ่าตัดซึ่งแตกต่างจากการฉีดคอลลาเจนโดยสิ้นเชิง การฉีดคอลลาเจนเป็นการฉีดสารที่เป็นของเหลว เข้าไปเติมให้เต็มในพื้นที่ ที่ต้องการ เข็มที่ใช้ฉีดสามารถใช้เข็มขนาดเล็กๆ ได้ความนูนเด่นของผิวหนังขึ้นกับปริมาณสารที่ฉีด แต่การฉีดไขมันเป็นการย้ายเซลล์ไขมันจากที่หนึ่งโดยแบ่งเนื้อเยื่อไขมันเป็น อนุภาคเล็กๆด้วยเข็มดูดไขมันหลังจากนั้นก็ย้ายเซลล์ไขมันมาใส่ในกระบอกฉีดยา ที่ใช้สำหรับฉีดไขมันและฉีดผ่านเข็มขนาดเล็กๆ โดยการฉีดต้องฉีดในปริมาณน้อยๆและกระจายไปทั่วๆ ทุกชั้นของเนื้อเยื่อเพื่อให้เซลล์ที่ฉีดเข้าไปสัมผัสกับเนื้อเยื่อภายในให้ มากที่สุดเพื่อให้เซลล์ไขมันมีเลือดมาเลี้ยงและมีชีวิตอยู่รอด ผลของการผ่าตัดความนูนเด่นของ ผิวหนังขึ้นกับจำนวนเซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไปแล้วมีเลือดมาเลี้ยงเพียงพอและมี ชีวิตอยู่ได้ ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณไขมันที่ฉีดเข้าไป ถึงแม้จะฉีดไขมันเข้าไปมากๆ แต่ผิวสัมผัสกับเนื้อเยื่อข้างเคียงไม่เพียงพอหรือมีเลือดมาเลี้ยงน้อยก็จะ หายไปในเวลาต่อมา</p>
<p>การ ฉีดไขมันที่ใบหน้า สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งไม่ใช่เฉพาะบริเวณที่ต้องการเสริมให้นูนเด่น เช่น ขมับ ,หน้าผาก ,คาง หรือโหนกแก้ม แต่การฉีดไขมันสามารถช่วยลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นหลังจากมีอายุมากขึ้น เช่น รอยร่องแก้ม ร่องมุมปาก [ด้านข้างของคาง] ,ร่องน้ำตา การฉีดไขมันยังช่วยลดร่องรอยที่เหลืออยู่หลังการดึงหน้าหรือแก้ปัญหาที่ไม่ สามารถแก้ไขด้วยการดึงหน้าได้ เช่น เติมร่องแก้มให้ตื้นขึ้น ร่องน้ำตา ,รอยย่นที่ริมฝีปากบน แก้ไขรอยย่นที่ริมฝีปากหรือฉีดกราม เพื่อให้เห็นใบหน้ากว้างขึ้น</p>
<p><strong>การฉีดไขมันที่ใบหน้าจะได้ผลดีในกรณีเหล่านี้</strong></p>
<p><strong>1 แก้ไขรอยเหี่ยวย่นของใบหน้าที่เกิดจากอายุมากขึ้น</strong> ในขณะที่อายุมากขึ้นจะมีรอยย่นเกิดจากแรงโน้มถ่วงและมีการสูญเสียไขมันใน ส่วนต่างๆได้แก่ บริเวณขมับ , ใต้ตา , โหนกแก้ม และมีรอยย่นที่ร่องแก้ม และด้านข้างของคางอย่างไรก็ตามต้องดูด้วยว่าผิวหนังมีความยืดหยุ่นดีหรือไม่ ถ้าผิวหนังมีลักษณะหย่อนยานมากและมีร่องรอยลึกมากการแก้ไขคงต้องทำผ่าตัดดึง หน้าหรือผ่าตัดหนังตาบนและล่าง</p>
<p>การแก้ไขรอยเหี่ยวย่นจากอายุ โดยการฉีดไขมันจะได้ผลดีในคนที่อายุยังไม่มาก [35-45ปี] ซึ่งเริ่มมีรอยย่นที่บริเวณร่องแก้มและใต้ตาข้อดีของการฉีดไขมันเมื่อเทียบ กับการดึงหน้าคือการฉีดไขมันไม่มีแผลเป็นและในบางคนสามารถฉีดใต้ตาช่วยให้ ไม่ต้องผ่าตัดตาล่างได้</p>
<p><strong>2  ความผิดปกติของไขมันตั้งแต่กำเนิด </strong>ในคนที่มีอายุน้อยแต่มีตาลึกมากเนื่องจากไขมันที่<br />
เปลือกตามีน้อยมากสามารถฉีดไขมันแก้ไขได้หรือในบางกรณีที่มีร่องใต้ตาลึกหรือแก้มตอบมากหรือมีร่องแก้มลึกมาก</p>
<p><strong>หมายเหตุ : ใการ ฉีดไขมันไม่ควรนำมาฉีดเพื่อเสริมจมูกให้โด่งมากเพราะไขมันจะกระจายออกให้ จมูกดูใหญ่เกินความจริงยากที่จะแก้ไขได้แต่ถ้าฉีดตำแหน่งเดียวเพื่อให้โด่ง มากๆไขมันที่อยู่ตรงกลางก็จะตายไปแรกๆ อาจจะดูโด่งตามรูปที่ถ่ายหลังผ่าตัด 1 &#8211; 2 อาทิตย์ แรกเมื่อผ่านไป 1 &#8211; 2 เดือน เซลล์ไขมันที่ตายจะถูกเม็ดเลือดขาวเก็บกินไปทำให้จมูกเล็กลง การฉีดจมูกด้วยไขมันอาจทำได้เฉพาะกรณีที่ต้องการเสริมบางตำแหน่งในปริมาณ น้อยๆ จึงจะได้ผลดังที่ต้องการ</strong></p>
<p><strong>ผู้ที่จะดูดไขมันเพื่อฉีดใบหน้าจะต้องเข้าใจว่าการฉีดไขมันเป็นการผ่าตัดเพื่อ ย้ายเซลล์ไขมันมาวางที่ใต้ผิวหนังของใบหน้าไม่เหมือนกับการฉีดยาหรือฉีดน้ำ เกลือหลังผ่าตัดต้องมีเวลาพักฟื้นเพราะบริเวณใบหน้าที่ฉีดจะมีอาการบวม เหมือนกับการผ่าตัดอื่นๆที่ใบหน้าและต้องมีการดูแลหลังผ่าตัด ดังนั้น ต้องเตรียมวันหยุดหลังการผ่าตัดไว้ 5 &#8211; 7 วัน</strong></p>
<p><strong>การ ฉีดไขมันแม้จะมีอาการบวมมากแต่มีข้อดีคือ</strong> เซลล์ที่นำมาใส่ที่ใบหน้าเป็นเซลล์ไขมันของเราเองมักไม่มีปัญหาเรื่องการแพ้ และเมื่อฉีดแล้วผลที่ได้จะได้ผลระยะยาวอย่างไรก็ตามผลที่ได้จากการฉีดไขมัน จะมีผลค่อนข้างเป็นธรรมชาติไม่ดูเด่นชัดเหมือนกับการใช้ซิลิโคนแท่งหรือการ ฉีดสารเติมเต็มที่มีผลถาวร</p>
<p>&nbsp;</p>
<hr />
<p>ขอบคุณบทความดีๆ จาก http://www.bcsclinic.com<br />
บทความและรูปภาพจาก http://www.sp-cosmeticsurgery.net</p>
<p>Credit: siliconeclub.com</p>
<p>Credit ภาพประกอบจาก plasticsurgeryguru.net</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1816</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Silicone เหลว</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1814</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1814#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 18:19:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[Silicone เหลว]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดซิลิโคน]]></category>
		<category><![CDATA[ซิลิโคนเหลว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1814</guid>
		<description><![CDATA[ซิลิโคนเหลว ซิลิโคนเหลวในสารเติมเต็มก็นิยมกันในคนไทยและคนต่างประเทศทุกประเทศเนื่องจาก หลังการฉีดแล้ว ซิลิโคนเหลวระยะแรกมักมีใบหน้าหรือ,สะโพกตึงและนูนไป ทำให้ดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ซิลิโคนเหลวยังราคาถูกทำให้ สามารถฉีดได้ในปริมาณมาก ๆ ได้ให้รูปหน้าเต่งตึงและสวยงามมากในระยะแรก &#160; อย่าง ไรก็ตามซิลิโคนเหลวมักมีปัญหาการไหลย้อนไปที่ต่าง ๆ และมีปฎิกริยาต่อเซลล์ของร่างกายทำให้มีการห้อยย้อย, แข็งตึงและมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวหนังทำให้มีรูปร่างขรุขระ ดูไม่สวยงามโดยทั่วไป ปัญหาหลักของการฉีดซิลิโคนเหลวคือจะไหลลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ ค่อยอยู่ในที่ทำและไม่สลายไปตามเวลา และจะซึมไปทั่วเนื้อเยื่อปกติทำให้การผ่าตัดไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด จะสามารถเอาออกได้เฉพาะบางส่วน &#160; โดยปกติการฉีดซิลิโคนเหลวจะมีการฉีดตามที่ต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนี้ หน้าผาก เป็นบริเวณที่ฉีดให้หน้าผากโหนกนูนปัญหาที่เกิดคือซิลิโคนเหลวมักจะไหลมาที่บริเวณตาบน จมูก หลังจากฉีดปริมาณ 1 ปี จะไหลออกมาด้านข้างของจมูก ทำให้จมูกดูบวมใหญ่ แต่จะไม่มีสันจมูกตามธรรมชาติ แก้ม โดยทั่วไปจะฉีดบริเวณโหนกแก้ม แต่หลังจากฉีด เวลาผ่านไปจะไหลลงมาที่กระพุงแก้มทำให้ดูเหมือนคนมีอายุมาก เนื่องจากมีการห้อยย้อยของกระพุ้งแก้ม เหมือนกับแก้มของผู้สูงอายุ คาง คางมักมีปัญหาเรื่องการไหลย้อย ทำให้คางยาวขึ้่นเกินไปและการไหลลงไปที่จุดต่ำสุดของคาง ผิวหนังบริเวณที่ต่ำสุดจะแดงและแข็งทำให้ดูไม่สวยงาม หน้าอก หน้าอกมักเกิดเป็นก้อนแข็งและตะปุ่มตะป่ำ ทำให้คล้ำดูไม่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้แล้วการคลำได้ก้อนซิลิโคนที่เต้านม ทำให้การตรวจมะเร็งเต้านมทำได้ยาก บางครั้งถ้าเกิดเป็นมะเร็งก็จะไม่รู้ตัวในระยะแรก อวัยวะเพศ ซิลิโคนเหลวมีการนำมาฉีดทำอวัยวะเพศชายและหญิง ทำให้มีอวัยวะเพศแข็งแต่ช้ำ เมื่อมีการเสียดสีก็จะเกิดเป็นแผลได้ง่าย สะโพก ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ซิลิโคนจะมีการไหลจากสะโพกมาที่ต้นขา โดยทั่วไปคนไข้มักมีการฉีดซิลิโคนเหลวจำนวนมาก ทำให้มักเป็นไตแข็งและอักเสบได้บ่อยๆ การฉีดซิลิโคนเหลวต่างจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคนอย่างไร? ต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าซิลิโคนเหลวเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ซิลิโคนเหลว</strong></p>
<p>ซิลิโคนเหลวในสารเติมเต็มก็นิยมกันในคนไทยและคนต่างประเทศทุกประเทศเนื่องจาก หลังการฉีดแล้ว ซิลิโคนเหลวระยะแรกมักมีใบหน้าหรือ,สะโพกตึงและนูนไป ทำให้ดูอ่อนเยาว์ นอกจากนี้ซิลิโคนเหลวยังราคาถูกทำให้ สามารถฉีดได้ในปริมาณมาก ๆ ได้ให้รูปหน้าเต่งตึงและสวยงามมากในระยะแรก</p>
<p><span id="more-1814"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1858" rel="attachment wp-att-1858"><img class="alignnone size-medium wp-image-1858" title="Fergie" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/Fergie-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0">
<tbody>
<tr align="LEFT" valign="TOP">
<td>อย่าง ไรก็ตามซิลิโคนเหลวมักมีปัญหาการไหลย้อนไปที่ต่าง ๆ และมีปฎิกริยาต่อเซลล์ของร่างกายทำให้มีการห้อยย้อย, แข็งตึงและมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวหนังทำให้มีรูปร่างขรุขระ ดูไม่สวยงามโดยทั่วไป ปัญหาหลักของการฉีดซิลิโคนเหลวคือจะไหลลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ ค่อยอยู่ในที่ทำและไม่สลายไปตามเวลา และจะซึมไปทั่วเนื้อเยื่อปกติทำให้การผ่าตัดไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด<br />
จะสามารถเอาออกได้เฉพาะบางส่วน</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong></strong><strong>โดยปกติการฉีดซิลิโคนเหลวจะมีการฉีดตามที่ต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนี้</strong></p>
<ol>
<li><strong>หน้าผาก</strong> เป็นบริเวณที่ฉีดให้หน้าผากโหนกนูนปัญหาที่เกิดคือซิลิโคนเหลวมักจะไหลมาที่บริเวณตาบน</li>
<li><strong>จมูก</strong> หลังจากฉีดปริมาณ 1 ปี จะไหลออกมาด้านข้างของจมูก ทำให้จมูกดูบวมใหญ่ แต่จะไม่มีสันจมูกตามธรรมชาติ</li>
<li><strong>แก้ม</strong> โดยทั่วไปจะฉีดบริเวณโหนกแก้ม แต่หลังจากฉีด เวลาผ่านไปจะไหลลงมาที่กระพุงแก้มทำให้ดูเหมือนคนมีอายุมาก เนื่องจากมีการห้อยย้อยของกระพุ้งแก้ม เหมือนกับแก้มของผู้สูงอายุ</li>
<li><strong>คาง</strong> คางมักมีปัญหาเรื่องการไหลย้อย ทำให้คางยาวขึ้่นเกินไปและการไหลลงไปที่จุดต่ำสุดของคาง ผิวหนังบริเวณที่ต่ำสุดจะแดงและแข็งทำให้ดูไม่สวยงาม</li>
<li><strong>หน้าอก</strong> หน้าอกมักเกิดเป็นก้อนแข็งและตะปุ่มตะป่ำ ทำให้คล้ำดูไม่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้แล้วการคลำได้ก้อนซิลิโคนที่เต้านม ทำให้การตรวจมะเร็งเต้านมทำได้ยาก บางครั้งถ้าเกิดเป็นมะเร็งก็จะไม่รู้ตัวในระยะแรก</li>
<li><strong>อวัยวะเพศ</strong> ซิลิโคนเหลวมีการนำมาฉีดทำอวัยวะเพศชายและหญิง ทำให้มีอวัยวะเพศแข็งแต่ช้ำ เมื่อมีการเสียดสีก็จะเกิดเป็นแผลได้ง่าย</li>
<li><strong>สะโพก</strong> ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ซิลิโคนจะมีการไหลจากสะโพกมาที่ต้นขา โดยทั่วไปคนไข้มักมีการฉีดซิลิโคนเหลวจำนวนมาก ทำให้มักเป็นไตแข็งและอักเสบได้บ่อยๆ</li>
</ol>
<p><strong><br />
</strong><strong></strong><strong>การฉีดซิลิโคนเหลวต่างจากการเสริมด้วยแท่งซิลิโคนอย่างไร?</strong></p>
<p>ต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากว่าซิลิโคนเหลวเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้ว<br />
จะเข้ารวมกับเนื้อเยื่อของจมูก และเมื่อเวลาผ่านไปสารเหล่านี้ก็จะไหลไปด้านข้างของจมูกทำให้จมูกดูโตขึ้น<br />
อย่างมาก ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาก็ไม่สามารถนำออกได้หมด โดยเฉพาะคนที่ทำมาเป้นเวลานานเนื้อเยื่อจมูกกับสารซิลิโคนจะยิ่งรวมตัวเกาะ<br />
กันการแก้จมูกเมื่อมีปัญหาในอนาคตจึงยากมาก</p>
<p><strong></strong>เรื่องที่น่าเป็นห่วงในวงการศัลยกรรมความงามในขณะนี้คงหนีไม่พ้นการฉีดซิลิโคนเหลวที่ได้กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง โดยครั้งนี้บรรดาหมอเถื่อนได้สรรหาชื่อใหม่ๆ มาเรียก เช่น ไขมันเทียม, ไขปลาวาฬ หรือ แอบอ้างว่าเป็นคอลลาเจน เพื่อตบตาคนไข้ที่มักจะรู้ไม่เท่าทันและตกเป็นเหยื่ออยู่เสมอ</p>
<p>ความจริงเรื่องซิลิโคนเหลวนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในทางการแพทย์รู้กันมานานกว่า 30 ปีแล้วว่า การฉีดซิลิโคนเหลวนั้นมีโทษภัยอย่างไร เช่น เรื่องการที่สารซิลิโคนเหลวนั้นจะไหล ทำไปแรกๆ ก็ดูสวยดี แต่ผ่านไป 3-5 ปี จะเริ่มไหลมากงอรวมกัน อย่างที่เห็นเป็นคางแม่มด หรือถ้าแย่กว่านั้นอาจจะมีการอักเสบ หรือจับเป็นก้อนแข็ง และตัวซิลิโคนเหลวนั้น พบว่าจะถูกเม็ดเลือดขาวกับกิน และพาไปที่ต่อมน้ำเหลืงและอวัยวะต่างๆ การแก้ไขก็ทำได้ยาก เพราะผลเสียที่มีมากมายนี้เอง การใช้ซิลิโคนเหลวเพื่อฉีดเสริมสวยจึงถูกห้ามใช้ในทางการแพทย์ จะมีที่ใช้ก็จำกัดเฉพาะการรักษาโรคบางอย่าง และต้องทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ</p>
<p>สารที่ใช้ฉีดเพื่อเสริมความอิ่ม (Soft Tissue Fillers) ที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยในทางการแพทย์ก็มีอยู่หลายตัว มีทั้งที่อยู่ได้ชั่วคราวและอยู่ได้ถาวร มีความนิ่ม-แข็งแตกต่างกันไป เทคนิคที่ใช้เสริมก็แตกต่างไปตามสารแต่ละชนิด แต่สารเหล่านี้ก็มักจะมีราคาต้นทุนแพงกว่าซิลิโคนเหลว รวมทั้งเทคนิคการเสริมก็ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ ต้องมีความรู้ทางการแพทย์และประสบการณ์ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมของหมอเถื่อนเท่าการฉีดซิลิโคนเหลว</p>
<p><strong> วิธีสังเกตไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ </strong>เมื่อต้องการทำศัลยกรรมความงามโดยใช้สารฉีดหน้าต่าง ๆ ควรปรึกษากับแพทย์โดยตรง สอบถามถึงข้อดีข้อเสียของสารที่ใช้ และในกรณีที่ได้ผลไม่เป็นที่พอใจ แพทย์สามารถแก้ไขให้ได้หรือไม่ สถานที่ทำควรเป็นคลินิก หรือโรงพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม การทำใช้เทคนิคปลอดเชื้อหรือไม่ ไม่ใช่แบบหิ้วกระเป๋ามาฉีดตามร้านเสริมสวย พอมีปัญหาก็หาตัวไม่เจอ อย่าเชื่อเพียงเพราะเพื่อนมาชวน เพราะผลเสียถ้าเกิดขึ้นไม่ได้อยู่บนหน้าเพื่อน</p>
<hr />
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณบทความและรูปภาพจาก http://www.bcsclinic.com</p>
<p>Credit: siliconeclub.com</p>
<p>Credit ภาพประกอบจาก plasticsurgeryguru.net</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1814</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การผ่าตัดเสริมจมูก</title>
		<link>http://info.dungdong.com/?p=1526</link>
		<comments>http://info.dungdong.com/?p=1526#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 16:26:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริมจมูก]]></category>
		<category><![CDATA[การผ่าตัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศัลยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เสริิมดั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ดั้งแหมบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://info.dungdong.com/?p=1526</guid>
		<description><![CDATA[&#160; การผ่าตัด เสริมจมูก การเสริมจมูกเป็นการตกแต่งเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของจมูกเพื่อให้รับกับใบหน้า เป็นผ่าตัดติดอันดับยอดนิยมของต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยไม่ได้เก็บสถิติแต่เชื่อว่าเป็นการผ่าตัดเพื่อเสริมความงามเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งบางรายก็ประสบตามความคาดหวัง แต่บางรายก็ผิดหวัง การผ่าตัดเสริมสวยจมูกสามารถทำได้ทั้งเพิ่มขนาด หรือลดขนาด เปลี่ยนรูปทรง เปลี่ยนรูปทรงของปลายจมูก ทำให้รูจมูกเล็กลง และแก้ไขความพิการของจมูกเนื่องจากพิการแต่กำเนิด หรือจากอุบัติเหตุ หากคุณตั้งใจจะต้องการเสริมจมูกบทความนี้อาจจะช่วยให้ท่านตัดสินใจ แต่อาจะไม่สามารถไขความข้องใจของคุณได้หมดรายละเอียดที่คุณต้องการต้องปรึกษาจากแพทย์ที่คุณจะไปทำการผ่าตัด  ใครเหมาะสมที่จะผ่าตัดเสริมจมูก การผ่าตัดเสริมหรือเปลี่ยนแปลงจมูกจะทำให้ท่านดูดีขึ้น แต่ไม่สามารถทำให้ท่านมีบุคลิกเปลี่ยนแปลง ดังนั้นก่อนที่จะทำการผ่าตัดท่านต้องปรึกษากับแพทย์ว่าท่านคาดหวังอะไรจากการผ่าตัด และมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ผู้ที่เหมาะสมในการผ่าตัดคือ การผ่าตัดจะทำให้จมูกดูดีขึ้น แต่การผ่าตัดไม่สามารถที่จะทำให้ผลดีออกมา 100% ตามที่ท่านคาดหวัง ท่านต้องเผื่อใจไว้บ้าง หากท่านคิดว่าทำใจไม่ได้ก็อย่าไปผ่า สุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี อายุมากกว่า 15 ปี  ชนิดของการผ่าตัดแก้ไขความไม่สมดุลของจมูก ลดขนาดของจมูก ส่วนที่มีปัญหาได้แก่เนื้อจมูกhump ปลายจมูก และรูจมุกกว้าเกินไป การผ่าตักแก้ไขอาจจะต้องผ่าตัดเอากระดูก และกระดุกอ่อนเอาเพื่อขนาดของจมูก เพิ่มขนาดของจมูกได้แก่พวกที่มีจมูกเล็ก หรือไม่มีดั่งจมูก การผ่าตัดก็ใช้วิธีเสริมดั่งจมูกโดยใช้ซิลิโคน หรือกระดูกอ่อนจากร่างกายตัวเองเสริม แก้ไขความพิการของจมูก เช่นสันจมูกคด จมูกเบี้ยวเป็นต้น ข้อจำกัดของการผ่าตัด การผ่าตัดจะเพื่อความงามหรือแก้ไขความพิการไม่สามารถแก้ได้ 100 % ซึ่งขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง ท่านจะต้องปรึกษาแพทย์ถึงข้อจำกัดดังกล่าว คุณไม่สามารถเลือกรูปร่าง [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การผ่าตัด เสริมจมูก<br />
</strong><br />
การเสริมจมูกเป็นการตกแต่งเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของจมูกเพื่อให้รับกับใบหน้า เป็นผ่าตัดติดอันดับยอดนิยมของต่างประเทศ สำหรับประเทศไทยไม่ได้เก็บสถิติแต่เชื่อว่าเป็นการผ่าตัดเพื่อเสริมความงามเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งบางรายก็ประสบตามความคาดหวัง แต่บางรายก็ผิดหวัง</p>
<p><span id="more-1526"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://info.dungdong.com/?attachment_id=1928" rel="attachment wp-att-1928"><img class="alignnone size-full wp-image-1928" title="Fresh and Beautiful" src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/face-skin-beauty.jpg" alt="" width="500" height="500" /></a></p>
<p>การผ่าตัดเสริมสวยจมูกสามารถทำได้ทั้งเพิ่มขนาด หรือลดขนาด เปลี่ยนรูปทรง เปลี่ยนรูปทรงของปลายจมูก ทำให้รูจมูกเล็กลง และแก้ไขความพิการของจมูกเนื่องจากพิการแต่กำเนิด หรือจากอุบัติเหตุ หากคุณตั้งใจจะต้องการเสริมจมูกบทความนี้อาจจะช่วยให้ท่านตัดสินใจ แต่อาจะไม่สามารถไขความข้องใจของคุณได้หมดรายละเอียดที่คุณต้องการต้องปรึกษาจากแพทย์ที่คุณจะไปทำการผ่าตัด</p>
<p><strong> ใครเหมาะสมที่จะผ่าตัดเสริมจมูก</strong></p>
<p>การผ่าตัดเสริมหรือเปลี่ยนแปลงจมูกจะทำให้ท่านดูดีขึ้น แต่ไม่สามารถทำให้ท่านมีบุคลิกเปลี่ยนแปลง ดังนั้นก่อนที่จะทำการผ่าตัดท่านต้องปรึกษากับแพทย์ว่าท่านคาดหวังอะไรจากการผ่าตัด และมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ผู้ที่เหมาะสมในการผ่าตัดคือ</p>
<ul>
<li>การผ่าตัดจะทำให้จมูกดูดีขึ้น แต่การผ่าตัดไม่สามารถที่จะทำให้ผลดีออกมา 100% ตามที่ท่านคาดหวัง ท่านต้องเผื่อใจไว้บ้าง หากท่านคิดว่าทำใจไม่ได้ก็อย่าไปผ่า</li>
<li>สุขภาพกายดี</li>
<li>สุขภาพจิตดี</li>
<li>อายุมากกว่า 15 ปี</li>
</ul>
<p><strong> </strong><strong>ชนิดของการผ่าตัดแก้ไขความไม่สมดุลของจมูก</strong></p>
<ol>
<li>ลดขนาดของจมูก ส่วนที่มีปัญหาได้แก่เนื้อจมูกhump ปลายจมูก และรูจมุกกว้าเกินไป การผ่าตักแก้ไขอาจจะต้องผ่าตัดเอากระดูก และกระดุกอ่อนเอาเพื่อขนาดของจมูก</li>
<li>เพิ่มขนาดของจมูกได้แก่พวกที่มีจมูกเล็ก หรือไม่มีดั่งจมูก การผ่าตัดก็ใช้วิธีเสริมดั่งจมูกโดยใช้ซิลิโคน หรือกระดูกอ่อนจากร่างกายตัวเองเสริม</li>
<li>แก้ไขความพิการของจมูก เช่นสันจมูกคด จมูกเบี้ยวเป็นต้น</li>
</ol>
<p><strong>ข้อจำกัดของการผ่าตัด</strong></p>
<ul>
<li>การผ่าตัดจะเพื่อความงามหรือแก้ไขความพิการไม่สามารถแก้ได้ 100 % ซึ่งขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง ท่านจะต้องปรึกษาแพทย์ถึงข้อจำกัดดังกล่าว</li>
<li>คุณไม่สามารถเลือกรูปร่าง หรือขนาดของจมูกจากหนังสือ เนื่องจากลักษณะใบหน้าหรือส่วนประกอบของใบหน้าไม่เหมือนกัน จมูกแต่ละแบบก็เหมาะสำหรับใบหน้าแต่ละแบบ</li>
<li>การผ่าตัดจมูกเป็นการแก้ไขความไม่สมดุล มิใช่การแกะสลัก</li>
<li>การผ่าตัดจมูกไม่สามารถผ่าตัดนำเนื้อเยื่อออกมากเกินไป เพราะจะทำให้จมูกไม่คงรูป</li>
<li>ผิวหนังบริเวณจมูกก็ไม่สามารถตัดทิ้งมากได้เหมาะจะทำให้เกิดการดึงรั้ง</li>
<li>ลักษณะผิวหนัง อายุ และความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับจมูก จะเป็นข้อจำกัดของการผ่าตัด</li>
</ul>
<p><strong>การผ่าตัดมีโรคแทรกซ้อนมากน้อยแค่ไหน</strong></p>
<p>สำหรับคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามเมื่อตัดสินใจจะทำการผ่าตัดเสริมจมูกแล้ว ท่านต้องตระหนักถึงโรคแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ตาม โรคแทรกซ้อนที่อาจจะพบได้คือ</p>
<ul>
<li>มีการติดเชื้อ</li>
<li>เลือดกำเดไหลออก แต่มักจะเป็นไม่มาก</li>
<li>แพ้ยาชา</li>
<li>อาจจะเกิดแผลเป็น</li>
<li>อาจะเกิดการผิดรูป เนื่องจากอาจจะเกิดพังผืดยึดกระดูกอ่อนทำให้จมูกผิดรูป</li>
<li>ประมาณ 1 ใน10รายต้องผ่าตัดอีกครั้งเพื่อแก้ไข</li>
</ul>
<ul>
<li>ให้ระลึกอยู่เสมอว่าการผ่าตัดแก้ไขหรือเสริมความงามไม่สามารถรับประกันได้ 100%ว่าจะออกมาสมบูรณ์แบบ</li>
</ul>
<p><strong> </strong><strong>การวางแผนการผ่าตัด</strong></p>
<p>เมื่อท่านตัดสินใจว่าเอาละชาตินี้จะต้องเปลี่ยนรูปร่าง หรือขนาดของจมูก เพราะมองกระจกทีไรมันหงุดหงิดหัวใจจริงๆ ท่านจะต้องเลือกแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะแพทย์ที่ทำการผ่าตัดมีทั้งแพทย์ที่เป็นแพทย์ธรรมดาทั่วไป แพทย์ที่รักษาหูคอจมูก แพทย์ศัลยกรรมทั่วไป แพทย์ศัลยกรรมพลาสติก ท่านจะต้องเลือกแพทย์โดยดูจากความรู้ ประสบการณ์ของแพทย์</p>
<p>เมื่อท่านได้เลือกแพทย์แล้วท่านต้องปรึกษากับแพทย์ว่าท่านต้องการจมูกแบบไหน เมื่อแพทย์ทราบความต้องการของท่าน แพทย์จะพิจารณาว่าทำได้หรือไม่ เพราะการที่จะทำให้ดูดีจะต้องคำนึงถึงปัจจัยอย่างอื่น เช่นหน้าสั้น หรือยาว หน้ากลมหรือแบน คางสั้นหรือยาวเป็นต้น แพทย์อาจจะไม่ทำตามความต้องการของท่านก็ได้หากพิจารณาแล้วว่าทำไม่ได้หรือไม่น่าดู</p>
<p>เมื่อแพทย์พิจารณาแล้วว่าสามารถผ่าตัดแก้ไขความพิการได้ แพทย์ก็จะอธิบายวิธีการเตรียมตัวก่อนมาผ่าตัด เช่นการรับประทานอาหาร การดื่มน้ำ การสูบบุหรี่ให้งดสูบบุหรี่สักระยะหนึ่งเพราะการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ไม่ควรรับประทานยาแก้อักเสบเพราะจะทำให้เกิดเลือดออกง่าย และการผ่าตัด โรคแทรกซ้อน สถานที่ผ่าตัด ระยะพักพื้น ที่สำคัญอย่าลืมถามราคา เพราะอาจจะทำให้ท่านเป็นลมเลยก็ได้ และให้ถามอีกว่า หากต้องผ่าตัดแก้ไขจะต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่</p>
<p>โดยทั่วไปจะผ่าตัดที่คลินิก นอกเสียจากว่าจะต้องผ่าตัดใหญ่หรือผู้ป่วยมีโรคประจำตัวจำเป็นต้องดูและ ระหว่างผ่าตัดอย่างใกล้ชิด แพทย์จะแนะนำให้ผ่าในโรงพยาบาล</p>
<p>การระงับความรู้สึกหรือยาชา โดยมากแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ให้ท่าน สำหรับท่านที่แก้ไขมากหรือตื่นตระหนก แพทย์อาจจะพิจารณาให้ยาคลายความวิตกกังวลแก่ท่าน สำหรับท่านที่ใช้การดมยาสลบท่านก็จะหลับตลอดการผ่าตัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>การผ่าตัด</strong></p>
<div align="center">
<table id="AutoNumber32" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr>
<td width="100%"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/rhinoplasty71.jpg" alt="" width="175" height="183" border="0" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</div>
<p>โดยมากการผ่าตัดใช้เวลา 1 ชั่วโมงสำหรับรายที่ทำยาก หรือแก้ไขความพิการก็อาจจะใช้เวลามากกว่านี้ ในการผ่าตัดแพทย์จะผ่าตัดผิวหนังบริเวณรูจมูก แต่แพทย์บางท่านก็ผ่าผิวหนังบริเวณขอบจมูก เพื่อแยกให้เห็นกระดูกจมูก แพทย์แก้ไขรูปทรงโดยการเลาะกระดูกอ่อนทั้งหมด หรือแก้ไขบางส่วน หรือใส่วัสดุเทียมแทนที่กระดูกจริง แต่งให้ได้รูปทรง แล้วจึงเย็บปิด</p>
<p>หลังผ่าตัดเสร็จแพทย์จะทำการดามจมูกของท่านเพื่อให้ได้รูปทรง ในรูจมูกอาจจะใส่พลาสติกเล็กเพื่อให้จมูกได้รูปทรงเมื่อผ่านไปได้ 2 วันจึงเอาออก</p>
<p>&nbsp;</p>
<table id="AutoNumber29" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" width="25%"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/n61.jpg" alt="" name="rp_incisions_04" width="179" height="158" border="1" /></td>
<td align="center" width="25%"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/n71.jpg" alt="" name="rp_incisions_07" width="201" height="156" border="1" /></td>
<td align="center" width="25%"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/n81.jpg" alt="" name="rp_incisions_11" width="175" height="160" border="1" /></td>
</tr>
<tr>
<td align="center" width="25%"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/n91.jpg" alt="" name="rp_incisions_19" width="189" height="165" border="1" /></td>
<td align="center" width="25%"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/n101.jpg" alt="" name="rp_incisions_22" width="173" height="164" border="1" /></td>
<td align="center" width="25%"><img src="http://info.dungdong.com/wp-content/uploads/2012/01/n111.jpg" alt="" name="rp_incisions_25" width="188" height="166" border="1" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong><br />
</strong><strong>หลังผ่าตัด</strong></p>
<p>หลังผ่า 24 ชั่วโมงคุณจะรู้สึกปวดศีรษะ ปวดบริเวณจมูก บวมบริเวณใบหน้าให้นอนหนุนหมอนสูง และให้พักมากที่สุด ช่วงแระจะมีอาการเขียวคล้ำของขอบตาจะเป็นมากที่สุดใน2-3 วันแรกซึ่งเกิดจากเลือดไปคั่ง การดูแลให้ประคบเย็นจะทำให้ยุบบวม หลังจากผ่าตัด 2 สัปดาห์อาการบวมหรือเขียวคล้ำจะหายไป</p>
<p>ช่วยหลังผ่าตัดคุณอาจจะมีเลือดกำเดาไหล แพทย์จะแนะนำมิให้คุณสั่งน้ำมูก มีอาการคัดจมูกเนื่องจากเยื่อบุช่องจมูกบวม</p>
<p>หลังจากผ่าตัด 1 สัปดาห์คุณสามารถไปทำงานได้แต่ต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่างเช่น การวิ่ง การว่ายน้ำ การก้ม การมีเพศสัมพันธ์ 2-3 สัปดาห์หลังผ่าตัด หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก การขยี้จมูก หรือถูกแดดเผาเป็นเวลา 8 สัปดาห์หลังการผ่าตัด</p>
<p>หากท่านใส่ contact lens ท่านสามารถใส่ได้ทันที แต่หากท่านสวมแว่น ท่านต้องใช้เทปติดขอบแว่นไว้ที่หน้าผาก จนกระทั่งจมูกแข็งแรงซึ่งใช้เวลา 6-7 สัปดาห์จึงจะสวมแว่นได้ตามปกติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เครดิตข้อความและรูปภาพจาก http://www.siamhealth.net</p>
<p>Credit:  siliconeclub.com</p>
<p>Credit pic: healthspablog.org</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://info.dungdong.com/?feed=rss2&#038;p=1526</wfw:commentRss>
		<slash:comments>317</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
